พล นิกร กิมหงวน 102 : สามเกลอชวนหัว

นิกร การุณวงศ์ มีนิสัยแปลกอยู่อย่างหนึ่งซึ่งเป็นนิสัยที่คล้ายกับคนมีเงินทั่วไป ลงอยากได้อะไรแล้วเป็นต้องซื้อหาเอามาจนได้ ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเงินทองสักเท่าใดก็ตาม

เขาพบ ประกาศ แจ้งความในหนังสือ พิมพ์ต่างประเทศฉบับหนึ่ง ซึ่งเป็นประกาศแจ้งความขายเครื่องบินจำลองขนาดเล็ก ใช้เครื่องยนต์สูบเดียว รูปลักษณะของเครื่องบินที่เห็นในภาพเป็นเครื่องบินขับไล่ประจัญบานแบบใหม่ ของกองทัพอเมริกัน เครื่องบินลำลองนี้ปีกกว้าง ๓ ฟิต ใช้เบ็นซินเป็นเชี้อเพลิง สามารถบินอยู่ในอากาศได้ ๑๕ นาที ด้วยความเร็ว ๒๕ ไมล์ต่อชั่วโมง รายละเอียดในโฆษณา ปรากฏว่าเครื่องบินจำลองนี้เป็นประดิษฐกรรมอันยอดเยี่ยมของบริษัทผลิตของเล่นแห่งหนึ่งในนิวยอร์ค ราคาเครื่องละ ๑๒๐ ดอลลาร์

นิกรสั่งซื้อเครื่องบินจำลองดังกล่าวนี้ทันที ส่งเงินไปให้พร้อมด้วยจดหมาย

บริการต่างๆ ของอเมริกัน ย่อมรวดเร็วทันใจและให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ที่มาติดต่อมาก หลังจากนายจอมทะเล้นส่งจดหมายและเงินไปทางเมล์อากาศเพียง ๑๐ วัน ทางบริษัทจำหน่ายเครื่องบินจำลอง ก็ส่งเครื่องบินมาให้นิกรหนึ่งเครื่องโดยทางเมล์อากาศเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งสมุดคู่มือแนะนำวิธีใช้เครื่องยนต์ ตลอดจนการบังคับเครื่องบินให้บินตรง หรือบินเป็นวงกลม

นิกรดีใจเหลือที่จะกล่าว เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของเครื่องบินเครื่องนี้ ส่วนต่างๆ เหมือนกับเครื่องบินจริงๆ ไม่มีผิด ฝีมือทำปราณีตมาก นิกรใช้เวลา ๒ วันอ่านสมุดคู่มือการเล่นเครื่องบินจำลองอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่แล้วก็อ่านไม่รู้เรื่อง คืออ่านได้แต่แปลไม่ออก

เขาอุ้มเครื่องบินของเขาไปหา ดร. ดิเรกในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ในตอนบ่ายวันนั้น

"เฮ้-หมอ ช่วยหน่อยเถอะวะ"

ดร. ดิเรกเงยหน้าขึ้นจากกล้องจุลทัศน์ ซึ่งเขากำลังตรวจหาเชื้อพยาธิปากขอจากอุจจาระของคุณหญิงวาด

"บา-ไม่เป็นอันทำอะไรเชียวนะกร แกกลายเป็นเด็กทารกไปแล้ว เครื่องบินอย่างนี้น่ะ เด็ก ที่เมืองนอกมันเล่นไม่น่าจะสั่งซื้อมาเลย เสียเงินเปล่าๆ "

"หน็อยแน่" นิกรพูดยิ้มๆ "แกทำได้เรอะ"

นายเพทย์หนุ่มลืมตาโพลง

"ถ้ากันทำละก้อ รับรองว่าดีกว่าของแกมากมายนักกันจะทำไอพ่นเลย พูดแล้วจะว่าคุย"

นิกรวางเครื่องบินลงบนโต๊ะสี่เหลี่ยมกลางห้อง ถือสมุดคำอธิบายเข้ามาส่งให้ ดร. ดิเรก

"ช่วยแปลให้ฟังทีเถอะวะหมอ วิธีติดเครื่องยนต์ทำยังไง กันพยายามอ่านมาสองวันสองคืนแล้วไม่รู้เรื่อง"

ดร. ดิเรกหัวเราะก้าก โยนสมุดคู่มือทิ้งไป

"ไม่เห็นจำเป็นต้องเสียเวลาอ่าน เครื่องยนต์สับปะรังเคพรรค์นี้วิธีติดเครื่องไม่ยากอะไร" แล้วนายแพทย์หนุ่มก็ลุกขึ้นยืน

"มา-กันจะสอนแกให้รู้จักใช้เครื่องยนต์นี้"

นิกรมองดูดิเรกอย่างเลื่อมใส

"อือ-แกนี่มันน่าจะเป็นเทวดามากกว่ามนุษย์โว้ย ดูแกรอบรู้ไปเสียทั้งนั้น วิทยุเสียแกก็แก้ได้ รถยนต์เสียแกก็แก้ได้ รถยนต์เสียแกก็แก้ได้"

นายแพทย์หนุ่มอมยิ้ม เดินนำหน้าพานิกรมาที่โต๊ะ

"เครื่องยนต์สูบเดียวอย่างนี้มันจะยากเย็นอะไร ง่า-กันเคยทำถวายท่านมหาราชาจันทรกุมาร มาแล้วเครื่องหนึ่งสวยและดีกว่านี้มาก ท่านมหาราช..."

"พอแล้ว" นิกรขัดขึ้นแล้วหัวเราะ

"นึกอะไรไม่ผิดว่าอย่างไรเสียแกก็ต้องเอ่ยถึงท่านมหาราชา"

ดร.ดิเรกเริ่มต้นแนะนำนิกรให้รู้จักวิธีใช้เครื่องยนต์ เมื่อนายจอมทะเล้นเข้าใจดีแล้ว ดิเรกก็ติดเครื่องยนต์ให้ดู เสียงเครื่องยนต์สูบเดียวขนาดจิ๋วดังลั่นห้องวิทยาศาสตร์ใบพันเครื่องบินหมุนติ้ว นิกรต้องจับตัวเครื่องบินไว้

นายแพทย์หนุ่มจัดแจงดับเครื่อง อธิบายให้นิกรฟัง

"เครื่องยนต์แบบนี้เร่งให้เร็ว หรือผ่อนให้ช้าไม่ได้ พอเครื่องติดเครื่องยนต์จะทำงานเต็มที่ จนกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงจะหมด ที่กันทำมันหยุดก็เพราะกันดึงสายหัวเทียนออก เอ้า-แกลองติดเครื่องยนต์ดูซิ! "

นิกรติดเครื่องยนต์ตามวิธีที่ ดร.ดิเรกสอนให้เครื่องยนต์ติดอย่างง่ายดาย แล้วนิกรก็ดึงสายหัวเทียนออกให้เครื่องยนต์หยุดทำงาน

"กันเข้าใจแล้ว ขอบใจมากหมอ ออกไปเล่นเครื่องบินกันเถอะวะ"

ดร.ดิเรกสั่นศีรษะ

"โน-ไอยังไม่ว่าง ไปชวนอ้ายหงวนกับพลซี"

นิกรยกเครื่องบินขึ้นมาจากโต๊ะ ยิ้มให้ดิเรกแล้วเดินออกไปจากห้องทดลองวิทยาศาสตร์ เขาเห่อและตื่นเต้นเครื่องบินนี้มาก นิกรลงบันได้หลังตึกเดินอ้อมไปทางหน้าตึก เจ้าแห้ววิ่งเหยาะๆ ติดตามมา

"คุณ! คุณนิกรครับ"

นายจอมทะเล้นหยุดชะงัก หันมาทางเจ้าแห้ว

"อะไรวะ"

เจ้าแห้วยิ้มหวานจ๋อย

"รับประทานให้ผมเล่นด้วยคนนะครับ รับประทานผมเป็นคนส่งคุณเป็นคนชัก รับประทานพอติดลมดีแล้วให้ผมบ้าง"

นิกรหัวเราะก๊าก

"อ้ายเวร นี่มันไม่ใช่ว่าว เครื่องบินโว้ย มันเป็นเครื่องบินเล็กที่ใช้เครื่องยนต์จริงๆ "

เจ้าแห้วหน้าตื่น

"รับประทานแล้วบินขึ้นไปได้หรือครับ"

"ได้ซีวะ ไม่ได้ข้าจะซื้อมาทำไม เครื่องหนึ่งตั้ง ๒,๔๐๐ บาท"

"อุ๊ยตาย" เจ้าแห้วอุทาน

"รับประทานผมนึกว่าลำละหกสลึงเป็นอย่างมาก ต๊ายตาย แพงอะไรอย่างนี้"

นิกรพาเจ้าแห้วอ้อมมาทางหน้าตึก พวกคนใช้ชายหญิงแลเห็นเข้าก็ติดตามมาเป็นพรวน บ้างก็ร้องตะโกนบอกบอกกันให้มาดูเครื่องบินเล็ก นายจอมทะเล้นทรุดตัวนั่งยองๆ วางเครื่องบินเล็กลงบนถนนโรยกรวด เจ้าแห้วนั่งข้างๆ เขา นิกรสั่งให้เจ้าแห้วจับเครื่องบินไว้ แล้วจัดแจงติดเครื่องยนต์ทันที

เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นคล้ายกับเครื่องรถจักรยานยนต์นายจอมทะเล้นบิดแพนหางบังคับเครื่องบิน ให้เลี้ยวเป็นวงกลม

"ปล่อย-อ้ายแห้ว ปล่อยได้"

เจ้าแห้วปล่อยมือที่ยึดลำตัวเครื่องบินไว้ทันที เครื่องบินจำลองแล่นปราดไปตามถนน พอหางกระดกบินก็บินขึ้นสู่อากาศและเลี้ยวเป็นวงกลมกว้างรอบสนามใหญ่หน้าตึก ในระยะสูงประมาณ ๕๐ ฟิต คนใช้ชายหญิงส่งเสียงเอะอะเฮฮาลั่น เจ้าแห้วตื่นเต้นเหลือที่จะกล่าว

"โอ้ย-รับประทานมันบินได้จริงๆ ครับ เออแน่ะรับประทานน่าดูเหลือเกินครับ เหมือนเครื่องบินจริงๆ ไม่ผิด"

เครื่องจำลองบินได้เร็วมาก นิกรยืนมองดูมันอย่างชื่นชม ทันใดนั้นเอง คณะพรรค ๔ สหายก็พากันออกมาจากห้องโถงของบ้าน "พัชราภรณ์" มีเจ้าคุณปัจจนึกฯ เจ้าคุณประสิทธิ์ฯ และคุณหญิงวาด พร้อมด้วยเมียๆ ของ ๔ สหาย ขาดแต่ ดร.ดิเรกไปคนเดียวนั้นทุกคนมองดูนิกรแล้วก็มองเครื่องบิน ซึ่งบินเป็นวงกลมกว้างมองดูสง่าผ่าเผยเหมือนกับเครื่องบินจริงๆ

เจ้าคุณปัจจนึกฯ มีความสนใจว่าทุกๆ คน

"อือ-เข้าทีโว้ย" ท่านพูดกับเสี่ยหงวนเบาๆ

"ทีแรกอาคิดว่าต้องเอาเชือกผูกเหมือนอย่างที่เขาเล่นกัน อ้ายกรมันสั่งซื้อมาเครื่องละเท่าไร แกรู้ไหม อาจะสั่งมาเล่นบ้าง"

กิมหงวนขมวดคิ้วย่น

"ปู้โธ่ แก่แล้วยังเล่นเป็นเด็กๆ อีก อะไร้ ไม่เข้าเรื่องเลย"

"เดี๋ยวก็โดนเตะเท่านั้นเอง"

คุณหญิงวาดร้องตะโกนบอกหลานชายของท่าน

"ให้มันบินผาดแผลงบ้างซีโว้ย ควงสว่านดำทิ้งระเบิด หรือม่ายก็หกคะเมน"

นิกรหัวเราะ

"ไม่ได้หร็อกครับ คุณอา มันบินได้แต่บินวงกลมหรือบินตรงไปข้างหน้าเท่านั้น"

๔ นางพูดกันจ้อกแจ้กจอแจ มีความพอใจเครื่องบินเล็กเครื่องนี้ เจ้าคุณประสิทธิ์ฯ บ่นกับพล พัชราภรณ์ ลูกชายของท่านเบาๆ

"ตั้งแต่ได้รับมรดกจากท่านป้า เจ้ากรถลุงเงินใหญ่ใช้เงินราวกับพิมพ์ธนบัตรได้เอง ยังงี้อีกไม่ช้าก็แย่"

พลเห็นพ้องด้วย

"จริงครับ ได้ข่าวว่าอ้ายกรจะซื้อรถเก๋งอีกหนึ่งคัน"

นันทาพูดเสริมขึ้น

"รถในบ้านเรามีตั้ง ๕ คันแล้ว ไม่รู้จะซื้อเอามาทำไมอีก สิ้นบุญคุณพ่อเสียคนหนึ่งเจ้ากรเหลิงใหญ่ไม่มีใครเอาอยู่ นันกลุ้มใจเหลือเกินค่ะ"

คุณหญิงวาดได้ยินแว่วๆ ก็หันมาถาม

"กลุ้มใจอะไรแม่นัน"

"กรนะซีค่ะ ไม่รู้ว่าจะซื้อเครื่องบินบ้าๆ นี่มาทำไมกัน ราคาเกือบ ๓,๐๐๐ บาท"

"โฮ้ย-ช่างมันเถอะแม่นันเอ๊ย มันเล่นเครื่องบินยังดีกว่ามันเล่นการพนัน คนเรามันก็ต้องหาความสุขใส่ตัวบ้าง"

น้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องบินหมดแล้ว เครื่องยนต์เงียบเสียงทันที แต่ใบพัดยังหมุนอยู่ เครื่องบินเล็กมีการทรงตัวดีมาก เพราะสร้างด้วยวิชาเทคนิค มันร่อนลงสนามหน้าตึกอย่างสวัสดิภาพ

เจ้าคุณปัจจนึกฯ เดินลงบันได้วิ่งก้นกระเพื่อมเข้าไปหานิกร

"วิเศษเลย ขอพ่อเล่นหน่อยเถอะกร"

นิกรจุ๊ย์ปาก

"ไม่ได้หรอกครับ ผมกำลังเห่อ"

ท่านเจ้าคุณค้อนควับ

"งกจริงเชียว อ้ายนี่ น่า-พ่อเล่นด้วยคน"

นิกรตวาดแว๊ด

"บอกว่าไม่ได้ เอ-พูดไม่เข้าใจหรือยังไงนะ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หน้าจ๋อย พูดเสียงอ่อนอย่างน่าสงสาร

"ดีละวะ ขอเล่นหน่อยไม่ได้" แล้วท่านก็เดินกลับมาที่หน้าตึก

นิกรล้วงกระเป๋าหยิบขวดเบนซินออกมา เติมลงในถึงน้ำมันขนาดกลักไม้ขีดไฟของเครื่องบิน เติมน้ำมันเสร็จเรียบร้อย เจ้าแห้วก็อุ้มเครื่องบินลุกขึ้นเดินไปกลางสนาม

"เฮ้ย-เอาไปไหน" นายจอมทะเล้นเอ็ดตะโร

เจ้าแห้วสะดุ้งเฮือก

"รับประทานผมจะเอาไปเล่นที่พระรูปครับ"

นิกรจุ๊ย์ปาก

"เอามานี่ ปู้โธ่ ใครให้เอ็งเอาไปวะ เดี๋ยวเตะดิ้นไปเลย ตอนนี้ข้ากำลังเห่อรู้ไหม ถ้าเอ็งจะเล่นเอาไว้ให้ข้าเบื่อเสียก่อน"

"ว้า-รับประทานกว่าคุณจะเบื่อก็พอดีพังหมด รับประทานให้ผมเอาไปเบ่งเล่นที่พระบรมรูปทรงม้า หน่อยไม่ได้หรือครับ"

นิกรหัวเราะหึๆ

"เอามานี่...เอามานี่ เดี๋ยวเตะตายห่า"

เจ้าแห้วเดินเข้ามา วางเครื่องบินลงบนสนามบ่นพึมพำเบาๆ

"รับประทานนับประสาอะไร ขอยืมเรือบินเอาไปเล่นอวดผู้หญิงหน่อยเดียวก็ไม่ได้ เจ้าประคู้น หล่นลงมาพังทีเถอะอยากงกนัก"

นิกรเงยหน้ามองดูเจ้าแห้ว

"อือ...ฉันดูๆ รู้สึกว่าแกพยายามทำตัวเป็นพ่อฉันเสมอ แกอยากเล่นสั่งก็ซื้อเอาเองซีโว้ย เงินแกมีในธนาคารตั้งหมื่น ถอนเงินเอามาซี ข้าจะช่วยสั่งให้"

"รับประทานลำบากนักผมก็ไม่เล่นละครับ เงินของผมพันบาท รับประทานเหมือนกับเงินของคุณสตางค์เดียวเท่านั้น"

นิกรติดเครื่องยนต์ และปล่อยเครื่องบินให้บินอีก คราวนี้เขาบังคับให้มันสูงกว่าหลังคาตึก และบินเป็นวงกว้างใหญ่ นิกรได้รับความเพลิดเพลินมากจนกระทั่งประไพนึกอิจฉาความสุขของผัวรัก หล่อนกล่าวกับนวลลออเบาๆ

"ดูซีคะ คุณนวล จะมีแก่ใจเรียกเมียไปเล่นเรือบินบ้างก็ไม่ได้ เพลินกับเครื่องบินเสียจนลืมเมีย เจ็บใจนัก"

นวลลออยิ้ม

"โถ-อย่าไปถือแกเลยค่ะ ปล่อยแกตามเรื่องเถอะน่า"

ประไพพูดขึ้นดังๆ

"ดิฉันจะต้องหาซื้ออะไรมาเล่นบ้าง คอยดูซิคะพรุ่งนี้ดิฉันจะซื้อกลองรำมะนา ร้องลำตัดให้สนุกทีเดียว"

ประภาหัวเราะคิกพูดเสริมขึ้นทันที

"น้องไพร้องลำตัดเป็นด้วยหรือ ตั้งแต่เป็นพี่น้องกันมาพี่ยังไม่เคยได้ยินเธอร้องลำตัดเลย

"อ้าว-ก็เมื่อก่อนนี้ทางการเขาไม่ได้สนับสนุนลำตัดนี่คะพี่ภา ไพก็เลยไม่สนใจ เดี๋ยวนี้ลำตัดกำลังเป็นฮีโร่จะได้ปราบคอมมิวนิสต์แทนยี่เกต่อไป ไพก็เลยฟิตลำตัดใหญ่ซ้อมทุกวันจนกระทั่งว่ากลอนสดได้ ร้องให้พี่ภาฟังยังได้นะคะ"

นวลลอออดหัวเราะไม่ได้

"ไหนลองขยับให้ฟังหน่อยซิคะ"

ประไพยิ้มอายๆ แล้วร้องลำตัดเสียงแจ๋ว ยกมือรำไปด้วย คราวนี้พรรค ๔ สหายก็เลิกสนใจกับเครื่องบินของนิกรหันมามองดูประไพเป็นตาเดียว

"โยนซีมาหย่าโยน เอ๊าว้า....โยนตะละโยนย่า ชีเวชีว่า สี่พระยาโยนเอ๊ย เชิ้บๆ โยนซีมาหย่าโยน โย้นๆ โยนซีมาโยนย่า ชีเวชีว่า สี่พระยาโยนเอย เอ่อเออ เออเงย

ท่านเห็นเรานิ่ง ท่านก็ยิ่งคารม ท่านจะมาข่มตัวเราทำไม มาตรแม้นเป็นหญิง ตัวท่านเป็นชายจะมาขู่กันง่ายๆ เป็นล่อให้อายกลับไปเอย เอ๊ย-โยนซีมาหย่าโยน เอ้าว้า"

"เฮ้ย" เจ้าคุณปัจจนึกฯ เอ๊ดตะโรลั่น

"ตายละวะกู ลูกสาวกลายเป็นนักลำตัดไปแล้ว"

ประไพอมยิ้มแล้วต่อไป

"ย่าไซแม่หนูเอยลินลา เป๊กพ่อ..."

คุณหญิงวาดปราดเข้ามายกมือปิดปากหลานสะใภ้ของท่านทันที

"พอ-อีหนู แกนี่มันชักจะเคาบอยหนักขึ้นทุกวันไปหัดร้องลำตัดมาจากใครวะ ยายไพ"

ประไพหัวเราะ

"กรเขาสอนให้ค่ะ บางทีก็จำมาจากคุณพ่อบ้าง"

คุณหญิงวาดทำคอย่นหันมาทางเจ้าคุณปัจจนึกฯ

"เจ้าคุณก็ชอบร้องลำตัดเหมือนกันหรือคะนี่"

ท่านเจ้าคุณทำหน้ากะเรี่ยกะราดชอบกล

"เวลาเข้าส้วมตอนเช้าผมเคยร้องเล่นเสมอแหละครับ"

เจ้าคุณประสิทธิ์ฯ หัวเราะชอบอกชอบใจ กล่าวสัพยอกเพื่อนเกลอของท่าน

"ผมไม่ยักรู้ว่าเจ้าคุณร้องลำตัดเป็น ลำตัดวงไหนครับ"

เสี่ยหงวนพูดเสริมขึ้น

"วงนกตะกรุมป่าครับ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ แยกเขี้ยวยกเท้าเหวี่ยงลูกแปถูกก้นเสี่ยหงวนดังพลั่ก

"นี่แนะนกตระกุรม"

อาเสี่ยสูดปากลั่นพลางยกมือลูกคลำก้นของเขา เลี่ยงมายืนในหมู่ ๔ นาง สายตาจ้องมองดูเครื่องบินของนิกรซึ่งกำลังบินเป็นวงกลมกว้างอย่างน่าดู กิมหงวนเข้าใจผิดคิดว่าประไพเป็นนวลลออไม่ทันได้มองหน้า เขายกมือตบก้นหล่อนเบาๆ

"เฮียจะซื้อมั่ง"

"ว้าย" ประไพร้องสุดเสียงหันมาทำตาเขียวกับเสี่ยหงวนแล้วเอ็ดตะโรลั่น

"เสี่ยนี่บ้าจริงเชียว มาเล่นยังงี้กับไพได้เรอะ บ้าอะไรก็ไม่รู้"

นิกรใจหายวาบ หันมามองดูกิมหงวนแล้วตะโกนลั่น

"เฮ้ย แกทำอะไรเมียข้า"

อาเสี่ยหน้าซีด ยกมือไหว้ประไพประหลกๆ

"ขอโทษทีครับ ผม...ง่า..."

"อย่ามาขอโทษเลย มีอย่างรึ เล่นมาลูบเซฟกันอย่างนี้ใช้ได้เรอะ"

นวลลออเดินอย่างสามขุม เข้ามาหาสามีของหล่อนแล้วถามประไพด้วยเสียงหนักๆ

"เฮียทำอะไรคุณคะ"

"เอามือมาลูบหลังบ้านดิฉันน่ะซีคะ"

กิมหงวนเย็นวาบไปหมดทั้งตัว

"แฮ่ะ แฮ่ะ เฮียไม่ทันได้ดูหน้าเข้าใจผิดคิดว่าคุณไพเป็นนวลจ้ะ ยกโทษให้ผมสักครั้งเถอะครับคุณไพ ไม่เสียหายอะไรหร็อกน่าเพื่อนฝูงกัน"

ประไพอดหัวเราะไม่ได้

"ถูกละคะไม่เสียหาย แต่มันเสียกู๊ดวิน"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ กระซิบกระซาบกับคุณหญิงวาดๆ

"หมู่นี้คุณหญิงสังเกตหรือไม่ หลานสะใภ้ของคุณหญิงน่ะถ้ามันจะไม่สบายเอามากเชียวนะครับ ผมชักสงสัยเสียแล้ว เห็นจะต้องให้ดิเรกมันช่วยเจาะเลือดประไพออกตรวจเสียที ถ้าอย่างไรจะได้รีบรักษากัน"

เครื่องบินของนิกรน้ำมันหมดแล้ว มันร่อนลงบนหน้าตึกพอดี เจ้าคุณปัจจนึกฯ วิ่งลงบันไดไปยืนดูข้างๆ นิกรรีบวิ่งเข้ามายกมือผลักอกพ่อตาของเขาเบาๆ

"ดูห่างๆ คุณพ่อ ดูแต่ตาอย่าหยิบฉวยถูกต้อง"

"อื้อฮือ" เจ้าคุณปัจจนึกฯ คราง

"งกฉิบหายเลย"

"ครับ งกหน่อย ราคาน่ะมันไม่กี่สตางค์หรอกครับ แต่ว่าในเมืองไทยหาไม่ได้ มีอยู่เครื่องเดียวเท่านั้น"

ท่านเจ้าคุณยิ้มแห้งๆ

"ให้พ่อเล่นด้วยคนเถอะวะ"

"ว้า..." นิกรเอ็ดตะโร

"เอาไว้ให้ผมหายเห่อเสียก่อนเถอะครับ ตอนนี้ใครจะมาขอเล่นกับผมไม่ได้หรอกครับ"

"ปู้โธ่ เดี๋ยวพ่อเหยียบพังไปเลย"

"อ๋อ ลองเหยียบเครื่องบินผมพังละก้อ คุณพ่อก็คุณพ่อเถอะครับ ให้ดิ้นตาย พ่อตาไม่ใช่พ่อตัว ลงข่มเหงน้ำใจกันอย่างนี้คุณพ่อก็กินน้ำพริกไม่ได้เท่านั้น"

แล้วนิกรก็ทรุดนั่งจัดแจงเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอีก

เจ้าคุณปัจจนึกฯ นั่งลงข้างๆ ลูกเขยของท่าน เอื้อมมือลูบคลำปีกและลำตัวของเครื่องบินด้วยความพอใจ นิกรหันมาแล้วก็ตวาดลั่น

"บ๊ะแล้ว "

เจ้าคุณสะดุ้งเฮือกรีบชักมือออกมาพูดเสียงแผ่วเบา

"ขอจับนิดก็ไม่ได้"

นายจอมทะเล้นยกมือเกาศีรษะ

"แหม กลุ้มใจจริงแฮะ"

แล้วนิกรก็อุ้มเครื่องบินของเขาลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปหาเจ้าแห้ว

"เฮ้ย-อ้ายแห้ว เอารถออกโว้ย ไปเล่นกันที่หน้าพระลานพระบรมรูปดีกว่า เล่นที่นี่มีมารผจญไม่สนุกเลย"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ กลืนน้ำลายเอื๊อก ลุกขึ้นยืนท้าวเอว มองดูลูกเขยของท่าน

"อ้อ นี่แกเห็นฉันเป็นมารไปแล้ว"

นิกรไม่พูดว่ากระไรเดินตามเจ้าแห้วไปที่โรงรถ ใครต่อใครบ่นกันพึมพำที่นิกรงกจนเกินไป สักครู่หนึ่งบูอิคเก๋งก็คลานออกมาจากโรงเก็บของมัน โดยเจ้าแห้วเป็นคนขับ นายจอมทะเล้นอุ้มเครื่องบินของเขานั่งอยู่ตอนหลังรถ

ตอนสายวันรุ่งขึ้น

พอนิกรออกรถจากบ้านไปประจำทำงานที่สำนักงานผลประโยชน์ของเขา เจ้าคุณปัจจนึกฯ ก็บุกเข้าไปห้องนอนของนายจอมทะเล้นหยิบเครื่องบินออกมา อุ้มมันลงมาข้างล่างที่หน้าตึกใหญ่ จัดแจงเติมน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วติดเครื่องยนต์ ปล่อยเครื่องบินขึ้นบินอย่างสนุกสนาน

แต่ท่านไม่ได้ปิดแพนหางบังคับให้เครื่องบินเลี้ยว ดังนั้นเครื่องบินจึงบินเป็นเส้นตรงขนานกับพื้น มันตรงเข้าหาต้นมะขามใหญ่ข้างโรงรถ ท่านเจ้าคุณใจหายวาบกลัวว่าเครื่องบินจะพังยับเยิน

"เฮ้ย ฉิบหายแล้ว"

ทันใดนั้นเองเครื่องบินจำลองก็ปะทะต้นมะขามอย่างจัง

"โครม"

ไม่ผิดอะไรกับเครื่องบินชนภูผา เครื่องบินจำลองของนิกร แหลกละเอียด หล่นลงมากองอยู่โคนต้นมะขามนั่นเอง ใบพัดและปีกหักสะบั้น เจ้าคุณปัจจนึกฯ หน้าซีดเผือด กลัวว่าถ้านิกรกลับมารู้เข้าจะเอะอะตะโรเล่นงานท่าน ท่านเจ้าคุณยืนนิ่งเฉยจนกระทั่งเจ้าแห้วเดินผ่านมา

"ตายแน่กู" เจ้าคุณคราง

เจ้าแห้วพ้องด้วย

"ครับ รับประทานคุณนิกรกลับมาจากทำงานคงเอามีดโกนเฉือนลูกกระเดือกใต้เท้าแน่ เพราะแกรักเครื่องบินนี้ราวกับชีวิตของแก"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ถอนหายใจหนักๆ

"ว้า-กูไม่ควรเลย นี่แหละเขาว่ารักสนุกจะทุกข์ถนัดของมันรักของมันข้าทำพังเสียแล้ว ทำอย่างไรดีล่ะอ้ายแห้ว เอ็งรีบเอาไปจ้างเขาซ่อมได้ไหม เอารถบึ่งไปที่โรงงานช่างอากาศที่บางซื่อ จ้างเขาซ่อมด่วนเขาจะเอาค่าซ่อมสักเท่าไรก็เอา"

เจ้าแห้วหัวเราะ

"รับประทานต่อให้เทวดาที่ไหนก็ซ่อมไม่ไหว"

ท่านเจ้าคุณมีกิริยากระสับกระส่าย

"เอ๊อ ไม่ควรเลย อยู่ดีๆ ไม่ว่าดี เสือกเอาของเขามาเล่น อ้ายเราก็ชอบเสียด้วย เมื่อคืนนี้จิตใจจ่อนอนไม่หลับตลอดคืน เอ็งไปหยิบซากเครื่องบินมาดูซิ"

เจ้าแห้วอมยิ้ม เดินไปที่ต้นมะขามใหญ่ข้างโรงรถแล้วก้มลงหิ้วซากเครื่องบิน ซึ่งกลายเป็นเศษเหล็กเดินกลับมาหาเจ้าคุณปัจจนึกฯ

"รับประทานไม่มีทางซ่อมครับ"

"ว้า...แล้วกูจะทำอย่างไรดีล่ะโว้ย เย็นนี้ถ้าอ้ายกรกลับมามันอาละวาดแน่ มันเท่ากับข้าข่มเหงน้ำใจมัน ของรักของใครก็ต้องหวง ไม่ควรเลยกู"

เจ้าแห้วนิ่งคิด

"รับประทานเอาอย่างนี้ดีไหมครับ"

"เอา ว่ามาซิ"

"รับประทานใต้เท้าส่งกระผมขึ้นเครื่องบิน ไปอเมริกาซื้อมาใช้คุณนิกร รับประทานแค่นี้ก็หมดเรื่อง รับประทานค่าโดยสารเครื่องบินไปกลับ ๓๐,๐๐๐ เท่านั้นแหละครับ รับประทานไปมา ๖ วันอยู่อเมริกาหนึ่งวันรวมเป็นอาทิตย์หนึ่งพอดี แล้วระหว่างนี้รับประทานใต้เท้าคอยหลบหน้าคุณนิกรเสีย"

"พอๆๆ ลำบากมากนัก ก็อย่าออกความเห็นดีกว่า ไหนส่งมานี่ซิ"

เจ้าแห้วส่งซากเครื่องบินให้ เจ้าคุณยกพิจาณาดูแล้วถือเดินเข้าไปบนตึก พอเข้ามาในห้องโถงท่านก็แลเห็นคุณหญิงวาดนั่งวางอารมณ์อยู่บนโซฟาร์ตามลำพัง คุณหญิงวาดสะดุ้งเฮือกลืมตาโพลง

"อุ๊ยตาย อกอีแป้นแตก เจ้าคุณเล่นยังไงคะนี่"

เจ้าคุณยิ้มแห้งๆ เดินเข้ามานั่งบนโซฟาร์ตัวเดียวกับคุณหญิงวาด

"ผมลืมบิดหางเสือไปครับ พอมันบินขึ้นจากพื้นดินมันก็ตรงเข้าชนต้นมะขามข้างโรงรถของเรา โครมเดียวพังเลย"

คุณหญิงยกมือขวาทาบอก

"แย่ละค่ะ อ้ายกรมันกลับมาเย็นนี้มันคงเดือดดาลจนแทบเป็นบ้า ก่อนจะออกจากบ้านไปทำงานดิฉันได้ยินมันพร่ำสั่งแม่ไพตั้งหลายพักไม่ให้ใครแตะต้องเครื่องบินของมัน"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หน้าซีดเผือด

"ถ้ามันคงโกรธมากนะคุณหญิง เอ-ชักไม่เข้าท่าทีเสียแล้ว ดีไม่ดีมันเกิดเอาปืนไล่ยิงผมผมจะทำอย่างไร"

"นั่นน่ะซีคะ อ้ายกรมันเป็นคนโมโหร้ายเสียด้วย เรื่องนี้มันจะกลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเสียแล้ว เจ้าคุณไม่ควรเอาของมันไปเล่นนี่นา แก่แล้วยังจะเล่นเป็นเด็กๆ "

"อ้าว คุณหญิงเลยด่าซ้ำเลย"

"อุ๊ยตาย ด่าเมื่อไรล่ะคะดิฉันพูดให้ฟังต่างหาก หรือไม่จริงล่ะ อายุตั้งเกือบ ๗๐ แล้วยังจะเล่นเรือบินอีก ขอโทษนะคะ คนโบราณเขาพูดอะไรไม่ผิดเลย คนหัวล้านทำอะไรมักจะขาดความรอบคอบ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ กลืนน้ำลายเอื้อก ลุกขึ้นยืนหิ้วซากเครื่องบินเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนของตัวตึก หันมาค้อนคุณหญิงวาดตั้งหลายครั้ง ท่านตรงมาห้องนอนของลูกเขยของท่าน พอเข้ามาในห้องก็เห็นประไพกำลังนั่งพับเพียบอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งจัดข้าวของต่างๆ บนโต๊ะให้เรียบร้อย

"อีหนูโว้ย"

ประไพหันควับมาทางท่านเจ้าคุณ แล้วหล่อนก็ตกใจหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นเครื่องบินของนิกรพังยับเยิน

"ตายแล้วคุณพ่อ" พูดพลางลุกขึ้นยืนร้อนรน

"เกิดอะไรขึ้นมาล่ะคะคุณพ่อ ถึงได้กระทืบเครื่องบินของกรพังยับเยินอย่างนี้"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ทำคอย่น

"ไม่ได้กระทืบโว้ยมันพังเอง"

"ทำไมถึงพังล่ะคะ เมื่อกี้หนูก็ยังได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังลั่นบ้าน"

"นั่นแหละ พอมันบินขึ้นไปได้หน่อยก็ชนต้นมะขามข้างโรงรถ ต้นมะขามไม่เป็นไร แต่เครื่องบินพังหมดช่วยพ่อคิดหน่อยเถอะวะ พ่อจะทำอย่างไรดีล่ะ อ้ายกรมันกลับมาจากทำงานมันต้องเอาเรื่องกับพ่อแน่ๆ "

ประไพหน้าจ๋อย

"ก็คุณพ่อไม่ควรเอาของเขามาเล่นนี่คะ หนูห้ามแล้วคุณพ่อก็ไม่เชื่อ โอ้ย-กลุ้มใจเสียแล้ว กรกลับมารู้ว่าเครื่องบินพังคงต้องซ้อมหนูแน่ๆ เชียว ก่อนจะไปทำงานก็สั่งนักสั่งหนาไม่ให้ใครแตะต้อง" พูดจบประไพก็ร้องไห้

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ทำหน้ากะเรี่ยกระราดอย่างบอกไม่ถูก ท่านเดินมาที่โต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่างวางซากเครื่องบินลงบนโต๊ะแล้วกล่าวกับลูกสาวของท่าน

"เฮ้ย ไม่ต้องร้องไห้"

ประไพสะอื้น

"ไม่ร้องได้หรือคะ ดีไม่ดีกรอาจจะทิ้งหนูก็ได้เพราะสาเหตุจากเครื่องบินลำนี้ คุณพ่อก็รู้นิสัยเขาดีแล้ว ของอะไรที่เขาได้มาใหม่เขาหวงยังกะอะไรดี บอกแล้วว่าอย่าเอาของเขาไปเล่นก็ไม่เชื่อ"

ท่านเจ้าคุณฝืนยิ้มอย่างยากเย็น

"เอายังงี้ก็แล้วกัน พ่อจะเขียนเช็คสั่งจ่ายเงิน ๕,๐๐๐ บาทให้เจ้ากร แล้ววางไว้ที่ซากเครื่องบินนี้ ถึงแม้มันจะโกรธก็ยอมให้มันต่อว่าเสียนิดหน่อย พ่อมันไม่ดีเองนิ่งเสียโว้ยอย่าร้องไห้เลยน่า"

ประไพพูดพลางร้องไห้พลาง

"๕,๐๐๐ นิกรจะยอมหรือคะ ต้องหมื่นหนึ่งอย่างน้อย"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ นิ่งคิด

"เอา-หมื่นก็หมื่น ทีนี้กูเข็ดจนตายเลย ของของคนอื่นไม่ยอมแตะต้องอีกแล้ว อยู่ดีๆ ไม่ว่าดีเอามือเข้าไปซุกหีบ" พูดจบท่านก็หมุนตัวกลับพาตัวเดินออกไปจากห้องนอนของนิกร

ในราว ๕ นาที เจ้าคุณปัจจนึกฯ ก็กลับเข้ามาในอีกครั้งหนึ่ง ในมือขวาของท่านถือเช็คหนึ่งฉบับเซ็นสั่งจ่ายเงินให้ผู้ถือเช็คฉบับนี้ เจ้าคุณปัจจนึกฯ วางเช็คลงบนโต๊ะแล้วยกซากเครื่องบินทับเช็คไว้"

"อีหนู"

"ขา"

"นี่นะเช็คหมื่นบาท เอ็งช่วยพูดกับมันบ้างซีลูก ผัวกับเมียกันจะได้ผ่อนหนักเป็นเบา พ่อกลัวอ้ายกรมันเกิดบ้าระห่ำขึ้นมาเอาปืนไล่ยิงพ่อ ดีไม่ดีพ่อก็ม่องเท่งเท่านั้น คนหนุ่มในยุคกึ่งพุทธกาลฆ่าคนง่ายนักเพียงเหตุผลเล็กน้อยเท่านั้น"

ประไพซ่อนยิ้มไว้ในหน้า

"นั่นน่ะซีคะ หนูคิดว่าเพื่อความปลอดภัยคุณพ่อควรจะหลบหนีออกไปนอกรประเทศเสียพักหนึ่งดีกว่าค่ะ พอกรหายโกรธแล้วหนูจะโทรเลขไปบอกคุณพ่อให้กลับเข้ามา"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ลืมตาโพลง

"แล้วกัน พ่อไม่ใช่นักโทษการเมืองโว้ย เรื่องนิดเดียวเท่านี้ถึงกับจะให้หนีออกนอกประเทศเชียวรึ"

ประไพอดหัวเราะไม่ได้ ท่านเจ้าคุณบ่นพึมพำเบาๆ เดินออกมาจากห้อง พอร่างของท่านลับตาประไพก็รีบเดินมาหยิบเช็คของท่านขึ้นมาพับเก็บไว้ วิ่งตื๋อออกจากห้องนอนตรงไปหานันทาที่ห้องของหล่อนทันที

นวลลออกำลังทำผมให้นันทาอยู่ในห้อง เมื่อประไพวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา สองนางก็พากันมองดูอย่างแปลกใจ

"พี่นัน...คุณนวลคะ ไปเที่ยวสำเพ็งกันเถอะคะบุกสำเพ็งตลุยพาหุรัดให้ราบเป็นหน้ากลองวันนี้แหละ ไพเป็นเจ้ามือเองค่ะ เลี้ยงหนังด้วย ซื้อผ้าตัดกระโปรงให้พี่กับคุณนวลอีกคนละสองชุด"

"ฮ้า" นวลลอออุทานขึ้นดังๆ

"ถูกหางเลขล๊อตเตอรี่หรือคะ"

"เปล่าค่ะ แต่ถูกรางวัลหมื่นบาท เตรียมแต่งตัวนะคะไพจะไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้"

พูดจบประไพก็วิ่งตื๋อออกไปจากห้องนอนของนันทา ทำความประหลาดใจให้แก่นันทาและนวลลอออย่างยิ่ง

เย็นวันนั้นเอง

ในราว ๑๖.๐๐ น. นิกรก็รีบออกจากสำนักงานผลประโยชน์ของเรานั่งรถยนต์กลับมาบ้านด้วยใจจดจ่อกับเครื่องบินเล็กของเขา

พอลงจากรถนายจอมทะเล้นก็วิ่งเหยาะๆ ขึ้นบันไดไปบนตึก ผ่านห้องโถงขึ้นไปชั้นบนของตัวตึก

เขาเผชิญหน้ากับท่านเจ้าคุณปัจจนึกฯ พอดีขณะที่เจ้าคุณเดินผ่านเฉลียงหลังตึกจะลงมาข้างล่าง ท่านเจ้าคุณหยุดชะงักเย็นวาบไปหมดทั้งตัวใบหน้าซีดเผือดเหมือนแผ่นกระดาษ มีความรู้สึกคล้ายกับว่านิกรเป็นมนุษย์ที่น่ากลัวที่สุดในโลก ท่านเจ้าคุณถอยหลังกรูด ฝืนยิ้มแห้งๆ กล่าวทักลูกเขยจอมเล้นของท่าน

"แฮ่ะ แฮ่ะ สวัสดีลูก วันนี้ทำไมถึงกลับเร็วนัก"

นิกรแปลกใจอย่างยิ่งที่เจ้าคุณปัจจนึกฯ ไม่เคยพูดกับเขาอย่างอ่อนหวานเช่นนี้เลย

"ผมรีบกลับมาเล่นเรือบินของผมครับ"

ท่านเจ้าคุณสะดุ้งโหยงเหมือนถูกเข็มแทง ทำหน้าตาบ้องแบ๊วบอกไม่ถูก เดินเลี่ยงไปจากที่นั้นแล้วก็วิ่งจู๊ดลงบันไดไป

นิกรผิวปากเพลง "มาร์ชตำรวจ" เบาๆ เดินตรงไปยังห้องนอนของเขา พอเข้ามาในห้องเขาก็หยุดชะงักลืมตาโพลงทำท่าเหมือนจะเป็นลม เขาแลเห็นซากเครื่องบินของเขาสลักหักพังกองอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ

"โอ๊ย...." นิกรครางออกมาด้วยเสียงหนักๆ วิ่งปราดมาที่โต๊ะเขียนหนังสือ หยิบกระดาษชิ้นหนึ่งที่วางอยู่ใต้ซากเครื่องบินขึ้นมาคล่อ่านข้อความในนั้น

กรขา

วันนี้อากาศไม่ดีค่ะ เครื่องบินของกรซึ่งคุณพ่อเป็นนักบินได้ปะทะกับต้นมะขามใหญ่หน้าโรงรถ อับปางเสียแล้ว แต่นักบินไม่เป็นอันตรายเพราะไม่ได้ไปกับเครื่องบินด้วย อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้เป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆค่ะ คุณพ่อท่าจ่ายเช็คเป็นค่าปรับให้กร ๑๐,๐๐๐ บาทไพเอาเช็คไปเบิกที่ธนาคารให้แล้ว ชวนพี่นันกับคุณนวลไปด้วยค่ะเพราะเราจะแวะจะซื้อผ้าตัดเสื้อและดูหนังรอบ ๑๔.๐๐ ด้วยกัน

รักม๊ากมาก

ประไพ

ปล.อย่าโมโหโทโสเลยนะคะ เพราะไหนๆ มักก็พังไปแล้ว

นิกรจบจดหมายอย่างหัวเสีย เขาเดือดดาลพ่อตาของเขาอย่างที่สุดที่ท่านข่มเหงน้ำใจเขา ความรักความเสียดายเครื่องบินเครื่องนี้บังเกิดแก่นิกรเป็นล้นพ้น

"ฮึ่ม พ่อตานะพ่อตา-ฮึ่ม" แล้วนิกรก็ตะโกนลั่น

"พ่อตาโว้ย เล่นข่มเหงน้ำใจกันอย่างนี้ใช้ได้เรอะ"

อย่างไรก็ตาม จดหมายของเมียที่เขียนลงท้ายว่ารักมากมายทำให้นายการุณวงศ์ คลายอารมณ์เคร่งเครียดไปได้บ้าง นิกรผลุนผลันออกมาจากห้องนอนพอดีพบเจ้าแห้วเดินขึ้นบันไดมา

เจ้าแห้วชะงักหมุนตัวกลับ

"เฮ้ย-อ้ายแห้ว"

เจ้าแห้วสะดุ้งเฮือกค่อยๆ หันมาทางนิกร แล้วเดินเข้ามาหา

"รับประทานเรื่องเครื่องบินพัง ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนะครับ รับประทานเจ้าคุณท่านเอาลงไปเล่นคนเดียว รับประทานผมเพียงแต่เป็นนักสังเกตการเท่านั้น"

นิกรเค้นหัวเราะ

"คุณพ่ออยู่ข้างล่างเรอะ"

"เปล่าครับ รับประทานวิ่งออกไปนอกถนนใหญ่แล้ว รับประทานกลัวคุณจะอาละวาดครับ"

นายจอมทะเล้นขบกรามกรอด

"ฮึ่ม กูเจ็บใจนัก นี่ถ้าเป็นเอ็งทำของข้าพังละก็ถูกทืบแบนเลยพับผ่าเถอะวะ"

เจ้าแห้วพูดยานคาง

"รับประทานผมรู้ครับ ผมเลยไม่กล้าแตะต้อง"

นิกรจุ๊ย์ปาก

"กูอยากตายเสียแล้ว จะเล่นอะไรบ้างก็มีคนข่มเหงน้ำใจ อ้ายสามคนมันยังไม่กลับมาจากทำงานอีกหรือ"

"รับประทานคุณหมอเพิ่งมาถึงเดี๋ยวนี้เองครับ แต่คุณพลกับอาเสี่ยยังไม่กลับ"

นิกรยิ้มออกมาได้

"เอ็งไปหยิบซากเครื่องบินในห้องเอาให้ข้าที ข้าจะลองปรึกษากับดิเรกดูเผื่อมันจะซ่อมแซมให้ข้าได้บ้าง"

เจ้าแห้วรับคำสั่งเดินไปในห้องนอนของนิกรแล้วหิ้วซากเครื่องบินเครื่องนั้นออกมาส่งให้ นิกรบ่นกะปอดกะแปดอย่างหัวเสีย ถือซากเครื่องบินเดินผ่านเฉลียงหลังตึกลงบันไดไปข้างล่างตรงไปพบกับ ดร.ดิเรกในห้องทดลองวิทยาศาสตร์

เครื่องบินของนิกรเสียหายอย่างที่เรียกว่า พังยับเยิน นายแพทย์หนุ่มไม่สามารถจะซ่อมให้ได้ แต่รับรองว่าจะสร้างให้นิกรเล่นอีกเครื่องหนึ่งภายใน ๗ วันโดยมีเงื่อนไขว่านิกรจะต้องไม่โกรธเคืองพ่อตาของเขา ซึ่ง ดร.ดิเรกชี้แจงให้ฟังว่า ถึงอย่างไรท่านก็เป็นพ่อตา การที่เครื่องบินพังพินาศท่านก็ไม่ได้แกล้ง มันเป็นอุบัติเหตุ

อย่างไรก็ตาม ชนวนเหตุที่เครื่องบินพังทำให้นิกรกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ กินแหนงแคลงใจกัน นายจอมทะเล้นเคร่งขรึมผิดปกติไม่ยอมพูดคุยกับใครทั้งนั้น พลกับเสี่ยหงวนกลับมาจากทำงานรู้เรื่องเข้ามาปลอบโยนนิกร นันทากับนวลลออและประไพกลับมาจากดูหนังก็เข้ามาปลอบโยนนิกรพาประภาเข้ามาด้วย นิกรถึงกับนอนร้องไห้เสียดายเครื่องบินของเขา

อาหารค่ำวันนั้นเจ้าคุณปัจจนึกฯ ไม่กล้าร่วมโต๊ะด้วยเพราะท่านกลัวนิกรนั่นเอง จนกระทั่งคุณหญิงวาดต้องไปฉุดท่านมาห้องรับประทานอาหาร

แล้วคุณหญิงวาดกับเสี่ยหงวน ก็เป็นผู้ไกลเกลี่ยกรณีพิพาทให้ลูกเขยกับพ่อตาปรองดองกัน

"แกจะบ้าหรือวะอ้ายกร" อาเสี่ยพูดอย่างเป็นการเป็นงาน

"เครื่องบินสับประรังเคของแกลำหนึ่งราคากี่สตางค์เชียว แกเคยขโมยเงินคุณอาคิดแล้วรวมทั้งหมดตั้งหลายหมื่น ท่านก็ยังมีน้ำใจสปอรทไม่โกรธเคืองแกเพราะเห็นว่าแกเป็นลูกหมา--เอ๊ยลูกเขย ท่านทำเครื่องบินแกพังแกถึงกับโกรธท่านเชียวเรอะ"

คุณหญิงวาดพูดเสริมขึ้น

"ท่านไม่ใช่คนอื่นเว้ยอ้ายกร น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าหนักนิดเบาหน่อยเราคนไทยด้วยกัน ชาติไทยรุ่งเรืองเพราะคนไทยอภัยให้กัน ไม่อาฆาตพยาบาทกัน"

เจ้าคุณประสิทธิ์ฯ ว่า

"นอกเรื่องไปแล้วคุณหญิงจ๋า ลำบากนักก็อย่าพูดมันเลย นั่งเฉยๆ ดีกว่า"

คุณหญิงค้อนควับ

"พิลึก ดิฉันมีปากไว้พูดนี่คะ ไม่ชอบใจก็อย่าฟังซี"

"จ้ะ จ้ะ เชิญแม่สวดต่อไปเถอะแม่มหาจำเริญ"

กิมหงวนยกมือตบบ่านิกรเพื่อนเกลอของเขา

"หายโกรธคุณอาเสียทีนะ ถ้าแกอยากเล่นกันจะสั่งซื้อมาให้แกสัก ๑๐๐ เครื่อง อะไร้...มันต้องสปอรทอย่างข้าซีโว้ย อ้ายพลเอารถกันไปชนเสาไฟฟ้าพังไปทั้งคันกันยังไม่ได้พูดอะไรให้เพื่อนกระทบกระเทือนใจ แม้แต่คำเดียว"

นิกรยิ้มออกได้

"เปล่า กันไม่ได้โกรธแต่กันเสียดายมัน"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หัวเราะก้าก

"แกมันใจน้อยมาก"

นิกรอมยิ้ม

"คุณพ่อน่ะซีใจน้อย"

"หน็อยแน่ ข้าเคยโกรธใครวะ ที่ทำเป็นโกรธโมโหฉุนเฉียวน่ะข้าแกล้งทำต่างหาก"

นิกรกลัวจะเสียเหลี่ยมก็กล่าวว่า

"ผมก็แกล้งทำเหมือนกัน คนอย่างผมน่ะหรือครับจะโกรธคุณพ่อ เราพ่อตาลูกเขยกันแท้ๆ คนอื่นที่ไหน"

คณะพรรค ๔ สหายหัวเราะขึ้นพร้อมๆ กัน เจ้าแห้วยืนอยู่หน้าต่างร้องเพลงขึ้นเบาๆ ดีใจที่นิกรกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ ปรองดองกัน

เสียใจอย่ามัวเสียใจ

เสียแล้วเสียไปเสียใจป่วยการ

เจ็บใจแค้นใจอย่างไร

เครื่องบินพังไปมันไม่ทนทาน

นิกรตวาดลั่น

"ทะลึ่ง โธ่-อ้ายระยำนี่"

เสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นอีก เจ้าคุณปัจจนึกฯ ยกมือชี้หน้านิกรแล้วพูดเสียงหัวเราะ

"ไหมล่ะ เท่านี้แสดงว่าแกเป็นคนใจน้อยโกรธง่ายที่สุด"

นิกรชักฉิวแต่ฝืนยิ้ม

"คุณพ่อมาพนันกับผมไหมล่ะครับ พนันกันสัก ๓๐,๐๐๐ บาทเป็นยังไง ถ้าใครโกรธใครก่อนคนนั้นต้องแพ้พนัน และเสียเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทให้อีกฝ่ายหนึ่ง เอาไหมล่ะครับ"

ท่านเจ้าคุณหัวเราะงอหาย

"หมายความว่า พนันกันว่าใครจะใจคอหนักแน่นกว่าใคร"

"ครับ ถูกแล้ว คุณพ่อจะยั่วผมจะแกล้งผมอย่างไรได้ทั้งนั้น ถ้าผมโกรธผมต้องจ่ายทรัพย์ ๓๐,๐๐๐ บาทให้คุณพ่อ และผมก็จะยั่วเย้าหรือแกล้งคุณพ่อต่างๆ นานาถ้าคุณพ่อโกรธ ๓๐,๐๐๐ บาทจ่ายมาให้ผม"

"ตกลง อ้ายกร" เจ้าคุณปัจจนึกฯ พูดโพล่งขึ้นแล้วยื่นมือให้นิกรจับ

"ทุกคนเป็นพยานนะ"

นิกรว่า

"เป็นพยานเฉยๆ ใช้ไม่ได้ คุณพ่อกับผมต้องเซ็นเช็คสั่งจ่าย ๓๐,๐๐๐ บาท คนละฉบับฝากคุณอาหญิงไว้"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ นิ่งคิด

"แล้วสัญญาไม่โกรธนี้มีกำหนดสักกี่วัน"

"สามวันครับ นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป"

ท่านเจ้าคุณหัวเราะ

"โอ.เค. เอาละวะ ได้เงิน ๓๐,๐๐๐ บาท ใช้หวานเลย มันจะแปลกอะไรวะแกกระเซ้าฉัน ฉันหัวเราะเสียแล้วฉันก็หาเรื่องยั่วเย้าแกให้แกโกรธ เท่านี้ฉันก็ได้เงินจากแกเท่านั้น เอา-ตกลง ประเดี๋ยวกินข้าวแล้วจ่ายเช็คให้คุณหญิงท่านเก็บไว้ คนอย่างแกน่ะเรอะยั่วเสียพักเดียวก็ขี้คร้านจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเท่านั้นเอง"

กิมหงวนนึกสนุกขึ้นมาก็พูดเสริมขึ้น

"ผมเล่นด้วยคนซีครับ ใครโกรธก่อนคัดออกไป คนสุดท้ายที่ไม่โกรธเป็นผู้ชนะเลิศได้เงิน ๖๐,๐๐๐ บาท"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หัวเราะ

"ได้ สำหรับอาไม่ขัดข้อง แกจะเล่นด้วยก็เอา แต่ถามเจ้ากรดูก่อน"

"เอา-อ้ายหงวน แกอยากเล่นก็เอา ประเดี๋ยวกินข้าวแล้วเขียนเช็คมอบไว้ให้คุณหญิงคนละ ๓๐,๐๐๐ บาทก็แล้วกัน หรือใครอยากจะร่วมพนันวิตถารกับเราอีกก็เอา"

คุณหญิงวาดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

"เดี๋ยว-ประเดี๋ยวก่อน เจ้าคุณคะ ดิฉันชักฟิตขึ้นมาบ้างแล้ว ขอเล่นด้วยคนเถอะค่ะ ดีกว่าแทงหวย ก.ข. หรือสลากกินแบ่งเป็นไหนๆ มีขันติอดทนเท่านั้นก็ชนะเลิศได้เงินใช้หวานๆ "

พลจุ๊ยปาก พูดขึ้นทันที

"อย่ายุ่งกับเขาเลยครับคุณแม่ ตามธรรมดาคุณแม่เป็นคนที่มีอารมณ์ฉุนเฉียว ผิดใจหน่อยก็เป็นฟืนเป็นไฟ พนันกันอย่างนี้เขายั่วเย้ากันนะครับ"

คุณหญิงวาดลืมตาโพลง

"เถอะน่า ใครมันอยากยั่วก็ยั่วไปซี แม่ไม่โกรธก็แล้วกัน เอาละแม่ตกลงเล่นด้วย ลงเงินกันคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท"

คณะพรรค ๔ สหายหัวเราะขึ้นพร้อมๆ กัน เสี่ยหงวนพูดขึ้นเปรยๆ

"ถ้ายังงั้น พวกเราทั้งหมดเล่นกันทุกๆ คนเป็นยังไง"

ประไพว่า "โอ๊ย-ไม่เอาละค่ะ เดี๋ยวมายั่วดิฉันยังโง้นยังงี้ดิฉันตบตายห่า ดิฉันไม่ใช่คนใจเย็นหรอกค่ะ"

นิกรกล่าวถามนายแพทย์หนุ่ม

"ว่ายังไงหมอ แกเอากับเราด้วยไหมล่ะ"

"โน" ดร.ดิเรกร้องเสียงลั่น "เรื่องการพนันขันต่อฝรั่งไม่ชอบโว้ย"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ยิ้มให้เจ้าคุณประสิทธิฯ

"เจ้าคุณล่ะ"

ประมุขของบ้าน "พัชราภรณ์" สั่นศีรษะช้าๆ และพูดเสียงหัวเราะ

"ผมสมัครเป็นคนถือเงินดีกว่า ผมจะรักษาเงินไว้ใครชนะเลิศ ผมก็จะมอบเงินให้ไป"

คุณหญิงวาดกล่าวถามลูกชายของท่าน

"แกเล่นกับเขาไหมล่ะพล"

"ม่ายละครับ คุณแม่ ผมกับนันสมัครเป็นคนดูดีกว่า"

นวลลออพูดขึ้นบ้าง

"ดิฉันก็ขอสมัครเป็นคนดู ไม่ไหวละค่ะ พนันกันตั้งสามสี่หมื่นประเดี๋ยวถูกยั่วทนไม่ไหว แสดงความโกรธออกมาก็ต้องเสียเงินเท่านั้น"

นิกรว่า "โธ่-เงินของอ้ายหงวน มันช่างปะไรครับ"

นวลลออสั่นศีรษะ ยกมือจับแขนประภา

"คุณภาล่ะคะ"

"อุ๊ย-ดิฉันไม่เอาละค่ะ เสมอนอกดีกว่า ใครชนะเลี้ยงโต๊ะจีนพวกเราก็แล้วกัน"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ พูดสรุปความกับคุณหญิงวาด

"เป็นอันว่า คุณหญิงกับผมและเจ้าหงวนเจ้ากร ๔ คนพนันกัน"

คุณหญิงวาดหัวเราะชอบใจ

"ค่ะ ๔ คนก็ ๑๒๐,๐๐๐ บาท"

"ครับ ถูกแล้ว ให้เจ้าคุณประสิทธิ์ฯ ท่านเป็นผู้เก็บรักษาเงิน และเราจะเริ่มแข่งขันกันตั้งแต่ ๖.๐๐ น. พรุ่งนี้เป็นต้นไป"

คุณหญิงนิ่งคิด

"พรุ่งนี้วันพุธ..."

"ครับ"

"เริ่มสัญญา ๖.๐๐ น.วันพุธ"

คุณหญิงวาดพูดยิ้มๆ

"แล้วหมดสัญญาวันอะไรล่ะคะ"

"วันเสาร์ ๖.๐๐ น. ซีครับ ถ้าผู้อดกลั้นไม่โกรธ ๒ คนชนะเลิศด้วยกัน แบ่งเงินไปคนละ ๖๐,๐๐๐ บาท"

กิมหงวนยิ้มแป้น

"ผมคิดว่าผมต้องชนะเด็ดขาด ให้ดิ้นตายเถอะครับ ผมกระเซ้าเสียพักเดียว ใครๆ ก็ต้องโกรธผม"

นิกรกล่าวถามเจ้าคุณปัจจนึกฯ อย่างเป็นงานเป็นการ

"มีเงื่อนไขอะไรบ้างครับคุณพ่อ ตกลงกันเสียก่อน"

"เออ-จริงของแก เงื่อนไข...ง่า...มีแต่เพียงว่าจะยั่วเย้ากันอย่างไรก็ได้ แต่ห้ามถูกเนื้อต้องตัวกัน เป็นต้นว่าแกล้งผลักให้อีกฝ่ายหนึ่งหกล้มหรือล็อคคอหักแขนหักขา ถ้าทำกันอย่างนี้มันต้องโกรธแน่เลย ห้ามไม่ให้ถูกเนื้อตัวกันเสียเลย ใครถูกตัวกันปรับให้เป็นแพ้"

นิกรหน้าจ๋อย

"ว้า-ยังงี้ผมถ้าจะแพ้น่ะละครับ แล้วมีเงื่อนไขอะไรอีกครับเราจะเอาอะไรเป็นเครื่องวัดว่าอีกฝ่ายหนึ่งโกรธ"

ท่านเจ้าคุณนิ่งนึก

"เอายังนี้ก็แล้วกัน ถ้าเราสงสัยว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะโกรธเราหรือไม่เราต้องถามว่า...เล่นยังงี้โกรธรึ...ยั่วยังงี้โกรธรึถ้าตอบว่า ไม่โกรธก็หมายความว่าเขายังไม่โกรธ แต่ถ้าตอบว่าโกรธก็เป็นอันว่าแพ้ ถูกคัดออกจากการแข่งขันทันที"

บรรดาผู้ที่แข่งขันสัญญาไม่โกรธ ต่างเห็นพ้องด้วยต่อจากนั้นก็ปรึกษาหารือกันถึงข้อปลีกย่อยต่างๆ จนเข้าใจกันดี

ค่ำวันนั้นเอง หลังจากคณะพรรค ๔ สหายรับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้วเจ้าคุณ ปัจจนึกฯ คุณหญิงวาด เสี่ยหงวนและนิกร ต่างเซ็นเช็คสั่งจ่ายเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทให้แก่ผู้ถือเช็คคนละฉบับ แล้วก็นำเช็คของตนไปมอบให้เจ้าคุณประสิทธิ์ เก็บรักษาไว้

คืนนั้น ผู้ที่เข้าแข่งขันทั้ง ๔ คนต่างนอนไม่หลับไปตามกัน คิดหาอุบายที่จะแกล้งกันต่างๆ นานา คุณหญิงวาดบอกตัวเองว่าท่านจะพยายามอดกลั้นโทษะ เพื่อชิงตำแหน่งชนะเลิศให้ได้

เช้าวันรุ่งขึ้น สัญญาอันวิตถารยิ่ง ประหลาดที่สุดในโลกก็เริ่มต้นในเวลาย่ำรุ่งตรงดังที่ตกลงกัน คุณหญิงวาดตื่นนอนแต่เช้าตรู่เหมือนเช่นเคย ในราว ๖.๓๐ น. ท่านก็ออกไปใส่บาตรที่นอกถนนใหญ่ เสร็จแล้วกลับเข้ามาในบ้าน พอขึ้นมาบนตึกก็แลเห็นเจ้าคุณปัจจนึกฯ เดินลงบันไดมาจากชั้นบนพอดี

คุณหญิงยิ้มแป้น

"ไง-พ่ออู๊ด ตื่นแล้วหรือลูก"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ สะดุ้งเฮือก หยุดชะงักมองดูคุณหญิงอย่างเดือดดาล

"คุณหญิง มันจะหนักไปกระมังครับ"

คุณหญิงวาดแกล้งทำหน้าตาขึงขัง

"อ้อ-จะต้องให้แม่เรียกแกว่าเจ้าคุณด้วยหรือตาอู๊ดหน็อย ถือยศถือศักดิ์กับแม่ เดี๋ยวตบหัวล้านแตกเลย"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ โกรธจนตัวสั่น ลืมไปว่าขณะนี้ได้เริ่มพนันกันได้

"เอ-ทำไมคุณหญิงดูถูกผมยังงี้ล่ะครับ"

"แน่-อุ๊ยตายจริง เรียกแม่ว่าคุณหญิง ลูกอะไรอย่างนี้เนรคุณแม่"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หน้าแดงก่ำ โกรธจนปากสั่นยกมือชี้หน้าคุณหญิงวาด

"คุณหญิงดูหมิ่นผมเกินไปแล้ว เห็นว่าผมอาศัยคุณหญิงอยู่ในบ้านหรือครับ คุณหญิงกับผมตัดญาติขาดมิตรมิตรกันที มันจะมากไปแล้วคุณหญิง"

คุณหญิงวาดหัวเราะก้าก เดินเข้ามาหยุดยืนยกมือเท้าสะเอวมองดูเจ้าคุณปัจจนึกฯ แล้วพูดเสียงยานคาง

"ล้อเท่านี้โกรธรึคะ โกรธรึ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ เย็นวาบไปหมดทั้งตัว นึกขึ้นได้ว่าสัญญาไม่โกรธได้เริ่มต้นแล้ว ใบหน้าที่บึ้งตึงของท่านเจ้าคุณเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม แล้วท่านก็ฝืนหัวเราะพูดเสียงหนักแน่น

"ไม่โกรธ...ฮา...อย่าเลยคุณหญิง ยิ่งกว่านี้ผมก็ไม่โกรธ ฮิ-ฮิ แหม-ผมเกือบโกรธคุณหญิงเสียแล้วละซีเคราะห์ดีที่นึกขึ้นได้ว่าเราพนันกัน กระเซ้าผมอีกซีครับจ้างผมก็ไม่โกรธ"

คุณหญิงวาดหัวราะคิ๊ก แล้วยกมือไหว้เจ้าคุณปัจจนึกฯ

"ประทานโทษนะเจ้าคะ ถ้าดิฉันล่วงเกินเจ้าคุณบ้างเพื่อยั่วให้เจ้าคุณโกรธดิฉัน"

"อ๋อ ไม่เป็นไรครับคุณหญิง ผมอภัยให้ทั้งคุณหญิงและอ้ายหงวนกับอ้ายกร พนันกันอย่างนี้ต้องยั่วเย้ากระเซ้าปอดกันซีครับ"

คุณหญิงอมยิ้ม

"แล้วเมื่อไรเจ้าคุณจะกระเซ้าดิฉันบ้างล่ะค่ะ"

"ยังครับ ต้องหาโอกาสให้คุณหญิงเผลอตัวเสียก่อน รู้ตัวยังงี้ถึงจะยั่วอย่างไรคุณหญิงก็ไม่โกรธผม"

ทันใดนั้นเอง นิกรก็พาตัวเดินลงบันไดมา เขาเอากางเกงขาสั้นของเจ้าคุณปัจจนึกฯ มานุ่ง เอาผ้าขนหนูขนาดใหญ่ยัดเข้าไว้ในกางเกงตอนหน้าท้องหนึ่งผืน สวมเชิ้ตแขนยาวพับแขนและสวมหัวล้านจำลองเจ้าคุณปัจจนึกฯ แลเห็นเข้าแทนที่จะโกรธกลับหัวเราะก้าก

นิกรหยุดชะงักที่คั่นพักบันได

"แล้วกัน ไม่โกรธผมหรือครับคุณพ่อ"

ท่านเจ้าคุณเอียงคออมยิ้ม

"จ้างข้าก็ไม่โกรธ"

นายจอมทะเล้นยกมือเกาศีรษะ

"โกรธน่า ว้า-ไม่โกรธผมก็แย่ซีครับ"

นิกรเดินลงบันไดตรงเข้ามายืนรวมกลุ่ม กับเจ้าคุณปัจจนึกฯ และคุณหญิงวาด

"เล่นหัวล้านชนกันไหมล่ะครับคุณพ่อ"

ท่านเจ้าคุณสั่นศีรษะ

"ไม่เอา ฉันไม่เล่นกะแก ของแกหัวล้านปลอมของฉันหัวล้านจริงๆ "

คุณหญิงวาดปล่อยเสียงอหาย ท่านมองดูหน้าหลานชายของท่านอย่างขบขัน แล้วพูดพลางหัวเราะ

"แกไปเอาหัวล้านนี่มาจากไหนวะกร"

นิกรยกมือดันหน้าอกคุณวาดเบาๆ

"ออกไปห่างๆ ครับ เหม็นน้ำหมากเหลือเกิน"

อารมณ์ร้ายเกิดขึ้นแก่คุณหญิงวาดทันที

"อ้ายกร! "

นิกรยักคิ้วเผล็บ

"โกรธเรอะ ว่าเท่านี้โกรธเรอะ"

คุณหญิงขบกรามกรอด แต่แล้วก็ฝืนยิ้มพูดเสียงหนักๆ

"ไม่โกรธโว้ย แหม-เกือบเสียท่าอ้ายกรเสียแล้ว ก่อนจะกระเซ้าบอกให้รู้ตัวเสียก่อนซีวะ"

นายจอมทะเล้นหัวเราะ ก่อนที่ใครจะพูดว่ากระไรเสี่ยหงวนก็พาตัวเดินลงบันไดมาหยุดชะงัก ยกมือป้องหน้าผาก มองดูเจ้าคุณปัจจนึกฯ

"อื้อฮือ! แดงเป็นลูกมะอึกเลย"

นิกรหัวเราะคิ๊ก

"ไม่ใช่แดงแจ๋เฉยๆ นะโว้ยอ้ายหงวน มีกลิ่นตุๆ เสียด้วยนา"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ พยายามปลอบใจตัวเองไม่ให้มีโทสะแล้วกล่าวกับคุณหญิงวาดเบาๆ

"น่ากลัวผมแพ้"

นายจอมทะลึ่งพูดเสริมขึ้น

"ผมแพ้ยังดีกว่าแพ้ผม"

แล้วนิกรก็ถอยหลังกรูดเมื่อเจ้าคุณปัจจนึกฯ ขยับเท้าจะเตะเขา

"โกรธหรือครับบอกซีว่าโกรธผม"

ท่านเจ้าคุณหัวเราะเสียงกร้าว

"ใจมันโกรธโว้ย แต่ปากไม่กล้าโกรธ ไม่โกรธว่ะขืนโกรธเสียเงินตั้ง ๓๐,๐๐๐ บาท ใครจะไปโกรธลง แกอยากกระเซ้ายังไงก็เชิญ ไว้ทีฉันบ้าง ฉันจะต้องหาวิธีทำให้แกสองคนโกรธฉันให้ได้"

กิมหงวนว่า

"ผมไม่ใช่คนหัวล้านนี่ครับ จะได้ใจน้อยโกรธง่ายๆ ความจริงถ้าวันไหนแดดจัดๆ คุณอาน่าจะยืนตากแดดสักสองชั่วโมง กลิ่นตุๆ มันจะได้ลดน้อยลง"

คุณหญิงวาดหัวเราะลั่นห้อง

"ต๊ายตาย พ่อหงวนเห็นหัวล้านเจ้าคุณเป็นเนื้อเค็มหรือปลากุเลาไปแล้ว มีอย่างที่ไหนเอาหัวล้านไปตากแดด"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ยิ้มแป้น

"ไม่โกรธ จ้างก็ไม่โกรธ" พูดจบท่านก็พาตัวเดินออกไปทางหลังตึก

พอตะวันสาย คณะพรรค ๔ สหาย ก็ตื่นนอนกันพร้อมหน้า และหลังจากวิทยุบรรเลงเพลงชาติ ทุกคนก็ทยอยๆ กันเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร

นิกรเข้ามาเป็นคนสุดท้าย เขาเดินมาทางเจ้าคุณปัจจนึกฯ พอทรุดตัวนั่งลง ท่านเจ้าคุณก็ดึงเก้าอี้ออก นายจอมทะเล้นก็เสียหลักหกล้มก้นกระแทกพื้นดินดังโครม

ความเดือดร้อนทำให้นิกรผลุนผลัน ลุกขึ้นส่งเสียงเอ็ดตะโรลั่น

"เล่นกับผมยังงี้ได้หรือครับ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ อมยิ้ม พูดเสียงยานคาง

"โกรธเรอะ ล้อเล่นเท่านี้โกรธเรอะ"

คณะพรรค ๔ สหายหัวเราะครืน นิกรฝืนยิ้มอย่างแห้งแล้ง

"ไม่โกรธครับ อูย-ก้นกบแทบหัก"

แล้วเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ระหว่างเจ้าคุณปัจจนึกฯ กับพล พัชราภรณ์

การรับประทานอาหรเริ่มต้นแล้ว อาหารมื้อเช้านี้เป็นอาหารฝรั่ง มีขนมปังกาแฟ ซุปและ สะเต๊ก เจ้าคุณปัจจนึกฯ ยกกาแฟรินใส่ถ้วนจนเต็ม ตักน้ำตาลและเทนมสดลงไป แล้วท่านก็หันไปคุยกับเจ้าคุณประสิทธิ์ฯ นิกรเลยถือโอกาสตักเกลือป่นใส่ลงไปในแก้วกาแฟเจ้าคุณปัจจนึกฯประมาณ ๕ ช้อนชา เจ้าแห้วยืนหัวเราะคิกๆ อยู่ข้างหลัง

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หันมายกแก้วกาแฟขึ้นซด มันเค็มปี๋จนกระทั่งเจ้าคุณสำลักพรวด น้ำกาแฟเลอะเทอะเปรอะหน้าคุณหญิงวาดซึ่งนั่งตรงกันข้ามกับท่าน

ท่านเจ้าคุณรู้แล้วว่าถูกนิกรแกล้ง แต่ทำเป็นไม่รู้เท่าทัน ท่านมองดูคุณหญิงวาดแล้วหัวเราะ

"โกรธผมไหมครับคุณหญิง"

คุณหญิงเกือบจะพูดโพล่งออกมาว่าโกรธ แต่ก็ฉุกใจให้คิดว่าถ้าโกรธก็ต้องเสียเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท

"ง่า-ไม่-ไม่โกรธค่ะ"

เสียงหัวเราะของคณะพรรค ๔ สหาย ดังขึ้นพร้อมกัน ดร.ดิเรกพูดพลางหัวเราะพลาง

"มันเป็นแปลกมาก การพนันแบบนี้ไอไม่เคยพบเลย ที่อินเดียวก็ไม่มีใครเขาเล่นกัน ฮ่ะ ฮ่ะ ทายไม่ถูกว่าใครจะชนะเลิศ น่ากลัวคุณอาหญิงชนะ"

คุณหญิงวาดพูดเบาๆ

"เห็นจะไม่มีหวังแน่ อาแทบจะทนไม่ไหวแล้วนา"

พลว่า

"คุณแม่ต้องอดทนซีครับ เงินตั้ง ๓๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่เงินเล็กน้อยนะครับ"

ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ นิกรหันมายั่วอาเสี่ยบ้าง ยกถ้วยกาแฟของเสี่ยหงวนราดลงบนขาของอาเสี่ย ทำให้กางเกงซากสกินสีขาวเปรอะเปื้อนกาแฟเลอะเทอะไปหมด

เสี่ยหงวนแม้มปากแน่นทำตาปริบๆ มองดูนายจอมทะเล้นอย่างเดือดดาล กางเกงช๊ากสกินตัวนี้เพิ่งตัดมาใหม่ๆ ถูกน้ำกาแฟเปรอะไปทั่ว

"อ้ายกร" กิมหงวนตะโกนสุดเสียง โมโหจนตัวเนื้อสั่น

"นี่มึงเล่นภาษาตะหวักตะบวยอะไรกันวะ"

นายจอมทะเล้นลืมตาโพลง

"โกรธหรือเฮีย บอกสักคำซีว่าโกรธ"

คณะพรรค ๔ สหาย หัวเราะครืน กิมหงวนนึกได้ว่าขณะนี้กำลังเล่นพนันกัน นิกรแกล้งเขาก็เพื่อให้เขาโกรธใบหน้าที่บึ้งตึงของกิมหงวนเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสทันที

"ไม่โกรธโว้ย"

เสี่ยหงวนพูดยานยาง เอื้อมมือหยิบกาแฟยกขึ้นราดลงบนกบาลนิกรอย่างสนุกสนาน

"นี่-มันต้องยังงี้ ถ้าแกไม่โกรธ แกก็มีขันติเก่งกว่ามนุษย์ทั้งหลายแหละวะ"

นิกรหัวเราะงอหาย ทั้งๆ ที่น้ำกาแฟราดลงมาจากศีรษะเขา เปื้อนเสื้อเชิ้ตแอร์โร่และกางเกงปาล์มบีชสีเทาของเขา คราวนี้ทุกคนหัวเราะกันอย่างไม่ต้องอั้น กิมหงวนหายใจหนักๆ วางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะแล้วยกมือไหว้นิกร

"กันนับถือแกเลยโวย้อายกร น่ากลัวแกชนะแน่ แกไม่นึกโมโหบ้างหรือ ถามจริงๆ เถอะวะ"

นิกรสั่นศีรษะ

"โมโหกะลิงอะไรล่ะ กันกำลังอยากได้เงินที่พนันกันนี้ กันจะซื้อเดอรโซโตขี่สักคัน"

การพนันขันต่อเป็นไปอย่างสนุกสนาน แต่คุณหญิงวาดชักท้อใจเสียแล้ว ท่านวิตกว่าท่านจะมีความอดทนไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ทั้ง ๔ คน ยังไม่มีใครแพ้จนกระทั่งอาหารเช้าผ่านพ้นไป

คืนวันนั้นเอง คุณหญิงวาดก็เป็นคนแรกที่ปราชัย มันเป็นคืนเดือนหงายกระจ่างดวง คุณหญิงวาดมานั่งพักผ่อนบนม้ายาวที่เฉลียงหลังตึกตามลำพัง และใช้เวลาเงียบๆ คิดหาวิธีที่จะทำให้เจ้าคุณปัจจนึกฯ กับกิมหงวนและนิกรโกรธท่าน ท่านตั้งใจว่าท่านชนะเลิศได้เงินเดิมพัน ท่านก็จะซื้อแหวนเพชรราคาห้าหกหมื่นใส่อีกสักวง ทั้งๆ ที่ท่านมีแหวนเพชรอยู่แล้วไม่ต่ำกว่า ๒๐ วง ซึ่งแต่ละวงราคาร่วมหมื่นเป็นอย่างถูก

กำลังนั่งเพลินๆ เจ้าคุณปัจจนึกฯ ก็พาตัวเดินออกมาทางหลังตึก ท่านผู้ใหญ่ทั้งสองต่างยิ้มให้กัน

"นั่งสิคะ เจ้าคุณ"

"ครับ ขอบคุณ" แล้วเจ้าคุณก็นั่งลงข้างคุณหญิงวาด

"ยังไงครับ การพนันครั้งนี้คุณหญิงคิดว่าใครจะชนะ"

คุณหญิงวาดหัวเราะเบาๆ

"น่ากลัวจะเสมอกันค่ะ วันนี้ทั้งวันยังไม่มีใครโกรธเลย ง่า-ทีหลังเจ้าคุณอาบน้ำละก้อฟอกศีรษะเสียบ้างนะคะเหม็นเขียวเหลือเกินค่ะ นั่งใกล้ๆ อย่างดิฉันแทบทนไม่ไหว"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ซ่อนยิ้มไว้ในหน้า

"ถึงหัวล้านก็ใจดีนาคุณหญิง เรื่องพนันแบบวิตถารของเราอย่าไปสนใจกับมันเลยนะครับ เราคุยกันดีกว่า ผมหาโอกาสที่จะคุยกับคุณหญิงสองต่อสองอย่างนี้มาหลายวันแล้ว"

"หรือคะ เจ้าคุณมีเรื่องอะไรหรือ? "

"ครับ ถูกแล้ว มีเรื่องสำคัญมากเกี่ยวกับความสุขและอนาคตของผม ง่า-เราลงไปคุยกันในสวนดอกไม้ไม่ดีหรือครับ"

คุณหญิงวาดทำหน้าชอบกล

"พูดกันบนตึกนี่ก็ได้นี่คะ ไม่มีใครได้ยินหรอกค่ะ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ เขยิบเข้ามานั่งเกือบชิดตัวคุณหญิงวาด แล้วพูดเสียงกระซิบแผ่วเบา

"คุณหญิงครับ คืนนี้ ๒ ยาม ผมจะเข้าหาคุณหญิงอย่าใส่กลอนประตูห้องนะครับ ความรักมันทรมานหัวใจผมมาหลายปีแล้ว ผมรักคุณหญิงจนแทบจะตรอมใจตายคืนนี้ ๒ ยาม กรุณาผมหน่อยนะครับ"

คุณหญิงวาดทำตาโตเท่าไข่ห่าน ไม่นึกฝันว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้จากปากเจ้าคุณปัจจนึกฯ เลย โทสะของท่านเดือดพล่าน ใบหน้าแดงกล่ำเพราะความโกรธ ท่านผลุดลุกขึ้นยืนทันที ส่งเสียงเอ็ดตะโรลั่นบ้าน

"เจ้าคุณบ้านหรือดีคะนี่ เกิดฟิตอะไรขึ้นมาเกี้ยวดิฉันหน็อยแน่ะ เห็นดิฉันเป็นคนไวไฟไปแล้วไหมล่ะ ชะ ชะ ชะ ชะ อ้ายเรารึหมดประจำเดือนมาตั้ง ๑๐ กว่าปีแล้ว ยังจะมายุให้เสียคน เสียแรงที่ดิฉันนับถือเจ้าคุณเหมือนกันญาติอันสนิท เลิกนับถือกันที"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ลุกขึ้นยืนและยิ้มแห้งๆ

"คุณหญิงครับ โปรดเห็นใจผมบ้าง ความรักย่อมมีอำนาจเหนือสิ่งอื่นๆ ผมรักและบูชาคุณหญิงจริงๆ คุณหญิงที่รัก ผมตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว คืนนี้ ๒ ยาม ผมจะเข้าหาคุณหญิงแน่นอน"

"โอ๊ย-ตายแล้วกู" คุณหญิงวาดตะโกนลั่น

"ประเดี๋ยวแม่เกิดใจอ่อนขึ้นมาก็ไปกันใหญ่เท่านั้น เจ้าคุณเป็นบ้าไปแล้วรู้ไหม ดูถูกดิฉันเกินไปแล้ว ถ้าขืนพูดบ้าๆ ดิฉันจะตบหน้าเจ้าคุณ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หน้าจ๋อย พูดเสียงเครือแผ่ว

"โธ่-แม่วาดจ๋า พี่พูดขอความรักหน่อยเดียว ไม่น่าโกรธพี่เลย"

เสี่ยหงวนกับนิกรเดินออกมาพอดี แล้วหยุดชะงักเจ้าคุณปัจจนึกฯ ทรุดตัวลงนั่งคุกเขา เงยหน้าขึ้นมองดูคุณหญิงวาดด้วยแววตาโหยละห้อย

"คุณหญิงคือดวงจันทร์ในดวงใจผม โถ-คนดี อย่าโกรธผมนะ"

คุณหญิงวาดแผดเสียงลั่น

"โกรธซีวะ ทำไมจะไม่โกรธ"

สองสหายหัวเราะก้าก อาเสี่ยกระโดดตัวลอย

"ไชโย้! คุณอาหญิงแพ้ไปคนหนึ่งแล้วโว้ย ฮ่ะ ฮ่ะ เหลืออีก ๓ คนเท่านั้น สู้กันให้ยับไปเลย"

เจ้าคุณปัจจนึกลุกขึ้นยืน ยิ้มให้คุณหญิงวาด

"ผมเสียใจด้วยที่คุณหญิงถูกผมแกล้งยั่วแล้วโกรธผมเป็นอันว่า คุณหญิงแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข"

คุณหญิงวาดยืนตะลึง

"อุ๊ยตาย ตาย-ตายแน่ เสียท่าเจ้าคุณเสียแล้ว โอ๊ย-สามหมื่นลอยน้ำไปแล้ว" พูดจบท่านก็ยกมือตีอกชกหัวตัวเองอย่างเดือดดาล

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หันมายักคิ้วกับสองสหาย

"ยั่วเสียพักเดียวอยู่เลย"

คุณหญิงวาดร้องไห้ ยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตา เสียดายเงินของท่าน

"กูหนอกู แก่จนป่านนี้ยังเสียท่าเขาง่ายๆ ฮือ-ฮือ ใครชนะเอาเงินไปกินขอให้คอหอยพอก"

"อ้าว" ทั้งสามคนร้องขึ้นพร้อมๆ กัน

คุณหญิงวาดเดินร้องไห้เข้าไปในห้องกลาง เจ้าคุณปัจจนึกฯ กับนิกรและเสี่ยหงวน ต่างหัวเราะชอบใจไปตามกัน

"กันนึกแล้วว่าคุณอาต้องแพ้เป็นคนแรก"

เสี่ยหงวนพูดพลางหัวเราะพลาง ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบซองบุหรี่รอนสันออกมาเปิด ยื่นให้เจ้าคุณปัจจนึกฯ กับนิกร พ่อตากับลูกเขยหยิบบุหรี่การิคขึ้นมาคนละมวน กิมหงวนดีใจเหลือที่จะกล่าวที่เจ้าคุณหยิบบุหรี่มวนที่อาเสี่ยทำเครื่องหมายไว้เอาไปสูบ กิมหงวนรีบจุดบุหรี่ให้ทันที บุหรี่มวนที่เจ้าคุณ ปัจจนึกฯ กำลังสูบพ่นควันอย่างสบาย กิมหงวนได้เอาประทัดจีนดอกเล็กๆ ยัดไว้หนึ่งดอก ซึ่งประทัดนี้ ดร.ดิเรกได้ประดิษฐ์ให้กิมหงวนตามที่ขอร้อง มีเสียงระเบิดดังกว่าประทัดธรรมดาหลายเท่า

ท่านเจ้าคุณยิ้มให้สองสหาย

"ไง...แกจะล้อหัวล้านฉันอีกยังได้นา"

เสี่ยหงวนอมยิ้ม

"ไม่ล้อละครับ ล้อผู้ใหญ่บาปกรรม หาวิธีกระเซ้าคุณอาอย่างอื่นดีกว่า ยังมีเวลาอีกตั้ง ๒ วัน ผมจะปราบอ้ายกรเสียก่อน แล้วค่อยปราบคุณอาทีหลัง"

ท่านเจ้าคุณโบกมือพูดเสียงหัวเราะ

"เมินเสียเถอะอ้ายหงวน ไม่มีอะไรที่แกจะทำให้อาโกรธได้หร็อก แกกับอ้ายกรนั่นแหละระวังตัวให้ดี เจอลูกไม้คนแก่เข้าแกจะต้องโกรธแน่นอน"

นิกรยักคิ้วแพล็บ

"พี่อู๊ดพูดยังงี้ก็ไม่ถูก"

"อ้าย..ทะลึ่งกับฉันยังงี้เดี๋ยวก็โดนเตะเท่านั้น"

"นั่นแน่ ขุนช้างโกรธละโว้ยอ้ายหงวน"

อาเสี่ยยิ้มให้ท่านเจ้าคุณ

"โกรธหรือครับ กระเซ้านิดหน่อยยังงี้โกรธ..."

เจ้าคุณฝืนยิ้มอย่างยากเย็น พูดเสียงยานคาง

"ไม่โกรธ ล้ออีกก็ได้ ล้อกันนิดหน่อยเท่านี้ถึงกับโกรธก็บ้าละวะ"

แล้วท่านก็ยกบุหรี่ขึ้นดูด ทันใดนั้นเอง ประทัดในมวนบุหรี่ก็ถูกไฟไหม้ชะนวนระเบิดขึ้นเสียงดังราวกับกระสุนปืนพก

"ปัง! "

เจ้าคุณร้องสุดเสียง ยืนตัวสั่นงันงกเพราะความตกใจ และความตกใจที่เกิดขึ้นทำให้ท่านโมโห สองสหายหัวเราะลั่น นิกรพูดพลางหัวเราะพลาง

"เฮ้ย! ดูซีวะ อ้ายหงวน คุณพ่อหน้าดำไปแถบหนึ่งแล้ว ฮ่ะ ฮ่ะ เหมือนกับตัวงิ้วหน้าดำตอนถวายปลาโว้ย"

ท่านเจ้าคุณโมโหจนหน้าเขียวและลืมตัว

"เลวมาก อ้ายหงวน มึงเล่นกับกูยังงี้ใช้ได้รึ"

เสี่ยหงวนขมวดคิ้วย่น

"นั่นแน่ เพื่อนกันแท้ๆ ล้อเล่นเท่านี้โกรธ"

"ใครเป็นเพื่อนมึง อ้ายระยำ ทะลึ่งไม่รู้จักกาละเทศะ ไม่รู้จักนิ้วก้อยหัวแม่มือ เด็กผู้ใหญ่"

"อุ๊ยโมโห น่าเอ็นดูจริ๊งพ่อคุณ เล่นยังงนี้โกรธหรือ? "

"โกรธซีวะ! "

สองสหายหัวเราะก้าก ต่างกระโดดโลดเต้นตบมือ กระทืบเท้า โดยเฉพาะนิกรเป่าปากเปี๊ยว

"ไชโย คุณพ่อแพ้เราแล้ว" นิกรแหกปากพูดเสียงลั่นบ้าน

"อ้ายหงวน ต่อไปนี้แกกับกันตัวต่อตัว"

อาเสี่ยยักคิ้ว

"หรือเรายอมเสมอกัน แบ่งเงินคนละครึ่งยังได้นา"

นายจอมทะเล้นสั่นศีรษะ

"เสียใจ กันมั่นใจว่ากันจะต้องชนะ อย่าแบ่งดีกว่าใครชนะก็รวบเอาไปให้หมด เพราะมีตำแหน่งชนะเลิศเพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ แม้มปากแน่น มีทีท่าเหมือนกับจะเป็นลม เมื่อโทสะของท่านหายไป ท่านก็นึกได้ว่า ๒ สหายแกล้งยั่วให้ท่านโกรธ ท่านเจ้าคุณเดือดดาลตัวเองอย่างที่สุด

"โอย-เสียท่าอ้าย ๒ คนนี้เสียแล้ว ว้า-แย่โว้ย เงินตั้ง ๓๐,๐๐๐ น่าเสียดายเหลือเกิน เอาไปเถอะวะ ข้ามันไม่ดีเอง ถือขันติได้หน่อยเดียวขันก็เลยแตก"

นิกรเดินร้องเพลงเดินย้อนเข้าไปในห้องโถง ปล่อยให้เสี่ยหงวนสนทนากับเจ้าคุณปัจจนึกฯ ต่อไป พอดีนวลลออเมียรักของเสี่ยหงวนเดินลงบันไดมาจากชั้นบนของตัวตึก

ความคิดอันแยบคายบังเกิดขึ้นกับนิกรทันที ถ้าหากว่าเขาขอร้องให้นวลลออร่วมมือกับเขายั่วเย้ากิมหงวน อย่างไรอาเสี่ยก็ต้องโกรธเขาอย่างไม่มีปัญหา คิดแล้วนิกรก็เดินยิ้มกริ่มเข้ามาหานวลลออ ยกมือจับแขนหล่อนพาออกไปทางหน้าตึก

"นี่จะพาดิฉันไปไหนคุณนิกร" แม่เสือนวลลออพูดยิ้มๆ

"พามาปรึกษากันที่นี่แหละครับ คุณนวลครับ คุณอาหญิงกับคุณพ่อแพ้พนันถูกตัดออกไปแล้ว ขณะนี้เหลือผมกับอ้ายเสี่ย ๒ คน"

นวลลออทำตาโต

"คุณอาแพ้แล้ว"

"ครับ ยั่วเสียพักเดียวโมโหเต่าเลย ถ้าหากว่าคุณยอมร่วมทางกับผม เล่นละครตลกฉากสั้นๆ

สักหนึ่งฉากกิมหงวนต้องโกรธผมแน่นอน แล้วผมจะสมนาบุญคุณให้เงินสดคุณ ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นรางวัล"

นวลลออหัวเราะเบาๆ ถูมือทั้งสองข้างไปมา

"จริงหรือคะ คุณนิกร"

"ครับ"

"ถ้ายังงั้นตกลงคะ คุณจะให้ดิฉันทำยังไงคะ"

นิกรว่า "ไม่ยากเย็นอะไรหร็อกครับ คุณแกล้งทำเป็นว่าคุณมีความสัมพันธ์กับผมในทางชู้สาว และเราแสดงบทบาทโรมานซ์ให้กิมหงวนเห็นสักหน่อยเดียว ๑๐,๐๐๐ บาทจะเป็นของคุณทันที"

"คุณต้องให้ดิฉันจริงๆ นะคะ"

"ปู้โธ่ ถ้าหากว่าผมบิดพริ้ว ผมยอมให้คุณด่าผมเลย"

"ตกลงค่ะ" นวลลออพูดเสียงหัวเราะ ยกมือขวาออกมาให้นิกรจับแสดงถึงมิตรภาพอย่างสูง "ที่คุณพูดมานี่ดิฉันเข้าใจแล้ว เราจะเริ่มยั่วเฮียในคืนนี้ละหรือคะ"

"ครับ คุณไปคอยผมที่เก้าอี้ชิงช้าข้างเรือนต้นไม้โน่น ประเดี๋ยวผมจะตามไป ผมจะให้อ้ายแห้วเป็นหน้าม้าไปบอกเจ้าหงวนว่า เรามีท่าทางว่าจะเป็นชู้กัน ถึงกับแอบไปคุยกันบนเก้าอี้ชิงช้า อ้ายเสี่ยมันเป็นขี้หึงขนาดหนักจะต้องแอบไปดูเราเพื่อให้เห็นเท็จและจริง ผมจะทำเป็นกอดคุณและจูบคุณ"

นวลลออทำปากห่อลืมตาโพลง

"ไม่ไหวละค่ะ ทำไมต้องถึงกับจูบกันด้วย"

"เถอะน่า คุณน่ะเท่ากับพี่สาวผม ให้ผมจูบทีเดียวไม่เสียหายหร็อกครับ"

หล่อนยิ้มอายๆ

"จูบตรงไหนคะ"

"ก็จูบแก้มน่ะซีครับ"

แม่เสือนวลลออถอนหายใจโล่งอก

"ตกลงค่ะ จูบทีหนึ่งได้เงินตั้งหมื่นดีเหมือนกัน"

นิกรหัวเราะ

"ไปเถอะครับ ไปนั่งบนเก้าอี้ชิงช้านั่น อย่างช้าอีก ๕ นาทีผมจะตามไป" พูดจบนิกรก็กลับเข้ามาในห้องโถง

นายจอมทะเล้นขึ้นบันไดไปชั้นบน สักครู่กับกลับลงมาค้นหาตัวเจ้าแห้วรอบตึกก็ไม่พบ เขาแลเห็นแสงไฟในห้องสมุดสว่างจ้า ก็รีบพาตัวเข้าไปในห้องสมุดของบ้าน "พัชราภรณ์" แล้วเขาก็พบเจ้าแห้วนั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟาร์กำลังอ่านหนังสือ พระราชนิพนธ์เรื่อง "มัทนะพาธา" หรือตำนานดอกกุหลาบอย่างสบาย

"เฮ้ย! "

เจ้าแห้วสะดุ้งโหยง รีบปิดหนังสือและลุกขึ้นยืน

"ฮือ" นิกรคราง

"มึงนี่นับวันยิ่งทลึ่งหนักมือขึ้นห้องสมุดนี่น่ะมึงไม่มีหน้าที่เข้ามารุ่มร่ามเลย สำหรับพวกเจ้านายเท่านั้น มักชักจะมากไปละโว้ยอ้ายแห้ว"

"นั่นน่ะซีครับ" เจ้าแห้วสารภาพ

"รับประทานคุณมีธุระอะไรที่จะให้ผมหรือครับ หรือว่ารับประทานจะให้ผมช่วยอะไรบ้าง"

นิกรมองซ้ายมองขวาเสียก่อน

"ข้าจะให้เอ็งช่วยเป็นหน้าม้าต้มอ้ายเสี่ย"

"อ๋อ รับประทานเรื่องนี้ผมถนัดนักครับ"

นายจอมทะเล้น เล่าแผนการณ์ของเขาให้เจ้าแห้วฟังจนเข้าใจดี แล้วก็กล่าวกับคนใช้จอมแก่น

"ไป-ไปหาอ้ายเสี่ยเดี๋ยวนี้ ใช้วาทะศิลป์ของแกพูดให้มันเชื่อว่า ข้ากับคุณนวลเป็นชู้กัน ถ้าอ้ายหงวนโกรธข้าก็ชนะพนัน แล้วข้าจะให้รางวัลเอ็งพันบาท จ่ายทรัพย์สดในคืนนี้ทีเดียว"

"อุ๊ย" เจ้าแห้วคราง "พันบาทเชียวหรือครับ...ไชโย้! "

"เฮ้ย! " นิกรตวาด "ดันแหกปากออกมาได้ ถ้าอ้ายเสี่ยมันได้ยินเข้าเกิดพิธีแตก กบาลของเอ็งจะต้องแตกรู้ไหม"

เจ้าแห้วอมยิ้มแล้วจุ๊ย์ปาก

"แหม-รับประทานคำคมซะด้วยนะครับ คุณรีบไปนั่งคุยกับคุณนวลเถอะครับ ผมอยู่ทางนี้จะจัดการใส่ไฟให้เรียบร้อย รับประทานรับรองว่าอาเสี่ยจะต้องโกรธแน่ๆ เพราะแกรักและหวงคุณนวลราวกับดวงใจ"

สองบ่าวนายพากันเดินออกไปจากห้องสมุด นิกรออกไปทางหน้าตึก ส่วนเจ้าแห้วไปทางหลังบ้าน เจ้าแห้วแลเห็นอาเสี่ยกิมหงวนกำลังนั่งคุยกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ อย่างเงียบๆ ก็ยืนเกาะเสาปูนมองดู จนกระทั่งเสี่ยหงวนหันมาเห็นเข้า เจ้าแห้วก็พยักเพยิดกวักมือเรียก

อาเสี่ยขมวดคิ้วย่น

"อะไรของมึงวะ อ้ายแห้ว"

"รับประทานเชิญมาทางนี่เดี๋ยวครับ"

เสี่ยหงวนลุกขึ้นเดินเข้ามาหาเจ้าแห้ว แล้วถามห้วนๆ

"ว่าไง"

เจ้าแห้วจูงมือเสี่ยหงวนพาเดินเข้าไปในห้องโถง และเลี้ยวขวามืดเข้าไปในห้องสมุด แกล้งทำเป็นมองซ้ายมองขวาแล้วพูดกระซิบกระซาบ

"รับประทานผมน่ะเคารพรักอาเสี่ยเหมือนกับพ่อของผมเชียวครับ รับประทานเมื่อมีเรื่องที่จะทำให้อาเสี่ยต้องเสื่อมเสียเกียรติ ต้องอับอายขายหน้าเขา รับประทานกระผมก็ต้องเรียนให้อาเสี่ยทราบ"

กิมหงวนหน้าตื่น กล่าวถามอย่างเป็นงานเป็นการ

"เล่าให้ข้าฟังเดี๋ยวนี้ เรื่องราวมันเป็นยังไง"

เจ้าแห้วถอนหายใจหนักๆ

"รับประทานพูดไปอาเสี่ยเชื่อก็ดี ถ้าอาเสี่ยไม่เชื่อผมก็อาจจะถูกอาเสี่ยไล่เตะ"

"เถอะน่า พูดมาเถอะอ้ายแห้ว เอาเถอะข้าจะเชื่อเอ็ง"

เจ้าแห้วเม้มปากแน่น

"รับประทานอาเสี่ยคงจะจำภาษิตโบราณได้ ช้างสาร, งูเห่า, ปลาเจ่า, เมียรัก"

อาเสี่ยกลืนน้ำลายเอื้อก

"ข้าเก่าโว้ย ไม่ใช่ปลาเจ่า"

"นั่นแหละครับ ถูก แล้วรับประทานอาเสี่ยเคยเฉลียวใจบ้างไหมครับว่า คุณนวลได้ทรยศต่ออาเสี่ยเสียแล้ว"

กิมหงวนตกใจยืนตะลึง

"หา? หมายความว่านวลของข้ามีชู้ยังงั้นหรือ? "

"แน่เหลือเกินครับ รับประทานผมได้เห็นกับตามานานแล้ว สองจิตสองใจไม่กล้าบอกอาเสี่ย เพิ่งตัดสินใจวันนี้เอง"

เสี่ยหงวนกระซิบถาม

"เป็นชู้กับอ้ายพลใช่ไหม? "

"ไม่ใช่ครับ รับประทานเป็นชู้กับคุณนิกร"

"โอ๊ย" เสี่ยหงวนเผลอตัวอุทานออกมาดังๆ

"ตายละวะกู สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในยุคนี้มันมักจะเป็นไปได้เสมอ เล่าให้ข้าฟังให้ละเอียดซิอ้ายแห้ว เอ็งรู้เห็นอย่างไรบ้าง"

เจ้าแห้วใส่ไฟต่อไป

"รับประทานบางทีก็ในสวนดอกไม้ บางทีก็ข้างโรงรถ แต่โดยมากรับประทานที่เก้าอี้ชิงช้าข้างเรือนต้นไม้หน้าตึกครับ"

กิมหงวนแปลกใจตัวเอง ไม่พยายามนึกคิดในทางอกุศล

"เอ็งเข้าใจผิดกระมังอ้ายแห้ว เพื่อนฝูงกันคุยกันจะแปลกอะไรวะ"

"ปู้โธ่ รับประทานกระผมแอบดูนี่ครับ ให้ตายโหงตายห่าก้าวไปธรณีสูบ ให้พระแก้วพระกาฬผลาญชีวิตผมยังได้ เพื่อนกันทำไมถึงกอดกันและจูบกันล่ะครับ จูบกันดังจ๊วบๆ กอดกันกลมดิก รับประทานเห็นคุณนิกรทั้งจูบทั้งฟัดทั้งขยำ"

อาเสี่ยทำท่าเหมือนกับจะเป็นลม แข้งขาอ่อนเปียกไปหมดหูอื้อนัยน์ตาพร่าพราว

"โอย ขึ้นไปเอายาดมทีเถอะวะอ้ายแห้ว ลมใส่กูแน่"

เจ้าแห้วโบกมือ

"รับประทานใจแข็งหน่อยซีครับ"

เสี่ยหงวนกลืนน้ำลายติดๆ กันหลายครั้ง

"ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยโว้ย อ้ายแห้ว ก็อ้ายกรมันเพื่อนรักของข้า คนอื่นที่ไหน เพื่อนเรามันจะเผาเรือนก็ผิดไปละวะ"

เจ้าแห้วหัวเราะ

"รับประทานตามใจอาเสี่ยเถอะครับ ผู้ชายที่ถูกเมียเอาเขาสวมหัว ก็มักจะไม่ยอมเชื่อใครว่าเมียมีชู้ รับประทานอาเสี่ยอยากเห็นเท็จจริงก็ออกไปดูซีครับ ดูให้เห็นกับตาจะได้รู้ว่าอ้ายแห้วมันได้กระทำหน้าที่คนใช้ผู้ซื่อสัตย์ต่ออาเสี่ยอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่คนใช้เฮงซวย"

ใบหน้าของกิมหงวนซีดเผือด

"หมายความว่า ขณะนี้อ้ายกรกับเมียข้ากำลังพรอดรักกัน"

"ครับ ออกไปดูที่เก้าอี้ชิงช้าข้างเรือนต้นไม้หน้าตึกซีครับ โอ๊ย-รับประทานจูบกันตละทีดังขึ้นมาถึงบนตึก"

"อื้อฮือ" อาเสี่ยคราง "อ้ายกรมันไม่ได้ปราณีเมียข้าเลย ง่า-เอ็งไปแอบดูมาแล้วใช่ไหม? "

เจ้าแห้วพยักหน้า

"ครับ รับประทานผมเข้าไปดูจนใกล้ คุณนิกรทั้งจูบทั้งเคล้าคลึง รับประทานผมได้ยินทั้งสองคนปรึกษาหารือกันว่าจะวางยาพิษอาเสี่ย"

กิมหงวนเย็นวาบไปทั้งตัว

"นี่ถึงกับคบคิดกันจะวางยาพิษข้าเชียวหรือ ตายแน่กูมิน่าละ ข้าผิดสังเกตอยู่เหมือนกัน หมู่นี้นอนหันหลังให้ข้าทุกคน อ้ายเรานอนดิ้นไปถูกตัวเข้าหน่อยก็เอ็ดตะโรกลางดึกกลางดื่น จะจูบก็ไม่ยอมให้จูบหาว่าข้าไม่ได้แปรงฟัน ฮึม...ยิ่งรักมากก็ยิ่งแค้นมาก เพื่อนน้ำมิตรเกิดทรยศ อนิจจา เพื่อนรักหญิงงาม"

เจ้าแห้วพูดตัดบท

"รับประทานออกไปดูให้ชื่นใจหน่อยซีครับ ขืนชักช้าประเดี๋ยวจะหมดชุด"

เสี่ยหงวนขบกรามกร้วมๆ นัยน์ตาวาวโรจน์น่ากลัว

"ดีแล้ว ข้าต้องดูให้เห็นเท็จจริง ถ้าอ้ายกรกับนวลลออเป็นชู้กัน ฮะ..ฮ้า..เอาไป เมียคนเดียวข้ายกให้"

"อ๊า" เจ้าแห้วอุทาน

"รับประทานอาเสี่ยไม่เสียดายหรือครับ ผู้หญิงที่สวยอย่างคุณนวล ผมให้อาเสี่ยพลิกแผ่นดินหาก็หาอีกไม่ได้"

กิมหงวนพูดเสียงอ่อย

"นั่นนะซี โธ่...ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย อ้ายเรารึเลี้ยงเมียยังกะเลี้ยงแม่ แม้แต่ขนจั่กกะแร้เรายังอุตส่าห์ถอนให้ น้ำใจของผู้หญิงเป็นอย่างนี้เอง ประเดี๋ยวพ่อขายเลหลังให้เจ๊หนอมไปเลย"

ครั้นแล้วเสี่ยหงวนก็เดินออกไปจากห้องสมุด อารมณ์ของเขาเดือดพล่าน เขาคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ถ้าไม่เป็นความจริงแล้ว เจ้าแห้วคงไม่กล้ามาเล่าให้เขาฟังเป็นแน่ ในยามนี้ แสงจันทร์แจ่มจรัสไปทั่วบ้าน "พัชราภรณ์" อยู่ในความสงบเงียบ เสี่ยหงวนลงมาจากตึกด้วยความระมัดระวัง วิ่งปราดไปที่ต้นนกยูงใหญ่ เพื่ออาศัยร่มเงาของต้นไม้กำบังตัว

นิกรกับนวลลออ แลเห็นกิมหงวนตั้งแต่เขาออกจากห้องโถง

"แสดงบทบาทให้แนบเนียนหน่อยน่ะครับ อ้ายหงวนกำลังเข้ามาหาเราแล้ว โน่น-เห็นไหมครับ มองดูไกลๆ เหมือนหมาฝรั่ง"

นวลลออหัวเราะเบาๆ นิกรยกมือซ้ายประคองกอดหล่อน พอชำเลืองหางตาแลเห็นเสี่ยหงวนคลานเข้ามาแอบหลังกอพุทธรักษาจากเก้าอี้ชิงช้าประมาณ ๔ เมตร นิกรค่อยๆ ยกมือเชยคางนวลลออขึ้น

"นวลจ๋า พี่จูบนวลไม่เบื่อเลย"

นวลลออยิ้มอ่อนหวาน

"พอทีเถอะค่ะเดี๋ยวแก้มนวลลออจะช้ำเสียหมด"

นิกรก้มลงจูบหล่อนทันที นวลลออตกใจเมื่อริมฝีปากของนิกรแนบแน่นกับริมฝีปากของหล่อน และแล้วหล่อนก็อ่อนเปียกอยู่ในวงแขน

ทันใดนั้นเอง กิมหงวนก็ปราดออกมา

"อ้ายเพื่อนทรยศ" เสี่ยหงวนตะโกนลั่น

"อีหญิงแพศยา หน้าด้านเหมือนสะพานพุทธฯ ฮึ่ม-แม่กากีแกมเขียว"

หนุ่มสาวผละออกจากกันทันที นวลลออทุบนิกรดังพลั่ก

"นี่แน่ บ้าจังเลยคุณนิกรนี่ เล่นจูบยังงี้มีอย่างรึ"

นิกรยกมือไหว้เสี่ยหงวนและทำเป็นกลัวลาน

"เพื่อนเอ๋ย ยกโทษให้กันเถอะเพื่อน กันผิดไปแล้ว"

อาเสี่ยเค้นหัวเราะ

"ยกโทษ เมินเสียเถอะ กูโกรธมึงมากรู้ไหม? "

นายจอมทะเล้นแกล้งทำหน้าเศร้าๆ

"กันผิดพลั้งไปหนเดียวเท่านั้นไม่น่าจะโกรธกันเลย"

กิมหงวนตะโกนราวกับช้างร้อง

"โกรธซีวะ เล่นทรยศกันอย่างนี้มันต้องโกรธ กูโกรธมึงตลอดชีวิตเลย"

นิกรอมยิ้ม

"โกรธจริงๆ สาบานก่อน"

"จริงซีวะ ให้ตายโหงตายห่าซีเอ้า"

นิกรพยักหน้า

"ก็ดีแล้วนี่ การพนันสัญญาไม่โกรธของเราจะได้สิ้นสุดเสียที เป็นอันว่าชัยชนะอันเด็ดขาดเป็นของกันแล้ว"

กิมหงวนสะดุ้งเฮือก ความโกรธและความหึงหวงหายไปทันที เขารู้ว่าเขาเสียท่านิกรด้วยกลอุบายอันลึกซึ้ง

"อ้ายกร...." อาเสี่ยคราง

"โกรธไหม" นิกรพูดยานคาง

กิมหงวนหัวเราะ

"ไม่โกรธโว้ย"

"เสียใจ เมื่อกี้นี้ถึงกับลงทุนสาบานว่าแกโกรธจะมากลับคำง่ายๆ ยังไงวะ เราไม่ใช่เด็กทารก เฮ้อ-โล่งใจไปที"

กิมหงวนทั้งฉิวและทั้งขัน มองดูหน้าเมียรักของเขาซึ่งนั่งหัวเราะร่วน

"ไงจ๊ะนวล คบคิดกับอ้ายกรต้มเฮียหรือ? "

แม่เสือพยักหน้า

"ค่ะ คุณนิกรสัญญาว่า ถ้าแกชนะเฮียจะแบ่งเงินให้นวลหมื่นบาท เป็นอันว่านวลได้เงินหมื่นบาทหวานๆ แล้วเฮียอยากโง่ทำไมล่ะ กำลังพนันก็ต้องนึกเฉลียวใจบ้างซีคะ"

เสี่ยหงวนทำท่าเหมือนกับจะเป็นลม

"ว้า...ไม่น่าเสียทีอ้ายกรเลย แล้วอ้ายกรมันจูบนวลหรือเปล่า"

"จูบค่ะ ทีเดียวเท่านั้น"

อาเสี่ยทำตาปริบๆ

"ทำไมไปให้มันจูบเล่า"

"โอ๊ย-คุณนิกรกับนวลก็เท่ากับเป็นพี่น้องกันแท้ๆ จูบกันทีสองทีจะแปลกอะไรคะ"

กิมหงวนถอนหายใจอีกครั้งหนึ่ง

"อ้ายแปลกน่ะ ไม่แปลกหร็อก แต่มันจะเคยตัวน่ะซี" แล้วเขาก็ยกมือชี้หน้านายจอมทะเล้น "ทีหลังไม่ได้นะโว้ย"

นิกรหัวเราะก้าก

"อย่างกนักเลยวะ เมียแกก็เหมือนแม่กันนั่นแหละ"

"อุ๊ยตาย" นวลลอออุทานขึ้น

"คุณนิกรนี่แหละพูดอะไรก็ไม่รู้"

นิกรก้มลงกราบบนตักนวลลออ

"อภัยให้ผมนะครับที่ล่วงเกินคุณ ไปบนตึกเถอะครับผมจะจ่ายเช็คหมื่นบาทให้คุณเดี๋ยวนี้"

เสี่ยหงวนบ่นพึมพำสั่นศีรษะช้าๆ พอนิกรประคองนวลลออลุกขึ้นอาเสี่ยก็แสดงน้ำใจนักกีฬาเดินเข้ามายื่นมือให้นิกรจับ

"แกแน่โว้ย อ้ายกร กันขอแสดงความยินดีด้วย ผ่าเถอะวะ แกนี่เล่ห์เหลี่ยมพราวเลย"

นิกรตบศีรษะอาเสี่ย

"คืนพรุ่งนี้กันจะเลี้ยงแกเพื่อฉลองชัยชนะของกัน"

นวลลออเดินนำหน้าพากิมหงวนกับนิกรไปที่ตึกใหญ่ เจ้าแห้วนั่งหัวเราะท้องคัดท้องแข็งอยู่ที่บันไดหินอ่อนอาเสี่ยเดือดดาลเต็มทน ก็ยกมือแขกกบาลเจ้าแห้วดังสนั่นหวั่นไหว

"นี่แน่ะ หน้าม้าดีนัก หลอกเอากูหลงเชื่อ เลยแพ้อ้ายกรต้องเสียเงินไป ๓๐,๐๐๐ บาท"

เจ้าแห้วสูดปากลั่น ยกมือลูบคลำหน้าแข้งและครางหงิง นิกรแปลกใจอย่างยิ่ง

"เฮ้ย-อ้ายหงวนมันแขกกบาลแก ทำไมไม่คลำหัวโว้ยผ่าไปคลำหน้าแข้ง"

เจ้าแห้วฝืนหัวเราะ

"รับประทานเส้นมันแล่นถึงกันครับ"

สองสหายกับนวลลออพากันเข้ามาในห้องโถง ต่างแลเห็นเจ้าคุณปัจจนึกฯ นั่งพักผ่อนอยู่บนโซฟาร์ตามลำพังกิมหงวนลืมคิดไปว่ายังอยู่ในระหว่างการแข่งขัน ก็กล่าวกระเซ้าเจ้าคุณปัจจนึกฯ

"แม่โว้ย พระอาทิตย์ขึ้นกลางคืนแดงแจ๋เชียวโว้ยอ้ายกร"

เหมือนกับเอาไม้กระทุ้งก้นเสือ เจ้าคุณแผ่นพรวดลุกขึ้นมายกเท้าเตะกิมหงวนเต็มเหนี่ยว

"นี่แน่ะ ทะลึ่งนัก"

อาเสี่ยลอยหน้าลอยตาพูด

"ล้อเท่านี้โกรธหรือครับ โกรธรึ"

ท่านเจ้าคุณตะโกนลั่น

"โกรธซีโว้ย กูแพ้พนันแล้วนี่หว่า"

เสี่ยหงวนสะดุ้งโหยง

"ไอ๊ย่า....ขอโทษเถอะครับ ผมนึกว่าคุณอายังไม่แพ้ ง่า-อ้ายกรชนะเลิศแล้วละครับ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ลืมตาโพลงหัวเราะก้าก

"แกแพ้อ้ายกร..."

"ครับ-ถูกอุบายมันหน่อยเดียวผมเลยโกรธมัน" พูดจบกิมหงวนก็เล่าให้ท่านเจ้าคุณฟังถึงอุบายอันแนบเนียนของนายจอมทะเล้น

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ตบมือหัวเราะชอบใจ แล้วท่านพูดกับลูกเขยของท่าน

"เลี้ยงโต๊ะจีนนะโว้ย"

"ครับ พรุ่งนี้เลี้ยงแน่ เลี้ยงดูปูเสื่อพร้อม ผมจะซื้อเดอรโซโต้สักคัน เหลือเงินเท่าไรเลี้ยงกันให้สะบั้นไปเลย ผมต้องรีบไปเอาเงินที่คุณอาเสียก่อน"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ กล่าวสัพยอกนวลลออ

"ไงหมื่นบาทหวานไปเลยนะแก"

นวลลออหัวเราะ

"โชคของหนูค่ะ คุณอาพนันแก้ตัวกับเขาอีกสักครั้งซิคะ"

ท่านเจ้าคุณสั่นศีรษะ

"ไม่เอาแล้ว เข็ดจนตาย"

สองสหายกับนวลลออ พากันเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน หลังจากนั้นคณะพรรค ๔ สหายก็ทราบกันทั่วหน้าว่านิกรเป็นผู้ชนะเลิศ เจ้าคุณประสิทธิ์ฯ ได้จ่ายเช็คที่ยึดไว้ ๔ ฉบับให้นายการุณวงศ์ทันที

จบตอน