พล นิกร กิมหงวน 056 : ระบำโป๊

ชีวิตของคนชั้นต่ำที่มีสภาพฐานะเป็นแต่เพียงคนใช้อาศัยเขาอยู่บางคนก็มีความสุขอย่างล้นเหลือ เช่นเจ้าแห้วของเราเป็นต้น

เจ้าแห้วเป็นนักจิตวิทยาชั้นสูงเชี่ยวชาญในการประจบสอพลอ สามารถหารายได้พิเศษจากพวกเจ้านายของเขา เดือนหนึ่งไม่ต่ำกว่าพันบาท จึงช่วยให้เจ้าแห้วมีความสุขสบาย มีเครื่องแต่งกายโก้เก๋ นุ่งกางเกงช๊ากสกิ้นปาล์มนิชสวมเสื้อเชิตแอร?โร สวมรองเท้าหนังจระเข้และสูบบุหรี่ควันละเอียด ดีกว่าคนใช้ในบ้าน "พัชราภรณ์" ทุกๆ คน เจ้าแห้วหมดหน้าที่รับใช้ ๑๘.๐๐ น. หลังจากนั้นเจ้าแห้วก็ใช้เวลาว่างในตอนกลางคืนออกท่องเที่ยวหาความสุขตามโรงภาพยนต์ ละคร สังคมกับเพื่อนฝูงตามก๊วนกันชา หรือม่ายก็บุกซ่องนางโลม ตามประสาคนหนุ่มที่มีสตางค์ใช และไม่มีลูกเมียเป็นโซผูกคอ

ตอนค่ำวันนั้น

ในราว ๑๙.๐๐ น. ขณะที่ ๔ สหายกับท่านเจ้าคุณปัจจนึกฯ นั่งพักผ่อนสนทนากันอยู่บนเก้าอี้สนามหน้าตึกใหญ่ เจ้าแห้วก็เดินนวยนาดออกมาทางด้านขวาของตัวตึก เขาแต่งกายหรูหราตามเคย สวมเชิ๊ตแอร์โร่แขนยาวสีขาวริ้วน้ำเงิน กางเกงขายาวช๊ากสกิ้นแบมบูสีไขไก รองเท้าหนังแกะสีน้ำตาลไหม้แบบอัศวิน ใส่น้ำหอมซันตาเลียรุ่นเก่าหอมฟุ้ง

เจ้าแห้วผิวปากเพลง "ขันจอหว่อ" เดินตรงมาทางเจ้านายของเขา ทันใดนั้น เจ้าคุณปัจจนึกฯ ก็เหลือบแลเห็นเข้า

"อ้ายแห้ว" เจ้าคุณร้องเสียงค่อนข้างดัง

เจ้าแห้วเดินตรงมาหา ๔ สหายและเจ้าคุณปัจจนึกฯ ถึงแม้แต่งกายภูมิฐานอย่างนี้ เจ้าแห้วก็มีมารยาทดีพอ เขาทรุดตัวลงนั่งพับเพียบเรียบร้อยบนสนามหญ้า

"รับประทานท่านจะใช้อะไรกระผมหรือขอรับ"

เสี่ยหงวนได้กลิ่นน้ำอบจากศีรษะเจ้าแห้วก็หัวเราะหึๆ

"หลักฐานจริงโว้ย ใส่น้ำหอมเสียหอมฟุ้งเชียวนา"

เจ้าแห้วอมยิ้ม

"รับประทาน บำรุงตัวให้เป็นสุขสนุกใจ เมื่องานในหน้าที่ได้ทำสำเร็จ"

"บ๊ะๆๆ " เจ้าคุณปัจจนึกฯ อุทาน "คำคมซะด้วย หมู่นี้เองฉลาดขึ้นมาก อ้ายแห้ว"

เจ้าแห้วปั้นสีหน้าเคร่งขรึม ให้สมกับเป็นคนฉลาด

"ความรู้อาจเรียนทันกันหมด รับประทาน ยกแต่ชั่วดีกระด้าง อ่อนแก้ ฤาไหว"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ขมวดคิ้วย่น

"มากไปแล้ว เดี๋ยวก็ถีบเปรี้ยงเข้าให้หรอก เอ็งน่ะหมู่นี้ ชักจะเที่ยวจัดขึ้น ค่ำออกๆ ทุกคืน อ้ายบังมันบอกว่าเอ็งกลับบ้านในราวตีสอง"

เจ้าแห้วยิ้มหวานจ๋อย

"รับประทาน กลางวันรับใช้เจ้านายเหน็ดเหนื่อยตลอดวัน เสร็จงานก็ต้องไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบ้างขอรับ"

พลกล่าวถามอย่างเป็นการเป็นงาน

"ไปเที่ยวไหนวะ ทุกคืน-ทุกคืน"

"แฮะ แฮะ ตามประสาชายโสดขอรับ รับประทานบางทีก็ไปดูหนังแผ่นตามหน้าโรงหนัง รับประทาน ตลุยเยาวราชบ้าง รับประทานหาซื้อของที่ห้างแปซิฟิค ออกจากห้างแปซิฟิครับประทานเลี้ยวเข้าตรอก

แปซิฟิคเรื่อยเปื่อยไปครับ"

นิกรถามขึ้นบ้าง

"ตรอกแฟซิฟิค น่ะ มันย่านอันตรายนะโว้ย"

เจ้าแห้วหัวเราะ

"รับประทาน วิสัยนักรบ เมื่อเข้ารบก็ต้องมีโล่ห์ และเกราะป้องกันตัว"

ดร. ดิเรกอดหัวเราะไม่ได้

"ออไร๋น์ ออไร๋น์ ดูๆ แกมีความสุขอย่างน่าอิจฉา แต่งกายหรูหราเหมือนลูกเจ้าคุณบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ฮะ ฮะ แกเหมือนอาหะหมัด มหาดเล็กของท่านมหาราชจันทรกุมารมากทีเดียว"

นิกรยกมือดีดหูขวาของนายแพทย์หนุ่มดังแป๊ะ

"พอแล้ว เรื่องท่านมหาราชเบื่อเต็มทน" แล้วนายจอมทะเล้นก็กล่าวถามเจ้าแห้ว "คืนนี้แกจะไปไหนวะแต่งตัวซะหล่อเชียว"

"รับประทานคืนนี้สำคัญหน่อยขอรับ เพราะจะต้องไปปะปนกับท่านผู้ลากมากดี รับประทานต้องภูมิฐานหน่อย"

พลว่า "ไปไหนวะบอกข้าซิ"

"รับประทานไปดูระบำโป๊ครับ"

"ระบำโป๊" เจ้าคุณปัจจนึกฯ คราง "มันเป็นยังไงวะ ระบำโป๊"

กิมหงวนหัวเราะก้าก

"คุณอานี่เซ่อเหลือเกิน พับผ่า ระบำโป๊ก็ไม่รู้จัก"

"เอ๊าะ ฉันจะเหมือนแกเรอะ"

นิกรช่วยอธิบายให้พ่อตาของเขาทราบ

"ระบำโป๊ก็คือระบำนุ่งน้อยห่มน้อยนั่นแหละครับ เอาอะไรปิดข้างบนหน่อย แปะข้างล่างนิด เต้นยกแข้งยกขา เห็นสะดือโบ๋"

เจ้าแห้วหัวเราะงอหาย

"รับประทาน ไม่ใช่ครับ ที่คุณว่า รับประทานเขาเรียกว่าจ้ำบ๊ะไม่ใช่ระบำโป๊"

คราวนี้เสี่ยหงวนบังเกิดความสนใจขึ้นทันที

"ระบำโป๊เป็นยังไงวะ อธิบายให้ข้ารู้หน่อยเถอะ"

รับประทาน ระบำโป๊คือระบำที่เปลือยกายออกมาเต้นให้เราดูนะซีครับ รับประทานแก้ผ้าล่อนจ้อนเลยตรงไหนๆ รับประทานเห็นทะลุปรุโปร่ง"

ดร. ดิเรกทำหน้าชอบกล

"เฮ้.-มันเป็นลามกอนาจาร อุจาดมาก"

เจ้าแห้วอมยิ้ม

"ถูกแล้วครับ แต่ว่า รับประทาน คนใหญ่คนโต คนมีชื่อเสียง คนมีเงินทั้งนั้นแหละครับที่ไปดูระบำโป๊ที่ผมพูดถึงนี่"

กิมหงวนจุ๊ย์ปาก โบกมือ เมื่อเห็นนิกรขยับจะพูด แล้วเขาก็ถามเจ้าแห้ว

"แก้ผ้าเต้นระบำ ตำรวจเขาไม่จับหรือ"

"รับประทาน ไม่ได้แสดงอย่างโจ๋งครึ่มอย่างวิกบำเพ็ญบุญนี่ครับ รับประทานเป็นโรงระบำเถื่อน แสดงกันอย่างลับๆ รับประทานขายบัตรเฉพาะคนที่รู้จักคุ้นเคยกันจริงๆ รับประทานนายตำรวจก็มีไปดูเหมือนกันครับแต่ไม่แต่งเครื่องแบบ และทำตัวเป็นพลเรือนคนหนึ่ง"

๔ สหายและเจ้าคุณปัจจนึกฯ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปตามกัน

"แก้ผ้าล่อนจ้อนจริงหรืออ้ายแห้ว" ท่านเจ้าคุณถามเบาๆ

"โอ้ย-รับประทานไม่มีอะไรเหลือเลยครับ"

กิมหงวนพูดเร็วปรื๋อ

"โรงมันอยูที่ไหนวะ เก็บค่าดูเท่าไร แล้วก็อย่างพวกข้าจะติดตามพวกแกไปดูด้วยได้ไหม เอ-เข้าทีโว้ย"

เจ้าแห้วพูดยิ้มๆ "โรงระบำโป๊เถื่อนอยู่ทางบางกะปิครับ รับประทานเขาเก็บค่าดู ๒๕ บาท ๕๐ บาทและ ๑๐๐ บาท ครับ"

อาเสี่ยกระพริบตาถี่เร็ว

"๑๐๐ บาท อยู่หน้าเวที"

"ครับ รับประทาน เอื้อมลูบคลำนางระบำยังได้"

"ฮ้า? " เสี่ยหงวนตะโกน "จริงๆ นะเรอะ"

"โธ่-รับประทานให้เจ้าหักคอซีครับ รับประทานถ้าอาเสี่ยจะไปดูก็ได้ครับ รับประทานเพื่อนของผมเป็นคนขายตั๋ว รับประทานไม่ต้องปิดอาการแสตมป์"

ดร. ดิเรกพนักหน้า

"บำรุงการกุศล.... "

เจ้าแห้วหัวเราะชอบใจ

"เปล่าครับ รับประทาน บำรุงกระเป๋า"

"อ้าว แล้วทำไมไม่ปิดอาการมหรสพ"

เจ้าแห้วทำหน้าเมื่อย

"รับประทานโรงระบำเถื่อนครับ แสดงอย่างเงียบๆ ภายในบ้านใหญ่ที่มีรั้วรอบขอบชิด รับประทานใช้ดนตรี จากแผ่นเสียงเพลงฝรั่ง โอ้ย-รับประทานน่าดูเหลือเกินครับ ดูแล้วรับประทานคอแห้งน้ำลายเหนียวถ่มไม่ออก"

๔ สหายและเจ้าคุณปัจจนึกฯ หัวเราะครืน

"พวกนางระบำมีสักกี่คนวะ" พลกล่าวถาม "หน้าตาเป็นยังไงสวยไหม? "

เจ้าแห้วนิ่งคิด

"รับประทาน เข้าใจว่าสวยครับ แต่ผมไม่เคยดูหน้าเลย รับประทานดูแต่ที่อื่น รับประทานส่วนเว้าส่วนโค้งส่วนนูนต่างๆ กันครับ นางระบำมีราว ๑๐ คน อายู ๑๕ ถึง ๒๐ รับประทานหัวหน้าระบำแก่แล้ว รับประทาน ๔๐ กว่า แต่อ้วนจ้ำม่ำ รับประทานกะเป๊าะเล๊าะน่าดูเหลือเกิน"

กิมหงวนถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันขวับมาทางเพื่อนเกลอทั้งสาม

"ไปโว้ย พวกเรา"

"โอ.เค" ดร. ดิเรกร้องขึ้น "ระบำชุดวันเกิดน่าดูมาก เพราะเป็นธรรมชาติจริงๆ เมื่อกันอยู่อินเดีย กันเคยดูระบำอย่างนี้มาครั้งหนึ่ง... ง่า... "

"ท่านมหาราช.... " นิกรพูดต่อ

ดิเรกสะดุ้ง แล้วหัวเราะ

"ไปดูเล่นให้เป็นขวัญตาดีไหมพวกเรา"

นายพัชราภรณ์.พยักหน้า

"ไป คุณอาไปนะครับ ไปด้วยกัน"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ยิ้มอายๆ

"อาแก่แล้วโว้ย ไม่มีความรู้สึกยินดียินร้ายเสียแล้ว ในเรื่องอย่างว่า"

กิมหงวนว่า "คุณอาควรไปดูครับ ดูแล้วจะได้เป็นหนุ่มขึ้น ไปน่า ผมเป็นเจ้ามือเอง"

"เอา-ไปก็ไป เราจะไปกันแต่เดี๋ยวนี้หรือนี่"

เจ้าแห้วพูดขึ้นทันที

"เขาลงโรง ๒ ทุ่มครึ่ง ป่านนี้ตั๋วเกือบหมดแล้ว แต่ที่นั่งพิเศษยังพอมีว่างครับ"

นิกรยิ้มให้เจ้าแห้ว

"ที่นั่งพิเศษคนละเท่าไรวะ"

"๑๐๐ บาทครับ"

นายจอมทะเล้นพยักหน้า ยกมือขึ้นนับเจ้าแห้วและคณะพรรคของเขา

"หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก หกคน ๖๐๐ บาท อ้ายหงวนเป็นคนจ่ายทรัพย์ ไปกันโว้ยพวกเรา"

กิมหงวนกลืนน้ำลายเอื้อก

"หลงจ๊ง อั๊วเก๋าเจ๊งคนเดียว"

ดร. ดิเรกพูดเสริมขึ้น

"เน็บเวอร์ไม ยูเป็นมหาเศรษฐี เงินเพียง ๖๐๐ บาท ขนหน้าแข้งยูไม่ร่วง ไป-ขึ้นไปแต่งตัวพวกเรา กันอยากจะดูนัก ว่าระบำโป็เมืองไทยกับที่อินเดียใครจะโป๊น่าดูกว่ากัน"

คณะพรรค ๔ สหายต่างลุกขึ้นพากันเดินขึ้นไปบนตึก

ในชั่วโมงเดียวกันนั้นเอง บูอิคเก๋งก็นำ ๔ สหายกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ และเจ้าแห้วมายังที่แห่งหนึ่งในตำบลบางกะปิ มันเป็นถนนซอยเล็กๆ ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่ราว ๑๐๐ เมตร

บูอิคเก๋งกลับตัวของมันหันหน้าออกถนนใหญ่ แล้วแล่นมาหยุดใต้ต้นสน มีรถยนต์เก๋ง ๕-๖ คันจอดอยู่ใกล้ๆ กัน เจ้าแห้วทำหน้าที่ขับรถได้หันมาทางเจ้านายของเขาแล้วพูดยิ้มๆ

"รับประทานขอเงินผมไปตีตั๋วเถอะครับ"

นิกรยกศอกกระทุ้งเสี่ยหงวน

"เฮ้ย-จ่ายทรัพย์ซีอย่าคิดอะไรให้มากเลยน่า ๖๐๐ บาทเท่านั้น"

กิมหงวนหัวเราะ ล้วงกระเป๋าเสื้อเชิ๊ตหยิบธนบัตรสีแดงออกมาปึกหนึ่งออกมานับ ส่งให้เจ้าแห้ว ๖ ฉบับ

"เอา-เอาไป"

"รับประทาน พวกคุณนั่งรออยู่นี่สักประเดี๋ยวนะครับ รับประทานผมจะไปเจรจากับคุณยิ้มเสียก่อน"

"คุณยิ้มไหนวะ"

"รับประทาน เจ้าของโรงระบำโป๊นะซีครับ รับประทานแกไม่ยอมให้คนแปลกหน้าเข้าชมระบำโป๊ของแกเป็นอันขาด เพราะเกรงว่าจะเป็นตำรวจหรือสายลับของตำรวจ รับประทานผมต้องไปพูดรับรองเสียก่อน เขาจึงจะยอมขายตั๋วให้ครับ"

"อ๋อ" ดร. ดิเรกคราง "ลำบากจริงฮิ"

"รับประทาน ของเถื่อนผิดกฎหมาย ก็ต้องลำบากนิดหน่อยครับ" พูดจบเจ้าแห้วก็เปิดประตูก้าวลงจากรถ เดินฝ่าความมืดตรงไปยังประตูสีเขียว

ไม่ถึง ๑๐ นาทีเจ้าแห้วก็กลับมา

"เฮ้-ว่าไงโว้ย" อาเสี่ยถาม

เจ้าแห้วหัวเราะ

"โอ เค ซิกาแร็ตครับ เชิญลงมาจากรถได้ เหลือเวลาอีก ๕ นาที ระบำก็จะเปิดฉากแสดงแล้ว รับประทานคนแน่นเอี๊ยดเชียวครับ มีที่นั่งชั้นพิเศษเหลือเพียง ๑๐ ที่เท่านั้น"

คณะพรรค ๔ สหายรีบลงจากรถทันที เดินตามเจ้าแห้วตรงไปที่บ้านหลังนั้น ทุกคนผ่านประตูเล็กเข้าไปในบ้าน มองเห็นตัวตึกใหญ่และสิ่งปลูกสร้างที่สวยสดงดงาม บริเวณบ้านหลังนี้เงียบสงัด

เจ้าแห้วพาเจ้านายของเขาขึ้นมาบนตึก ส่งบัตรที่นั่งให้คนเฝ้าประตูฉีกไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วทุกคนก็เดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของตึกหลังนี้ ซึ่งมีขนาดกว้างประมาณ ๒๕ ฟิต ยาว ๕๐ ฟิต ด้านสุดของห้องสร้างเป็นเวทีละครขนาดเล็ก มีม่านกำมะหยี่สีเขียวเป็นม่านหน้าเวที

อาเสี่ยใหญ่ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักธุรกิจชั้นสูง ท่านผู้ลากมากดีประมาณ ๒๐๐ คน นั่งอยู่บนเก้าอี้ตามที่นั่งในบัตรของตน และกำลังพูดเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจท่ามกลางเสียงเพลงเบาๆ จากแผ่นเสียง แสงไฟในห้องโถงสลัวมาก และใช้ไฟสีเขียวมองเห็นหน้ากันไม่ถนัด หน้าต่างทุกๆ บานปิดหมด แต่มีพัดลมหลายๆ อันช่วยบรรเทาความร้อนสำหรับท่านที่มาชมระบำโป๊ของนายยิ้ม

พนักงานของโรงระบำเถื่อนพาเจ้าแห้วและคณะพรรค ๔ สหายมานั่งเก้าอี้แถวหน้าเพื่อน เจ้าคุณ

ปัจจนึกฯ ทำหน้ากะเรี่ยกะราดชอบกล บรรยากาศภายในโรงระบำเถื่อนยั่วเย้าอารมณ์ผู้ดูทุกๆ คนให้คึกคักเข้มแข็ง

แล้วการแสดงระบำโป๊ของคณะนายยิ้ม ก็เริ่มต้นด้วยสุนทรพจน์ของผู้กำกับการแสดง ด้วยการพูดกระจายเสียงทางไมโครโฟน

"ท่านผู้ชอบระบำโป๊ทั้งหลาย ก่อนที่การแสดงของเราจะเปิดฉากเสนอต่อท่าน คณะขอกราบเรียนให้ท่านทราบว่า การแสดงในคืนวันนี้มี ๖ ชุดด้วยกัน ชุดที่ ๑ ระบำนางหอยแครง ชุดที่ ๒ ระบำนางเงือก ชุดที่ ๓ ละครย่อยเรื่อง "เมียอาเสี่ย" ชุดที่ ๔ ลีลาศแทงโก ชุดที่ ๕ สวรรค์ทะเลใต้ และชุดที่ ๖ ประกวดเชฟ การแสดงอันดับแรกจะเสนอท่าน ณ บัดนี้"

ทันใดนั้นเอง เสียงตบมือกระทืบเท้าก็ดังขึ้นลั่นห้องโถง นิกรยกนิ้วใส่ปากเป่าเปี้ยว แล้วร้องตะโกนลั่น

"เปิดฉากโว้ย อยากดูเต็มฟัดแล้ว"

มีเสียงสัญญาณไฟฟ้าดังออดในจังหวะยาว ม่านหน้าเวทีค่อยๆ รูดออกท่ามกลางเสียงเพลงจากแผ่นเสียงในจังหวะสโลว์

มันเป็นฉากใต้ท้องทะเลลึก แลเห็นหินปะการัง สาหร่ายทะเลและฝูงปลาใหญ่น้อยเวียนว่ายไปมา แสงไฟสีเขียวนวลเจิดจ้าทำให้ฉากใต้ทะเลมีชีวิตชีวาขึ้น หอยแครงยักษ์ตัวหนึ่งนอนสงบเงียบอยู่ข้างก้อนหิน

นักงมไข่มุกคนหนึ่งถูกหย่อนเชือกลงมาจากผิวน้ำ เรือนร่างของหล่อนอวบอัดขาวผ่อง สวมแว่นตา

ซาลูลอยกันน้ำ มือซ้ายถือถุงใส่หอยมุก มือขวาถือมีดพกเตรียมต่อสู้กับสัตว์ร้ายใต้ทะเล ท่อนบนของหล่อนเปลือยเปล่า แลเห็นปทุมถันเต่งตั้งราวกับดอกบัวกลวง ท่อนล่างนุ่งผ้าเตี่ยวชิ้นเล็กๆ ถูกพัดลมในฉากซึ่งสมมติเป็นกระแสน้ำพัดผ้าเตี่ยวปลิวชะเวิกชะวากแลเห็นรำไร บางทีก็เห็นถนัด

เสียงตบมือเสียงหัวเราะดังอยู่ตลอดเวลา หล่อนเดินเข้าจังหวะเพลงตรงมายังหอยแครงยักษ์ ก้มตัวลงเปิดฝาหอยแครงขึ้น แล้วฉุดกระชากลากนางหอยแครงซึ่งแต่งกายชุดแรกเกิดออกมา นางหอยแครงสะบัดมือหลุดถอยหลังหนี ตามจังหวะเพลง นักงมไข่มุกขยับมีดทำท่าจะแทง

มันเป็นศิลปที่น่าดูกว่าระบำจ้ำบะมากมายนัก พวกคนดูต่างจ้องตาเขม็ง มองดูส่วนโค้ง ส่วนเว้า และส่วนนูนของนักงมไข่มุกและนางหอยแครง แน่นอนละ ทุกคนสปัสซั่มไปตามกัน กิมหงวนกลืนน้ำลายดังเอื้อกติดๆ กันหลายครั้ง เจ้าคุณปัจจนึกฯ ไม่ยอมกระพริบตา ท่านรู้สึกตัวว่าอายุของท่านถอยลงมาอีกหลายสิบขวบ

ดร. ดิเรก ถึงกับถอดแว่นสายตาสั้นออกมาเช็ดให้กระจกแจ่มใส สูดปากซี๊ดซ๊าดเหมือนกินแกงเผ็ด พลพัชราภรณ์ จุ๊ย์ปากบ่อยๆ เจ้าแห้วนั่งตัวแข็งทื่อทำเหมือนปวดท้อง นิกรค่อยๆ ลุกขึ้นยืนมองดูระบำชุดนี้ด้วยความตื่นตาตื่นใจเหลือที่จะกล่าว

ใครคนหนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังนายจอมทะเล้นร้องขึ้นดังๆ

"คุณครับ นั่งลงซีครับ"

นิกรหันควับมามองดูสุภาพบุรุษที่กล่าวขอร้องเขาอย่างเดือดดาล

"แล้วกัน คุณไม่เห็นก็ยืนดูซีพี่ชาย" แล้วนิกรก็เดินมาเกาะขอบเวที "... ฮือ... จุ๊ย์ๆๆ แม่หอยแครงจ๋า หันมาทางนี้หน่อยซิ โอ้โฮ ไม่ใช่เล่นเลยแฮะ ฮ่ะ ฮ่ะ สนุกจริงโว้ย ค่าดูสักพันบาทก็ไม่แพง"

รองเท้าข้างหนึ่งถูกขว้างมาแต่ไกล ลอยละลิ่วปลิวมาถูกบาลนิกรดังโป๊ก นายจอมทะเล้นสะดุ้งโหยง ใครคนหนึ่งตะโกนลั่น

"นั่งลงซีโว้ย อ้ายหอก"

นิกรเดินกลับมานั่งเก้าอี้ของเขาตามเดิม นักงมไข่มุกจับนางหอยแครงได้แล้ว พาตัวมาทีสายเชือกกระตุกสายเชือกเป็นสัญญาณ ร่างของนักงมไข่มุกสาวกับนางหอยแครงถูกดึงขึ้นไปบนผิวน้ำ เสียงตบมือดังสนั่นหวั่นไหว เมื่อม่านหน้าเวทีค่อยๆ รูดเข้าหากัน

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หันมาถามเสี่ยหงวน

"เป็นไงโว้ย เข้าทีไหม"

กิมหงวนฝืนยิ้มอย่างแห้งแล้ง

"ไม่ไหวครับ ไปเถอะครับคุณอา"

"ไปไหน"

"บ้านเจ้หนอม ขืนนั่งดูอยู่อีกสัก ๒ ชุด ผมเห็นจะสปัสซั่มตายแน่ แย่ครับ หัวใจผมมันเต้นเหมือนมันจะหลุดออกมานอกซี่โครง"

ท่านเจ้าคุณยกมือตบบ่าเสี่ยหงวน

"ไหนๆ มาดูแล้วก็ต้องดูจนเลิก ทำใจให้เข้มแข็งเหมือนดิเรกมันบ้างซิ เห็นไหมล่ะ มันนั่งคาบกล้องสูบบุหรี่อย่างสบายใจ"

นายแพทย์หนุ่มหันมายิ้มให้พ่อตาของเขา

"ผมน่ะ แทบจะช๊อคตายอยู่แล้วนะครับ คุณพ่อ ทนนั่งไปอย่างงั้นเอง โอย-ระบำโป๊ที่อินเดียโป๊แล้วยังสู้ที่นี่ไม่ได้ ผมเป็นชอบนางหอยแครงมาก ส่วนโค้งเว้าเข้าทีดีเหลือเกิน" แล้วเขาก็หันมายิ้มกับนายพัชราภรณ์ ซึ่งนั่งบิดตัวอยู่ไปมา "เฮ้-เป็นอะไรไปยู"

พลทำหน้าชอบกล

"ปวดสะดือโว้ย ไม่อยากดูเสียแล้ว แทนที่จะได้ความสนุกเพลิดเพลินมันกลับทรมานจิตใจอย่างร้ายกาจ"

เสียงประกาศกระจายเสียงดังขึ้นอีก ทำให้ประชาชนคนดูเงียบกริบลงทันที โฆษกของโรงระบำโป๊ได้ประกาศว่า

"ท่านผู้มีเกียรติทั่งหลาย อันดับที่ ๒ ตามรายการของเราในคืนวันนี้ เป็นการแสดงระบำชุดนางเงือก แต่ขอได้โปรดอดใจรอคอยอีกสัก ๒-๓ นาที เพราะช่างไฟฟ้าของเรากำลังแก้ไขไฟอยู่ ท่านจะได้ชมระบำชุดนี้อย่างสมใจท่านที่เดียว"

เสียงตบมือเป่าปากกระทืบเท้าดังขึ้นอีก กิมหงวนกระซิบกระซาบถามเจ้าแห้วซึ่งนั่งนัยน์ตาปรืออยู่ข้างๆ เขา

"เฮ้ย ชุดนี้แก้ผ้าหรือเปล่า"

เจ้าแห้วหัวเราะ

"แก้ซีครับ รับประทานระบำโรงนี้ไม่มีการนุ่งผ้า"

อาเสี่ยถอนหายใจหนักๆ

"น่ากลัวจะดูไม่จบโว้ย กันคิดถึงเจ้หนอมเต็มทีแล้ว หรืออย่างเลวก็กลับไปคุยกับนวลลออที่บ้านก็ยังดี...ว้า-พรุ่งนี้น่ากลัวนัยน์ตาเป็นกุ้งยิงโว้ย"

เสียงสัญญาณไฟฟ้าดังออดขึ้นอีกม่านหน้าเวทีค่อยๆ รูดออกท่ามกลางความจ๊อกแจ๊กจอแจของประชาชนคนดู ฉากนี้ซ้ำฉากแรกคือฉากใต้ทะเล แต่มีการดัดแปลงเล็กน้อย เสียงเพลงดังกังวานในจังหวะแทงโก

เงือกน้อยตัวหนึ่งนวยนาดออกมานั่งบนก้อนหินก้อนใหญ่ ท่อนบนของหล่อนเป็นมนุษย์ผู้หญิง แต่ท่อนล่างเป็นปลาเหมือนนางมัจฉาในเรื่องรามเกียรติ์ เงือกตัวนี้เปลือยกายล่อนจ้อน ปล่อยผมสยายยาวประบา เรือนร่างของหล่อนค่อนข้างอวบอ้วน และเมื่อหล่อนอ้วนอวัยวะต่างๆ ในตัวหล่อนก็ใหญ่โตผิดปกติ แลเห็นทุกสัดส่วนอย่างถนัดชัดเจน ปราศจากไฝฝ้าราคี นางเงือกร้องเพลงเข้ากับดนตรีจากแผ่นเสียง พลางหวีผมด้วยหวีทองของหล่อน คนดูนั่งจ้องตาเขม็งและแทบจะไม่หายใจ

ใต้ทะเลว้าเหว่.ใจให้อ้างว้าง

ต้องแรมร้างห่างคู่เสน่หา

พระเป็นเจ้าเอ็นดูช่วยเมตตา

ส่งผู้ชายมาให้ข้าเป็นสามี

เสี่ยหงวนผลุดลุกขึ้นยืน ร้องขึ้นด้วยเสียงอันดัง

"น้องสาว ละครเลิกแล้วพบกันหลังโรงหน่อยนะ"

เสียงคนดูหัวเราะครืน ต่างมองดูอาเสี่ยกิมหงวนเป็นตาเดียว เจ้าคุณปัจจนึกฯ รีบบอกเสี่ยหงวน

"อ้ายหงวน อ้ายนี่ชักยุ่งใหญ่แล้ว"

อาเสี่ยยิ้มแห้งๆ รีบนั่งลงตามเดิม นางเงือกน้อยสางผมเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นร่ายรำตามจังหวะของเพลง คนดูตบมือสนั่นหวั่นไหว ระบำชุดนี้เร่าร้อนที่สุดและโป๊ที่สุด

ทันใดนั้นเอง มีเสียงดังตึงตังโครมครามดังขึ้นทางหลังโรง กระทาชายนายหนึ่งถลาร่อนออกมาจากในหลืบคล้ายกับถูกถีบ รองเท้าซ้นสูงข้างหนึ่งถูกขว้างออกมาจากในโรงหวุดหวิดจะถูกกบาลเขา ชายกลางคนผู้นี้คือเจ้าของ และผู้จัดการโรงระบำโป๊แห่งนี้นั่นเอง

"นายยิ้ม" เจ้าแห้วอุทาน

นายยิ้มทำหน้าเลิ่กลั่กรีบวิ่งจู๊ดเข้าไปในโรง แล้วม่านเวทีก็ถูกรูดเข้าหากันท่ามกลางความประหลาดใจของคนดูซึ่งไม่อาจจะทราบได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น นิกรหันมาพูดกับเจ้าแห้ว

"เอ็งมีสิทธิ์เข้าไปหลังโรงได้ไม่ใชหรือ"

"รับประทานได้ครับ"

"เออ.เข้าไปดูซิ ถ้าจะเกิดพะบู้กันละครถึงปิดฉากกลางคัน"

เจ้าแห้วผลุดลุกขึ้น พาตัวเดินออกไปทางประตูข้าง อ้อมไปทางหลังเวทีระบำโป๊ คนดูวิพากย์วิจารณ์กันจ๊อกแจ๊กจอแจ แล้วเสียงแจ๋วๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งก็พูดในไมโครโฟนขึ้น

"ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ดิฉันเสียใจที่จะเรียนให้ท่านทราบว่า การแสดงระบำโป๊.ในคืนวันนี้มีอุปสรรคสำคัญเกิดขึ้นไม่สามารถที่จะแสดงให้ท่านชมต่อไปได้ จึงขอสิ้นสุดลงแต่เพียงเท่านี้ ดิฉันต้องขอประทานโทษที่ดิฉันได้ถีบผู้จัดการหลุดออกไปนอกเวที ทั้งนี้ก็เนื่องจากอีนางที่แสดงเป็นตัวนางเงือกกำลังคิดจะแย่งผัวดิฉัน คือ อ้ายผู้จัดการนี่เอง ดิฉันจำต้องขอประทานโทษ ส่วนการแสดงในครั้งต่อไป จะได้เรียนให้แฟนทั้งหลายทราบล่วงหน้า"

เสียงตึงตังโครมครามทางหลังโรงดังขึ้นอีก แน่นอนละ นายยิ้มกับเมียหลวงของเขากำลังตีกันอย่างอุตลุด พวกคนดูต่างบนพึมพำเสียดายเงินของเขา ได้ดูระบำโป๊เพียง ๒ ชุดเท่านั้น เกิดมีอุปสรรคต้องยุติการแสดงลงกลางคันน่าเสียดายมาก ต่างลุกขึ้นย่อยๆ กันออกไปจากห้องโถง แต่คณะพรรค ๔ สหายยังนั่งอยู่ตามเดิม นิกรกับเสี่ยหงวนจุ๊ย์ปากจิ๊กจั๊ก

แล้วเจ้าแห้วก็เดินเข้ามาหา นั่งลงบนเก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง

"รับประทาน คุณยิ้มเจ้าของโรงระบำโป๊.ถูกซ้อมสะบักสะบอมไปเลยครับ"

๔ สหายกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ มองดูเจ้าแห้วอย่างสนใจ

"เรื่องราวมันเป็นยังไงกันวะ" พลถามยิ้มๆ

"รับประทานก็ นางเงือกตัวนี้นะซีครับคุณนายของคุณยิ้มแกรู้ระแคะระคายมานานแล้วว่าแม่คนซึ่งแสดงเป็นนางเงือกมียังไงๆ อยู่กับคุณยิ้ม คุณนายก็บุกมาที่นี่โดยไม่ให้คุณยิ้มรู้ตัว ซ้อมคุณยิ้มแล้วทุบข้าวของหลังโรงรับประทานแตกหักเสียหายไปหลายอย่าง รับประทานเจ๊งแน่ครับ คุณนายของคุณยิ้มแกดุยิ่งกว่าเสือร้ายยิ่งกว่ายุงอีกครับ"

พอเจ้าแห้วพูดจบ นายยิ้มชายกลางคน เจ้าของโรงระบำโป๊ก็พาตัวเดินเข้ามาในห้องโถงด้วยสีหน้าบึ้งตึง แสดงความยุ่งยากลำบากใจ เขาตรงเข้ามานั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่งและนั่งนิ่งเฉยด้วยอารมณ์หงุดหงิด

สักครู่ นายยิ้มก็เอ็ดตะโรลั่น

"ฮึม-เมียนะเมีย ถุย-อ้ายเราจะสู้หรือก็สู้มันไม่ไหว เจ็บใจนัก ใจคอมันจะผูกขาดเราไว้เสียคนเดียวกินน้ำพริกถ้วยเดียวทุกๆ วันเบื่อตายห่า ใครจะกินเข้าไปลง ฮื้อ-ประเดี๋ยวพ่อฮึดสู้ซะเลย เฮ้อ-ถ้ามันเจ๊งแน่กู"

กิมหงวนพยักหน้ากับเจ้าแห้ว

"เอ็งไปเชิญคุณยิ้มมาคุยกับพวกเราเถอะวะ บอกแกเถอะว่า กันยินดีจะแนะนำวิธีปราบเมียให้ รับรองว่าเมียกลัวหง๋อก๋อเลย"

เจ้าแห้วลุกขึ้นเดินเข้ามาหานายยิ้ม พูดอะไรกับนายยิ้มสักครู่ เจ้าแห้วก็พาชายกลางคนรูปร่างผอมสูงไว้หนวดเส้นเล็กๆ เดินเข้ามาหาคณะ ๔ สหาย เจ้าแห้วแนะนำให้เจ้าของโรงระบำโป๊รู้จักกับเจ้านายของเขา

นายยิ้มเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสทันที ทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้นวมตัวหนึ่ง สนทนากับคณะพรรค ๔ สหายเป็นอย่างดี

"ผมทราบเรื่องของของคุณจากเจ้าแห้วแล้ว" เสี่ยหงวนพูดยิ้มๆ "ภรรยาของคุณอยู่ไหนละรับ ถ้าจะเลิกอาละวาดแล้ว"

นายยิ้มฝืนหัวเราะ

"หลังจากซ้อมผมจนเจ็บมือ พังข้าวของฉิบหายไปหลายพัน หล่อนก็พาลูกชายคนโตของผมกลับไปบ้านเมื่อสักครู่นี้เอง ฮึม-ผมเจ็บใจเหลือเกิน ผมเป็นผู้สร้าง หล่อนเป็นผู้ทำลาย ผู้หญิงนะเป็นผู้ทำลายกิจการของเรานะครับ"

เสี่ยหงวนพยักหน้าเห็นพ้องด้วย

"ขอโทษเถอะครับคุณยิ้ม คุณไม่ควรจะกลัวเมียจนเกินไป ถ้าคุณอ่อนแออย่างนี้คุณก็จะทำอะไรไม่ได้เพราะต้องคอยระวังแม่เสือของคุณ ทำจิตใจให้เข้มแข็งอย่างผมซีครับ" แล้วอาเสี่ยก็พูดเสียงลั่น "เมียไม่ใช่แม่เมียเป็นคนอื่น เราต้องเข้มแข็งเด็ดขาด มีเสียงเรอะตบด้วยหลังมือแบ กระแทกด้วยเข่า ฟันด้วยศอกซ้าย ตามด้วยหมัดฮุกขวา เตะกระโดงคางเข้าให้ เท่านี้ก้อง่อยกระรอก"

นายยิ้มไม่ยอมยิ้ม เป็นแต่ถอนหายใจหนักๆ "อ้ายคิดหรือพูดอย่างนี้พอจะพูดหรือคิดได้หรอกครับ แต่พอเห็นหน้าหล่อนเข้า ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร กลัวลานไปเลย แข้งขาสั่นไปหมด ทั้งๆ ที่เมียผม แม่ศรีน่ะตัวแกโตกว่าลูกหมานิดเดียวเท่านั้น เอวบางร่างน้อย ตบเบาๆ ก็ชัก ง่า อาเสี่ยถ้าจะไม่กลัวเมียเลยนะครับ"

เสี่ยหงวนยิ้มแหยๆ

"กลัวซีครับ ทำไมจะไม่กลัว"

นายยิ้มหัวเราะ

"แล้วทำไมอาเสี่ยมาแนะนำผมอย่างนี้ล่ะครับ"

"ก็มีแต่แนะนำละครับ เหมือนอย่างครูสอนนักเรียนไม่ให้กินเหล้า แต่พอตอนเย็นเลิกสอนครูก็ก๊งทุกวัน"

พูดจบกิมหงวนก็ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบซองบุหรี่ทองคำลงยาฝังเพชรออกมาเปิดออก ยื่นซองบุหรี่ให้นายยิ้ม"

เจ้าของโรงระบำโป๊สั่นศีรษะ

"ขอบคุณครับ ผมไม่สูบบุหรี่หรอกครับ ผมสูบแต่ฝิ่น"

นิกรอ้าปากหาวดังๆ

"เฮ้ว ง่วงนอนโว้ย กลับบ้านกันเสียทีหรือพวกเรา ใครๆ เขากลับกันหมดแล้ว มานั่งแกร่วหาหอกอะไร"

เจ้าแห้วกระซิบกระซาบกับนายการุณวงศ์

"อย่าเอะอะไป ประเดี๋ยวผมจะพาเข้าไปเที่ยวหลังโรง"

นิกรลืมตาโพลง

"เข้าไปได้เรอะ"

"ได้ซีครับ รับประทานดูท่าทางคุณยิ้มแกชอบพวกคุณแล้ว แกเป็นคนสปอร์ทและใจดีมากเชียวครับ"

นิกรยิ้มแป้น

"เออ-ดีโว้ย ไปก็รีบเข้าไปเสียเดี๋ยวนี้ ขืนชักช้าประเดี๋ยวพวกตัวระบำนุ่งผ้าเสียหมด เลยชวดดูของดี"

"ไม่เป็นไรครับ นุ่งแล้วรับประทานขอร้องให้คุณยิ้มสั่งให้แก้ผ้าได้ทันทีครับ รับประทานนางระบำพวกนี้ว่าง่ายครับ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ กับพล ดร. ดิเรกและกิมหงวนได้สนทนากับนายยิ้มอย่างกันเอง เจ้าคุณปัจจนึกฯ กล่าวถามถึงกิจการระบำโป๊ของนายยิ้ม

"ผมคิดว่า คุณคงจะมีรายได้จากการแสดงระบำโป๊ของคุณมากทีเดียว มีคนมาดูแน่นอย่างนี้เสมอหรือครับ"

"ครับ แน่นยังงี้เสมอแหละขอรับ แต่คนที่มาดูเป็นผู้ที่รู้จักกับผมทั้งนั้นหรือม่ายก็มีคนรับรอง ระบำของผมผิดกฎหมายครับ พูดถึงรายได้ ผมมีรายได้งดงามยิ่งกว่าโรงละครเฉลิมไทยเสียอีก คือหมายถึงกำไรนะครับ เรามีกำไรหลายเท่าตัว ปีหนึ่งผมได้กำไรหลายแสน แต่ต้องระวังตำรวจหน่อย"

เสี่ยหงวนพูดเสริมขึ้น

"ความจริงตำรวจยุ่งไม่เข้าเรื่อง ผมไม่เห็นว่าจะลามกอนาจารตรงไหนถึงแม้ตัวระบำของคุณจะแก้ผ้าโทงๆ นุ่งลมห่มฟ้า ก็ไม่ได้ออกมาเดินโชว์ร่างเฉยๆ ตัวละครของคุณมีศิลปในการเต้นระบำได้อย่างดีทีเดียว ใครเป็นคนหัดครับ"

นายยิ้มยิ้มภาคภูมิ

"ผมหัดเองครับ คุณคงไม่ทราบว่า เมื่ออดีตผมเป็นนักลีลาศที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ระบำเหล่านี้ได้รับการฝึกที่ถูกระเบียบแบบแผนจากผมทุกๆ คน"

พลว่า "โดยเฉพาะนางระบำที่เป็นนางเงือก เต้นระบำได้เก่งมากเชียวครับ ราวกับระบำในปารีส"

นายยิ้มปลาบปลื้มเหลือที่จะกล่าว

"แฮ่ะ แฮ่ะ เมียน้อยผมเองครับ เพิ่งได้เสียกับผมเมื่ออาทิตย์ก่อนนี้ ถ้าหากว่า พวกคุณอยากจะชมนางระบำ และอยากจะดูสภาพความเป็นไปในด้านหลังโรงระบำของผม ก็เชิญเข้าไปดูสิครับ ผมยินดีอนุญาตให้พวกคุณเข้าไปเที่ยวหลังโรงได้"

๔ สหายมองดูหน้ากันและยิ้มให้กัน ดร. ดิเรกพูดกับนายยิ้ม

"ขอบคุณมากคุณยิ้ม พวกเรากำลังอยากจะดูสภาพหลังโรงระบำของคุณมาก"

นายยิ้มพยักหน้า

"ถ้ายังงั้น เชิญสิครับ บางทีพวกคุณจะไม่มีโอกาสได้มาชมระบำโป๊ของผมอีกแล้ว ผมคงไม่สามารถที่จะจัดแสดงได้อีก"

"อ้าว " นิกรอุทาน "ทำไมล่ะคุณ"

นายยิ้มจุย์ปากจิ๊กจั๊ก

"แม่เมียหลวงของผมน่ะซีครับ อย่างไรแม่ศรีก็ต้องอาละวาดด้วยความหึงหวงผม หล่อนร้ายกาจมาก ลงแม่หึงขึ้นมาแล้ว รถเก๋งใหม่เอี่ยมของผมราคาตั้ง ๗ หมื่น แม่ยังเอาขวานฟันพังยับซ่อมไม่ได้ เชิญซีครับผมจะพาเข้าไปชมหลังโรง"

คณะพรรค ๔ สหายพร้อมด้วยเจ้าคุณปัจจนึกฯ และเจ้าแห้วต่างเดินตามนายยิ้มออกไปจากห้องโถงนายยิ้มอ้อมมาทางหลังโรง ขณะนี้นางระบำสาวๆ ไม่ต่ำกว่า ๑๐ คน กำลังจับกลุ่มวิพากย์วิจารณ์กันถึงเรื่องเมียหลวงของนายยิ้มซึ่งมาอาละวาด และทำให้การแสดงระบำโป๊ต้องเลิกล้ม

เมื่อนายยิ้มพาคณะพรรค ๔ สหายเข้ามาในบริเวณหลังโรง บรรดาแม่สาวน้อยนางระบำก็พากันมองดูอย่างตื่นๆ บางนางสวมกางเกงยืดแนบเนื้อตัวเดียว ปล่อยหน้าอกอล่างฉ่างโดยไม่หวั่นไหว เพราะการเปลือยกายมันเป็นของธรรมดาสำหรับนางระบำเหล่านี้ บริเวณหลังโรงมีฉากและเครื่องอุปกรณ์ในการแสดงเกะกะเต็มไปหมด ๔ สหายต่างจ้องมองดูนางระบำในบังคับบัญชาของนายยิ้ม

"อือ ไม่เลวโว้ย" อาเสี่ยคราง "แม่โว้ย แม่คนนั้นอึดทึดดีเหลือเกิน ว้า-ดูแล้วใจไม่ดี"

นายยิ้มกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วหันมาพูดกับเสี่ยหงวน

"ผมไม่กล้าจัดแสดงระบำโป๊อีกแล้วครับอาเสี่ย ถ้าขืนแสดงอีกแม่เสือของผมต้องตามมาอาละวาดแน่ๆ ดีไม่ดี แม่เอามีดโกนกรีดหน้านางเงือกน้อยของผมเข้า เรื่องมันก็ถึงโรงถึงศาลเท่านั้นเอง ผมเห็นจะต้องเซ้งกิจการของผมพร้อมด้วยนางระบำเหล่านี้"

กิมหงวนถามขึ้นทันที

"คุณจะเซ้งสักเท่าใด"

นายยิ้มลืมตาโพลง

"คุณจะรับเซ้งหรือครับ"

"ถ้าราคาไม่แพงจนเกินไป ผมก็อยากจะรับเซ้งไว้ ความจริงการแสดงระบำโป๊แบบนี้มันก็มีรายได้อย่างงดงาม ดีกว่าอาชีพอื่นๆ แล้วก็ถ้าผมจะต้องจัดทำเองเพื่อนฝูงของผมก็จะต้องมาชมอย่างล้นหลาม"

นายยิ้มนิ่งตรึกตรองอยู่สักครู

"ผมจะเซ้งให้ ๕๔,๐๐๐ บาท ขาดตัวครับ ฉากและอุปกรณ์ของผมก็ เกือบ ๕๐,๐๐๐ แล้ว นางระบำทั้งหมด ๑๕ คน ผมซื้อมาในราคาแพงมาก ถ้าอาเสี่ยเซ้งไว้เขาก็จะอยู่กับอาเสี่ยและหมายความว่า อาเสี่ยจะทำอะไรยังได้ ส่วนตึกหลังนี้ผมเช่าเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ผมจะพาอาเสี่ยไปตกลงกับเจ้าของตึก เพื่อทำสัญญาเช่าตึกแทนผมต่อไป"

กิมหงวนพยักหน้าหงึกๆ หันมาทางเพื่อนเกลอของเขาและเจ้าคุณปัจจนึกฯ เพื่อปรึกษาหารือในเรื่องนี้

"ผมรับเซ้งไว้ดีไหมครับ คุณอา"

เจ้าคุณเห็นชอบด้วย เพราะท่านพอใจนางระบำคนหนึ่งแล้ว กำลังเป็นสาวแรกรุ่นน่าขบเผาะยิ่งนัก นั่งกระมิดกระเมี้ยนอยู่ข้างฉาก

"ดีโว้ยเซ้งไว้เถอะอ้ายหงวน แกจัดทำบริหารงานต่อไป แกคงจะมีรายได้งดงามมาก เพราะแกมีเพื่อนฝูงมากมาย ล้วนแต่อาเสี่ยกระเป๋าหนักทั้งนั้น"

พลว่า "มันเป็นงานที่ต้องเหน็ดเหนื่อยไม่ใช่น้อยนา อ้ายหงวน แกมีเวลาพอที่จะบริหารหรือ"

กิมหงวนหัวเราะ

"ก็พวกเราช่วยกันซีวะ ได้กำไรเท่าไรแบ่งกัน ให้อ้ายแห้วเป็นผู้จัดการ ส่วนพวกเราอยู่หลังฉาก เผื่อพลาดพลั้งตำรวจจับอ้ายแห้วจะได้ติดตะรางแทนเรา"

"นั่นแน่" เจ้าแห้วร้องลั่น "รับประทานผมก็แย่น่ะซีครับ"

ดร. ดิเรกเห็นพ้องด้วย

"ออไร๋น์ แกต้องเป็นผู้จัดการ อ้ายแห้ว ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งสำคัญมาก เซ้งไว้ก็ดีโว้ยพวกเราจะได้ดูระบำโป๊ฟรี"

นิกรพูดกับนายยิ้ม

"๕๐,๐๐๐ บาทออกจะแพงไปหน่อยครับ คุณยิ้มลดลงอีกได้ไหม"

"อ๋อ ต่อรองได้นี่ครับ ของซื้อของขาย คุณพอใจจะให้ผมสักเท่าใดล่ะครับ"

นายจอมทะเล้นพูดหน้าตาเฉย

"สัก ๒,๐๐๐ เป็นยังไง"

เจ้าของโรงระบำโป๊สะดุ้งโหยง

"๒,๐๐๐ น่ะ ค่าม่านหน้าเวทีผมก็ไม่ได้แล้ว โธ่คิดดูเถอะครับนางระบำคนหนึ่งผมซื้อมาอย่างถูกก็ ๒,๐๐๐ บาท แล้วยังต้องเสียเวลาฝึกหัดให้อีก ๕๐,๐๐๐ น่ะผมขาดทุนป่นปี้นะครับ แต่ผมรำคาญเมียของผม เลิกดีกว่า"

เสี่ยหงวนถามความเห็นนายพัชราภรณ์

"ว่ายังไงโว้ยพล"

พลว่า "แกมีเงินพอที่จะเซ้งกิจการของคุณยิ้มเขาไหมล่ะ"

กิมหงวนอ้าปากหวอแล้วหัวเราะ

"อ้ายพล แกไม่น่าถามอาเสี่ยกิมหงวนด้วยคำพูดประโยคนี้เลย หน็อย-ดันถามมาได้ว่ามีเงินพอที่จะซื้อกิจการของคุณยิ้มไหม ชะ ชะ อย่างว่าแต่กิจการระบำโป๊นี่เลย ต่อให้ตัวคุณยิ้ม เมียคุณยิ้ม กันก็ซื้อได้ กัน-มหาเศรษฐีโว้ย ไม่ใช่มีเงินนับแสน แต่กันมีเงินนับล้านและร้อยล้านขึ้นไป แหม-นี่ถ้าแกเป็นคนอื่นพูดยังงี้กันเตะยกล้อเลยพับผ่า มันดูถูกกันนี่หว่า"

เสียงหัวเราะดังขึ้นหลังโรงระบำ เสี่ยหงวนแสดงกิริยาฮึดฮัดไม่พอใจที่พลพูดเป็นเชิงดูหมิ่นเขา แล้วเขาก็เปลี่ยนสายตามาที่นายยิ้ม

"ง่า-คุณแหย "

"ผมชื่อยิ้มครับ"

"อ้อ ขอโทษที ผมเผลอไป เป็นอันว่าตกลงผมรับเซ้งกิจการโรงระบำโป๊ของคุณ แต่เราต้องทำสัญญาซื้อขายกันให้เป็นหลักฐานถูกไหม"

"ครับ ถูกแล้ว พรุ่งนี้เที่ยงอาเสี่ยมาพบผมที่นี่นะครับ ผมจะเตรียมพิมพ์สัญญาไว้ อ้ายเรื่องตุกติกรับรองครับ ผมก็เป็นคหบดีที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เกิดมาไม่เคยคดโกงใครเลย ผมจะทำบัญชีข้าวของพัสดุต่างๆ ไว้ให้เรียบร้อย การซื้อขายของเราจะได้เป็นไปด้วยความยุติธรรม"

กิมหงวนยื่นมือให้นายยิ้มจับ

"ขอบคุณครับ พรุ่งนี้ผมกับเพื่อนจะมาพบกับคุณในเวลาเที่ยงตรง พบกันที่นี่นะครับ"

"ครับ ผมกับนางระบำทั้งหมดตลอดจนคนงานจะเตรียมตัวคอยต้อนรับคุณในวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง เพื่อมอบหมายกิจการงานกัน"

เสี่ยหงวนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

"สำหรับเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท คุณต้องการเงินสดหรือเช็ค ถ้าต้องการเงินสดตอนสายพรุ่งนี้ผมจะได้ไปถอนมาจากแบงค์"

นายยิ้มตอบนอบน้อม

"เช็คก็ได้ครับ สำหรับอาเสี่ยผมเชื่อเกียรติยศใครๆ ก็ทราบดีนี่ครับว่ามหาเศรษฐีแห่งประเทศไทยคืออาเสี่ย"

กิมหงวนยืดหน้าอกขึ้นในท่าเบ่ง

"หรือคุณจะฉีกแบงค์แข่งกับผมสักห้าหกแสนยังได้นะครับคุณยิ้ม"

"อ๋อ ผมไม่สู้หรอกครับ ดาวดวงเล็กๆ จะแข่งรัศมีกับพระจันทร์ก็บ้าเต็มทน"

คราวนี้เสี่ยหงวนยิ้มแก้มแทบแตก ยกมือตบบ่าเจ้าของโรงระบำโป๊.

"เอาละ เป็นอันว่าผมจะจ่ายเช็คให้คุณ ๖๐,๐๐๐ บาท คุณพูดถูกใจผม ผมแถมให้หมื่นบาท"

นิกรพูดเสริมขึ้น

"ยอมันเข้าเถอะคุณยิ้ม อ้ายเปรตนี่มันบ้ายอ เป็นมหาเศรษฐีที่ชอบเบ่งและบ้ายอที่สุดในโลก"

ดร. ดิเรกหัวเราะก้าก

"ออไร๋น์ ออไร๋น์ มันเป็นเช่นนั้น อ้ายหงวนไม่ผิดอะไรกับท่านมหาราชนรสิงห์วิมลราชบัญชาเลย พระองค์เป็นมหาเศรษฐีที่ชอบให้ใครๆ ยกยอปอปั้นพระองค์เสมอ"

พลพูดขึ้นเบาๆ

"มหาราชมาอีกแล้ว"

ดร. ดิเรกชักฉิวหันมาทำตาเขียวกับพล

"ให้กันพูดถึงพระองค์บ้างซีโว้ย เปรี้ยวปากมานานแล้ว คุยกันเรื่องอื่นไม่เห็นว่ามันจะมีรสชาติสักนิด"

อาเสี่ยกิมหงวนโบกมือห้ามพลกับนายแพทย์หนุ่มให้สงบปากเสียง แล้วเขาก็พูดกับนายยิ้มอย่างเป็นงานเป็นการ

"ผมยังข้องใจอยู่หน่อยหนึ่งคุณยิ้ม"

"นางระบำทุกคนเป็นคนไร้ญาติขาดมิตร เมื่ออาเสี่ยให้.ความสุขแก่เขาได้ เขาก็ต้องมอบตัวเป็นคนของอาเสี่ย รับรองครับว่าจะไม่มีใครหลบหนีอาเสี่ยไปไหนเลย เพราะเขาต้นระบำให้อาเสี่ย เขาก็ได้รับเงินจากอาเสี่ย มากน้อยแล้วแต่ความสามารถจริงไหมล่ะครับ"

"ครับ ถูกแล้ว ผมเองจะแบ่งรายได้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ให้แก่นางระบำ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นค่าสร้างฉากและค่าใช้จ่ายอื่นๆ อย่างนี้ยุติธรรมไหมคุณยิ้ม"

"ยุติธรรมอย่างยิ่งเชียวครับ ผมให้นางระบำเพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อาเสี่ยใจป้ำอย่างนี้กิจการระบำโป๊ต้องเจริญแน่ๆ ผมจะเรียกนางระบำทั้งหมดมายืนเข้าแถวให้อาเสี่ยชมโฉมเดี๋ยวนี้ดีไหมครับ"

กิมหงวนยิ้มแป้น

"ก้อดีสิครับ ผมจะได้รู้ว่ามีจำนวนกี่คน รูปร่างหน้าตาเป็นยังไงกันบ้าง"

นายยิ้มว่า "ทั้งหมด ๑๖ คนครับ แต่นางระบำที่แสดงเป็นตัวเงือกน้อยหล่อนได้เสียเป็นเมียผมแล้วผมไม่อาจเซ้งให้เสี่ยได้"

"อ้าว" เสี่ยหงวนอุทาน "ไหนๆ เซ้งแล้วก็ต้องเซ้งให้หมดซิครับ"

นายยิ้มสะดุ้ง

"ไม่ได้หรอกครับ ผมกำลังข้าวใหมปลามันเพิ่งได้เสียเป็นเมียผัวเมื่อเร็วๆ นี้ ถ้าอาเสี่ยต้องการเดือนหน้าผมจะนำตัวมามอบให้อาเสี่ย และขอคิดค่าป่วยการเพียงเล็กน้อย"

"ยังงั้นคุณเอาไปเลยแล้วกัน คุณเอาไปตั้งเดือนนำมาเซ้งให้ผม ผมก็เสียค่าซ่อมแย่ ลูกสูบคาบูเรเตอร์หัวเทียนต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งนั้น"

นายยิ้มหัวเราะ เขากวาดสายตาไปมองรอบๆ บริเวณแล้วร้องตะโกนด้วยเสียงอันดัง

"นางระบำ แถว"

มีเสียงตึงตังโครมครามดังขึ้น บรรดานางระบำทั้งหลายที่นั่งพักผ่อนหรือจับกลุ่มสนทนากันอยู่ตามที่ต่างๆ ตามหลังโรงต่างรีบลุกขึ้นวิ่งมาเข้าแถวตามคำสั่งของนายยิ้มพร้อมเพรียงและเข้มแข็งราวกับทหาร และทุกๆ คนแสดงความเกรงกลัวนายยิ้มมาก ณ บัดนี้คณะพรรค ๔ สหายได้ยืนรวมกลุ่มกันอยู่หน้าแถวนางระบำ รวม ๑๕ คนซึ่งยืนเป็นแถวเรียงเดี่ยวหน้ากระดาน

แต่ละนางแฉล้มแช่มช้อย และบางนางก็แต่งกายสวมเสื้อกระโปรงเรียบร้อยทาปากเขียนคิ้ว บางนางก็นุ่งกางเกงยืดตัวเดียวปล่อยหน้าอกล่อนจ้อน บางนางก็เปลือยกายหมดเพราะขี้เกียจสวมเสื้อผ้า คนที่ยืนหัวแถวเป็นหญิงกลางคนมี อายุ ราว ๔๐ เศษ ร่างอันอ้วนจ้ำม่ำของหล่อนปราศจากเสื้อผ้าปิดบังแม้แต่ชิ้นเดียว ส่วนโค้งและส่วนเว้าไม่มี มีแต่ส่วนอูมและส่วนนูนอล่างฉ่างผิดปกติ ถึงแม้หล่อนมีอายุมากแล้วก็ยังสวยพริ้งสาวๆ ทำไมไม่ได้ หล่อนคือหัวหน้านางระบำ

"พวกเธอทั่งหลาย" นายยิ้มพูดขึ้นด้วยเสียงกังวาน "ฉันรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่เมียของฉันได้มาอาละวาดทำให้การแสดงระบำโป๊ของเราในคืนวันนี้ ต้องสิ้นสุดลงกลางคันแล้วฉันก็ไม่อาจที่จะดำเนินกิจการงานได้ต่อไปเพราะเกรงว่าเมียของฉันจะติดตามมาอาละวาดอีก ดังนั้นฉันจึงตกลงใจเซ้งกิจการของเรากับพวกเธอให้กับอาเสี่ยกิมหงวน-ไทยแท้ สุภาพบุรุษร่างสูงโปรงคนนั้นซึ่งเป็นมหาเศรษฐีแห่งประเทศไทย ต่อไปนี้อาเสี่ยกิมหงวนจะได้กล่าวคำปราศรัยกับพวกเธอ"

พวกนางระบำทำหน้าตื่นไปตามกัน สายตาของแม่สาวน้อยทั้งหมดต่างจ้องมองดูกิมหงวนเป็นตาเดียว

อาเสี่ยยืดหน้าอกขึ้นอย่างสง่าผ่าเผย เดินเข้ามายืนหัวแถวยิ้มด้วยมุมปากข้างขวาเพียงเล็กน้อย แล้วกล่าวกับนางระบำทุกคน

"น้องสาวที่รักทุกๆ คน ข้าพเจ้าขอให้คำมั่นสัญญาว่าข้าพเจ้ากับเพื่อนๆ จะพยายามปรับปรุงกิจการระบำโป๊ของเราให้ดียิ่งขึ้น ข้าพเจ้าจะได้เป็นสิทธิ์โรงระบำโป๊ในตอนเที่ยงวันพรุ่งนี้ น้องสาวทั้งหลาย ข้าพเจ้าจะเลี้ยงดูให้ความสุขแก่พวกท่านเป็นอย่างดีที่สุด ท่านจะได้กินอาหารดีๆ ทั้งของสดและของคาว ท่านจะได้นอนที่นอนอันอ่อนนุ่มและบางคนอาจจะได้หนุนท่อนแขนของข้าพเจ้าต่างหมอนก็ได้ ส่วนเงินรายได้จากการแสดงระบำโป๊ข้าพเจ้าจะแบ่งเฉลี่ยให้พวกท่าน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ น้องสาวคนใดสมัครจะอยู่กับข้าพเจ้าขอให้ยกมือขึ้น"

ทันใดนั้นเอง นางระบำทั้งหมดก็ชูมือขวาขึ้นเหนือศีรษะของหล่อน แล้วแม่โอ่งสามโคกหัวหน้านางระบำก็ร้องตะโกนขึ้น

"เราทุกคนพร้อมที่จะอยู่ในบังคับบัญชาของอาเสี่ยตลอดไป ขอให้ท่านผู้นำคนใหม่ของเราจงเจริญ ไชโย! "

เสียงไชโยแจ๋วๆ ดังขึ้นสามครั้ง กิมหงวนรีบยกมือห้าม

"น้องสาวคำว่าผู้นำสมัยนี้ไม่มีแล้ว แฮ่ะ แฮ่ะ อย่าเรียกฉันว่าท่านผู้นำเลย เรียกว่าผู้อำนวยการจะโก้กว่า ฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำพวกเธอให้รู้จักกับพรรคพวกของฉัน ท่านผู้นี้คืออาของฉันเอง พระยาปัจจนึกพินาศ นามจริงชื่ออู๊ด นามสกุลศิริสวัสดิ์ ถึงแม้ท่านจะหัวล้านแต่ก็ใจดีมาก เต็มไปด้วยความกรุณา, มุทิตา, อุเบกขา"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ย่องเข้ามายกเท้าเหวี่ยงลูกแปถูกก้นเสี่ยหงวนดังพลั่ก

"พอแล้ว ไม่ต้องอธิบายละเอียดนัก"

พวกนางระบำหัวเราะครืน กิมหงวนแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนของเขาต่อไป

"สุภาพบุรุษทั้ง ๔ คนนี้เป็นเพื่อนรักเพื่อนเกลอของข้าพเจ้าเอง ท่านผู้นี้เป็นนักวิทยาศาสตร์และนายแพทย์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง"

ดร. ดิเรกยักคิ้วให้นางระบำแล้วพูดเสริมขึ้น

"หัวนอก ปริญญาประเทศอังกฤษจ้ะ เป็นพระสหายของท่านมหาราชา"

อาเสี่ยหันมายกฝ่ามือพลักหน้าดิเรก แล้วผายมือมาทางนิกร

"ท่านผู้นี้คือ คุณนิกร การุณวงศ์ เป็นนักแซงค์ฝีมือชั้นครู ชอบกินและนอนสังกัดพรรคผ่อนนอนหลับ ท่านผู้นั้น ชื่อพล พัชราภรณ์ ขอให้นางระบำทุกคนอย่าได้ไว้วางใจเป็นอันขาด เจ้าชู้อย่างที่สุด ลูกเขาเมียใคร เกี้ยวไม่เลือก ได้ใครแล้วไม่เคยเลี้ยง"

"เฮ้ยๆๆ " พลเอ็ดตะโร "มันจะมากไปโว้ย อย่าปรักปรำกันให้มากนัก"

เสี่ยกิมหงวนหัวเราะ

"รูปหล่อกว่ากันนี่หว่า ต้องพยายามใส่ไฟให้มากๆ หน่อย" แล้วกิมหงวนก็ยิ้มให้นางระบำยกมือขึ้นหน้าอกตัวเอง "สำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายินดีแนะนำตัวให้พวกเธอได้รู้จักไว้ ข้าพเจ้าคือ นายกิมหงวน ไทยแท้หรืออาเสี่ยกิมหงวน มหาเศรษฐีแห่งประเทศไทย"

เสียงแจ๋วๆ ของนางระบำคนหนึ่งพูดขึ้น

"ฉีกแบงค์ให้พวกเราชมเป็นขวัญตาหน่อยได้ไหมคะ"

กิมหงวนมองดูผู้พูดแล้วอมยิ้ม

"ได้ซีน้องสาว เงินมีค่าสำหรับคนอื่นก็จริงอยู่.แต่สำหรับอาเสี่ยกิมหงวนแล้ว เงินไม่มีความหมาย ไม่มีค่าอะไรเลย" พูดจบกิมหงวนก็ล้วงกระเป๋าเสื้อเชิ้ต หยิบธนบัตรใบละร้อยบาทปึกหนึ่งออกมาชูอวดพวกนางระบำ

"น้องสาวทั้งหลาย บัดนี้ ข้าพเจ้าถือเงินอยู่ในมือน้อยๆ ของข้าพเจ้าไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐ บาท ข้าพเจ้าจะฉีกมันทิ้งอย่างสง่าผ่าเผยเดี๋ยวนี้ ของให้ทุกคนคอยดูความบ้าของข้าพเจ้า หนึ่ง-สอง-สาม"

แควก-แควก-แควก

อาเสี่ยโปรยเศษธนบัตรสีแดงลงบนพื้น ท่ามกลางความตื่นตะลึงของพวกนางระบำทั้งหลาย ทุกคนเชื่อแล้วว่า กิมหงวนเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุด นายยิ้มนัยน์ตาเหลือกลาน มีทีท่าเหมือนกับจะเป็นลม

"อ๋อย---อาเสี่ยครับ" เขาพูดด้วยความเคารพนบนอบ "ผมเกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ก็เพิ่งเคยเห็นเดี๋ยวนี้ เงินตั้ง ๒,๐๐๐ กว่าอาเสี่ยฉีกทิ้งอย่างหน้าตาเฉย โอย---รวยเหลือเกิน"

กิมหงวนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หยิบธนบัตรใบละร้อยบาทออกมาอีกปึกหนึ่ง

"ฉีกอีกยังได้นะ คุณยิ้ม" แล้วเขาก็ฉีกมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โปรยมันทิ้งโดยไม่มีท่าทางเสียดายมันเลย

พวกนางระบำถอนหายใจเฮือกใหญ่ไปตามกัน ทุกคนต่างพอใจอาเสี่ยกิมหงวน และต่างเชื่อว่า เขาคงจะให้ความสุขแก่หล่อนเป็นอย่างดี

เจ้าแห้วเอื้อมมือเขี่ยแขนกิมหงวนเบาๆ "อาเสี่ยช่วยแนะนำาตัวผมให้พวกนางระบำรู้จักหน่อยซีครับ"

กิมหงวนหันมามองดูเจ้าแห้วอย่างเคือง แต่แล้วก็เห็นใจเจ้าแห้ว จึงกล่าวแนะนำเจ้าแห้วกับพวกนางระบำ

"น้องสาวทั้งหลาย สุภาพบุรุษร่างเล็กผู้นี้เป็นบุคคลสำคัญยิ่งในคณะของเรา ซึ่งพวกเราจะขาดเสียมิได้เขาคือนายศักดิ์แห้ว โหระพากุล ขี้ข้าที่ซื่อสัตว์ของพวกเรานั่นเอง ขอแนะนำให้รู้จักไว้ด้วย"

เจ้าแห้วหน้าจ๋อย กลืนน้ำลายติดๆ กันหลายครั้ง เจ้าคุณปัจจนึกฯ หัวเราะหึๆ เดินเข้ามาพูดกับกิมหงวน

"หงวนโว้ย เสร็จเรื่องแล้วกลับกันเสียที หรือเราจะได้เลยไปที่โน่น"

"ไปไหนครับ" อาเสี่ยถามเบาๆ

ท่านเจ้าคุณก้มลงกระซิบข้างหูเสี่ยหงวน

"บ้านเจ้หนอม อาสปัสซัมเต็มทนแล้ว ยายตุ่มสามโคกที่ยืนอยู่หัวแถวแกเล่นไม่นุ่งผ้านุ่งผ่อนเสียเลยเห็นแล้วใจคอไมสบาย"

กิมหงวนหัวเราะก้าก

"ถ้างั้นไปซีครับ พวกเราโว้ย เตรียมตัวไปบุกบ้านเจ๊หนอมกันเถอะ คืนนี้เที่ยวกันให้ยันป้ายเลย อ้าว-อ้ายกร ยืนสับปะหงกแล้ว "

คณะพรรค ๔ สหายต่างร่ำลานายยิ้มกับพวกนางระบำด้วยอัธยาศัยไมตรีจิต โดยเฉพาะอาเสี่ยกิมหงวนได้สัมผัสมือกับนายยิ้มเจ้าของโรงระบำโป๊

"พรุ่งนี้เที่ยง อาเสี่ยอย่าลืมนะครับ"

กิมหงวนพยักหน้า

"ครับไม่ลืมแน่ ยังไงผมก็ต้องมาพบคุณ เพื่อรับโอนกิจการระบำโป๊ของคุณ คุณไปเที่ยวกับผมไหมล่ะคุณยิ้ม กรากกรําทํางานมามากแล้วพักผ่อนสมองเสียบ้าง"

นายยิ้มมองดูเสี่ยหงวนด้วยความพอใจ

"ขอบคุณครับ ผมไปไม่ได้ เพราะจะต้องรีบเร่งสำรวจเครื่องใช้ต่างๆ ทำบัญชีพัสดุ เตรียมไว้เสนออาเสี่ยพรุ่งนี้ เชิญเถอะครับ"

กิมหงวนเดินนำหน้าพาคณะพรรคของเขาออกไปจากหลังโรง นายยิ้มตามมาส่งด้วย นายยิ้มรู้สึกดีใจมากที่ เสี่ยหงวนรับเซ้งกิจการงานของเขา

ในที่สุด โรงระบำโป๊ของนายยิ้ม ก็เปลี่ยนมือมาเป็นของอาเสี่ยกิมหงวน มหาเศรษฐีแห่งประเทศไทย พล นิกร ดร. ดิเรก เจ้าคุณปัจจนึกฯ และเจ้าแห้วได้ร่วมมือกับเสี่ยหงวนบริหารงานเกี่ยวกับกิจการระบำโป๊ ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น และทุกคนต่างปกปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ไม่ยอมแพร่งพรายให้ท่านผู้ใหญ่และเมียๆ ของเขารู้ระแคะระคายเลย

หลังจากกิมหงวนเซ็นสัญญาเช่าบ้านที่บางกะปิหลังนั้นเรียบร้อยแล้ว อาเสี่ยก็เรียกช่างมาทาสีห้องโถงเสียใหม ซื้อเก้าอี้เหล็กอย่างดีแบบทันสมัย ๒๕๐ เก้าอี้สำหรับเป็นที่นั่งของคนดู ติดพัดลมเพิ่มเติมอีก มีเครื่องระบายอากาศ ถ่ายอากาศเสียออกไป ม่านหน้าเวทีผืนใหญ่เปลี่ยนใหม่ จากสีเขียวเป็นกำมะหยี่สีเลือดนก หลืบระบาย เปลี่ยนใหม่หมด จ้างช่างเขียนฝีมือเยี่ยมมาเขียนฉาก ซื้อเครื่องอุปกรณ์ในการแสดงอีกมาก สิ้นค่าใช้จ่ายอีกหลายหมื่นบาท

เจ้าคุณปัจจนึกฯ รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษา ดร. ดิเรกเป็นนายแพทย์ประจำโรงระบำโป๊. มีหน้าที่รักษานางระบำที่ป่วยไข้.ไม่สบาย ตลอดกระทั่งคนฉากและคนงานทั่วไป พลรับตำแหน่งเป็นนักประพันธ์ประจำคณะและกำกับการแสดง นิกรเป็นเจ้าหน้าที่จำหน่ายบัตรและควบคุมประตู เจ้าแห้วมีตำแหน่งรับใช้ทั่วไปโดยไม่จำกัดงาน ส่วนเสี่ยหงวนเป็นผู้อํานวยการโรงระบําโป๊

ในสัปดาห์นั้นเอง ๔ สหายของเราก็ได้เสียกับนางระบําแทบทุกคน โดยเฉพาะแม่โอ่งสามโคกหัวหน้านางระบํา นิกรติดอกติดใจนัก คณะพรรค ๔ สหายต่างมีความสุขอย่างยิ่ง และมาป้วนเปี้ยนอยู่ที่โรงระบําโป๊ตลอดวัน

ระบําโป๊เร่งมือฝึกซ้อมกันทั้งกลางวันและกลางคืน เสี่ยหงวนจะเปิดการแสดงในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ อาเสี่ยกับเพื่อนของเขาต่างนําบัตรล่วงหน้าไปเร่ขาย ตามบรรดามิตรสหาย ปรากฏว่าขายดีเกินคาด เพราะว่าพวกพ่อค้าคหบดีทั้งหลายล้วนแต่นิยมดูระบําโป๊ด้วยกันทั้งนั้น

แล้วก็ถึงกําหนดวันแสดงของคณะระบําโป๊

ตอนหัวค่ำคืนวันนั้นเอง นักดูระบําโป๊ทั้งหลายก็ย่องๆ กันมาชมระบําชีเปลือยของอาเสี่ยกิมหงวน การแสดงจะเริ่ม ๑๙.๐๐ น. รถเก๋งคันงามหลายคันจอดอยู่เรียงรายที่หน้าสํานักระบําโป๊ คณะพรรค ๔ สหายทุกคนต้องทํางานอย่างเหน็ดเหนื่อย ดร. ดิเรกถึงกับบ่นพึมพําตลอดเวลา

ภายในหลังโรงระบําโป๊

๔ สหายกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ พร้อมด้วยเจ้าแห้ว กําลังโอภาปราศรัยกับพวกนางระบําทั้งหลาย ซึ่งนั่งตบแต่งใบหน้าและเรือนผมของหล่อนอยู่ แทบทุกนางนุ่งกางเกงยืดแนบเนื้อแต่ไม่สวมเสื้อ ปล่อยหน้าอกอล่างฉ่างโดยไม่สนใจว่าใครจะมอง

ดร. ดิเรกยกมือตบบ่าเสี่ยหงวนแล้วกล่าวว่า

"แกเป็นผู้เล็งผลเลิศ พอๆ กับท่านมหาราชจันทรกุมารรามซิงค์ทีเดียว ออกไปแหวกม่านดูซี ที่นั่ง ทุกๆ ชั้น เกือบจะไม่มีที่ว่างแล้ว"

เสี่ยหงวนยิ้มแป้น

"กันจะต้องมีรายได้อย่างงดงามจากการแสดงระบําโป๊ของกัน และไม่ต้องวิตกผลกําไรที่เกิดขึ้นฉันจะแบ่งสรรปันส่วนให้พวกเราทุกๆ คน เพราะเราต่างก็เหนื่อยยากด้วยกัน" เขาหันมายิ้มกับนิกร "กันขอชมเชยความสามารถของแก อ้ายกร"

นิกรยักคิ้ว

"ชมเถอะกันชอบฟัง"

กิมหงวนหัวเราะ กําหมัดชกท้องนายจอมทะเล้นเบาๆ

"แกเก่งมาที่วิ่งเต้นขายบัตรล่วงหน้าชั้นพิเศษได้ถึง ๖๓ ที่นั่ง แกเอาไปขายที่ไหนบ้างวะ"

นิกรว่า "ขายหลายแห่ง ที่สโมสรสหสหาย, สมาคมไทยจีนพี่น้องกัน แล้วก็ที่กองสันติบาล"

อาเสี่ยสะดุ้งโหยง นัยน์ตาเหลือก

"แกไปขายที่สันติบาล"

"ตายละวะ" เสี่ยหงวนคราง "ขายได้กี่บัตร"

นิกรยิ้มอย่างภาคภูมิ

" ๔ บัตร แถมฟรีให้ ๑ บัตร"

พลจุย์ปากลั่น

"ฉิบหายแน่ ลงเอาบัตรระบําโป๊ไปขายให้ตํารวจ ประเดี๋ยวพอเปิดฉากก็โดนรวบไปโรงพักเท่านั้นเอง ดันเอาไปขายได้"

นิกรขมวดคิ้วย่น

"ปู้โธ่ อ้ายงั่ง พูดเล่นสนุกๆ โว้ย มีอย่างที่ไหนวะ ใครจะกล้าเอาบัตรดูระบําโป๊ไปขายให้ตํารวจ แล้วก็แกเคยเห็นตํารวจคนใดบ้างที่ดูมหรสพเสียสตางค์"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ พูดกับเจ้าแห้วอย่างเป็นงานเป็นการ

"คนฉากและช่างไฟเรียบร้อยแล้วเรอะ"

"เรียบร้อยแล้วครับ"

พลยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา

"อีก ๕ นาทีเปิดฉากได้แล้ว กันเชื่อว่าการแสดงของเราในคืนวันนี้ คงจะทําให้คนดูสปัสซั่มนั่งตัวแข็งไปตามกัน รับรองว่าต้องติดใจแน่ๆ ไปแหวกม่านแอบดูกันเถอะวะ"

๔ สหายเจ้าคุณปัจจนึกฯ และเจ้าแห้วพากันเดินผ่านหลืบเข้าไปในเวทีแสดง ดร. ดิเรกเป็นคนแรกที่ค่อยแหวกม่านมองดูคนดู

"เป็นไง คนแน่นไหมหมอ" นิกรถาม

นายแพทย์หนุ่มสะดุ้งเฮือกสุดตัว หันควับมาทางเพื่อนเกลอของเขา ใบหน้าของดร. ดิเรกซีดเผือด เขากระซิบกระซาบกับเสี่ยหงวนเบาๆ

"เฮ้-นัยน์ตาของกันไม่ใคร่ดีโว้ย บางขณะสายตาของกันก็หลอกตัวกันเอง แกช่วยดูหน่อยเถอะวะ ช่วยดูให้แน่ๆ "

"ดูอะไร" เสี่ยหงวนถาม

ดิเรกถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปากคอสั่นไปหมด

"แกลองดูซิว่า ผู้หญิงสาว ๔ คน กับยายแก่ ๒ คน ที่นั่งอยู่หน้าเวทีน่ะ เคยรู้จักกับเราหรือเปล่า"

กิมหงวนยืนตะลึง

"ฮ้า อย่าล้อเล่นน่า"

ดร. ดิเรกฝืนหัวเราะ

"ไม่ได้ล้อเล่น กันเห็นจริงๆ ผู้หญิงสาว ๔ คนคล้ายกับเมียเรามาก"

นิกรอ้าปากหวอ

"แร้งลงละโว้ย เน่าแน่ ถ้าหากว่าเป็นเมียเราก็เท่ากับอาตอมิคบอมบ์.ตกลงกลางโรงระบําโป๊ของเรา"

เจ้าคุณปัจนึกฯ ว่า "ดิเรกมันคนสายตาสั้น เห็นผู้หญิงก็ทึกทักว่าเป็นเมียๆ ของพวกแก อ้ายกรตาดีช่วยดูเสียให้แน่ ถ้าหากว่าใช่เมียๆ พวกเราก็เปิดฉากแสดงไมได้ ขืนแสดงเป็นเกิดบ้านแตกสาแหรกขาด"

นิกรผิวปากเบาๆ ค่อยๆ แหวกมุมม่านหน้าเวทีออก มองไปทางเก้าอี้แถวแรกหน้าเวที แล้วเขาก็รีบปิดม่าน

"โอ้ย!-จําเริญแล้วอ้ายเสี่ย แม่ๆ ของพวกเรานั่งหน้าสลอนเชียว พร้อมด้วยคุณอาทั้ง ๒ คน สั่งพวกนางระบําล้างหน้าเถอะโว้ย แล้วพวกเรารีบเปิดไปเสียจากที่นี่โดยเร็ว"

เสี่ยหงวนตาปริบๆ

"อย่าล้อเล่นน่า อ้ายกร ใจไม่ดีโว้ย"

นายจอมทะเล้นฝืนหัวเราะปลอบใจตนเอง

"ถ้าสงสัยว่ากันล้อเล่นหรือนัยน์ตากันฝาด แกลองดูเองซี"

กิมหงวนปลอบใจให้เข้มแข็ง ก้มตัวลงแหวกม่านออก แล้วเขาก็สะดุ้งเฮือก เย็นวาบไปหมดทั้งตัว หันมาทางเพื่อนเกลอของเขา

"ใช่ไหม" เจ้าคุณปัจจนึกฯ ถาม

"ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ" อาเสี่ยพูดเสียงอ่อน "ผมนึกได้แล้ว บัตรพิเศษของเราที่ขาดจํานวนไปจากเล่มของมันตั้ง ๖ ฉบับ เมียๆ ของเราคงแอบฉีกเอาไว้ มิน่าล่ะ เราถึงนึกไม่ออกว่ามันหายไปอย่างไร"

ดร. ดิเรกทําหน้าชอบกล

"ฝรั่งงงมาก.... โอย.... เป็นปวดหัวเลย ทําไมเมียๆ ของเราถึงรู้ว่าโรงระบําโป๊ของเราอยู่ที่นี่ เปิดโว้ยพวกเรา ขืนอยู่ชักช้าหัวแตกแน่ ประเดี๋ยวแม่คงจะบุกขึ้นมาทางหลังโรง"

พลยกมือจับแขนไว้

"ต้องทําใจดีสู้เสือ ดิเรก ถ้าระบําโป๊ไม่สามารถจะแสดงได้ พวกคนดูต้องอาละวาดแน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะไปตามตํารวจมาจัดการกับพวกเรา เขาเสียเงินแล้วเขาก็ต้องดู แกเป็นคนมีปัญญาเฉียบแหลม แกควรคิดอ่านแก้ไขความคับขันที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าเรา เร็วช่วยกันคิดใกล้เวลาแสดงเต็มทนแล้ว จะเอายังไงว่ามา"

คราวนี้นายแพทย์หนุ่มยิ้มออกมาได้

"ออไร๋น์-ออไร๋น์ แล้วดิเรกก็หันมาทางเจ้าแห้ว

"เฮ้ย แกลงไปข้างล่างที่เถอะวะ ไปบอกเมียของเราว่า พวกเราของร้องให้นั่งดูด้วยความสงบ"

เจ้าแห้วหัวเราะ

"รับประทาน จ้างผมพันบาทก็ไม่กล้าลงไปครับ รับประทานขืนลงไปก็เจ็บตัวแน่ ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงก็มาด้วย เปิดฉากเถอะครับ คุณหญิงคงมาดูเพื่อหาความเพลิดเพลินเท่านั้น"

เสี่ยหงวนอมยิ้ม

"เออ เองพูดยังงี้ทําให้ข้ามีกําลังใจดีขึ้น เอาโว้ยพวกเราประจําหน้าที่ได้แล้ว"

คณะพรรค ๔ สหายต่างแยกย้ายกันประจําหน้าที่ของตน กิมหงวนเดินมาที่ไมโครโฟน พยักหน้าให้เจ้าหน้าที่ประจําเครื่องเปิดสวิท แล้วเขาก็ประกาศให้ประชาชนคนดูทราบ

"ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษผู้มีเกียรติทั้งหลาย ระบําโป๊ของคณะ ๔ สหายจะได้เสนอท่านในต่อไปนี้แต่คณะขอกราบเรียนให้ทราบเสียก่อนว่า การแสดงในคืนวันนี้มีอยู่ ๕ ชุดด้วยกัน ชุดแรกคือ สวรรค์ทะเลใต้ ชุดที่ ๒ รําไทยเมฆขลาล่อแก้ว ชุดที่ ๓ จํ้าบะสวิง ชุดที่ ๔ ระบําหมู่นางกินนร ชุดที่๕ นางหุ่น การแสดงในชุดแรก สวรรค์ทะเลใต้ ผู้แสดงคือ นางสาวนงนุช กับนางสาวสุดา ซึ่งท่านจะได้ชม ณ บัดนี้"

เสียงคนตบมือลั่นห้องโถง ระคนกับเสียงเป่าปากกระทืบเท้าของบรรดาแฟนระบําโป๊ทั้งหลาย

เสียงออดสัญญาณไฟฟ้าดังขึ้น ม่านหน้าเวทีค่อยๆ เผยออ้าทีละน้อย แลเห็นฉากชายหาดของเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่ง มีต้นมะพร้าวขึ้นเป็นทิวแถว ดวงจันทร์กลมโตลอยเด่นอยู่บนฟ้า

แม่สาวงามในชุดแต่งกายแรกเกิด พาร่างอันอวบอัดของหล่อนเยื้องกรายออกมากลางเวที ในมือของหล่อนถือกีตาฮาไว หล่อนบรรจงดีดเพลงอันไพเราะในจังหวะวอลซ์ และร้องเพลงไปด้วย เนื้อเพลงแสดงให้เห็นความสวยสดงดงามของธรรมชาติ คนดูได้แลเห็นการเปลือยกายอย่างทนงองอาจก็ โห่ร้องกันเกรียวกราว บางคนถึงกับลุกขึ้นวิ่งพรวดพราดออกจากห้องโถง เพื่อรีบไปหาสํานักนางโลมแห่งใดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด

มันเป็นความสุขอย่างล้นเหลือของท่านผู้ดีมีเงินที่มาดูระบําโป๊ ได้เห็นทุกสัดทุกส่วน ทั้งหน้าถังและหลังร้านของนางระบําอย่างถนัดชัดเจน ไม่มีใครจะคํานึงถึงว่านัยน์ตาจะเป็นกุ้งยิงในวันรุ่งขึ้น

ขณะนี้แม่เสือทั้ง ๔ พร้อมด้วยเจ้าคุณประสิทธิ์ฯ และคุณหญิงวาดกําลังนั่งมองดูการแสดงระบําโป๊ของคณะ ๔ สหายด้วยความสนใจยิ่ง

เจ้าคุณประสิทธิ์ฯ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ รู้สึกตัวว่าท่านเป็นหนุ่มขึ้นอีกหลายขวบ คุณหญิงวาดยกมือขวาขึ้นปิดหน้าไม่อยากจะมอง

"ต๊าย-ตาย เหมือนกับเปรตออกมาขอส่วนบุญยังงั้นแหละ" คุณหญิงวาดปลงอนิจจังเบาๆ "โธ่เอ้ย ผ้าสักชิ้นก็ไมมีปิด ประเดี๋ยวได้เป็นสะพ้านตายหรอก ยังสาวยังแส้แท้ๆ ดันแก้ผ้าออกมาโชว์ได้"

เจ้าคุณประสิทธิ์ฯ เอียงหน้ามากระซิบกระซาบกับภรรยาของท่าน

"กลับบ้านเถอะ คุณหญิง ฉันแย่แล้ว"

คุณหญิงค้อนควับ

"ชวนกลับบ้านทําไม"

"แฮ่ะ แฮ่ะ มีเรื่องสําคัญอยากจะไปปรึกษาหารือกับคุณหญิงสักหน่อย"

"อย่ามาลูกไม้ สะดือด่วนหน่อยเลย"

หญิงสาวอีกคนหนึ่งนุ่งลมห่มฟ้าเดินออกมาทางหลืบขวา หล่อนถือกีต้าสเปญนิช ดีดคลอเพลงออกมาเสียงโห่ร้องของพวกคนดูดังก้องไปหมด ประกอบกับเสียงพูดวิจารณ์จ๊อกแจ๊กจอแจ

แม่สาวชาวเกาะทั้ง ๒ นางต่างร้องเพลงประสานเสียงอย่างไพเราะ ส่ายตะโพกช้าๆ โยกเชฟไปด้วย คนดูนัยน์ตาเป็นมัน บางคนอ้าปากหวอนํ้าลายไหลยืด พอเพลงจบม่านหน้าเวทีค่อยๆ รูดเข้าหากัน ท่ามกลางเสียงหัวเราะและตบมือกราว

๔ นางหันมามองหน้ากันอย่างเศร้าใจ

"เป็นอะไรคะ คุณนัน" นวลลออถามนันทาเสียงหนักๆ นันทาถอยหายใจเฮือกใหญ่

"ฉันอนาถใจเหลือที่จะกล่าวแล้ว ศีลธรรมของเราเสื่อมโทรมลงทุกวัน ดูคนดูข้างหลังเราซีคะล้วนแต่ผู้ลากมากดีทั้งสิ้น เขายอมเสียเงินแพงเพื่อมาดูผู้หญิงแก้ผ้าโดยเอานาฏศิลปบังหน้า ดิฉันทราบดีค่ะว่าภาพยนตร์ลามกอานาจาร และระบําโป๊แบบนี้มีอยู่ดาดดื่นมาก และมีคนนิยมดูกันมาก ทั้งผู้ชายและผู้หญิง "

นวลลออพยักหน้าเห็นพ้องด้วย

"ผัวๆ ของเราไม่น่าจะคิดบ้าๆ อย่างนี้เลย เราจะทําอย่างไรดีคะ"

ประไพพูดโพล่งขึ้น

"บุกขึ้นไปรื้อฉาก ไล่ตบอีพวกนางระบําเสียเลยจะดีไหมคะ ขืนปล่อยไว้ไม่ช้าผัวๆ ของเราก็คงจะกระทำตนเป็นอ้ายตาลยอดด้วนฟัดอีหนูเหล่านี้ และเกิดไปหลงมันขึ้นพวกเราจะต้องร้องไห้ขี้มูกโป่ง"

ประภายกมือจับแขนน้องสาว

"อยู่ๆ จะขึ้นไปไล่ตบเขาเล่นมันจะใช้ได้หรือน้องไพ"

"ก็แล้จะทําอย่างไรล่ะ พี่ภา"

"ประภาว่า เราควรใช้นํ้าเย็น ไม่ควรใช้นํ้าร้อน ขึ้นไปทางหลังโรงกันดีกว่า นั่งอยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยเลย ดีไม่ดีพวกคนดูเกิดสปัสซั่มถึงขีดสุด เกิดมาฟัดเราเข้าเราคงจะเดือดร้อน พี่คิดว่าเราขึ้นไปหลังโรง ขอร้องให้ผัวของเรายุติการแสดงเสียกลางคัน แล้วคืนเงินค่าตั๋วให้คนดูเขาไปดีไหม? "

นันทาเห็นพ้องด้วย

"ดีแล้วค่ะ คุณภา เอะอะไปก็ขายหน้าเขาเปล่าๆ "

พูดจบหล่อนก็หันมาทางคุณหญิงวาด "คุณอาคะ.พวกหนู ๔ คนจะขึ้นไปหลังโรงนะคะ"

"อ้อ ไปซี ขึ้นไปเถอะ อา ๒ คนจะนั่งอยู่ที่นี่"

๔ นางต่างลุกขึ้น พากันเดินออกไปทางประตูข้าง ในเวลาเดียวกันนั้นเอง อาเสี่ยกิมหงวนก็ประกาศการแสดงทางไมโครโฟน

"ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย อันดับต่อไปนี้ท่านจะได้ชมรําไทยเมฆขลาล่อแก้ว ซึ่งแสดงโดยนางจํ้าบะคณะของเรารวม ๘ คน ระบําชุดนี้เป็นระบําหมู่ ขอให้ท่านผู้ดูอย่าจ้องแก้วของเมฆขลาให้เกินไปนัก เพราะเมฆขลาจะอายท่าน"

คนดูตบมือกราว เสียงเพลงไทยเดิมจากแผ่นเสียงเริ่มบรรเลงเพลงอย่างไพเราะ นางเมฆขลา ๘ นางนุ่งลมห่มฟ้าค่อยๆ นวยนาดออกมาตามแบบนาฏศิลป์ของไทยเรา เมฆขลาตัวล่อนจ้อน มือขวาถือแก้ว คือแก้วทับกระดาษธรรมดานั่นเอง

นันทา, นวลลออ, ประภาและประไพ บุกขึ้นมาบนหลังโรงแล้ว ๔ นางยืนรวมกลุ่มกันอยู่ข้างหลืบ จ้องตาเขม็งมองดูผัวๆ ของหล่อน เสี่ยหงวนกับพลช่วยกันทําหน้าที่เป็นผู้กํากับการแสดง นิกรคุมเครื่องกระจายเสียง ดร. ดิเรก คุมช่างไฟฟ้า เจ้าคุณปัจจนึกฯ ดูแลกิจการทั่วไป ภายหลังโรงเต็มไปด้วยความสับสนอลหม่าน คนฉากยกฉากและเครื่องอุปกรณ์ในการแสดงเดินไปมาอย่างน่าเวียนหัว

กิมหงวนสะดุ้งเฮือกเมื่อเหลือบมาเห็นแม่เสือทั้ง ๔ อาเสี่ยรีบกระซิบบอกนายพัชราภรณ์ทันที

"เฮ้ย บุกขึ้นมาแล้วโว้ย"

พลว่า "ไม่ต้องกลัว อย่ายอมให้เมียมาทําลายกิจการงานของเราได้ แกอยู่นี่นะ ฉันจะอ้อมไปช่วยเจ้ากรทางหลืบโน้น"

นาฏศิลปชุดเมฆขลาล่อแก้วทําความพอตาพอใจแก่ผู้ดูยิ่งนัก เมื่อเพลงจบ ม่านหน้าเวทีก็ถูกรูดเข้าหากัน ท่ามกลางเสียงตบมือโห่ร้องของประชาชนคนดู ไม่มีระบําของใครที่จะน่าดูกว่าระบําโป๊ของ ๔ สหาย

นวลลออปราดเข้ามาหาเสี่ยหงวน ใบหน้าของหล่อนถมึงทึง

"ไงเจ้าของโรงระบําโป๊ ไม่มีอาชีพอื่นที่ดีกว่านี่แล้วหรือ"

เสียงของนวลลออไม่เบาเลย พวกนางระบําอกสั่นขวัญแขวนไปตามกัน บางคนก็รีบหลบหน้าไปทางอื่นกิมหงวนยิ้มให้เมียของเขา แล้วกล่าวว่า

"อย่าเอะอะไปน่า รู้ไหมว่ามันเป็นรายได้อย่างงดงามของเรา ไป-ลงไปดูข้างล่างเถอะ ใครนะเป็นคนบอกว่าโรงระบําโป๊ของเฮียอยู่ที่นี่"

"อ๋อ โลกนี้ไม่มีความลับหรอกย่ะ ใครๆ เขาก็รู้ว่าเฮียเป็นเจ้าของระบําโป๊ รับซื้อกิจการจากนายยิ้มเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท เขาลือกันออกแซดไป นี่-เฮียคะ ขอให้ยุติการแสดงเดี๋ยวนี้ นวลไม่สามารถจะทนดูต่อไปได้แล้ว มันทุเรศเหลือเกิน เสื้อผ้าสักชิ้นเดียวก็ไม่มีปกปิด มองดูคล้ายๆ พวกผีเปรตในเมืองนรก"

กิมหงวนยิ้มแห้งๆ กวาดสายตามองไปรอบๆ หลังโรง แลเห็นเพื่อนเกลอทั้ง ๓ กับเจ้าแห้วยืนแอบอยู่ข้างกองฉากอาเสียเกิดฮึดขึ้นมาทันที ความเกรงกลัวนวลลออสิ้นสุดลงแล้ว เขามองดูหล่อนด้วยแววตาแข็งกร้าว

"นวล เคยตายไหม"

"ไม่เคยค่ะ"

"ฮือ.ดีแล้ว ถ้ายังงั้นพาพรรคพวกของนวลลออออกไปจากหลังโรงระบําโป๊ของเฮียเดี๋ยวนี้ มือไม่พายอย่าเอาตีนรานํ้า"

นวลลออโมโหจนตัวสั่น

"เฮียกล้าพูดกับเมียยังงี้เชียวรึ"

ก่อนที่กิมหงวนจะพูดว่ากระไร หัวหน้าคนฉากก็เดินเข้ามารายงาน

"อาเสี่ยครับ ฉากเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ประกาศได้"

กิมหงวนพยักหน้า

"ดีแล้ว รวดเร็วดีมาก" แล้วกิมหงวนก็เดินไปที่ไมโครโฟน

นวลลออวิ่งปราดมากระชากแขนเขา

"เฮีย" หล่อนตวาดแวด "พูดไม่เข้าใจเรอะ นวลบอกให้เลิกแสดงระบําโป๊ อยากเจ็บตัวนักหรือไง"

กิมหงวนเค่นหัวเราะ กระชากแว่นตาขอบกระออกเก็บใส่กระเป๋า ใบหน้าของอาเสี่ยบึ้งตึงน่ากลัว เขายืดหน้าอกขึ้นในท่าเบ่งเหมือนกับแซมซั่น แล้วยกหลังมือขวาตบหน้านวลลออดังเพียะ

"นี่คือคําตอบอันอาจหาญของแซมซั่นหงวน"

นวลลออใจหายวาบ ยกมือคลําแก้มร้องไห้โฮ ความเก่งกาจของหล่อนสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ หล่อนหมุนตัวกลับวิ่งเข้ามาหาเพื่อนเกลอของหล่อน โผเข้ากอดนันทาแล้วร้องไห้โฮ เจ็บชํ้านํ้าใจที่ผัวตบหน้า

ประไพกระชากหลาวทองเหลืองที่เหน็บไว้ใต้ขอบกระโปรงนิวลุคออกมา ขบกรามกรอดยกมือตบบ่านวลลออเบาๆ

"ไพแก้แค้นให้คุณนวล ไพจะกระซวกไส้เสี่ยหงวนเดี๋ยวนี้"

ประภาตวัดคอน้องสาวของหล่อนไว้

"จะบ้าหรือไพ เขาผัวเมียกัน เธอเป็นคนอื่น ไปแทงเขาเข้าซีจะได้ติดตาราง นั่น-นั่น คุณนิกรของเธอกำลังจีบนางระบําอยู่นั่นเห็นไหม อุ๊ย-ลูบหลังลูบหน้าแบบหมาหยอกห่าน เอาซี จัดการได้"

ประไพหายใจฟึดฟัดเหมือนวัวกระทิง หล่อนเดินปราดออกไปกลางเวที และตรงเข้าไปหานายจอมทะเล้นซึ่งกําลังยืนจีบนางระบํารุ่นกระเตาะคนหนึ่ง

"กร กลับบ้านเดี๋ยวนี้" แม่เสือปกาสิต

นิกรค่อยๆ หันหน้ามามองดูเมียรักของเขา

"อย่าๆๆ เดี๋ยวตายห่าเปล่าๆ "

"หน็อยจะทำไม" แล้วหล่อนก็ขยับหลาวทองเหลือง

นิกรแยกเขี้ยว ทําปากแสยะยื่นน่ากลัว เดินรี่เข้ามาหาประไพ ประไพหลับหูหลับตายกหลาวทองเหลืองขึ้นกวัดแกว่ง นายจอมทะเล้นคว้าข้อมือหล่อนไว้ บิดเบาๆ ประไพปล่อยหลาวทองเหลืองหลุดจากมือทันที นิกรคว้าคอหล่อนโน้มลงมา และยกเข่าตีหน้าอกประไพเบาๆ ดีดลูกหลังถูกก้นหล่อนดังพั่บ

"นี่แน่ะ จําไว้ว่าอย่ามาข่มขู่ฉันอีก" แล้วนิกรก็แหกปากตะโกนลั่น "คำว่ากลัวเมียไม่มีในปทานุกรมของฉันอีกแล้ว เข้าใจ๋ ไป-ไปให้พ้น ประเดี๋ยวพ่อจับแก้ผ้าให้ออกแสดงเสียหรอก ฮึม-ไม่รู้จักเสือเอาเรือเข้ามาจอด"

ประไพยิ้มแค่นๆ

"ชะ ชะ คุณนิกร วันนี้คุณตีเข่าและเตะเมีย เก่งมาก ช่างน่านับถือเหลือเกิน ดีแล้วฝากไว้ก่อนนะคะ วันพระไม่ได้มีครั้งเดียว ทีใครก็ทีใคร แล้วอย่ามาง้อนะจะบอกให้"

นิกรหัวเราะก้าก

"ง้อ... ปู้โธ่ น่าหัวเราะให้ขาดใจตายไปเลย คนอย่างคุณนิกรง้อเมียมีอย่างที่ไหน ไปๆๆๆ อย่ามายั่วโทโส ประเดี๋ยวเตะคอขาด"

"แหม-ดุยังกะหมาเฝ้าสวน"

นิกรยักคิ้ว

"วันนี้กินน้ำตาลมากไปหน่อย ไป-กลับบ้านเถอะไพ พี่ไม่เหมือนผู้ชายบ้าๆ ที่กลัวเมียของเขาเหมือนกับแม่หรอก ไม่มีความจําเป็นอะไรสักนิดที่เราจะต้องกลัวเมีย อย่าทําตาเขียวเลยน่า เดี๋ยวก็โดนเตะเข้าให้เท่านั้นเอง"

ประไพยิ้มให้เขา ยกมือชี้หน้าเขา

"ฝากไว้ก่อน เชิญเถอะค่ะ เชิญสนุกสนานให้เต็มที่" แล้วหล่อนก็เดินกลับไปหาพรรคพวกของหล่อน

แม่เสือทั้ง ๔ ยืนจับกลุ่มสนทนากันอีกสักครู่. ก็พากันเดินออกไปจากหลังโรงระบําโป๊ พล ดร. ดิเรก เจ้าคุณปัจจนึกฯ และเจ้าแห้วถอนหายใจโล่งอกไปตามกัน ต่างเดินเข้ามารวมกลุ่มกันข้างหลืบขวา กิมหงวนยักคิ้วให้เพื่อนเกลอของเขา

"เห็นไหม ตบฉาดเดียวเท่านั้นหงอเป็นกิ้งกือเลย ตบหลังมือลืมแบมือซะด้วย อย่างน้อยก็ฟันโยกอีกหลายซี"

นิกรว่า "กันตีเข่าเบาๆ แล้วก็ดีดลูกไขว้อีกที่หนึ่ง ความจริงนี่ผู้หญิงไม่เห็นจะเก่งกาจอะไรเลย ถ้าเรายอมให้ หล่อนก็ข่มขูเรา ถ้าเราฮึดขึ้นมาหล่อนก็หงอก่อ ทีนี้เลิกกลัวเมียกันที ขืนมีเสียงเตะให้ขาด ๒ ท่อนเลย"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ค้อนควับ

"ลองหน่อยเถอะวะ แกลองเตะลูกฉันขาด ๒ ท่อน ฉันก็กระทืบแกแบนเป็นกล้วยปิ้งไปเท่านั้นเอง"

เสียงคนดูข้างนอกตะโกนโหวกๆ ขอให้เปิดแสดงชุดต่อไป กิมหงวนเดินมาที่เครื่องไมโครโฟนทันที แล้วพูดกระจายเสียง

"ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย อันดับต่อไปนี้ ท่านจะได้ชมระบําจํ้าบ๊ะหมู่ เต้นให้ท่านได้ชมอย่างถึงพริกถึงขิงทีเดียว ซึ่งชุดนี้ เป็นชุดยอดเยี่ยมของโปรแกรมนี้ ท่านจะได้เห็นส่วนเว้า ส่วนโค้งและสวนอูมของนางระบําของเราอย่างถนัดชัดเจน เท่าที่เปิดฉากล่าช้าเพราะมีการขลุกขลักเล็กน้อย หวังว่าท่านคงให้อภัย"

เสียงคนดูพึมพําดังลั่นโรง นิกรแหวกม่านมองดูทางเก้าอี้หน้าเวที เจ้าคุณประสิทธิ์ฯ กับคุณหญิงวาดและแม่เสือทั้ง ๔ หายไปหมดแล้ว มีแต่เก้าอี้ว่างเปล่า ๖ เก้าอี้

"เฮ้-หลบเข้ามาจะเปิดฉากแล้ว " ดร. ดิเรก ร้องบอกนิกร

นายจอมทะเล้นยิ้มแห้ง เดินเข้ามาในหลืบแล้วพูดกับเพื่อนเกลอของเขา

"สิ้นเคราะห์ไปที คุณอาทั้งสองกับเมียๆ ของเรากลับบ้านแล้ว ค่อยหายใจทั่วท้องหน่อย เอา เปิดฉากได้"

กิมหงวนเอื้อมมือกดออดไฟฟ้าเป็นสัญญาณ คนงานค่อยๆ ดึงม่านออกตามคำสั่ง ฉากนี้เป็นฉากสวนดอกไม้.สวยสดงดงามตายิ่งนัก เปิดฉากว่างเปล่า แผ่นเสียงบรรเลงเพลงกระหึ่มไปทั่วโรง นางระบําของเสี่ยหงวนรวม ๑๕ คน เปลือยกายล่อนจ้อน ค่อยๆ นวยนาดออกไปกลางเวที อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย คนดูตบมือเสียงสนั่นหวั่นไหว ฉากนี้เปิดไฟสว่างจ้าราวกับกลางวัน มองแลเห็นนางระบําอย่างถนัด พวกคนดูโห่ร้องเกรียวกราว ใครคนหนึ่งเกิดฟิตจัด ลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นคว้าเก้าอี้เหวี่ยงขึ้นมาบนเวที

"แน่ไปเลย ยิ๊ปปี้"

นางระบํายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ควงเชฟโชว์เรือนร่างอันอวบอัดเข้าจังหวะกับเพลง ๔ สหายกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ ยืนอยู่ข้างหลืบมองดูอย่างชื่นชม

"ต่อไปกันจะเปิดการแสดงทุกคืนวันอังคาร, พฤหัสฯ และเสาร์ รายได้ของเราคงจะสูงขึ้นตามลําดับ"

ดร. ดิเรกเห็นพ้องด้วย

"ออไร๋น์ สมัยนี้ศีลธรรมเกือบจะไม่มีเหลืออยู่แล้ว ระบําแบบนี้ต้องเจริญก้าวหน้าแน่นอน แต่ภัยของเราคือตํารวจ ถ้าตํารวจรู้เข้าจะต้องยกกําลังมาทลายโรงระบําโป๊ของเราทันที"

กิมหงวนอมยิ้ม

"นั่นเป็นเรื่องของอนาคต สมัยนี้เราต้องเสี่ยง ไม่ว่าอาชีพใดๆ ต้องเสี่ยงโชคทั้งนั้น มันต้องกล้าได้กล้าเสีย ถูกจับก็โดนปรับเท่านั้นแหละวะ กลัวอะไรเขาฉายหนังโป๊กันให้เกร่อไม่เห็นเขากลัวตํารวจจับ บางทีตํารวจแต่งพลเรือนแอบไปนั่งดู นั่งอมยิ้มลุกไม่ขึ้นก็ยังมี

มีเสียงใครคนหนึ่งเอะอะอยู่ข้างหน้าเวที แล้วธนบัตรปึกหนึ่งก็ถูกขว้างขึ้นมาบนเวทีกระจายว่อนไปทั่วบรรดานางระบําต่างแย่งกันเก็บธนบัตร ซึ่งโคเฒ่าคนหนึ่งขว้างขึ้นมาให้เป็นรางวัลด้วยความพอใจพวกอีหนูเหล่านี้

อาเสี่ยสั่งปิดฉาก เสียงคนดูโห่ร้องเหมือนเช่นเคย การแสดงระบําโป. ของคณะ ๔ สหายดีกว่านายยิ้มมากเพราะจัดรายการได้ดี พวกคนดูชมเปาะ พอม่านปิดพวกคนฉากที่เร่งมือทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อยในการเปลี่ยนฉาก คณะพรรค ๔ สหายเลี่ยงมายืนทางประตูเข้าออก มองดูพวกนางระบําของเขาอย่างชื่นชม

ทันใดนั้นเอง พวกนางระบําหลายคนก็ส่งเสียงวี๊ดว้ายกะตู้วู้ขึ้น ที่ประตูเข้าออกทางหลังโรง นันทา, ประภา, นวลลออและประไพ แม่เสือทั้ง ๔ บุกเข้ามาอีก มีเจ้าพนักงานตํารวจในเครื่องแบบไม่ตํ่ากว่า ๑๐ คนตามเข้ามาด้วย

ที่หน้าโรง ตํารวจจํานวนหนึ่งบุกเข้าไปทางคนดู ทําให้คนดูแตกตื่นเกิดการโกลาหลอลหม่าน ลุกขึ้นวิ่งหนีเอาตัวรอด เสียงตึงตังโครมครามดังลั่น

"ตำรวจ ตํารวจมาโว้ย หนีโว้ย"

๔ สหายกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ และเจ้าแห้วยืนตะลึง บรรดาพนักงานกรูกันเข้าควบคุมตัวนางระบําไว้แต่ไม่กล้าจับกุม นางระบําถูกตํารวจบังคับให้นุ่งผ้า พวกตํารวจไม่สู้จะเต็มใจจับเท่าใดนัก เพราะตํารวจก็อยากดูเหมือนกัน แต่จนใจที่หน้าที่บังคับ

นายร้อยตํารวจเอกคนหนึ่งพาตํารวจ ๖ คน เข้ามาห้อมล้อมคณะพรรค ๔ สหาย นวลลออยกมือชี้หน้าผัวรักของหล่อน

"คนนั้นแหละค่ะ อาเสี่ยกิมหงวนเจ้าของโรงระบําโป๊ นอกนั้นเป็นผู้ร่วมงาน จับเอาไปซีคะท่านสารวัตรอย่าให้เยี่ยม อย่าให้ประกัน และตอนดึกๆ ควรจะย้ายไปฝากขังที่บางเขน"

กิมหงวนทําตาปริบๆ มองดูเมียรักของเขาอย่างเดือดดาล

"เมียทรยศ" อาเสี่ยตวาดลั่น "หน็อยพาโปลิศมาจับผัว แล้วมิหนำาซํ้ายังยุให้ย้ายที่คุมขังกลางดึก ฮึ.... ทรยศได้ลงคอ"

ร.ต.อ. วีระ สารวัตรหนุ่มรูปหล่อยิ้มให้กิมหงวน

"ผมเสียใจที่ผมพาตํารวจมาขัดขวางกิจการระบําโป๊ของคุณซึ่งผิดกฎหมาย"

"ผิดยังไงครับ" อาเสี่ยถามยิ้มๆ

"ผิดเพราะระบําคุณแก้ผ้าเปลือยกายเป็นการอานาจาร แล้วก็เปิดการแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากตํารวจ"

"อ้อ จริงครับ ง่า-เอาอย่างนี้ดีไหมครับคุณ คุณอย่าจับผมเลยน่า คุณพาตํารวจลงไปนั่งดูฟรีที่เก้าอี้ชั้นพิเศษ ผมจะจัดระบําโป๊ชุดพิเศษให้คุณดู"

สารวัตรหัวเราะ หันมาทางนายสิบตํารวจโทคนหนึ่ง ซึ่งยืนอยู่ข้างๆ

"ดีเหมือนกันครับสารวัตร ผมอยากดูระบําโป๊มานานแล้ว อย่าจับเลยครับ

อัศวินหนุ่มแยกเขี้ยว

"พูดอย่างแกใช้ได้หรือ เราเป็นตํารวจ ใครทําผิดกฎหมายอาญาเราต้องจับ เมื่อเช้านี้เมียกับแม่ยายฉันเล่นไพ่ ฉันยังจับนี่นา" แล้วเขาก็เปลี่ยนสายตามาที่กิมหงวน "เชิญคุณกับพรรคพวกไปโรงพักเถอะครับ"

อาเสี่ยมองดูเจ้าคุณปัจจนึกฯ กับเพื่อนเกลอของเขา แล้วพูดกับนายตํารวจหนุ่มอย่างนอบน้อม

"พรรคพวกผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวในกิจการงานของผมหรอกครับ มาเที่ยวเล่นเท่านั้นเอง โรงระบํานี้ผมเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว ท่านผู้นี้เป็นอาของผมพระยาปัจจนึกพินาศ ท่านอยากเห็นสภาพหลังโรงระบําก็พาเพื่อนๆ ผมมาดู ให้ดิ้นตายเถอะครับ ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนหรือยุ่งเกี่ยวในกิจการงานของผมเลย คุณจับผมไปคนเดียวก็แล้วกัน"

"แหม-นิกรคราง อ้ายหงวนนี่นํ้าใจแกสปอร์ทเหลือเกิน ไม่ยอมซัดเพื่อนฝูง แกดีมาก ไหนๆ เมื่อแกถูกจับกันก็ต้องยอมให้ตํารวจจับด้วย เราเป็นเพื่อนกันนี่หว่า" พูดจบนิกรก็หันมาทางสารวัตร "คุณครับเราทั้งหมดนี่เป็นเจ้าหน้าที่จัดการระบําโป๊ ร่วมมือกับอาเสี่ยกิมหงวน จับเอาไปเถอะครับ ผมอยู่นอกคุกมานานแล้ว อยากจะย้ายบ้านเข้าไปอยู่ในคุกบ้าง เกิดมาไม่เคยติดตารางเลย ลองดูสักที"

สารวัตรหนุ่มหัวเราะหึๆ

"ไม่ติดหรอกครับ อย่างมากก็ถูกศาลปรับเท่านั้นเอง ไปเถอะครับ ไปคุยที่โรงพักดีกว่า"

นางระบําสาวๆ จัดแจงสวมเสื้อกระโปรงเรียบร้อยแล้วต่างร้องไห้กันกระจองอแง ตํารวจต้อนมารวมกลุ่มและพาออกไปจากหลังโรง กิมหงวนฝืนหัวเราะกับเพื่อนเกลอของเขา

"โบราณว่า ช้างสาร งูเห่า ข้าเก่า เมียรัก ให้ระวัง เจ็บใจนักออกมาจากตารางต้องเลิกกับเมียโว้ยพวกเรา"

นิกรเห็นพ้องด้วย

"แน่นอน ต้องเลิกเด็ดขาด เมียยังงี้เลี้ยงไม่ได้ มีอย่างที่ไหนเอาตํารวจมาจับผัว พวกเราทํามาหากินยอมอาบน้ำต่างเหงื่อไม่เห็นใจ"

เจ้าแห้วร้องไห้โฮ

"รับประทาน ท่าติดตารางแน่ ฮือ ฮือ "

พลยกศอกกระทุ้งหน้าอกเจ้าแห้ว

"เฮ้ย ทําใจเสาะไปได้อ้ายนี่ ติดก็ติดด้วยกันซีวะ เราลูกผู้ชาย ทำแล้วไม่ต้องกลัว และถ้ากลัวก็อย่าทํา"

ดร. ดิเรกพยักหน้าเห็นพ้องด้วย

"ออไร๋น์ ออไร๋น์ ไปโรงพักเถอะโว้ย ที่อินเดียการแสดงระบําโป๊ไม่ผิดกฎหมาย เมืองไทยทําไมถึงผิด อือ-มันแปลกมาก"

๔ นางเดินเข้ามาหาผัวๆ ของหล่อน นวลลออสัพยอกเสี่ยหงวน

"ยังไงเฮีย ที่นี้ได้นอนกรงละนะ"

กิมหงวนทําตาเขียว

"อย่ากระเซ้าน่า เดี๋ยวพ่อชูดเปรี้ยงออกไปข้างนอกเลย ฮึม ดีละทรยศได้ลงคอ"

ประไพกล่าวถามสามีของหล่อน

"ต้องการอะไรบ้างไหมคะ พรุ่งนี่ไพจะเอาไปให้ที่โรงพัก ผ้าห่มนอน หมอนมุ้ง "

นิกรตะโกนลั่น

"ไม่เอาแล้วโว้ย ขากถุย ๑๐๐ หน เจ็บใจนักยังจะมาพูดดีอีก" แล้วเขาก็ยื่นมือทั้ง ๒ ข้างให้สารวัตร "ใส่กุญแจซีครับ"

อัศวินหนุ่มหัวเราะ

"ไม่ต้องหรอกคุณไม่ใช่ความผิดร้ายแรงอะไร แล้วผมก็เชื่อว่าอย่างไรเสียพวกคุณก็คงไม่หลบหนี"

นายจอมทะเล้นยิ้มออกมาได้

"อ้อ ขอบคุณมาก ไปซีครับ ถ้ายังไงละก้ออย่าซ้อมผมเลยนะครับ ผมยินดีรับสารภาพตามข้อหาของตํารวจทุกประการ"

ร.ต.อ. วีระ อดหัวเราะไม่ได้

"ผมซ้อมคุณดาวผมก็ร่วงจากบ่าเท่านั้น ตํารวจสมัยนี้ไม่มีการซ้อมแล้วครับ"

การสนทนาสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ตํารวจ ๓ คน พาพวกคนฉากและคนงานออกไป แล้วสารวัตรกับตํารวจอีกหลายคนก็พาคณะพรรค ๔ สหายติดตามออกไปด้วย เจ้าคุณปัจจนึกฯ หน้าจ๋อย เกรงว่าพรุ่งนี้ พิมพ์ไทยจะมาถ่ายรูปท่าน

ที่หน้าโรงระบําโป๊ ประชาชนนับจํานวนร้อยต่างยืนจับกลุ่มโจทษ์ขานกันเซ็งแซ คนเหล่านี้คือคนดูระบําโป๊นั่นเอง เมื่อเจ้าพนักงานพาเจ้าของระบําโป๊กับพรรคพวกออกมาขึ้นรถ ๒ แถวขนาดใหญ่.ซึ่งจอดอยู่ ๒ คัน ประชาชนก็เฮโลเข้ามาจนกระทั่งตํารวจต้องขัดขวางไว้

"อาเสี่ยครับ" ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้น "ออกมาจากตารางตั้งระบำโป๊ขึ้นใหม่ที่ไหน บอกให้พวกเรารู้บ้างนะครับ เราจะได้ไปอุดหนุนอีก"

กิมหงวนร้องตะโกนตอบ

"ไม่เอาแล้ว เข็ดจนตาย"

แล้วรถยนต์ ๒ แถวทั้ง ๒ คันก็เคลื่อนที่อย่างช้าๆ รถตํารวจซึ่งเป็นรถจิ๊ปอีก ๒ คันตามมาด้วย ท้ายขบวนคือรถเก๋งของคณะพรรค ๔ สหาย ๒ คัน เจ้าคุณประสิทธิ์ฯ คุณหญิงวาดนั่งอยู่ในรถคันหลัง

จบบริบูรณ์