พล นิกร กิมหงวน 137 : ฆ่าเมีย

เพราะเสี่ยหงวนไม่กลับมานอนบ้านทำให้นวลลออ ครุ่นคิดถึงเขาผุดลุกผุดนั่งจนกระทั่งรุ่งสว่าง ความหึงหวงได้บังเกิดขึ้นแก่หล่อนอย่างรุนแรง ทั้งนี้ก็เพราะหล่อนได้ทราบระแคะระคายมาว่าอาเสี่ยติดเนื้อต้องใจเสมียนสาวที่ธนาคาร " สี่สหาย " คนหนึ่งที่พึ่งมาเข้าทำงานเมื่อเร็วๆนี้

เท่าที่นวลลออสืบทราบมาเด็กสาวคนนี้มีหวังได้ครองตำแหน่งนางสาวไทยประจำปี ๒๕๐๗ ถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก่อนวันประกวดเพียงสอง สามวัน หล่อนบังเอิญล้มเจ็บด้วยไส้ติ่งอักเสบต้องไปป่วยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง อาภัสราจึงคว้ามงกุฏเพชรเอาไปครอง นวลลออเคยเห็นเสมียนสาวของธนาคาร "สี่หาย" แล้วเมื่อวันที่หล่อนไปเบิกเงินที่ธนาคาร เทพินทร์สวยสดชื่นทั้งน่ารักน่าเอ็นดู สายลับของหล่อนซึ่งทำงานอยู่ที่แบ็งค์ได้เล่าให้นวลลออฟังว่า เทพินทร์นั่งอยู่เฉยๆไม่ต้องทำงานอะไรแต่ได้เงินเดือน ๘๐๐ บาท กลางวันก็ขึ้นไปรับประทานอาหารกับผู้อำนวยการ คืออาเสี่ยหงวน บางวันก็ไปรับประทานอาหารตามภัตตาคารต่างๆ

อาหารเช้าวันนั้นเป็นไปอย่างเงียบเหงา นวลลออมีใบหน้าเคร่งเครียดหม่นหมองผิดปรกติ เมื่อรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้วหล่อนก็ซักถาม พล, นิกร, ดร.ดิเรก และท่านเจ้าคุณปัจจนึกฯ ทีละคน

"ผมไม่ทราบจริงๆ ครับ ว่าอ้ายเสี่ยหายไปไหน" พลพูดและยิ้มเจื่อนๆ "วานนี้อ้ายหงวนนั่งรถไปกับอ้ายแห้วตั้งแต่ ๘ โมง บอกว่าจะไปดูงานที่ห้างขายทอง แล้วจะเลยไปที่ร้านขายเพชรแต่จะไปทำงานที่ธนาคารหรือเปล่า ผมไม่ทราบตอนบ่ายอ้ายแห้วไปที่โรงแรม "สี่สหาย" บอกผมว่าอ้ายเสี่ยไล่อ้ายแห้วมาอยู่รับใช้พวกเราที่โรงแรม ส่วนรถคาดิลแล็คอ้ายหงวนเอาไว้ใช้ "

นวลลออหันมามองดูหน้านิกรแล้วกล่าวว่า

"ถ้ายังงั้นคุณนิกรอาจจะทราบว่าเฮียไปนอนค้างกับใครที่ไหนเมื่อคืนนี้บอกดิฉันตามตรงได้ไหมคะ"

นิกรขมวดคิ้วย่น เขาโกหกอย่างคล่องแคล่วและตีหน้าได้สนิท

"โธ่-ให้ผมก้าวไปนี่ธรณีสูบ ให้ผมรากเลือดออกมาสักสองสามปี๊บซีครับผมไม่รู้อะไรเลย วานนี้ผมกับอ้ายหงวนแทบจะไม่ได้พูดอะไรกันแม้แต่คำเดียวอ้ายหงวนอาจจะไปนอนค้างตามโรงเลื่อยหรือโรงสีกระมังครับ งานมันยุ่งก็ไม่อยากกลับมาบ้าน"

หล่อนเปลี่ยนสายตามาที่ ดร.ดิเรก แต่ยังไม่ทันจะพูด อะไรนายพลดิเรกก็ชิงพูดก่อน

"ผมไม่ทราบจริงๆว่าอ้ายหงวนไปไหนหรือเป็นตายร้ายดีอย่างไร วานนี้ตอนเที่ยง มันโทรศัพท์ถึงผมที่คลีนิค ให้ผมไปพบที่ห้อยเทียนเหลา แต่ผมมีงานยุ่งผมก็ปฏิเสธ ตอนบ่าย ๑๔ นาฬิกาผมไปที่โรงแรม "สี่สหาย" ก็ไม่พบอ้ายหงวนคงพบอ้ายพล อ้ายกร และคุณพ่อทำงานอยู่ที่นั่น"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ พูดเสริมขึ้น

"อาก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกันว่ามันหายไปไหน แต่ว่าตามธรรมดาตอนบ่ายอ้ายหงวนจะต้องไปทำงานที่โรงแรม วานนี้ไม่ได้โผล่ไปเลย"

นวลลออฝืนหัวเราะแล้วหันมาทางคุณหญิงวาด

"มันเหมือนกับมีใครคนหนึ่งกระซิบบอกนวลว่าเฮียพาเด็กสาวที่ชื่อเทพินทร์ไปนอนค้างอ้างแรมที่ไหนสักแห่งหนึ่งค่ะคุณอาคะ"

คุณหญิงวาดพยักหน้ารับทราบ

"ก็อาจจะเป็นไปได้ ผู้ชายที่เป็นเศรษฐีอย่างพ่อหงวนก็จะต้องเจ้าชู้ทำตนเป็นอ้ายตาลยอดด้วนบ้างเป็นธรรมดา แต่อย่าไปคิดอะไรเลยวะยายนวล วัวของเราถึงจะเตลิดเปิดเปิงไปไหนมันก็ต้องกลับมาเข้าคอกเราวันยังค่ำ"

"แต่เฮียไม่ใช่วัวนี่คะคุณอา นวลเรียนคุณอาตามตรงคะ ว่านวลอดหึงหวงไม่ได้"

ประไพเห็นพ้องด้วย

"จริงค่ะ ผัวของเราเราก็ต้องรักและหวงเป็นธรรมดาเสียทองสักห้าหกตันยังดีกว่าเสียผัวให้คนอื่น"

นวลลออขบกรามกรอด

"คอยดูนะ ไม่กลับมาบ้านก็แล้วไป ถ้ากลับมาเป็นต้องรู้ดีรู้ชั่วกันแน่อย่างน้อยก็ต้องเอาให้ถึงหยอดน้ำข้าวต้ม" แล้วหล่อนก็หันมาทางนันทาเพื่อนเกลอของหล่อน "ดิฉันเอือมระอาเต็มทนแล้วค่ะคุณนัน ใครไม่รู้ก็คิดว่าดิฉันมีความสุขที่แท้ไม่เคยมีความสุขเลย เพียงแต่ผัวขี้เมาก็แย่แล้ว นี่ยังเจ้าชู้อีก แล้วก็บ้าๆบอๆ ยังไงก็ไม่รู้ คิดแล้วกลุ้มใจอยากจะตายวันละร้อยครั้ง"

นันทาว่า "ผู้ชายละก้อเป็นยังงี้แหละค่ะ ตราบในที่ยังเตะปี๊บดังยังเป่าขี้เถ้าฟุ้งและยกกระบุงแกลบไหวก็อดเจ้าชู้ไม่ได้"

"อ้าวๆๆ " เจ้าคุณปัจจนึกฯ อุทาน "อาไม่เคยมีเรื่องพรรณนี้นะโว้ย"

นันทาหัวเราะเบาๆ

"สำหรับคุณอายกเว้นค่ะ"

นิกรพูดเสริมขึ้น

"แต่คุณพ่อก็แอบไปให้หมอนวดสาวนวดตัวเสมอ"

"อุวะ" เจ้าคุณเอ็ดตะโร "ก็มันเมื่อยนี่หว่า หมอนวดผู้ชายเดี๋ยวนี้มีที่ไหนเล่า มีแต่หมอนวดผู้หญิงแล้วก็ยายแก่ที่เคยเป็นหมอนวดก็ถูกเด็กสาวๆ แย่งอาชีพไปหมดแล้ว"

เสียงแตรรถยนตร์คันหนึ่งดังกังวานขึ้นที่หน้าบ้าน ทุกคนจำเสียงแตรรถคาดิลแล็คเก๋งได้ นิกรพูดพึมพำเบาๆ

"อนิจาวตสังขารา"

คุณหญิงวาดตวาดแว็ด

"บังสุกุลใครวะอ้ายกร"

นิกรหัวเราะหึๆ

"บังสุกุลให้อ้ายหงวนครับ ผมดูทางในแล้ววันนี้อ้ายหงวนชะตาขาดแน่เมื่อวานนี้ตอนเช้าผมแลเห็นเงาอ้ายหงวนไม่มีหัว"

ทุกคนพากันมองดูนวลลออเป็นตาเดียว เจ้าคุณปัจจนึกฯ ซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะทางซ้ายของนวลลออได้ยกมือขึ้นตบศีรษะหล่อน

"มีอะไรก็ค่อยๆ พูดกันโว้ย ขืนเอะอะลงตีนลงมือกันก็อายชาวบ้านเขาเปล่าๆ"

คุณหญิงวาดเห็นพ้องด้วย

"นั่นน่ะซีแม่นวล บ้านเราน่ะมักจะมีเรื่องเอะอะมะเทิ่งบ่อยๆ เหมือนกับก๊วนกัญชามากกว่าที่จะเป็นคฤหาสน์อันโออ่าเช่นนี้ บางทีแม่ไพก็เอาเหล็กขูดช้าฟไล่แทงอ้ากรรอบบ้าน เสียงตึงตังโครมคราม บางทียายนวลก็ไล่ยิงพ่อหงวน มองดูบ้านใกล้เรือนเคียงแล้วเขาสงบเงียบไม่เหมือนบ้านเราเลย"

นวลลออร้องไห้น้ำตาไหลคลอ

"นวลเจ็บใจเหลือเกินค่ะ คุณอาขานวลไม่เคยประพฤติตัวชั่วช้าอะไรเลย นวลทำตัวเป็นเมียที่ดีของเฮียตลอดมา แต่เฮียก็นอกใจนวลเสมอ อย่างน้อยปีหนึ่งก็ต้องมีเมีย ๒ คน"

ประไพว่า "ถ้าเป็นกรเจ้าชู้อย่างนี้ละก้อฮึม..แม่เฉือนทิ้งเสียเลยพับผ่า"

"อ๋อย" นิกรคราง "เฉือนตรงไหน"

ประไททำตาเขียวกับผัวรักของหล่อน

"เฉือนลูกกระเดือกน่ะซี เอาลูกกระเดือกออกเสียจะได้เลิกเจ้าชู้"

คุณหญิงวาดหัวเราลั่นมองดูประไพอย่างขบขัน

"เธอเชือดลูกกระเดือกอ้ายกร อ้ายกรมันก็เท่งทึงเท่านั้น"

การสนทนาสิ้นสุดลงเมื่อมหาเศรษฐีหนุ่มเดินตีหน้ากะเรี่ยกะราดเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร เสี่ยหงวนแต่งสากลชุดสีเทาเข้มผูกโบว์หูกระต่ายหน้าตาซูบซีดร่วงโรยเพราะอดนอนตลอดคืน นิกรแลเห็นเข้าก็ยิ้มให้

"เฮ้ย บอกกันหน่อยเถอะวะ จะให้พวกเราเอาศพแกไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดธาตุทองหรือวัดไหน แกน่ะตายแน่"

อาเสี่ยชักฉิว

"พูดภาษาสันมืออะไรวะ เมียกันไม่ใช่เสือหรือช้าง นวลลออเป็นคนมีเหตุผล" แล้วเขาก็หันมายิ้มให้เมียรักของเขา "อ้า-เมื่อคืนนี้เฮียไปนอนค้างที่โรงสี 'กิมหงวน ๘' งานทางโรงสีมันยุ่งเหลือเกิน ถ้าเฮียไม่ไปคุมงานก็ขนข้าวลงเรือไม่ทันตามกำหนดสัญญา ไม่เชื่อโทรศัพท์ไปถามหลงจู๊ดูก็ได้"

นวลลออจ้องมองดูหน้าอาเสี่ยด้วยแววตาเข็งกร้าว

"แล้วสีอะไรแดงๆ เปื้อนที่สาบเสื้อเชิ้ท"

กิมหงวนเย็นวาบไปหมดทั้งตัว เขาก้มลงมองดูหน้าอกเสื้อเชิ้ทสีขาวของเขาพอแลเห็นลิพสติคเป็นรูปปากผู้หญิงเขาก็ตกใจแทบช็อคพูดอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียงว่า

"น้ำมันเครื่องที่โรงสีน่ะนวล"

นวลลออยิ้มแค่นๆ

"อ้อ เดี๋ยวนี้ใช้น้ำมันเครื่องสีแดงเหมือนลิพสติ๊ค เครื่องยนต์ที่โรงสีอายุ ๑๘ ปี รูปร่างสูงโปร่งค่อนข้างขาวใช่ไหมคะ"

นิกรพูดเสริมขึ้น

"ใช่ครับ ยี่ห้อ เทพินร่าของเยอรมันมั่นคงแข็งแรงดีมาก ส่วนเว้าส่วนโค้งแน่ไปเลย"

นวลลออผลุนผลันลุกขึ้นยืนแล้ว ปราดเข้ามาหาสามีของหล่อนค้นกระเป๋าเสื้อกางเกงเหมือนตำรวจค้นผู้ที่ต้องสงสัยในยามวิกาล หล่อนดึงซองธนบัตรออกมาเปิดออก มีเงินอยู่เพียง ๓๐๐ บาท แล้วหล่อนก็ค้นกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายหยิบกระดาษสองสามชิ้นออกมา

"นี่อะไร" นวลลออพูดเปรยๆ แต่เสียงกร้าว "บิลรับเงินสดค่ากระเป๋าผู้หญิงหนึ่งใบ ๕๕๐ บาท วันที่ ๑๒ มีนาคม คือวานนี้ ใบนี้อะไร...น้ำหอมหนึ่งขวด ๘๐๐ บาท ลิพสติคหนึ่งแท่ง ๓๒ บาท ครีมล้างหน้าหนึ่งขวด ๔๐ บาท แป้งผัดหน้าใยไหมหนึ่งอัน ๔๐ บาท แล้วก็ใบนี้.... ใบเสร็จรับเงินค่าบ้านพักบังกาโลบางปู"

เสี่ยหงวนหน้าซีดเหมือนแผ่นกระดาษ นึกอยากเตะตัวเองเป็นกำลังที่เขาควรจะขยี้ใบรับเงินเหล่านี้ทิ้งไปไม่น่าจะเอาติดกระเป๋าไว้อันเป็นหลักฐานมัดตัวเอง คุณหญิงวาดกล่าวกับอาเสี่ยว่า

"นั่งซีพ่อหงวน ดื่มกาแฟสักถ้วยนะอาจะผสมให้ ก่อนจะตายก็ควรจะกินกาแฟให้ชื่นใจ"

อาเสี่ยทำปากแบะเหมือนกับจะร้องไห้ นวลลออยกมือซ้ายคว้าหน้าอกเสื้อสากลกิมหงวนเขย่า

"รับมาอย่างลูกผู้ชาย เฮียพาผู้หญิงที่ไหนไปนอนที่บางปูเมื่อคืนนี้"

อาเสี่ยก็เหมือนกับผู้ชายทั้งหลายถึงแม้เมียจะจับหลักฐานได้ก็ต้องแก้ตัวไปอย่างน้ำขุ่นๆ

"ปละ-เปล่า ไม่ใช่ผู้หญิงหรอกนวล เฮียไปพบเพื่อนเก่าคนหนึ่งนักเรียน เอ.ซี. รุ่นเดียวกันและเคยเล่นฟุตบอลมาด้วยกันเมื่อเกือบ ๒๐ ปี แล้ว ได้พบกันอย่างบังเอิญ เฮียก็เลยชวนมันไปกินข้าวที่บางปูแล้วเช่าบังกาโลนอนคุยกัน แต่เฮียไม่กล้าบอกนวลแต่แรกโกหกว่าไปนอนค้างที่โรงสีก็เพราะรู้ว่านวลขี้หึง"

นวลลออโกรธจนตัวสั่น

"ยังจะตอแหลอีกหรือ แล้วเครื่องสำอางกระเป๋าถือนี่เฮียซื้อให้ใคร"

อาเสี่ยกลืนน้ำลายติดๆกันสามสี่ครั้ง

"ซื้อให้เพื่อนจ๊ะ อ้ายยุทธเพื่อนเฮียมันเป็นกระเทยชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิงมันของร้องให้เฮียซื้อกระเป๋าและเครื่องสำอางให้มัน"

"โธ่-ประเดี๋ยวแม่ฆ่ายัดใส่กล่องส่งไปเชียงใหม่เสียหรอก ไป-ขึ้นไปพูดกันบนห้องเราเดี๋ยวนี้"

กิมหงวนร้องไห้ยกหลังมือเช็ดน้ำตาหันมามองดูเจ้าคุณปัจจนึกฯ

"ช่วยผมด้วยซีครับคุณอา"

ท่านเจ้าคุณสั่นศีรษะ

"เรื่องของผัวเมียอาจะช่วยแกได้อย่างไร ทำใจให้สงบเถอะแล้วนึกถึงคุณพระคุณเจ้าเป็นที่พึ่ง"

นิกรพูดเสริมขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ

"พระอรหังอ้ายหงวน ไปเถอะเพื่อนแล้วกันจะซื้อเหล้าใส่บาตรไปให้แกวันละขวด มาเข้าฝันบอกเลขท้ายกันบ้างนะ"

นวลลออฉุดกระชากลากตัวอาเสี่ยออกไปจากห้อง กิมหงวนยึดขอบประตูไว้นวลลออตีเข่าขวากระแทกหน้าอกอาเสี่ยเต็มแรงทำให้เขาต้องปล่อยมือออก แล้วเขาก็ถูกนวลลออฉุดออกไปจากห้องรับประทานอาหาร

ประภากล่าวกับทุกคนว่า

"ปล่อยแกไปตามเรื่องเถอะค่ะ คุณนวลเวลาแกหึงแกก็อาละวาดอยู่พักเดียว อาเสี่ยยอมให้แกตบตีสักสองสามทีก็ไม่มีอะไร ดิฉันกล้ารับรองว่าผัวเมียคู่นี้ถึงอย่างไรก็ไม่มีวันเลิกกัน อาเสี่ยแกก็เจ้าชู้ไปยังงั้นแหละค่ะ แต่ความจริงแล้วแกรักคุณนวลเป็นชีวิตจิตใจทีเดียว"

นิกรยิ้มให้พี่เมียของเขา

"จริงครับ คนเรากินน้ำพริกถ้วยเก่าซ้ำๆ ซากๆ ก็เบื่อบ้าง"

ประไพทำตาเขียวใส่นิกร

"ถึงเบื่อก็ต้องกิน ลองดูซี กรลองทำอย่างอาเสี่ยดูบ้าง ไพจะทำข่าวให้หนังสือพิมพ์ลงพาดหัวทีเดียว สาวใหญ่ใจเด็ดใช้มีดโกนเชือดผัว หรือม่ายก็ เมียหลวงลูกสาวเจ้าคุณคว้านไส้ผัว และเมียน้อย"

"ว้า" นิกรเอ็ดตะโร

"ว้าทำไม" ประไพถามยิ้มๆ

"มันเสียวไส้น่ะซี "

เสียงหัวเราะดังขึ้นลั่นห้องโถง วันนี้ตรงกับวันเสาร์ว่างงาน คณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึกฯไม่ได้ไปไหน การรับประทานอาหารเช้าจึงไม่รีบร้อนอะไรและกว่าจะลงมือรับประทานก็ในราว ๘.๓๐ น.

ต่างนินทาเสี่ยหงวนและนวลลออแล้วหัวเราะกันคิกคัก พลเล่าให้ฟังว่าเขาเคยเห็นอาเสี่ยกับนวลลออพูดคุยหยอกเย้ากันเหมือนหนุ่มสาว และเคยเห็นเสี่ยหงวนจูบนวลลออบ่อยๆ นายพลดิเรกให้เหตุผลว่าความเป็นเจ้าชู้ของกิมหงวนไม่ได้เกิดจากความต้องการในด้านกามารมณ์แต่เป็นการแสดงปมเขื่องของเขา ที่เขาต้องการพิสูจน์ตัวเองว่ายังเป็นที่รักของเด็กสาวทั้งหลาย ซึ่งอาเสี่ยลืมนึกไปว่าเด็กสาวที่รักเขาหรือยอมตัวเป็นอนุของเขาง่ายๆ นั้น ต้องการเงินของอาเสี่ยเท่านั้น

กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันเสียงตึงตังโครมครามก็ดังขึ้นจากห้องชั้นบนของตัวตึก และแล้วเจ้าแห้วก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร

"รับประทานได้การแล้วครับ"

"หา" คุณหญิงวาดอุทาน "พ่อหงวนกับแม่นวลตีกันเรอะ"

"ครับ แต่ว่ารับประทานคุณนวลคงจะเล่นงานอาเสี่ยข้างเดียวครับ"

เสียงตู้ล้ม เสียงข้าวของแตกและเสียงนวลลออร้องเอะอะเอ็ดตะโรดังได้ยินถนัด สาวใช้สามสี่คนที่ทำงานอยู่ข้างบนรีบโกยอ้าวลงมาข้างล่าง พลมองดูหน้าเพื่อนเกลอทั้งสองแล้วกล่าวว่า

"ไม่ได้การโว้ย ขึ้นไปห้ามเถอะ พวกเรา ผู้หญิงน่ะเวลาหึงมักจะลืมตัวดีไม่ดีคุณนวลอาจจะเอาปืนส่องอ้ายเสี่ยเข้าก็ได้"

พล, นิกร, นายพลดิเรก ต่างผลุนผลันลุกขึ้นพากันออกไปจากห้องรับประทานอาหาร เจ้าคุณปัจจนึกฯกับเจ้าแห้วติดตามไปด้วย ขณะนี้สองสามีภริยากำลังปะทะกันอย่างดุเดือด ฝ่ายหนึ่งหยิกข่วนตบกับฟัดอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งฝ่ายนั้นเอาแต่ป้องปิดล่าถอยไปรอบๆห้อง

ประตูห้องนอนของเสี่ยหงวนปิดประตูใส่กลอนสามสหายกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ และเจ้าแห้วหยุดยืนรวมกลุ่มที่หน้าห้องแล้วทุกคนก็ได้ยินเสียงกิมหงวนร้องคำราม

"นี่แน่ะ นี่แน่ะ ที่หลังอย่ากำแหงตบตีผัวอีก เธอเป็นเมียฉันไม่ใช่แม่ฉัน นี่แน่ะ จำไว้ ต่อไปฉันจะไม่ยอมให้เธอล่วงเกินก้าวร้าวฉันอีกแล้ว"

"เฮียขา กลัวแล้วค่ะ ที่หลังนวลจะไม่ล่วงเกินเฮียอีกแล้ว โอ๊ย-อย่าหักแขนซีคะ โอ๊ย...ตายแล้วช่วยด้วย"

สามสหายต่างหันมามองดูหน้ากันพลพูดพลางหัวเราะพลาง

"เชื่อกันเถอะวะ เสียงที่เราได้ยินกับเหตุการณ์ในห้องมันตรงกันข้าม"

"อ๋อไร๋ เป็นยังงี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เสียงอ้ายหงวนร้องหนักแน่น นี่แน่ะ นี่แน่ะ ที่หลังจำไว้นะ แต่คุณนวลนั่งคร่อมหน้าอกอ้ายหงวนชกเอาตบเอาข้างเดียวแล้วก็ร้องตะโกนให้คนช่วยว่าถูกอ้ายหงวนซ้อม ไปเถอะโว้ยเสียเวลาเปล่าๆ"

เสียงตึงตังโครมครามสงบเงียบลงแล้วแต่มีเสียงนวลลออร้องไห้รำพันน่าสงสาร

"แม่เลี้ยงมายังไม่เคยทำกับนวลอย่างนี้ มีอย่างที่ไหนต่อยท้องเสียจุกแล้วเตะหน้านวลตั้งสองที"

เจ้าคุณปัจจนึกฯนัยน์ตาเหลือก

"เอ๊ะ อ้ายหงวนเกิดบ้าระห่ำขึ้นมาเล่นงานยายนวลจริงๆ กระมังโว้ย ลงเตะเมียมันก็ใช้ไม่ได้ พังประตูเข้าไปอ้ายแห้ว"

เสียงอาเสี่ย กล่าวขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด

"ฉันไม่ใช่ขี้ข้าเธอ อย่างน้อยเธอก็ควรเคารพฉันบ้าง ตบฉันตีฉันตั้งหลายทีฉันถึงกับลงทุนไหว้เธอแล้วเธอยังรุนแรงกับฉันอีก ฉันน่ะไม่อยากจะทำเธอหรอก แต่ฉันไม่ใช่พระอิฐพระปูน จำไว้นะนี่คือบทเรียนของเธอ เธอเป็นเมียไม่ใช่แม่ฉัน ผู้หญิงในโลกนี้ที่ฉันยอมให้ตบตีฉันได้มีสองคนเท่านั้น คือแม่บังเกิดเกล้าของฉันคนหนึ่งและแม่ทูนหัวของฉันอีกคนหนึ่งคือแม่อ้ายพลซึ่งเปรียบเหมือนว่าท่านเป็นแม่ของฉันด้วย ยังจะมองหน้าอีกเรอะเดี๋ยวพ่อเตะขาดสองท่อนเลย"

ท่านเจ้าคุณเอื้อมมือจับลูกบิดประตูเขย่าประตูห้องโครมคราม

"เฮ้ย เปิดประตูโว้ย อ้ายหงวน เปิดประตูเดี๋ยวนี้อ้ายระยำ หลงผู้หญิงถึงกับข่มเหงเมียเขียวรึ แกกับฉันตัดญาติขาดมิตรกันเสียที อ้ายคนสาระเลว"

เสียงอาเสี่ยตะโกนลั่นห้อง

"ผมทะเลาะกับเมียของผมไม่ใช่กงการของคนอื่นครับ"

"อ้ายหงวน" ท่านเจ้าคุณตะโกนสุดเสียง "แกจะบ้าเรอะ แกเตะยายนวลทำไม"

มีเสียงกลอนประตูดังแกร๊ก แล้วประตูบานขวาก็เปิดออก ผู้เปิดประตูรับคือนวลลออนั่นเอง หล่อนร้องไห้ฟูมฟายน้ำตาไหลอาบหน้าและยกมือขวาขึ้นปิดแก้มซ้าย

"คุณอาขา เฮียต่อยนวลค่ะ ต่อยแล้ว ก็เตะหน้านวลจนล้มลงไปข้างเตียง แล้วยังกระทืบซ้ำอีกคะ โฮๆๆๆ " พูดจบหล่อนก็ผลุนผลันออกมาจากช่องประตูเดินร้องไห้ไปตามเฉลียงหลังตึก

นิกรมองตามนวลลออด้วยความสงสาร แล้วกล่าวกับพ่อตาของเขาอย่างเดือดดาล

"อ้ายหงวนป่าเถื่อนมาก อย่างนี้จะคบกันไม่ได้แน่ เพียงแต่เตะล้มลงไปก็ทารุณพอแล้วนี่ยังกระทืบซ้ำอีก"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หันมาทำตาเขียวกับเจ้าแห้ว

" หัวเราะอะไรวะ "

เจ้าแห้วหยุดหัวเราะทันที

"รับประทานหมูชนะสิงโตเป็นไปไม่ได้หรอกครับ รับประทานหมูตัวนี้เคยถูกนางสิงห์ขย้ำตลอดมา"

พลหัวเราะก้าก

"เออ กูก็ว่าอย่างนี้แหละอ้ายแห้ว คุณนวลแกไม่อยากสู้หน้าพวกเรา แกก็แกล้งร้องไห้เลี่ยงไปข้างล่าง ไป-เข้าไปดูอ้ายหงวนหน่อย จะได้รู้ว่ามันเป็นหมูหรือเป็นเสือ ไม่เคยปรากฏว่าผู้ชายที่กลัวเมียอย่างพวกเราฮึดสู้เมียเลย"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ เดินนำหน้าพาสามสหายกับเจ้าแห้วเข้าไปในห้องนอนของเสี่ยหงวนและนวลลออ เมื่อพ้นฉากบังตาที่กั้นอยู่ห่างจากประตูห้องราวหนึ่งเมตร ทุกคนก็หยุดชะงักจ้องมองดูเสี่ยหงวนซึ่งกำลังนั่งหน้าจ๋อยอยู่บนเตียงนอนศีรษะของเขามีเลือดไหลนองสามสี่แห่ง ใบหน้าฟกช้ำดำเขียว มีรอยเล็บข่วนถลอกปอกเปิก นัยน์ตาข้างซ้ายถูกชกเขียวปั้ดกลมโตขนาดขนมครก เสื้อเชิ้ทสีขาวขาดวิ่นเป็นหลายชิ้น ไม้ตะพดอันหนึ่งตกอยู่ข้างเตียงและหักออกเป็น ๒ ท่อน เลือดที่ศีรษะไหลลงมาเป็นทางอาบหน้า

ศาสตราจารย์ดิเรก ทำหน้าครึ่งยิ้มครึ่งแหย

" เฮ้-ทำไมยูรุนแรงกับคุณนวลนักล่ะ มีอย่างที่ไหนวะเตะล้มลงไปยังกระทืบซ้ำอีก"

"ปู้โธ่" อาเสี่ยคราง "กันไม่ได้ทำอะไรเลยโว้ย นวลเล่นงานกันจนสะบักสะบอมอย่างนี้ มือซ้ายถือปืน มือขวาถือตะพด เอาตะพดตีกันแล้วบังคับกันให้พูดคุกคามหล่อน ก่อนจะตีกันด้วยตะพดก็ชกหน้ากันเสียยังกะถูกหมาฟัด มีอย่างที่ไหนวะกันจะไปสู้เมีย"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หัวเราะหึๆ

"แย่หน่อยนะอ้ายหงวน อาอยู่นอกห้องนึกว่ายายนวลถูกแกซ้อมตายแน่"

อาเสี่ยโบกมือห้าม

"อย่าพูดเลยครับ เมียผมร้ายเหลือเกินตบเอาตีเอาสารพัด เขาว่ายุงร้ายกว่าเสือ นวลร้ายกว่ายุงตั้งหลายเท่า" แล้วเขาก็ทำตาเขียวกับเจ้าแห้ว "ยิ้มทำไมวะอ้ายแห้ว เดี๋ยวยันออกไปนอกห้องเท่านั้นเอง"

พลพยักหน้ากับศาสตราจารย์ดิเรก

"ช่วยอ้ายหงวนหน่อยซีหมอ"

นายพลดิเรกเดินเข้ามาหยุดยืนข้างเตียง นิกรตามเข้ามาด้วย นิกรแลเห็นแผลบนศีรษะอาเสี่ยเขาก็ร้องลั่น

"โอ้โฮ ตั้งสี่แผลเชียวหรือนี่"

เสี่ยหงวนสะดุ้งเฮือก เงยหน้ามองดูนิกรอย่างเคืองๆ

"อย่าพูดให้เสียขวัญหน่อยเลยวะ"

ดร.ดิเรก ยกมือจับศีรษะอาเสี่ยแล้วพิจารณาดูบาดแผลที่ถูกฟาดด้วยตะพด พลกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ เดินเข้ามาที่เตียงนอน แล้วพลก็กล่าวกับนายแพทย์หนุ่ม

"พาอ้ายหงวนลงไปทำแผลใส่ยาให้เสียซี ต้องเย็บใช่ไหม"

"ออไร๋ แต่ละแผลต้องเย็บอย่างน้อย แผลละ ๓ เข็ม อย่างนี้เขาเรียกว่าตีวัวตีควายไม่ใช่ตีผัวเสียแล้ว"

อาเสี่ยร้องไห้แล้วลุกขึ้นยืน

"แกดูเอาเถอะหมอ ทำกับกันอย่างสาหัสสากรรจ์มาหลายครั้งแล้ว โกรธขึ้นมาหึงขึ้นมาก็เอาเลือดหัวกันออกมาดูเล่น"

ศาสตราจารย์ดิเรกหัวเราะหึๆ

"เมื่อคืนนี้แกพาเทพินทร์ไปนอนค้างที่บางปูใช่ไหม"

เสี่ยหงวนยิ้มอายๆ

"ใช่ ลงไปคุยกันที่ห้องแล็ปเถอะวะ ชักแสบแผลเสียแล้ว เมียกันนี่โหดร้ายมาก น่ากลัวจะสิ้นสุดกันคราวนี้"

พลพูดเสริมขึ้น

"ให้มันแน่สักทีเถอะวะ"

เสี่ยหงวนขบกรามกรอดแล้วสะอื้นเบาๆ

"เจ็บใจนักล่อเสียกบาลแบะอย่างนี้ต้องหยุดงานหลายวัน ใครเขารู้เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ถุย-เกิดมาเป็นลูกผู้ชายให้เมียตีหัวแตกเกิดเป็นลูกหมาดีกว่า"

นิกรปลอบโยนกิมหงวน

"อย่าไปคิดอะไรมาเลยวะ นึกเสียว่าชาติก่อนแกเคยตีหัวคุณนวล ชาตินี้กรรมก็ต้องสนองแก เอาทางพระเข้าข่มเถอะเพื่อน

อาเสี่ยหันมาทางเจ้าแห้ว

"เฮ้ย ช่วยประคองข้าไปหน่อย"

เจ้าแห้วซ่อนยิ้มไว้ในหน้า

"รับประทานอาเสี่ยเดินไม่ไหวหรือครับ"

"ไหวแต่ว่ากูอายเขาว่ะ"

เจ้าแห้วกลั้นหัวเราะแทบแย่เลื่อนตัวเข้ามาประคองอาเสี่ยพาเดินออกไปจากห้อง สามสหายกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ ตามออกไปจากห้องสามสหายกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ ตามออกไปด้วย ทุกคนต่างนึกเสียดายข้าวของอันมีค่าที่ถูกนวลลออทุบแตกกระจายเกลื่อนกลาดห้องด้วยฤทธิ์รักแรงหึงของหน่อน

ตลอดวันนั้น อาเสี่ยกิมหงวนของเราเต็มไปด้วยความเดือดดาล เมียรักของเขาที่ได้รุนแรงกับเขามากเกินไปศีรษะของอาเสี่ยต้องเย็บถึง ๘ เข็มหน้าตาปูดโปฟกช้ำดำเขียวปากเจ่อและปลิ้นเหมือนปากครุฑ ฟันโยกไป ๒ ซีก ซึ่งเกิดจากหมัดฮุคขวาของนวลลออ

เพราะวันนี้ตรงกับวันเสาร์ เป็นวันหยุดพักผ่อนการงาน คณะพรรคสี่สหายและท่านเจ้าคุณปัจจนึกฯ จึงอยู่กันพร้อมหน้า สี่นางกับคุณหญิงวาดก็อยู่กันพร้อมไม่มีใครออกจากบ้านไปไหน ใครต่อใครยิ้มเยาะเสี่ยหงวนไปตามกันแม้กระทั่งคุณหญิงวาดก็อดสัพยอกเขาไม่ได้ ขณะที่รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

"ยายนวลมันแน่โว้ย ฮ่ะ ฮ่ะล่อพ่อหงวนเสียงอมพระรามไปเลย คราวนี้เห็นจะเลิกเจ้าชู้อย่างเด็ดขาด"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ พูดเสริมขึ้น

"อ้ายหงวนคงจะต้องหยุดงานหลายวันกว่าแผลจะหายและตัดไหมออก"

ดร.ดิเรก กล่าวกับพ่อตาของเขาด้วยเสียงหัวเราะ

"ราว ๗ วันครับคุณพ่อ สำหรับไหมไม่ต้องตัดเพราะผมใช้ไหมพิเศษ พอแผลหายไหมก็ จะละลายสลายไปเอง อ้า-ครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ครับที่อ้ายหงวนถูกคุณนวลตีหัวแตกดังโพละ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯไม่ตอบ นิกรจึงตอบแทน

"ครั้งที่ ๑๓ โว้ยหมอ กันจำได้แม่นยำ" แล้วนิกรก็ยิ้มให้เสี่ยหงวน "ไง-อาเสี่ย ถูกเมียตีกบาลอร่อยไหม"

กิมหงวนรวบช้อนซ่อมทันทีแล้วยกแก้วน้ำแข็งขึ้นดื่มด้วยใบหน้าบึ้งตึงผิดปรกติ พลจุปากดุนิกร

"พอแล้วอ้ายกร เลิกยั่วเย้ากระเซ้าปอดกันเสียทีเถอะวะ ประเดี๋ยวอ้ายหงวนมันเดือดขึ้นมามันก็จะลุกขึ้นเตะปากแกเท่านั้น รู้หรือเปล่าว่าอ้ายหงวนมันไม่สบายใจตั้งแต่มีเรื่องกับคุณนวลแล้ว แกช่างไม่รู้จักใจเพื่อนบ้างเลย ลงอ้ายหงวนทำตาขวางเหมือนนัยน์ตาหมาบ้าอย่างนี้แสดงว่ามันกำลังยัวะรู้ไหม"

อาเสี่ยผุดลุกขึ้นยืน เขาขบกรามแน่นแล้วกล่าวขึ้นด้วยเสียงเกรี้ยวกราด

"ขืนอยู่ในห้องนี้มีหวังติดคุกแน่ ฮึ่ม-อยากฆ่าคนเหลือเกินโว้ย"

คุณหญิงวาดมองดูอาเสี่ยอย่างขบขันแล้วถามเสียงยานคาง

"ฆ่าใครพ่อหงวน"

เสี่ยหงวนเค้นหัวเราะ

"ฆ่าตัวผมเองล่ะซีครับ เกิดมาเป็นชายเสียชาติเกิด ถูกเมียตีหัวแตก ฮึ่ม...คอยดูเถอะครับ แล้วอย่าหาว่าผมรุนแรง"

นวลลออลุกขึ้นเดินเข้ามายกมือเกาะแขนเสี่ยหงวนแล้วยิ้มให้

"เฮียขา นวลก็ได้กราบขอโทษเฮียแล้วต่อหน้าญาติมิตรของเรา นวลยอมรับว่าความหึงและความโกรธทำให้นวลรุนแรงต่อเฮียเกินไป อย่าโกรธนวลเลยนะคะ ผัวเมียกันย่อมเปรียบเหมือนลิ้นกับฟันมันก็ต้องกระทบกระทั่งกันบ้างนั่งลงทานอาหารต่อไปเถอะค่ะ แล้วบ่ายๆ ขึ้นไปนอนพักผ่อนนวลจะนวดให้"

เสี่ยหงวนตวาดแว็ด

"ไม่ต้องการ" แล้วเขาก็พาตัวเดินออกไปทางเฉลียงหลังตึกอย่างกระฟัดกระเฟียดท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างครื้นเครงของคณะพรรคของเขา

อาเสี่ยโกรธนวลลออจริงๆ เขาเดินลงบันไดหลังตึกท่ามกลางเสงแดดอันร้อนแรงตอนเที่ยง เดินเรื่อยเปื่อยผ่านตึกโรงครัวไปทางเรือนพักพวกคนใช้ เขาแลเห็นพวกคนใช้ชายหญิงหลายคนพากันมองดูเขาในท่ายิ้มเยาะเขาทำให้อาเสี่ยเกิดยัวะทันที แต่เขาไม่ได้โกรธพวกคนใช้ เขาโกรธเมียของเขายิ่งขึ้นอีก

"อ้ายแห้วอยู่ไหน" เสี่ยหงวนถามสาวใช้วัยกลางคนคนหนึ่งซึ่งนั่งซักผ้าอยู่ข้างก๊อกน้ำทางซ้ายของบ้านพัก

"เมื่อเช้านี้เห็นอยู่ในห้องนี่คะ"

กิมหงวนกลืนน้ำลายเอื๊อก

"ฉันหมายถึงเดี๋ยวนี้โว้ยไม่ใช่เมื่อเช้านี้"

"อ๋อ อยู่ค่ะ" แล้วหล่อนก็ก้มหน้าก้มตาซักผ้าของหล่อนต่อไป

อาเสี่ยจ้องมองดูสาวใช้อย่างเดือดดาล

"ระวังให้ดีนะฉันจะปล้ำแก"

"ปล้ำไม่กลัวค่ะแต่กลัวไม่ปล้ำ"

เสี่ยหงวนยิ้มออกมาได้ เขายกมือขวากดริมฝีปากบนของเขาเมื่อรู้สึกเจ็บแล้วพาตัวเดินขึ้นบันไดไปบนเรือนพักคนใช้ซึ่งเป็นเรือนแถวชั้นเดียวยาวเหยียดด้านหน้ามีระเบียงกว้างสำหรับนั่งพักผ่อนห้องแรกทางซ้ายมือเป็นห้องพักของเจ้าแห้วคนใช้เก่าแก่ของบ้าน "พัชราภรณ์" ซึ่งเป็นคนใช้อาวุโส

ประตูห้องพักของเจ้าแห้วปิดใส่กลอน เสี่ยหงวนยกมือเคาะประตูเบาๆ สามสี่ครั้ง เสียงเจ้าแห้วตวาดออกมาทันที

"เคาะหาห่าอะไรวะ"

"ใช่ เคาะหาห่า เปิดประตูหน่อยซีคุณอหิวาต์แห้ว"

ประตูห้องถูกถอดกลอนเปิดออกพอแลเห็นเสี่ยหงวน เจ้าแห้วก็ประนมมือไหว้อย่างนอบน้อม

"รับประทานผมนึกว่าพวกคนสวนมันมาเรียกผมขอยืมเงินผมใช้ครับ แฮ่ะ แฮ่ะ ประทานโทษนะครับ"

อาเสี่ยผลักเจ้าแห้วเซเข้ามาในห้องแล้วตามเข้ามา

"ปิดประตูห้องเสีย ฉันมีธุระสำคัญที่จะปรึกษากับแกเป็นความลับเฉพาะและเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย"

เจ้าแห้วเดินมาที่ประตูโผล่หน้าออกมามองดูห้องติดๆ กันซึ่งปิดประตูใส่กุญแจเพราะเจ้าของห้องขึ้นไปรับใช้อยู่บนตึก เขาจัดแจงปิดประตูใส่กลอนแล้วเข้ามาหากิมหงวนซึ่งนั่งอยู่บนเตียงนอนของเขา อาเสี่ยชี้นิ้วมือให้เจ้าแห้วนั่งลงบนเก้าอี้เก่าๆ ตัวหนึ่ง

"อ้า-รับประทานผมเสียใจด้วยนะครับที่อาเสี่ยรับประทานมีอันเป็นสะบักสะบอมไปนี้"

เสี่ยหงวนขบกรามกรอด

"นี่แหละทำให้ฉันมาหาแกและต้องการความช่วยเหลือจากแก แห้ว.... แกหาจ้างฆาตกรให้ฉันสักคนได้ไหม เรื่องค่าจ้างไม่ต้องพูดถึง"

เจ้าแห้วขมวดคิ้วย่น

"รับประทานจ้างมาฆ่าใครครับ"

อาเสี่ยกระซิบเบาๆ

"ฆ่าเมียกันน่ะซี "

เจ้าแห้วเย็นวาบไปหมดทั้งตัว

"รับประทานจะดีหรือครับ"

"ดีแน่ แกก็เห็นแล้วว่าหล่อนทำกับกันจนถึงเพียงนี้แล้วกันจะปล่อยให้หล่อนมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อจะได้ตีกบาลกันอีกยังงั้นรึ แกพอจะหาจ้างฆาตกรให้ฉันได้ไหมล่ะ ให้เขามาตกลงกับฉันในเรื่องค่าป่วยการ ส่วนแผนสังหารนั้นเป็นเรื่องของเขาฉันไม่เกี่ยว เขาจะฆ่ายัดใส่กล่องส่งไปเชียงใหม่หรือส่งไปสงขลาก็ตามใจ ขอให้เขาฆ่านวลลออเท่านั้น ฉันต้องการฆาตกรโดยเร็วที่สุดเข้าใจไหม"

"รับประทานเข้าใจครับ แต่ว่า.... ผมหาไม่ได้หรอกครับ พวกมือปืนมือมีดหรือฆาตกรเท่าที่ผมเคยรู้จัก ก็ล้วนแต่มีธุระไปติดตะรางเสียหมดแล้ว"

เสี่ยหงวนชักฉิว

"อะไรวะคนเดียวหาไม่ได้เรอะ"

"รับประทานหาน่ะหาได้ครับ แต่มันมือชั้นสวะ เป็นฆาตกรหน้าใหม่หรือมือใหม่"

"เป็นยังไง ทำงานไม่เรียบร้อยหรือ"

"ครับ รับประทานถ้าถูกจับก็จะซัดทอดถึงผู้จ้างคืออาเสี่ย ทำให้อาเสี่ยต้องเสียเวลาย้ายบ้านเข้าไปอยู่ในคุกเปล่าๆ ฆาตกรมือแน่ ตำรวจเก็บไปหมดแล้วนี่ครับ เดี๋ยวนี้มือปืนหรือมือมีดหาทำยายากเหลือเกิน"

"ฮื้อ แกไม่อยากให้นวลลออตาย แกก็ไม่อยากจะหาฆาตกรให้ฉันใช่ไหมล่ะ"

"โธ่-รับประทานอาเสี่ยออกปากใช้แล้วทุกอย่าง ผมยินดีรับใช้เสมอ แต่สำหรับฆาตกร ผมหาไม่ได้จริงๆ ครับ อาเสี่ยหาเอาเองเถอะครับ"

อาเสี่ยยิ้มแห้งๆ

"ฉันก็ไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหนเหมือนกัน เอ-เห็นจะต้องจัดการเสียเองโว้ย วางแผนฆ่าให้แนบเนียนไม่ทิ้งร่องรอยหรือพยานหลักฐานไว้ให้นวลลออก็ตายฟรี แล้วฉันก็จะได้อยู่ร่วมรักกับเทพินทร์เมียสาวของฉันอย่างเปิดเผย พูดแล้วชักคิดถึงว่ะ แกร่วมมือกับกันได้ไหมล่ะอ้ายแห้ว ฉันจ่ายให้แกหมื่นบาท หลังจากนวลลออถูกฆ่าตาย"

เจ้าแห้วกลืนน้ำลายเอื้อก

"รับประทานเรื่องนี้อย่าให้ผมเกี่ยวข้องเลยครับ"

"ทำไมล่ะ"

"กลัวติดคุกน่ะซีครับ ตำรวจเดี๋ยวนี้ รับประทานไม่ใช่ย่อย คดีอุกฉกรรจ์ทุกคดีเขาจับคนร้ายได้เสมอ รับประทานฆ่าคนตายน่ะอย่างท้วมๆ ก็ตลอดชีวิตนะครับ แล้วก็สำหรับคุณนวลหรือพวกเจ้านายในบ้านให้ผมล้านบาทหรือเอาเงินมากองเท่าภูเขา รับประทานผมก็ฆ่าไม่ได้ลง"

อาเสี่ยผลุนผลันลุกขึ้นยืน

"แกนี่คบไม่ได้ เรื่องนิดหน่อยเท่านี้พึ่งพาอาศัยกันไม่ได้"

"ว้า...รับประทานฆ่าคนไม่ใช่เรื่องนิดหน่อยนะครับ"

กิมหงวนเม้มปากแน่น

"เอาละ เมื่อแกไม่ยอมร่วมมือกับฉันก็แล้วไป ฉันจะจัดการฆ่าเมียของฉันเองแต่ว่า แกจะปริปากพูดเรื่องนี้ให้ใครรู้ไม่ได้ ถ้าคนอื่นรู้เรื่องนี้แกก็ต้องไปนรก"

เจ้าแห้วขมวดคิ้วย่น

"ไปทำไมครับ"

"ไปตายน่ะซี" เสี่ยหงวนเอ็ดตะโร "จำไว้นะ เรื่องนี้เป็นความลับถ้าแกพูดแกตาย"

"รับประทานถ้ายังงั้นก็เอาเงินปิดปากผมเสียซีครับ"

กิมหงวนล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบธนบัตรในละร้อยบาทออกมาปึกหนึ่งแล้วส่งให้เจ้าแห้วทั้งหมด

"เอ้า-เอาไปนี่ค่าปิดปากของแกถ้าเอาเงินปิดไม่สำเร็จฉันจะหาอย่างอื่นปิดแทน" พูดจบเขาก็เดินไปที่ประตูห้องนอนของเจ้าแห้ว ถอดกลอนเปิดประตูออกพาตัวเดินออกไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

ในชั่วโมงนั้นเองเจ้าแห้วก็แจ้งข่าวสำคัญให้พล พัชราภรณ์เจ้านายโดยตรงของเขาทราบว่าอาเสี่ยหงวนโกรธแค้นนวลลออถึงกับคิดสังหารหล่อน พลไม่สู้จะสนใจนักแต่ก็เล่าให้ศาสตราจารย์ดิเรกและนิกรกับเจ้าคุณปัจจนึกฯฟัง

บ่ายวันนั้นอากาศร้อนระงม

สี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ พักผ่อนอยู่ที่ศาลาไทยหลังบ้าน ซึ่งอยู่บนเนินดินสูง ลมว่าวหรือลมตะเภาพัดโชยเฉื่อยเย็นสบาย ตามเวลาที่กล่าวนี้คุณหญิงวาดได้ชวนนันทา, ประภาและประไพไปเที่ยวตลอดนัดสนามหลวง แต่นวลลออขอตัวพักผ่อนอยู่ที่บ้าน โดยบอกว่าปวดศีรษะไม่สบาย

ความจริงนวลลออรู้สึกเสียใจ ไม่น้อยที่หล่อนได้รุนแรงต่อเสี่ยหงวนจนเกินไปถึงกับเลือดตกยางออก ถึงแม้หล่อนได้ขอโทษอาเสี่ยต่อหน้าคณะพรรคสี่สหายและท่านผู้ใหญ่ทั้งสอง นวลลออก็ยังเสียใจและละอายใจในพฤติการณ์ของหล่อน ซึ่งทุกครั้งที่หล่อนตบตีสามีหล่อนจะต้องไม่สบายใจเงียบเหงาใจไปหลายวัน

นวลลออนอนร้องไห้อยู่บนเตียงนอนในห้องนอนของหล่อนในราว ๑๔.๐๐ น. หล่อนก็ม่อยหลับไป และขณะที่หล่อนกำลังนอนหลับสนิทอาเสี่ยกิมหงวนของเราก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าต่างห้องทางเฉลียงหลังตึก

อาเสี่ยเลี่ยงมาจากศาลาพักร้อนหรือศาลาไทยบอกกับคณะพรรคของเขาว่าเขาจะขึ้นมานอนพักผ่อนสักงีบเพราะรู้สึกปวดบาดแผลที่ศีรษะซึ่งดร.ดิเรก เย็บเอาไว้ แล้วอาเสี่ยก็เตรียมฆ่าเมียรักของเขาด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจและหวังที่จะได้อยู่ร่วมรักกับสาวสวยเขาของนามเทพินทร์

เสี่ยหงวนค่อยๆ โผล่หน้าต่างมองเข้ามาในห้อง พอแลเห็นนวลลออนอนหลับอยู่บนเตียงเขาก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ครั้นแล้วอาเสี่ยก็ก้มลงยกกล่องทีวี. ขนาด ๒๑ นิ้วขึ้น มีเชือกไนล็อนผูกรอบกล่องช่วยให้อาเสี่ยยกหิ้วเดินเข้าไปในห้องนอนของเขาอย่างสบาย กล่องโทรทัศน์กล่องนี้เขานำมาจากห้องพระ และตั้งใจว่าหากเขาสังหารโหดนวลลออได้แล้วเขาจะเอาศพหล่อนยัดลงกล่องนี้ส่งไปต่างจังหวัดอันเป็นกรรมวิธีแบบเดียวกับฆาตกรโหดที่ฆ่าเด็กชายกิมบั๊ก เด็กนักเรียนผู้น่าสงสารซึ่งเป็นคดีครึกโครมที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

อาเสี่ยหิ้วกล่องโทรทัศน์เข้ามาในห้อง ค่อยๆ เดินจดปลายเท้าตรงไปที่ เตียงนอนแล้ววางกล่องทีวี. ลงข้างเตียงนั้น ใบหน้าของเสี่ยหงวนราวกับฆาตกรโหด นัยน์ตาวาวโรจน์กลอกไปมา ริมฝีปากแบะยื่น เขาไม่ยอมปล่อยให้เวลาผ่านพ้นไปแม้แต่น้อย อาเสี่ยเดินตรงไปที่โต๊ะเครื่องแป้งดึงลิ้นชักโต๊ะทางขวาออกหยิบกล่องมีดโกนเล่มหนึ่งออกมา

เขาดึงปลอกหรือกล่องของมันออกหยิบมีดโกนใหม่เอี่ยมออกมาจากล่องแล้วเก็บกล่องไว้ในลิ้นชักตามเดิม อาเสี่ยค่อยๆ เดินย้อนกลับมาที่เตียงนอนของเขาทรุดตัวนั่งบนเตียงง้างมีดโกนออก ใบมีดขาวคมใหม่เอี่ยม มีดเล่มนี้สำหรับเสี่ยหงวนใช้โกนหนวดในเวลาเช้า เขาไม่ชอบให้เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าก็เพราะเขาขี้จั๊กจี้นั่นเอง

เสี่ยหงวนถือมีดโกนกระชับมั่นไว้ในมือขวา เขาจ้องมองดูนวลลออด้วยความรักระคนแค้น นวลลออกรนเบาๆ สม่ำเสมอกันเพราะกำลังหลับสนิท อาเสี่ยกลั้นใจยกคมมีดวางลงบนคอหอยหล่อนทำท่าเหมือนกับจะกดมีดลงไป แต่แล้วก็ยกมีดโกนขึ้น เขากล่าวกับหล่อนด้วยเสียงพึมพำว่า

"สิ้นชาติวาสนากันทีนะนวล ชาติก่อนนวลเคยเชือดลูกกระเดือกฉัน ชาตินี้ฉันจึงต้องเชือดคอนวล ชดใช้กรรมเก่า อย่าอาฆาตพยาบาทผูกเวรจองกรรมกับฉันเลย เธอร้ายกาจมากเธอควรเป็นเมียยมบาลมากกว่าที่จะเป็นเมียฉัน ถ้าเธอเท่งทึงฉันจะได้อยู่ร่วมกับเทพินทร์ของฉันด้วยความสุข เธอแก่แล้วถึงยังสวยอยู่ หนังตาก็ย่นแล้ว เนื้อหนังบางส่วนก็ชักเหี่ยว และบางส่วนก็เริ่มยานตกท้องช้าง เทพินทร์สวยกว่า...ไปได้เร็วกว่าและประหยัดกว่า...ฉันจำเป็นต้องฆ่าเธอ นวลจ๋า"

แล้วเสี่ยหงวนก็ขยับมีดโกนในท่าเงื้อง่า

"เฮ้ย" มีเสียงเจ้าคุณปัจจนึกฯ ร้องขึ้นดังๆ ที่ประตูห้อง

อาเสี่ยสดุ้งเฮือกเงยหน้าขึ้นมองดูท่าน เจ้าคุณปัจจนึกฯ พาพล, นิกร กับศาสตราจารย์ดิเรกบุกเข้ามาในห้อง

"แกเสียสติหรืออ้ายหงวน" เจ้าคุณปัจจนึกฯ พูดเสียงกร้าวแต่ไม่ดังนักเหมือนกับกลัวว่านวลจะตื่นขึ้นมา

เสี่ยหงวนยิ้มแห้งๆ

"คุณอาหมายความว่ากระไรครับ"

"ก็แกจะเชือดคอเมียแกน่ะซี "

อาเสี่ยฝืนหัวเราะ

"ปู้โธ่ เมียผมทั้งคนผมจะฆ่าได้อย่างไร เข้าใจผิดครับ ผมจะโกนหนวดให้นวลต่างหาก"

"โน" นายพลดิเรกเอ็ดตะโร "ส่งมีดโกนมานี่มีอย่างที่ไหนวะผู้หญิงมีหนวด ถ้าหากว่าพวกเราขึ้นมาช้ากว่านี้อีกเพียงนาทีเดียวคุณนวลก็คงตายแล้ว"

เสี่ยหงวนยิ้มแห้งๆ ส่งมีดโกนให้นายพลดิเรกโดยดี

"ขึ้นมา ช้าอีกชั่วโมงก็ไม่เป็นอะไรเพราะกันไม่กล้าพอที่จะเชือดคอเมียของกันได้ เอาจริงเอาจังเข้า ใจกันก็ไม่แข็งพอเสียวไส้ว่ะ"

นวลลออลืมตาขึ้นมองดูผัวรักของหล่อนแล้วพูดเสริมขึ้น

"เชือดสิคะเฮีย เชือดคอนวลเถอะค่ะนวลจะได้ตายสมความปรารถนาของเฮีย นวลไม่กลัวตายหรอกค่ะ นวลพร้อมแล้วที่จะรับโทษจากเฮียเท่าที่นวลรุนแรงต่อเฮียเมื่อเช้านี้" พูดจบหล่อนก็ร้องไห้

อาเสี่ยประคองกอดเมียรักของเขา

"โอ๋ นิ่งๆ ไม่ต้องร้องเฮียไม่ฆ่านวลแล้วแต่อย่าเผลอก็แล้วกัน เฮียได้ให้สัตย์ปฏิญาณสาบานกับตัวเองแล้วว่าเฮียจะต้องฆ่านวลให้ได้ เพราะนวลตีกบาลเฮียแตกตั้งหลายแผล เคราะห์ดีที่ดิเรกมันเป็นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถ้าเฮียไปให้หมออื่นเขาทำแผลให้อย่างน้อยเขาจะต้องใช้ด้ายเย็บหัวเฮียตั้งห้าหกกลุ่มรู้ไหม"

พลมองดูหน้านิกรกับศาสตราจารย์ดิเรก

"ไปเถอะโว้ย ไม่มีอะไรหรอก"

นิกรโบกมือห้ามพลแล้วกล่าวถามอาเสี่ย

"แกเอากล่อง ทีวี. มาใส่ศพคุณนวลยังงั้นเรอะ"

"ฮื่อ"

"แล้วเมื่อ ไหร่ฆ่าละ ฆ่าซีวะกันอยากดู"

นายพลดิเรกคืนมีดโกน เล่มนั้นให้กิมหงวน

"เอ้า เอามีดของแกคืนไป เมื่อแกคิดว่าแกฆ่าคุณนวลได้ลงคอก็เอา"

นวลลออยื่นคอให้เสี่ยหงวน

"เชือดซีคะ"

เสี่ยหงวนฝืนหัวเราะ

"ตอนนี้หายโมโหแล้ว เดี๋ยวก่อน รอให้โมโหเสียก่อน เฮียฆ่านวลแน่นอนไม่ต้องสงสัย เฮียคิดตกแล้ว เฮียทนตีนทนมือมาพอแล้ว สิ้นสุดกันทีสำหรับความเป็นผัวเมียของเรา"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ พูดเสริมขึ้น

"ถ้าแกบ้าก็บอกมาฉันจะได้ส่งแกไปอยู่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา อย่ามาทำทีเล่นทีจริงยังงี้ไม่ได้นะโว้ย แกกำลังหลงเด็กสาวคนนั้นแกอาจจะฆ่ายายนวลจริงๆ ก็ได้ ฉันชักเกลียดขี้หน้าแกเสียแล้วซี อยู่ดีๆ ไม่ว่าดีกลายมาเป็นอ้ายตาลยอดด้วนแซ่หลี ถุย...อยาก เป็นฆาตกรเรอะเอาซีตะรางเขาไม่ได้มีไว้ขังหมาโว้ย"

นวลลออมองดูเจ้าคุณปัจจนึกฯ แล้วยิ้มทั้งน้ำตา

"อย่าไปว่าเฮียเลยค่ะคุณอาคะเมื่อเขาอยากฆ่านวลนวลก็พร้อมแล้วที่จะยอมตาย ดีเหมือนกันค่ะจะได้สิ้นเวรสิ้นกรรมกันที คุณอาพาคุณหมอกับคุณพลและคุณนิกรออกไปเถอะนะคะ เฮียจะได้มีโอกาสฆ่านวลตามสบาย"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ พยักหน้าช้าๆ

"ดีแล้วยายนวล ถ้าอ้ายหงวนมันฆ่าเจ้าตาย เจ้าเป็นผีเจ้าต้องมาหลอกมันและมาหักคอมันให้ได้"

นิกรสะดุ้งโหยง กล่าวกับนวลลออทันที

"แล้วอย่าหลอกผมนะครับ เรื่องผีกับผมไม่ถูกโรคกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว"

ท่านเจ้าคุณพาสามสหายเดินออกไปจากห้องนอนของเสี่ยหงวน นวลลออผลุนผลันลุกขึ้นตามไปปิดประตูใส่กลอนมิหนำซ้ำยังปิดหน้าต่างด้านเฉลียงเสียอีกไม่ต้องการให้ใครรู้เห็นยุ่งเกี่ยวในเรื่องส่วนตัวระหว่าหล่อนกับเสี่ยหงวน แล้วหล่อนก็เดินกลับมานั่งข้างเสี่ยหงวนที่เตียงนอนนั้น

ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ นวลลออจ้องตาเขม็งมองดูผัวรักของหล่อน

"ถือมีดโกนไว้ทำไมคะ ง้างมันออกแล้วเชือดคอนวลซีคะเฮีย"

อาเสี่ยเค้นหัวเราะ

"เฮียกำลังคิดว่า ถ้าเฮียเชือดคอนวลด้วยมีดโกนมันก็เป็นการกระทำของฆาตกรชั้นเลวไม่สมควรที่เฮียจะทำอย่างนั้น" พูดจบเขาก็เหวี่ยงมีดโกนไปบนพื้นห้อง

นวลลออกระชากหมอนหนุนศีรษะออกหยิบปืนพกออโตเมติกกระบอกหนึ่งซึ่งเป็นปืนพกประจำตัวของหล่อนขึ้นมาเลื่อนลูกขึ้นลำแล้วส่งปืนให้กิมหงวน

"ยิงซีคะเฮีย ใช้ปืนกระบอกนี้ยิงนวลดีกว่าค่ะ โป้งเดียวเท่านั้นนวลก็ไปนรกแล้วเฮีย ก็จะได้อยู่กับนังเทพินทร์สมใจ "

อาเสี่ยแสยะยิ้ม

"แปลว่านวลยอมตายยังงั้นเรอะ"

"ค่ะ ยิงนวลเถอะค่ะ แล้วบอกตำรวจว่านวลยิงตัวตายเอง"

เสี่ยหงวนทำหน้ากะเรี่ยกะราดชอบกล

"ยิงหัวซีคะ หรือยิงหน้าอกนวลก็ได้นวลจะเปิดอกให้ยิงโดยดี"

กิมหงวนโบกมือห้าม

"ไม่ต้องเปิด ถ้าเห็นอกแล้วใจอ่อนยิงไม่ลง อ้า-ก่อนที่เฮียจะฆ่านวลเฮียอยากจะพูดทำความเข้าใจกับนวลเสียก่อน เรื่องฆ่าน่ะฆ่าแน่เพราะตั้งใจไว้แล้วและไม่มีอำนาจสิ่งใดในโลกที่จะมาเลิกล้มความตั้งใจของเฮียได้"

"ค่ะ มีอะไรก็พูดมา แต่อย่างร่ำไรเพราะนวลกำลังอยากตาย เสียให้พ้นทุกข์พ้นร้อน ตายจากเฮียได้เมื่อไรนวลก็มีความสุขเมื่อนั้น"

"ถ้ายังงั้นตายแหง เรื่องที่เราจะพูดกันก็มีไม่มากนัก ข้อแรกคือเรื่องลูกของเราอีกไม่กี่วันสมนึกก็จะกลับมาจากอเมริกาแล้ว เธอเป็นห่วงลูกหรือเปล่า"

นวลลออพยายามฝืนกลืนกลั้นน้ำตาไว้

"ไม่ค่ะ ทำไมจะต้องเป็นห่วงในเมื่อสมนึกโตเป็นหนุ่มแล้วมีวิชาความรู้พอตัวขนาดปริญญาโทพาณิชย์ศาสตร์ พ่อมันจะหลีขนาดไหน จะเมาเหล้าหัวราน้ำหรือบ้าๆ บอๆ ไม่เต็มเต็ง สมนึกก็ช่วยตัวเองได้ เพราะสมนึกมีเลือดแม่ไม่ใช่เลือดพ่อ"

"อ้าว ไหงพูดยังงั้น ฉันเป็นผู้สร้างอ้ายนึกขึ้นนะ"

"อาจจะคนอื่นก็ได้"

อาเสี่ยสะดุ้งเหมือนถูกเข็มแทงยกปากกระบอกปืนพกจี้หน้าอกข้างซ้ายของหล่อน

"จริงเรอะอ้ายนึกไม่ใช่ลูกฉัน"

หล่อนแกล้งยั่วโทสะ กิมหงวนเพื่อให้เขายิงหล่อน

"ค่ะ ลูกแฟนเก่าของนวลเอง"

เสี่ยหงวนขบกรามกรอด

"ฮึม เดี๋ยวยิงดับไปเลย

"ก็ยิงซีคะทำไมไม่ยิง"

"กลัวติดคุกน่ะซี อ้ายนึกไม่ใช่ลูกฉันทำไมหน้าตามันเหมือนฉัน สุ้มเสียงกิริยาท่าทางก็เหมือนกัน"

"นวลไม่อาจจะทราบได้ แต่ไม่ใช่ลูกเฮียแน่นอน"

เสี่ยหงวนยิ้มแห้งๆ โยนปืนพกออโตเมติค ลงบนหมอน

"อย่าพูดให้ใจเสียน่านวล อ้ายนึกมันลูกเฮียแท้ๆ พูดเป็นบ้า" พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืน "เฮียยังไม่ฆ่านวลหรอก ถ้าฆ่านวลก็ต้องฆ่าให้แนบเนียนไม่ใช่เอามีดโกนปาดคอหรือเอาปืนยิงให้ตำรวจเขามาลากคอเฮียไปเข้าคุก ฮืม-ขอบใจมากที่นวลตีกบาลเฮีย" พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืน

"ไปไหนล่ะคะ" นวลลออถาม

"ฆ่านวลเสียก่อนซีคะ"

อาเสี่ยมองดูหล่อนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

"ฆ่าแน่ไม่ต้องสงสัย แต่คนฉลาดอย่างเฮียถ้าฆ่าเมียก็ต้องทำให้รอบคอบ ไม่ให้มีพยานหลักฐานหรือทิ้งร่องรอยไว้ให้ตำรวจ"

"หรือคะ แล้วเมื่อไหร่เฮียถึงจะฆ่านวลล่ะ"

"ไม่บอก" เสี่ยหงวนตวาดแว็ด "ขืนบอกนวลก็ไปแจ้งความให้ตำรวจเขามาลากคอเฮียเท่านั้นแหละ ระวังตัวให้ดีนะ อย่าคิดว่าเฮียฆ่านวลไม่ได้ กล่องทีวี ใบนี้เฮียจะเตรียมไว้ใส่ศพนวล" พูดจบเขาก็ก้มลงหิ้วกล่องโทรทัศน์พาเดินออกไปจากห้องนอนของเขาเพื่อเอาไปเก็บไว้ในห้องพระตามเดิม

ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวประกอบทั้งความอับอายขายหน้า เสี่ยหงวนไม่ยอมรวมกลุ่มดื่มเหล้ากับคณะพรรคของเขาและเจ้าคุณปัจจนึกฯ ที่เรือนต้นไม้หน้าตึกใหญ่เหมือนเช่นเคย เขาแอบไปนั่งเงียบๆ อยู่ในสมองใจหนึ่งอยากจะฆ่าหล่อน อีกใจหนึ่งก็อยากจะเลี้ยงไว้ดูเล่น

ขณะนี้เป็นเวลา ๑๗.๐๐ น. คุณหญิงวาดกับนันทา, ประภาและประไพกลับมาแล้ว เสี่ย หงวนนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ริมคูน้ำใส บริเวณที่เขานั่งพักผ่อนเป็นสนามหญ้าเล็กๆ แวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้ดอก มีเก้าอี้ไม้ทาสีขาว ๔ ตัว โต๊ะไม้หนึ่งโต๊ะ และโซฟาไม้อีกหนึ่งตัวเหมาะสำหรับนั่งตากลมเล่นในตอนเย็นแดดอ่อนเช่นนี้

เสียงใครคนหนึ่งร้องยี่เก ดังขึ้นใครคนนั้นก็คือนิกรนั่นเอง

เพื่อนเอ๋ยเพื่อนยาก

เพื่อนไม่ควรคิดมากเพราะถูกเมียตีหัว

จะฆ่าหล่อนล้างแค้นคิดเสียให้ดี

ต้องติดคุกหลายปีรับกรรมชั่ว

จงยิ้มแย้มแจ่มใสอย่าให้จิตใจหมองมัว

เสี่ยหงวนนั่งก้มหน้านิ่งเฉย จนกระทั่งนิกรรำป้อเข้ามาหาแล้วนั่งลงบนเท้าแขนเก้าอี้ที่กิมหงวนนั่ง ยกมือตบหลังอาเสี่ยเบาๆ

"เฮ้-ไหง แอบมานั่งเงียบๆ อยู่อย่างนี้ เลิกโกรธคุณนวลเสียทีเถอะวะ คุณนวลจะเก่งกาจอย่างไรแกก็ได้เปรียบเธออยู่ตลอดเวลา"

อาเสี่ยมองดูนิกรอย่างไม่สู้พอใจนัก

"ได้เปรียบอะไรวะ"

"ก็แกเป็นผัวคุณนวลน่ะซี" พูดจบนิกรก็ลุกขึ้นเลื่อนตัวไปนั่งบนเก้าอี้ว่างอีกตัวหนึ่ง "ถามจริงๆ เถอะวะอ้ายหงวนแกจะฆ่าคุณนวลได้ลงคอหรือ"

เสี่ยหงวนยิ้มแค่นๆ

"แกอย่าสนใจในเรื่องของกันหน่อยเลยว่ะ แกออกไปกินเหล้ากับเขาที่เรือนต้นไม้เถอะ กันต้องการอยู่เงียบๆ ตามลำพัง"

"แล้วกัน พูดยังงี้ก็เท่ากับว่ากันไม่ใช่เพื่อนของแก น่ะซี ถ้าแกจะฆ่าคุณนวลแล้วแกก็น่าจะปรึกษากันบ้าง อย่างน้อยกันจะช่วยวางแผนให้แก"

"อย่า-อย่าอ้ายกร อย่ามาพูดเล่นหรือมายั่วเย้ากันโว้ย กันรู้ดีว่าทุกคนเข้าข้างเมียกันทั้งนั้นไม่มีใครเข้าข้างกันหรอก"

"นี่แหละไหมล่ะ" นิกรพูดเสียงหนักๆ "คบกันมาตั้งนานนมแล้วแกยังไม่เข้าใจกันอีกหรือ กันเป็นเพื่อนของแกโว้ยไม่ได้เป็นเพื่อนคุณนวล กันจะเห็นคุณนวลดีกว่าแกได้อย่างไร อ้าว-ร้องไห้แล้ว มีอะไรตื้นลึกหนาบางก็ปรึกษากันซีวะ ที่ถามแกเมื่อกี้นี้ว่าแกจะฆ่าคุณนวลได้ลงคอหรือก็เพราะกันเคยเห็นแกรักคุณนวลมาก"

เสี่ยหงวนสะอื้นด้วยความเจ็บใจ

"ใช่ เพราะกันรักมากกันถึงแค้นมาก คราวนี้กันฆ่านวลแน่ กันไม่ปล่อยไว้ให้ตีกบาลกันอีกหรอก กันหาเมียชนิดที่ไม่รู้จักตีกบาลผัวดีกว่า"

นิกรมองซ้ายมองขวาแล้วกระซิบกระซาบกับเสี่ยหงวน

"ฆ่าก็ฆ่าแต่อย่าเอะอะไป เรื่องฆ่าคนต้องเงียบๆ ซีโว้ย วิธีสังหารโหดแบบเชือดลูกกระเดือกด้วยมีดโกน หรือยิงทิ้งน่ะมันใช้ไม่ได้หรอกรู้ไหม"

อาเสี่ยยิ้มทั้งน้ำตา

"นั่นน่ะซี แกช่วยออกความคิดหน่อยเถอะวะ ฆ่าอย่างไรถึงจะไม่ให้มีหลักฐาน"

"นี่แหละเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับฆาตกรที่เฉลียวฉลาด อ้า-กันเห็นด้วยโว้ยที่คุณนวลรุนแรงกับแกมาก ทำราวกับว่าแกเป็นข้าทาสของเธอ ไม่ชอบใจก็ตบตีเอาตามความพอใจ แกเป็นลูกคนไม่ใช่ลูกหมา แม้แต่ลูกหมาที่เขาเลี้ยงไว้เขายังไม่ทุบตีทารุณอย่างนี้ ฆ่าเสียก็ดีกันเห็นด้วย"

"เออ แกพูดยังงี้ทำให้กันรักแกขึ้นอีกเป็นกอง เพื่อนกันมันต้องเห็นใจกันซีวะ คราวแรกกันตั้งใจจะเชือดลูกกระเดือกนวลแล้วยัดใส่กล่องส่งไปเชียงใหม่หรือสงขลา"

"ไม่ได้ ฆ่าแบบนี้ตำรวจเขาต้องตะครุบตัวแก วิธีฆ่าที่แนบเนียนที่สุดก็คือ " แล้วนิกรก็กวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณนั้นคล้ายกับกลัวว่า จะมีใครมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้

"ทำยังไง" อาเสี่ยกระซิบถาม

นิกรอมยิ้ม

"ไปปรึกษากันที่ภัตตาคารเงียบๆ ไม่ดีเรอะ ไปกันตามลำพัง กินข้าวไปแล้วปรึกษากันไป"

อาเสี่ยจุปาก

"ไปยังไงเล่า หัวกันแตกโพกผ้าไว้จนแทบไม่มีที่จะพันผ้า กันไม่กล้าออกไปจากบ้านไปไหนหรอก เรื่องกินกันรับรองว่ากันจะเลี้ยงแกเต็มที่ เลี้ยงโต๊ะจีน ๑๐ วันซ้อนๆ ยังได้ ขอให้กันฆ่านวลลออเสียก่อนเถอะ"

"จริงนะ"

"เออ แหมแกนี่แก่รับประทานจริงโว้ย มีอะไรปรึกษาด้วยเป็นต้องชวนไปกินข้าวทุกที"

นิกรหัวเราะเบาๆ

"กำลังกิน หัวคิดกัน มันแล่นดีรู้ไหม"

เสี่ยหงวนถอนหายใจเฮือกใหญ่แต่สีหน้าของเขาชุ่มชื้นขึ้น

"บอกกันเถอะเพื่อน กันจะฆ่านวลอย่างไรดีกันถึงจะรอดพ้นจากเงื้อมมือกฎหาย"

"ก็ไม่เห็นจะยากเย็นอะไรนี่หว่าวางยาพิษเธอซีโว้ย เมื่อคุณนวลตายแกก็สร้างสถานการณ์ขึ้นว่าเธอกินยาตายเพราะหึงหวงแกและเกิดทะเลาะวิวาทกับแกถึงกับตบตีกัน เท่านี้ก็ตายฟรีเท่านั้นเอง"

กิมหงวนตื่นเต้นดีใจอย่างยิ่ง

"จริงโว้ยกร แกนี่ปัญญาเฉียบแหลมจริงๆ ในด้านสติปัญญาแล้วแกก็แน่คนหนึ่งวางยาพิษเป็นดีที่สุด แต่ว่า...กันจะไปเอายาพิษได้ที่ไหนล่ะ กันจำเป็นจะต้องใช้ยาพิษที่กินเข้าไปแล้วไม่มีทางแก้ อย่าลืมว่าดิเรกมันยอดหมอ ถ้าใช้ยาพิษธรรมดาดิเรกมันก็คงช่วยชีวิตนวลไว้ได้ แล้วนวลก็จะบอกให้ตำรวจเล่นงานกันในฐานวางยาพิษหล่อน แกช่วยหายาพิษให้กันได้ไหมล่ะกันให้แก แสนบาทโว้ยจ่ายให้จริงๆ ให้ดิ้นตายซีเอ้า"

นิกรนิ่งคิด

"แกต้องสาบานก่อน"

"สาบานว่ายังไง"

"สาบานว่าถ้าแกเกิดเพลี่ยงพล้ำขึ้นแกจะไม่ซัดทอดกัน"

"ตกลง กันขอสาบานเดี๋ยวนี้ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเป็นพยาน ถ้ากันซัดทอดแกขอให้กันมีอันเป็นต้องเท่งทึงตายจากแกไปทันที"

นิกรยื่นมือให้เสี่ยหงวนจับ

"กันช่วยแกแน่ กันมียาพิษชนิดหนึ่งซ่อนไว้นานแล้ว กันซื้อมาจากเพื่อนของกันตั้งใจจะฆ่าประไพ เพราะกันถูกหล่อนซ้อมสะบักสะบอมเหมือนอย่างแกถูกคุณนวลซ้อมนี่แหละแต่แล้วพอหายโกรธก็ฆ่าไม่ลง"

"เออ เอามาให้กันเถอะเพื่อนแรงมากหรือ"

"กันรับรอง ช้างตัวใหญ่ๆ กินเข้านิดเดียวพอตกถึงท้องก็ชักดิ้นชักงอน้ำลายฟูมปาก ร้ายแรงยิ่งกว่าไซยาไนด์หรือยาพิษชนิดอื่น กันซื้อมา ๕๐๐ บาทห่อนิดเดียว"

"ใช้ผสมกับอาหารหรืออย่างไร" อาเสี่ยถามโดยเร็ว

"ได้ทั้งนั้น ผสมในเครื่องดื่มก็ได้รับรองว่ากินเข้าไปแล้วไม่มีทางแก้ไขต่อให้ดิเรกมันเอาสายยางแหย่เข้าไปในคอจนถึงกระเพาะอาหารก็ช่วยไม่ได้ คุณนวลจะต้องเท่งทึงภายในสองสามนาที เป็นอย่างช้า"

เสี่ยหงวนยิ้มแป้น

"เข้าทีโว้ย กันจัดการสังหารหล่อนคืนวันนี้แหละ กันจะทำเป็นดีกับหล่อนอ่อยเหยื่อลวงให้หล่อนตายใจแล้วกันจะเอายาพิษของแกผสมลงในเครื่องดื่ม ทุกคืนก่อนนอนจะต้องดื่มโอวัลติลร้อนหนึ่งแก้วโดยมากกันเป็นคนชงให้หล่อนในห้องนอนของเรา ฮ่ะ ฮ่ะ สำเร็จแน่"

"แล้วอย่าลืมแสนบาท ที่แกว่านะ ประเดี๋ยวกันจะมอบยาพิษให้แก"

"เออน่า ไม่ลืมหรอก"

ต่างคนต่างมองดูกันแล้วยิ้มให้กัน

"ไปกินเหล้ากันที่เรือนต้นไม้ เถอะวะ แกสบายใจดีแล้วไม่ใช่หรือ"

อาเสี่ยฝืนหัวเราะ

"กันอยากนั่งอยู่เงียบๆ ว่ะ แกไปเถอะ แล้วก็มอบยาพิษของแกให้กันก่อนเวลาอาหารนะ คืนนี้กันฆ่านวลเด็ดขาดพยานกันมีเยอะแยะว่ากันทะเลาะกับนวลถึงกับตบตีกัน นวลกินยาพิษฆ่าตัวตายเพราะหึงเทพินทร์ ตำรวจมาชันสูตรพลิกศพก็ต้องเชื่อแหงๆ เท่านี้โลกก็เป็นของกัน ไม่มีนวลกันจะมีอนุสัก ๑๐๐ คน"

"ไหวเรอะ" นิกรถามเสียงเครือ

"ไหวไม่ไหวก็ลองดู ไหนๆ กันก็ได้ชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศไทยแล้วกันก็ควรจะทำลายสถิติอันยอดเยี่ยมในเรื่องเมียน้อย คือทำลายสถิติท่านจอมพลให้ได้"

นิกรลุกขึ้นยืน

"แกอยากพักผ่อนตามลำพังก็ตามใจแก กันไปละนะ" พูดจบนิกรก็เดินอมยิ้มออกไปจากสวนดอกไม้รีบนำข่าวไปเล่าให้พลกับดร.ดิเรกและเจ้าคุณปัจจนึกฯ ฟัง และจะเล่าให้สี่นางกับคุณหญิงวาดฟังด้วย ส่วนยาพิษกำมะลอนั้นเขาจะขอจากศาสตราจารย์ดิเรกมอบให้เสี่ยหงวน

หลังจากอาหารค่ำผ่านพ้นไปแล้วนวลลออก็แกล้งทำเป็นไม่สบายขึ้นไปนอนพักผ่อนบนห้องของหล่อน เสี่ยหงวนติดตามขึ้นไปงอนง้อขอคืนดีกับหล่อน ยาพิษที่นิกรมอบให้เขานั้นอยู่ในกระเป๋าเสื้อฮาวายของอาเสี่ยแล้วบรรจุอยู่ในซองสีน้ำตาลขนาดเล็ก

ไม่มีใครรบกวนสองสามีภริยาคู่นี้เจ้าคุณปัจจนึกฯ คุณหญิงวาดนั่งพักผ่อนสนทนากันอยู่ในห้องรับแขก พล,นิกร,ดร.ดิเรกและนันทา,ประภาและประไพนั่งรวมกลุ่มดูโทรทัศน์อยู่ในห้องโถง และที่ทุกคนต้องดูเป็นประจำทุกคืนก็คือข่าวภายในประเทศและข่าวต่างประเทศตอน ๒๐.๐๐ น.

ภายในห้องนอนของอาเสี่ยกิมหงวนสงบเงียบ อาเสี่ยกับนวลลออนั่งคุยกันอยู่บนโซฟาจนกระทั่ง ๒๑.๐๐ น. นวลลออก็กล่าวกับเขาว่า

"นวลง่วงแล้วละค่ะ เฮียจะทำงานก็เชิญสิคะ นวลต้องขอตัวนอนก่อน"

"จ้ะ จ้ะ แต่ว่านวลต้องดื่มโอวัลติน เสียก่อนสักถ้วยนะคนดี เฮียจะไปชงให้"

แล้วเสี่ยหงวนก็ลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะสี่เหลี่ยมริมห้อง บนโต๊ะมีกระติกน้ำร้อนนมข้น,นมสด,น้ำตาล,กาแฟผงสำเร็จ และพานใส่ผลไม้ พร้อมด้วยถ้วยแก้วและถ้วยจัดวางเรียงร้อย

นวลลออลุกขึ้นเดินไปนั่งที่เตียงนอนแล้วคอยชำเลืองมองดูอาเสี่ยซึ่งกำลังชงโอวัลตินร้อนใส่ถ้วยหูหิ้วรวม ๒ ถ้วยสำหรับเขากับหล่อน นวลลออแลเห็นอาเสี่ยล้วงกระเป๋าเสื้อฮาวายหยิบซองสีน้ำตาลออกมา ถึงแม้หล่อนเห็นไม่ถนัดเพราะส่วนหลังของกิมหงวนกำบังมือของเขา หล่อนก็รู้ดีว่าเสี่ยหงวนได้ใส่ยาพิษของนิกรลงไปในถ้วยโอวัลตินใบหนึ่งหล่อนเกือบจะหัวเราะออกมาดังๆ ขบขันในท่าทางตื่นๆ และหวาดหวั่นของเสี่ยหงวน

เมื่อชงเครื่องดื่มเสร็จเรียบร้อยเสี่ยหงวนก็ถือถาดเงินใส่ถ้วยโอวัลตินมีจานรองทั้ง ๒ ถ้วยเดินตรงมาที่เตียงนอนวางถาดลงบนโต๊ะแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงนอนในท่าทางเป็นพิรุธเต็มตัว ใบหน้าของเสี่ยหงวนซีดเผือดมีเมล็ดเหงื่อปรากฏทั่ว

นวลลออรู้ดีว่าถ้วยโอวัลติน ที่อยู่ใกล้หล่อนนั้นผสมยาพิษ แต่หล่อนทำเป็นไม่รู้เท่าทัน

"ทานสิจ๊ะ นวลกำลังร้อนๆ"

นวลลออยิ้มให้เขา

"ขอบคุณค่ะ อ้า-กรุณาขอครีมแคร็กเก้อร์ให้นวลสักสามสี่ชิ้นได้ไหมค่ะ"

"งั้นเรอะ ได้จ๊ะเฮียหยิบมาให้เดี๋ยวนี้"

เสี่ยหงวนลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะเหล็กโต๊ะนั้น ตอนนี้เองนวลลออก็ใช้ความว่องไวของหล่อนสับเปลี่ยนถ้วยโอวัลตินเสียในนาทีนั้น อาเสี่ยก็ถือจานเล็กๆ ใส่ครีมแคร็กเก้อร์กลับมานั่งบนเก้าอี้ตามเดิม

ทั้งสองสนทนากันและดื่มโอวัลติน คนละถ้วย เมื่อนวลลออดื่มหมดแก้วกิมหงวนก็ตกใจแทบเป็นลม เขาจ้องมองดูหน้าหล่อนด้วยความวิตกเป็นทุกข์ และแล้วเขาก็ร้องออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ

"นวล นวลจ๋า เฮียฆ่านวลเสียแล้ว โอย...เฮียป่าเถื่อนโหดเหี้ยมที่สุดฆ่าเมียรักร่วมชีวิตได้ลงคอ"

นวลลออยิ้มให้เขา

"เฮียพูดอะไรคะนวลไม่เข้าใจ"

เสี่ยหงวนกลืนน้ำลายเอื๊อก

"เฮียจะบอกความจริงให้นวลรู้เฮียเอายาพิษอย่างร้ายแรงใส่ลงไปในแก้วโอวัลตินของนวล"

นวลลออหัวเราะเบาๆ

"ก็ดีแล้วนี่คะเฮีย นวลจะได้ตายสมใจเฮียยังไงล่ะคะ"

"โอย ตายไม่ได้ นวลต้องอยู่กับเฮียไปชั่วชีวิตดับ ชีวิตของเฮียขาดนวลไม่ได้ ถ้านวลตายเฮียจะต้องตายตามนวลไปด้วย ทำยังไงดีล่ะนวล ให้ดิเรกมันช่วยนวล โธ่-เฮียไม่ควรทำเลย"

"อย่าวุ่นวายไปเลยค่ะ เฮียเตรียมตัวย้ายบ้านไปอยู่ในคุกก็แล้วกันนะคะความผิดวางยาพิษเมียถ้ารับสารภาพก็ในราว ๒๐ ปีเท่านั้น"

กิมหงวนหายใจถี่เร็ว เขามองดูโทรศัพท์ ๒ เครื่องซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะแล้วเอื้อมมือหยิบหูโทรศัพท์ใช้าภายในสถานที่ขึ้นมาหมุนหมายเลขต่อลงไปที่ห้องโถงชั้นล่าง สักครู่เขาก็ได้ยินเสียงเจ้าคุณปัจจนึกฯพูด

"ฮัลโหล ว่ายังไง"

"คุณอาหรือครับ อ้ายหมออยู่หรือเปล่าครับ"

"อยู่กำลังดูโทรทัศน์"

"ช่วยบอกอ้ายหมอให้ขึ้นมาบนนี้หน่อยครับ นวลลออกินยาพิษเข้าไปผมเป็นคนให้กินเองครับ"

"อ้าว ก็ดีแล้วนี่หว่า"

"ไม่ดีครับ ผมยังไม่อยากให้เมียผมตาย เมียผมยังมีค่าและมีความหมายสำหรับผม นวลลออคือสุดที่รักของผม ขาวกว่า..สะอาดกว่า...เป็นฟองกว่า...และไปได้เร็วกว่าเทพินทร์หรือใครๆ ครับ กรุณาบอกอ้ายหมอขึ้นมาเร็วๆ ครับ ขืนชักช้าเดี๋ยวเมียผมเท่งทึง"

กิมหงวนวางหูโทรศัพท์ลงบนเครื่องของมันตามเดิม แล้วลุกขึ้นนั่งลงบนเตียงนอนดึงนวลลออเข้ามากอดเขาร้องไห้เหมือนเด็กๆ

"นวลจ๋ายกโทษให้ผัวเถอะความโกรธทำให้เฮียวางยาพิษนวล นวลกินเข้าไปแล้วเฮียก็รู้สึกสำนึกตัว อย่าพึ่งตายน่ะจ๊ะ"

นวลลออสลัดปัดมือเขาออก

"ลงไปนั่งที่เก้าอี้ อย่ามาเล้าโลมเลยหมั่นไส้ เฮียแก่แล้วไม่ทำให้นวลชื่นใจเหมือนเด็กหนุ่มหรอก"

อาเสี่ยชักฉิว

"อ้าว พูดยังงี้ตายเสียก็ดี" แล้วเขาก็ลุกขึ้นยืนมองดูนวลลออด้วยความห่วงใย แต่เขาแปลกใจอย่างยิ่งที่นวลลออนั่งยิ้มกริ่มไม่ได้แสดงท่าทีวิตกเป็นทุกข์อะไรเลย

เจ้าคุณปัจจนึกฯ คุณหญิงวาดเดินนำหน้า สามสหายกับสามนางบุกเข้ามาในห้องนอนของ กิมหงวน แทนที่ทุกคนจะตกอกตกใจกลับหัวเราะคิกคักไปตามกัน นิกรปราดไปที่ประตูห้องน้ำของอาเสี่ยจัดแจงปิดประตูใส่กุญแจ ห้องน้ำแล้วเดินมาหานวลลออส่งกุญแจห้องน้ำดอกใหญ่ให้หล่อน

"ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเป็นไปตามแผนใช่ไหมครับ"

นวลลออหัวเราะชอบใจ

"ค่ะ ดิฉันเปลี่ยนถ้วยโอวัลติน โดยที่เฮียไม่ทันเห็น เกือบจะเปลี่ยนไม่ได้เหมือนกันแหละค่ะ"

เสี่ยหงวนจ้องมองดูหน้านิกรเพื่อนรักของเขาด้วยความแปลกใจ

"หมายความว่ากระไรวะอ้ายกร"

นิกรไม่ตอบ คุณหญิงวาดเดินเข้ามาหยุดยืนเผชิญหน้ากิมหงวนแล้วพูดพลางหัวเราะพลาง

"ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นพลันถึงตัว แกเป็นคนใจร้ายมากพ่อหงวนถึงกับคิดวางยาพิษเมียของแก แต่คุณนวลน่ะก็คือพี่สาวหรือน้องร่วมสายโลหิตของอ้ายกรนนั่นเอง อ้ายกรมันจะร่วมมือร่วมตีนกับแกฆ่ายายนวลก็ผิดไป ฮ่ะ ฮ่ะ แกรู้หรือเปล่าว่าแกกินยาพิษเข้าไปเองเพราะยายนวลสับเปลี่ยนถ้วยโอวัลตินกับแก"

อาเสี่ยใจหายวาบใบหน้าซีดเผือดเหมือนแผ่นกระดาษ เขาหันมายกมือชี้หน้านิกรแล้วเอ็ดตะโรลั่น

"มึงต้มกูอ้ายกร"

นิกรยิ้มละไม

"ใช่ ประเดี๋ยวแกก็แย่"

เสี่ยหงวนทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้เขาเดินโซซัดโซเซเข้าไปหาศาสตราจารย์ดิเรกแล้วพูดเสียงละห้อยน่าสงสาร

"หมอจ๋า ช่วยกันด้วย กันตายแน่ ฟาดยาพิษเข้าไปตั้งห่อ กันเสียท่านวลลออเสียแล้ว นวลกับอ้ายกรรู้กัน"

เสียหัวเราะดังขึ้นอย่างครื้นเครงนายพลดิเรกว่าเสียงงอหาย

"แกมีอาการเป็นอย่างไรบางล่ะ"

อาเสี่ยขมวดคิ้วย่น

"ปวดท้องจี๊ดๆ ยังไงชอบกลคล้ายกับจะเป็นอหิวาต์ยังงั้นแหละ"

พลสบตากับกิมหงวนเขาก็กล่าวขึ้นด้วยเสียงหัวเราะ

"ไม่ใช่ยาพิษหรอกอ้ายหงวน แต่มันเป็นยาถ่ายท้องอย่างดุเดือดรุนแรงที่สุด อ้ายกรมันขอจากดิเรกเอามาให้แกอีกสักครู่แกก็จะมีอันเป็นเหมือนกับคนป่วยที่เป็นอหิวาตกโรค แต่อย่างไรก็ไม่ตาย"

เสี่ยหงวนทำตาปริบๆ เขามองดูหน้าใครต่อใครแล้วยืนนิ่งเฉย แต่แล้วในนาทีนั้นเองเสี่ย หงวนก็สะดุ้งเล็กน้อยยืนบีบขาสนิทแน่นแนบชิดกันขนลุกซู่ไปทั้งตัว เขาหันไปมองดูห้องน้ำของเขาแล้วเอ็ดตะโรนิกร

"เสือกปิดประตูใส่กุญแจห้องน้ำทำไม เร็ว-เปิดให้หน่อยโว้ย ข้าศึกกำลังจะโจมตีเดี๋ยวนี้แล้ว"

นวลลออชูกุญแจดอกใหญ่ให้กิมหงวนดู

"นี่ค่ะกุญแจ" แล้วหล่อนก็โยนลูกกุญแจลอยละลิ่วออกไปนอกหน้าต่างด้านหน้าตึก

อาเสี่ยขบกรามกรอดแล้วทำปากหมุบหมิบเหมือนกับร่ายคาถามหาอุด เจ้าคุณยกมือผลักเสี่ยหงวนเซไปสองสามก้าวแล้วกล่าวสัพยอก

"เป็นยังไงอ้ายหงวน"

"โอ๊ย" อาเสี่ยร้องสุดเสียง "อย่าเล่นยังงี้ซีครับ ปู้โธ่ ผม..อ๋อย ผมขอใช้ห้องน้ำคุณอาหน่อยนะครับ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หัวเราะคิ๊ก

"อาใส่กุญแจไว้โว้ย ไม่รู้ว่าลูกกุญแจอยู่ที่ไหน"

เสี่ยหงวนทำปากแบะเหมือนกับร้องไห้ ความโกรธทำให้เขาปราดเข้ามาหานิกร และยกเท้าขวาเตะนิกรเต็มแรงแต่พอขาขวายกขึ้นข้าศึกอันมากมายก็ไหลทะลักออกมาเสียงสนั่นหวั่นไหว อาเสี่ยร้องอุทานออกมาคำหนึ่งยืนบีบขาแน่น

"ไป-ออกไปให้พ้น" คุณหญิงวาดเอ็ดตะโร

อาเสี่ยยกมือขึ้นบ๋าย บาย แล้วโกยอ้าวออกไปจากห้องนอนอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างครื้นเครงของคณะพรรคของเขา

จบตอน