พล นิกร กิมหงวน 037 : ไปเชียร์โผน

วันที่แฟนมวยทั้งหลายเฝ้ารอคอยก็คือ วันเสาร์ที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๐๓ ซึ่ง โผน กิ่งเพชร ขวัญใจของชาวไทยรองแชมเปี้ยนโลกอันดับหนึ่งรุ่นฟลายเวท จะขึ้นชกชิงมงกุฎแชมเปี้ยนโลกจากเสือร้ายอาเยนตินา ปาสกาล เปเรซ ณ สนามมวยลุมพินี ซึ่งแฟนมวยต่างหวังกันว่ากำหนดการแข่งขันในครั้งนี้ เปเรซคงจะไม่งอแงเลื่อนวันชกต่อไปอีก

วงการมวยทั่วโลกต่างคาดหมายว่า โผนของเราจะต้องปราชัยยับเยิน คือถูกน็อคเอ๊าท์หรือที่เรียกว่าแพ้อย่างไม่มีทางสู้ ผู้เชี่ยวชาญการมวยของญี่ปุ่นคนหนึ่งเขียนคำวิจารณ์ในหนังสือพิมพ์ว่า โผนจะถูกน็อคในยกที่ ๖ หรือยกที่ ๗ โดยให้ทรรศนะว่า โผนไม่เคยขึ้นชกกับนักมวยที่มีชื่อเสียงมาแต่ก่อนเลย แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์นิตยสาร 'เดอะริงก์' อย่างรุนแรงเท่าที่ให้โผนครองตำแหน่งรองแชมเปี้ยนโลกอันดับหนึ่งตลอดมา

คนในวงการมวยคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงหากินกับนักมวยไทยแต่ไม่มีโอกาสที่จะหากินกับโผนของเราได้วิจารณ์ว่า การชกครั้งนี้โผนถูกน็อคเอ๊าท์เด็ดขาด นอกจากนี้ผู้ที่อิจฉาโผนหรือนายทองทศก็วิจารณ์ว่าโผนแพ้แหงๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อโผนเป็นคนไทยทั้งเชื้อชาติและสัญชาติ และโผนเป็นคนไทยที่มีโอกาสจะได้เป็นแชมเปี้ยนโลก พี่น้องชาวไทยทั้งหลายต่างก็นึกภาวนาเอาใจช่วยโผน ขอให้โผนได้ชัยชนะในครั้งนี้ เพื่อเกียรติของประเทศชาติที่รักของเรา โลกจะได้รู้ว่าประเทศเรามีนักมวยรุ่นฟลายเวทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ในที่สุดวันสำคัญก็ผ่านมาถึง

วันนั้นแฟนมวยต่างตื่นเต้นจนแทบจะทำอะไรไม่ได้ ที่ซื้อตั๋วไว้แล้วต่างก็กระหยิ่มยิ้มย่อง เพราะอย่างไรก็จะได้ดูโผนซัดกับเปเรซในค่ำวันนี้ แต่บางคนที่ซื้อตั๋วล่วงหน้าเอาไว้แล้วก็กลุ้มใจกลัวว่าจะเป็นตั๋วปลอม เพราะกำลังมีข่าวหนาหูว่าตั๋วปลอมระบาดไปทั่ว ถ้าเคราะห์หามยามร้ายบัตรที่ซื้อไว้เป็นของปลอม ก็จะเข้าดูมวยไม่ได้ มิหนำซ้ำอาจจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับไปสอบสวน ทำให้เสียเวลาอีกมากมาย อย่างไรก็ตามนักดูมวยที่ไม่ได้ซื้อบัตรล่วงหน้าและไม่ใคร่จะมีอัฐฬสติดกระเป๋าก็พยายามวิ่งเต้นตั้งแต่เช้า ขอยืมเงินจากญาติหรือเพื่อนฝูง หรือมิฉะนั้นก็ถอดสร้อยคอ นาฬิกาข้อมือ หรือปากกาปลอกทองเหวี่ยงเข้าโรงจำนำไปโดยเสียค่ารักษา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือจำนำ ๑๐๐ บาท แต่ได้รับเงินสดเพียง ๙๐ บาทเท่านั้น ผู้จำนำก็พอใจแล้วเพราะจะได้ไปเชียร์โผน ขวัญใจของคนไทย

วงการพนันทั่วกรุงเทพฯ ต่อเปเรซสองหนึ่ง

แต่นักพนันผู้ยิ่งใหญ่ หรือมหาเศรษฐีหมายเลข ๑ ของประเทศไทย ต่อ โผน กิ่งเพชร สองเอาหนึ่ง เขาคืออาเสี่ยกิมหงวนของเรานั่นเอง อาเสี่ยลงแจ้งความในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับเป็นเวลาเกือบครึ่งเดือนแล้ว แสดงความจำนงว่าเขาถือหางโผนและต่อโผนสองเอาหนึ่ง ผู้ใดใคร่จะพนันกับเขาให้ไปติดต่อที่บ้าน 'พัชราภรณ์' แต่มีเงื่อนไขว่าอย่างน้อยจะต้องรองไว้แสนบาท และจะต้องนำเงินสดไปวาง ไม่รับพนันด้วยเช็ค เพราะปัจจุบันนี้เช็คเชื่อถือไม่ได้ แม้จะเป็นเช็คของเศรษฐีใหญ่ นักธุรกิจชั้นนำของประเทศไทยก็ตาม

ปรากฏว่ามีผู้เล่นพนันมวยศึกชิงแชมเปี้ยนโลกกับอาเสี่ยกิมหงวนมากรายด้วยกัน ส่วนมากเป็นนักธุรกิจ ชาวจีน ชาวภารตะ และคนไทยซึ่งล้วนแต่ขาใหญ่ทั้งสิ้น คู่พนันได้ให้เจ้าคุณปัจจนึกฯ เป็นผู้รักษาเงินเดิมพันไว้

วันนั้นคือวันเสาร์ ๑๖ เมษายน ๒๕๐๓ อาเสี่ยกิมหงวนของเราได้ต้อนรับนักพนันบรรดาศักดิ์ตั้งแต่ตอนสายจนกระทั่งพลบค่ำที่บ้าน 'พัชราภรณ์' มีผู้มารองเปเรซรวม ๑๐ รายด้วยกัน เป็นเงินที่รองไว้สำหรับวันนี้ สามล้านบาทพอดี

คุณหญิงวาดพา นันทา นวลละออ ประภา และประไพ ไปสนามมวยแล้ว โดยเจ้าคุณปัจจนึกฯ กับเจ้าแห้วติดตามไปด้วย ส่วนสี่สหายตั้งใจจะไปถึงสนามมวยใกล้เวลา ๑๙.๓๐ น. อันเป็นเวลาเริ่มต้นแข่งขันชิงแชมเปี้ยนโลก ส่วนที่นั่งสำหรับดูมวยนั้นมีแน่นอน เพราะเสี่ยหงวนได้ซื้อบัตรที่นั่งชั้นพิเศษราคา ๖๐๐ บาทไว้ล่วงหน้าแล้วสำหรับเขากับเพื่อนๆ และบัตรเหล่านี้ซื้อจากสถานีตำรวจนครบาลแห่งหนึ่ง จึงเป็นอันแน่ใจว่าไม่ใช่บัตรปลอม

มันเป็นเวลา ๑๘.๔๕ น.

ขณะที่อาเสี่ยกิมหงวนแต่งสากลแต่ไม่ได้สวมเสื้อนอก นั่งดีดลูกคิดคิดบัญชีเกี่ยวกับเงินการพนันมวยอยู่ในห้องทำงานของเขา พล นิกร กับ ดร.ดิเรก ก็พากันเดินเข้ามาในห้อง สามสหายแต่งสากลชุดสีเทาเข้มเหมือนๆ กัน เสี่ยหงวนแทนที่จะสนใจกับเพื่อนๆ กลับนั่งดีดลูกคิดหน้าตาเฉย แล้วร้องเพลงเชียร์โผนไปด้วย

"โผน.... โผนๆๆๆ เปเรซจะแข็งอย่างไร แต่คนไทยเชียร์โผนดีกว่า โผน เลือดเนื้อไทย เป็นขวัญใจเราทั่วหน้า"

"เฮ้ย!" พลเอ็ดตะโร "เกือบทุ่มแล้วโว้ย ไปสนามมวยเสียที"

อาเสี่ยหัวเราะ ถือยอดเงินลุกขึ้นยืน

"ไม่จำเป็นจะต้องรีบร้อนอะไร เราต้องการดูโผนกับเปเรซคู่เดียวเท่านั้น และก็คืนนี้โผนต้องน็อคเปเรซแน่ๆ "

ดร.ดิเรกยิ้มให้อาเสี่ย

"แกพนันกับเขาไว้ทั้งหมดเป็นเงินเท่าไร?"

กิมหงวนมองดูยอดเงินในมือของเขา

"๑๒ ล้านพอดี"

พลกลืนน้ำลายเอื๊อก

"ถ้าโผนแพ้ แพ้แต้ม แพ้น็อคเอ๊าท์ แพ้เท็คนิเกิลน็อคเอ๊าท์ หรือแพ้ฟาล์ว แกจะต้องจ่ายเงินให้พวกนักพนันถึง ๒๔ ล้านบาท ซึ่งแกอาจจะถึงกับผูกคอตายก็ได้"

ดร.ดิเรกพูดเสริมขึ้น

"ไม่มีใครเขาต่อโผนหรอกโว้ย เพราะเปเรซเป็นแชมเปี้ยนโลก และโผนเป็นรองเท่านั้น ความทรหดอดทนและความเจนเวทีของเปเรซ ย่อมมีมากกว่าโผน แกนึกบ้ายังไงขึ้นมาวะ แกถึงบังอาจต่อโผนสองเอาหนึ่ง?"

อาเสี่ยหัวเราะชอบใจ

"เพราะกันเป็นคนไทย และโผนเป็นคนไทย กันจึงต้องเชียร์โผน แล้วกันก็มีเหตุผลเพียงพอที่กันมั่นใจว่าโผนต้องชนะ"

นิกรกล่าวขึ้นอย่างยิ้มเยาะ

"แกแอบไปดูโผนซ้อมมาใช่ไหมล่ะ?"

"เออ-เปเรซกันก็ดูมันซ้อมแล้ว ส่วนโผน กันก็ได้ไปดูโผนซ้อมที่ค่ายกิ่งเพชรถึง ๓ ครั้ง เชื่อกันเถอะวะอ้ายกร โผนต้องชนะแหงๆ เปเรซมันซ้อมเนือยๆ จิตใจว้าวุ่นนึกอยู่เสมอว่ามันมีคดีขับรถชนคนตาย กลับไปอาเยนตินาอาจจะต้องย้ายบ้านจากนอกคุกเข้าไปอยู่ในคุก นอกจากนั้นยังกลุ้มใจเรื่องที่เมียเพิ่งฟ้องหย่าขาดจากกัน คนเราลงไม่สบายใจจะทำอะไรก็ได้ผลเพียงครึ่งหนึ่ง"

"แล้วโผนล่ะ?" ดร.ดิเรกถาม

อาเสี่ยอมยิ้ม

"อ๋อ-โผนสมบูรณ์เต็มที่ คุณทองทวีน้องชายคุณทองทศเป็นเพื่อนเก่าของกันโว้ย เขาพากันเข้าไปในค่ายกิ่งเพชร แนะนำให้กันรู้จักกับโผน และขอร้องให้กันช่วยซ้อมให้โผนตอนเย็นวันอังคารที่แล้วมา"

"แล้วเป็นยังไง?" พลถามยิ้มๆ

"เป็นยังไงล่ะ กันเจอฮุคขวาเข้าทีเดียวขาตะไกรค้างหุบปากไม่ลง เลยซ้อมได้ไม่ถึงครึ่งยก โผนฟิตเปรี๊ยะทีเดียว คู่ซ้อมของโผนใช้สนับมือต่างนวม ชกจนสนับมือบู้บี้โผนยังไม่เป็นไร กระสอบทรายยังงี้ พ่อต่อยเบาๆ กระสอบแตก คุณทองทศว่าต้องซื้อกระสอบให้โผนซ้อมวันละสองโหลถึงจะพอ แกคิดดูก็แล้วกัน เปเรซมันจะสู้อะไรได้ ศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดีโว้ย ค่ำวันนี้แหละเปเรซจะต้องถอดเข็มขัดแชมเปี้ยนโลกให้โผนโดยดี"

ดร.ดิเรกนิ่งฟังด้วยความเลื่อมใส

"กำลังของโผนเป็นยังไงบ้าง?"

"กำลังเรอะ.... โอ้ย.... ๑๕ ยก ไม่ทันเหนื่อย ทุกวันนี้ซ้อมตั้งแต่เช้าจนค่ำ คู่ซ้อมสวมนวมนั่งเป็นพระอันดับ โผนแน่จริงๆ เป็นคนหนุ่มและเป็นชายโสด ไม่เคยเสียเนื้อเสียตัวให้ผู้หญิงเลย ส่วนเปเรซมีลูกเมียแล้ว อายุก็แก่กว่าโผนมาก โผนของเราอายุ ๒๔ ปีเท่านั้น กำลังแตกเนื้อหนุ่ม ร่างกายแข็งเหมือนเหล็ก กินไข่ไก่วันละ ๕ โหล หรือ ๖๐ ฟอง นมสดวันละ ๒๔ กระป๋อง ส่วนอาหารล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น นอกจากนี้ยังกินเลือดแรดอีกวันละ ๕ ลิตร ทำให้มีกำลังเหมือนซิยิ่นกุ้ย คุณทองทศแกเลี้ยงแรดไว้หลายตัวเพื่อเอาเลือดทำยา เลือดแรดนี่เองทำให้โผนแข็งแกร่งผิดมนุษย์ ไม่มีปัญหาอะไรอีก คืนนี้โผนจะได้เป็นแชมเปี้ยนโลกแน่ๆ และกันก็ได้เงินเดิมพันตั้ง ๑๒ ล้านบาท"

นิกรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

"แกปิดบัญชีแล้วหรืออ้ายหงวน ขอให้กันรองเปเรซสักสองหมื่นได้ไหมวะ?"

กิมหงวนลืมตาโพลง

"แกพูดจริงๆ หรือวะ อ้ายกร?"

"พูดจริงๆ ว่ะ กันยังเชื่อมือเปเรซโว้ย ส่วนโผน กันก็อยากให้เขาได้เป็นแชมเปี้ยนโลก แต่การพนันมันคนละเรื่อง"

อาเสี่ยหัวเราะชอบใจ

"เป็นอันว่าแกรองเปเรซสองหมื่น ตามที่กันต่อโผนไว้สองเอาหนึ่ง"

นายจอมทะเล้นพยักหน้า

"ถูกแล้ว" พูดจบเขาก็ล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง หยิบธนบัตรใบละร้อยบาทออกมาข้างละปึก ซึ่งปึกหนึ่งเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท

พลหัวเราะหึๆ

"เอาจริงๆ หรืออ้ายกร นึกว่าแกพูดเล่นเสียอีก?"

นิกรยิ้ม

"เอาจริงๆ ถ้าได้สี่หมื่นกันจะพาพวกเราไปเที่ยวปีนังสักอาทิตย์ อากาศกำลังร้อนจัดอย่างนี้จะได้ไปเที่ยวตากอากาศกันบ้าง"

กิมหงวนยกมือตบบ่านิกรเบาๆ

"อย่าเล่นเลยวะอ้ายกร เชื่อกันเถอะ เปเรซแพ้แหงๆ "

"เถอะน่า สองหมื่นบาทกันไม่เสียดายหรอก"

อาเสี่ยพยักหน้ารับทราบ

"ดีแล้ว มอบเงินให้ดิเรกเก็บรักษาเอาไว้ กันจะเอาเงินสดในเซฟสี่หมื่นบาทให้ดิเรกเก็บไว้เช่นเดียวกัน"

กิมหงวนเดินไปที่ตู้นิรภัยใบใหญ่ทางด้านหัวเตียงนอน ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบพวงกุญแจออกมาไขตู้นิรภัยออก เอื้อมมือหยิบธนบัตรใบละร้อยบาทรวม ๔ ปึกขึ้นมาวางบนหลังตู้เซฟซึ่งปึกหนึ่งเป็นเงินหมื่นบาท เสี่ยหงวนปิดตู้นิรภัยใส่กุญแจเรียบร้อยถือธนบัตรรวม ๔๐,๐๐๐ บาท เดินเข้ามาหาคณะพรรคของเขา แล้วมอบเงินให้นายแพทย์หนุ่ม นิกรรีบส่งธนบัตรรวม ๒๐,๐๐๐ บาทให้ดร.ดิเรกเช่นเดียวกัน

ดร.ดิเรก กล่าวขึ้นว่า

"เพื่อนกันแท้ๆ ไม่น่าพนันกันเลย"

นิกรว่า "เถอะน่า เรื่องของคนหมาไม่เกี่ยว แกเป็นคนกลางเอาเงินไปเก็บไว้เสียก่อนเถอะ" พูดจบก็หันมาทางเสี่ยหงวน "สวมเสื้อซีโว้ยอ้ายหงวน รีบไปสนามเถอะ ไปคอยรับในหลวงกับสมเด็จพระบรมราชินีนาถ"

กิมหงวนเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อสากลสีเทาออกมาสวม ในเวลาเดียวกัน ดร.ดิเรกก็หอบเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท ออกไปจากห้องนอนอาเสี่ย

กิมหงวนยิ้มให้นิกรแล้วกล่าวว่า

"สองหมื่นบาทของแกสูญแน่แล้วอ้ายกร"

นิกรค้อนขวับ

"ไม่แน่โว้ย เปเรซไม่ดีจริงก็คงไม่ได้เป็นแชมเปี้ยนโลกหรอกเพื่อน สถิติการชกของเปเรซโดยมากชนะน็อคเอ๊าท์ทั้งนั้น"

"ถูก คนอื่นน่ะเปเรซน็อคได้ แต่สำหรับโผนน็อคไม่ได้อย่างเด็ดขาด ยิ่งวันนี้เป็นการต่อสู้หน้าพระที่นั่งด้วยแล้วกันรับรองว่าโผนจะต้องสู้แบบยอมถวายชีวิต"

นิกรหน้าจ๋อย

"ว้า-ยังงั้นอย่าพนันกันเลยวะ"

เสี่ยหงวนหัวเราะก้าก

"คนเราเกิดมาเป็นคนก็ต้องรักษาวาจาสัตย์ พูดแล้วอย่าคืนคำซีเพื่อน"

พลยกมือตบหลังนิกรเบาๆ

"แกจะต้องวิตกอะไรวะ ในวงการพนันและโดยทั่วๆ ไปแล้ว เปเรซก็ต้องเป็นต่อ แต่นี่อ้ายหงวนมันบ้าดันต่อโผน โผนน่ะมีทางชนะน้อยกว่าเปเรซมาก เพราะเพียงแต่คะแนนไล่เลี่ยกัน เขาก็ต้องตัดสินให้แชมเปี้ยนโลกเป็นฝ่ายชนะ"

นิกรยิ้มออกมาได้

"เออ-แกพูดให้กำลังใจกันอย่างนี้ค่อยยังชั่วหน่อย"

อาเสี่ยเดินมาที่เตียงนอน หยิบซองธนบัตรกับซองบุหรี่ไม้ขีดไฟใส่กระเป๋ากางเกง พอเดินกลับมาหาพล นิกร ก็พอดีนายแพทย์หนุ่มเดินยิ้มกริ่มเข้ามาในห้อง

"ไปเถอะโว้ย พวกเรา" ดร.ดิเรกพูดเสียงค่อนข้างดัง "ออกไปยืนที่เฉลียงหลังตึก ได้ยินเสียงคนที่สนามมวยเฮฮาดังแว่วมาจนถึงบ้านเรา เข้าใจว่าคนคงมากมายหลายหมื่น ถ้าเรารีบไปอาจจะได้ดูคู่อดุลย์กับแสนพลก็ได้"

ครั้นแล้วสี่สหายต่างพากันออกไปจากห้องนอนของอาเสี่ยกิมหงวนเพื่อรีบเดินทางไปยังสนามมวยลุมพินี

อีกครั้งหนึ่งที่ประวัติศาสตร์แห่งกีฬามวยของประเทศไทยได้ถูกบันทึกลงไปว่า แฟนมวยไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ คน ได้ประชุมกันคับคั่งที่สนามมวยเวทีลุมพินี เพื่อชมการชกมวยชิงแชมเปี้ยนโลกระหว่าง โผน กิ่งเพชร ผู้ท้าชิงกับ ปาสกาล เปเรซ

นับตั้งแต่ ๑๓.๐๐ น. เศษ นักนิยมดูมวยต่างหลั่งไหลเข้าไปในสนามเพื่อเลือกหาที่นั่งเหมาะๆ แฟนมวยเหล่านี้มีความรู้สึกในเรื่องชาตินิยมอย่างแรงกล้า ทุกคนต้องการมาเชียร์โผน ถึงแม้แสงแดดจะร้อนแรงกล้า ถึงแม้อากาศกลางเดือนเมษายนจะร้อนอบอ้าวเหมือนนั่งอยู่ในเตาอบ แต่แฟนมวยหรือที่ถูกเรียกว่าแฟนโผนก็มิได้ย่อท้อ หลายร้อยคนอุตส่าห์เดินทางมาจากหัวหินอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของโผน

ก่อน ๑๖.๐๐ น. สนามมวยลุมพินีก็เบียดเสียดเยียดยัดกันจนหาที่ว่างไม่ได้ เว้นแต่ที่นั่งชั้นพิเศษ ๖๐๐ บาท ซึ่งมีผู้จองไว้ และเจ้าของที่นั่งล้วนแต่เป็นผู้ดีมีเงิน ไม่จำเป็นจะต้องรีบร้อนมาให้เสียเวลา เพราะรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรก็ต้องได้ดูการชกชิงแชมเปี้ยนโลกแน่ๆ ซึ่งการแข่งขันจะเริ่มต้นในเวลา ๑๙.๓๐ น.

คณะพรรคสี่สหายมาถึงสนามมวยในเวลาประมาณ ๑๙.๒๐ น. ซึ่ง อดุลย์ ศรีโสธร กับ แสนพล บางยี่ขัน กำลังฟาดปากกันอุตลุดคล้ายกับเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาแต่ชาติก่อน เสียงปี่ชวาและกลองแขกดังเจื้อยแจ้ว ยั่วยุอารมณ์นักมวยทั้งสองให้ฮึกเหิม แต่แล้วพอเจ้าหน้าที่เดินบัตรพาสี่สหายตรงมาที่เก้าอี้หน้าเวทีด้านเหนือตามที่จองไว้ แสนพล บางยี่ขัน ก็ลงไปนอนแอ้งแม้งฟังกรรมการนับ ๑ ถึง ๑๐ เสร็จแล้วกรรมการห้ามมวยก็ชูมือ อดุลย์ เป็นฝ่ายชนะ ส่วน แสนพล พี่เลี้ยงของเขาขึ้นมาบนเวทีช่วยกันประคองลงไป

พล นิกร กิมหงวน และ ดร.ดิเรก ต่างสำรวมกิริยาให้สุภาพเรียบร้อย ทุกคนยิ้มให้เจ้าคุณปัจจนึกฯ และคุณหญิงวาดและสี่นางซึ่งนั่งเรียงรายแถวหน้าเพื่อน พลทรุดตัวลงนั่งข้างนันทา ดร.ดิเรก นั่งข้างพล ถัดไปนิกรและอาเสี่ยกิมหงวนนั่งซ้ายสุดติดกับฝรั่งชาวยุโรปคนหนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่กับภรรยาของเขา

คนดูเริ่มจ้อกแจ้กจอแจเตรียมชมมวยคู่สำคัญของรายการนี้ เวลาแห่งการรอคอยได้ผ่านพ้นไปอย่างล่าช้า มวยสามสี่คู่ที่ชกกันไปแล้ว ไม่เรียกร้องศรัทธาจากแฟนมวยเท่าใดนัก ทุกคนอยากดูแต่โผนกับเปเรซตะบันหน้ากัน

ในที่สุด ปาสกาล เปเรซ เสือร้ายแห่งอาเยนตินาผู้ครอบครองมงกุฎแชมเปี้ยนโลกฟลายเวท กับ โผน กิ่งเพชร ขวัญใจของคนไทยก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางเสียงตบมือโห่ร้องของแฟนมวยรอบสนาม เปเรซก้าวขึ้นสู่เวทีก่อนในท่าทางกระปรี้กระเปร่า แต่ใบหน้าเคร่งขรึมยกมือโบกให้คนดูรอบสนามตามแบบฉบับของเขา เสือร้ายอาเยนตินาสวมเสื้อคลุมสีดำ แฟนมวยที่คิดว่าโผนคงชนะชักลังเลใจเสียแล้ว เพราะท่าทางของเปเรซไม่ใช่ย่อย เหมือนกับเสือดำที่ปราดเปรียวน่าเกรงขาม

แต่แล้ว โผน กิ่งเพชร ก็ก้าวขึ้นสู่เวทีอย่างสง่าและองอาจ ท่วงทีของโผนบอกว่าสมบูรณ์เต็มที่ เขาสวมเสื้อคลุมสีกรมท่า ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแสดงความมั่นใจในตนเอง แฟนมวยตบมือโห่ร้องเกรียวกราวเมื่อโผนยกมือไหว้ตามแบบของไทยเรา

"โผน....โผน วันนี้ต้องชนะนะ เอ้า-เฮ....ยิ้มหน่อยโผน น็อคให้ได้นะครับ คนไทยต้องไว้ฝีมือ"

เสียงตะโกนเชียร์โผนดังอยู่ตลอดเวลา กรรมการห้ามมวย คือ นายลอเร็นโซ ทอเรนท์ ชาวอาเยนตินา ได้ขึ้นมาบนเวที แล้วเรียกนักมวยทั้งสองและพี่เลี้ยงมาพบกัน แนะนำกติกาบางอย่างให้ทราบตามระเบียบแล้วตรวจดูผ้าพันมือซึ่ง นายแน็ต แฟลเช่อร์ ได้ตรวจรับรองและเซ็นชื่อไว้บนหลังมือนักมวยทั้งสองแล้วแต่ต้องตรวจดูตามธรรมเนียม เพราะเกรงว่านักมวยคนใดคนหนึ่งจะเล่นไม่ซื่อเอาสนับยัดไว้ในอุ้งมือ

นักมวยทั้งสองต่างแยกไปเข้ามุมของตน พี่เลี้ยงได้สวมนวมให้ซึ่งเป็นนวมขนาด ๖ ออนซ์บางมาก ขณะนี้อาจารย์วงศ์ หิรัญเลขา กับ นายแน็ต แฟลเช่อร์ หรือ ลุงแน็ต ต่างประจำหน้าที่แล้ว คือเป็นกรรมการให้คะแนนในการตะบันหน้ากันระหว่างนักมวยผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง

๑๙.๓๐ น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถได้เสด็จมาถึงสนามมวย เมื่อเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกังวานขึ้น เสียงจ้อกแจ้กจอแจ้ก็เงียบกริบลงทันที ประชาชนไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ คนต่างลุกขึ้นถวายความเคารพ พอจบเพลงจึงนั่งลงตามเดิม โผนของเราทรุดตัวลงนั่งหมอบกราบถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คนดูตบมือให้เกียรติโผนอีก ไม่ว่าโผนจะทำอะไร เคลื่อนไหวอย่างไร แฟนมวยทั้งหลายต่างก็นิยมชมชื่นมีศรัทธาในตัวเขา

สุภาพบุรุษชาวยุโรปในวัยกลางคน ซึ่งนั่งเก้าอี้เหล็กอยู่ติดๆ กับกิมหงวน แสดงท่าทีเชียร์เปเรซจนออกนอกหน้า เขาอธิบายให้เมียของเขาฟังว่าโผนไม่มีทางเอาชนะเปเรซได้เลย แต่ภรรยาสาวสวยของเขาขัดคอว่า ถ้าไม่มีทางชนะโผนจะขึ้นชกกับเปเรซหาหอกอะไรกัน เมื่อถูกขัดคอเช่นนี้นักทัศนาจรชาวฝรั่งเศสผู้มีนามว่า มองสิเออร์ยาแดง ก็ลอบค้อนมาดามของเขาแล้วหันมามองหน้ากิมหงวน ซึ่งสบตากับเขาพอดี

"ท่านสุภาพบุรุษ คุณก็คงมีความคิดเหมือนกับผมไม่ใช่หรือ?" เขากล่าวกับเสี่ยหงวนเป็นภาษาอังกฤษ

เสี่ยหงวนทำหน้าตื่นๆ

"คุณหมายความว่ากระไรครับ?"

"หมายความว่านักมวยไทยคนนี้ไม่มีทางชนะเปเรซได้"

อาเสี่ยจุ๊ปากมองดูนักทัศนาจรชาวฝรั่งเศสอย่างเคืองๆ

"คุณจะรองสักเท่าใด ถ้าผมต่อนักมวยไทยสองเอาหนึ่ง?"

มองสิเออร์ยาแดงหัวเราะก้าก

"สองเอาหนึ่ง คุณพูดตลกหรือเปล่า?"

"ตลกกะผีอะไร ผมพูดจริงๆ "

มองสิเออร์ยาแดงยื่นมือให้เสี่ยหงวน

"ผมรอง ๕๐,๐๐๐ บาท"

"ตกลง" กิมหงวนรับคำแล้วบีบมือแน่น

นักทัศนาจรชาวฝรั่งเศสหันมายิ้มกับภรรยาของเขา

"ที่รัก ฉันพนันกับสุภาพบุรุษที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉัน ๕๐,๐๐๐ บาท เขาต่อนักมวยไทยถึงสองเอาหนึ่ง ถ้าเราได้แสนบาทฉันจะพาเธอไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วยนะมาเรีย"

เสียงระฆังยกแรกดังกังวานขึ้นแล้ว สองเสือปราดเข้าไปพบกันกลางเวที คนดูเงียบกริบ แทบทุกคนเอาใจช่วยโผน กลัวว่าโผนจะเพลี่ยงพล้ำเสียทีแชมเปี้ยนโลก บางคนก็ร้องตะโกนให้โผนระวังตัวอย่าประมาทคู่ต่อสู้

ถึงแม้น้ำหนักตัวของเปเรซจะมากกว่า โผนของเราก็สูงกว่าและแขนยาวกว่า โผนเป็นฝ่ายเปิดฉากการชกก่อนด้วยหมัดหนึ่งสอง คือ แย็บซ้ายและตามด้วยขวาถูกหน้าเปเรซแต่ไม่หนักนัก นิกรร้องตะโกนสุดเสียง

"เปเรซ บุกซีโว้ย"

คุณหญิงวาดชะโงกหน้าหันไปมองดูหลานชายจอมทะเล้นของท่าน แล้วยกมือชี้หน้านิกรอย่างเดือดดาล

"หนุนโผนโว้ย! ไม่ใช่หนุนเปเรซ!"

นิกรทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

"โธ่-ก็ผมเล่นพนันข้างเปเรซไว้นี่ครับ"

คนดูรอบสนามเริ่มโห่ร้องบ้างประปราย เปเรซปล่อยแย็บขวาถูกหน้าโผนได้ทีหนึ่ง สองเสือต่างเต้นฟุตเวิร์กอย่างคล่องแคล่ว ยกนี้ดูเหมือนเป็นการลองชั้นเชิงกันมากกว่า ต่างฝ่ายไม่ได้แสดงฝีมือหรือลวดลายอะไร ตอนกลางยกแย็บซ้ายของโผนอันรวดเร็วเหมือนลิ้นงูเห่า ได้พุ่งออกไปถูกดั้งจมูกเปเรซค่อนข้างแรง เสือร้ายอาเยนตินาปราดเข้าชกด้วยหมัดฮุคซ้ายเต็มเหนี่ยว แต่โผนหลบหมัดดินระเบิดของยักษ์แคระได้อย่างหวุดหวิด ขวัญใจชาวไทยถอยออกไปบ้างหลอกให้เปเรซติดตาม เมื่อเปเรซปราดเข้าทะลวงด้วยหมัดซ้ายขวา โผนยกแขนกันเอาไว้และชกตอบสกัดตามลำตัว เปเรซกันไว้ได้ พอดีระฆังหมดยก

ประชาชนนับหมื่นส่งเสียงพึมพำทั่วสนาม เสือร้ายอาเยนตินาไม่น่ากลัวอะไรนัก การชกในยกที่ ๑ คะแนนของโผนนำไปเล็กน้อย อย่างไรก็ตามนักพนันยังเชื่อว่า ชัยชนะจะต้องเป็นของ ปาสกาล เปเรซ แน่นอน

คุณหญิงวาด กับ เจ้าคุณปัจจนึกฯ ต่างคุยกันจ้อ ท่านทั้งสองกับสี่นางเอาใจช่วยโผนเต็มที่ ระหว่างที่พี่เลี้ยงกำลังให้น้ำนักมวยของตน มองสิเออร์ยาแดง นัดทัศนาจรได้ยกมือตบบ่าอาเสี่ยกิมหงวนเบาๆ แล้วกล่าวว่า

"ท่านสุภาพบุรุษ โปรดอย่าเข้าใจว่าผมดูถูกคุณเลย ถ้าหากว่าผลของการชกปรากฏว่าเปเรซได้รับชัยชนะ คุณมีเงินสดแสนบาทที่จะจ่ายให้ผมแล้วหรือ ผมบอกเสียก่อนว่าถ้าจ่ายเช็คผมต้องขัดข้อง เพราะเช็คในเมืองไทยไม่ใคร่จะมีตัวเงินในธนาคาร"

อาเสี่ยทั้งฉิวและทั้งขัน

"ขอโทษ คุณชื่ออะไร?"

"ผมคือมองสิเออร์ยาแดง คุณเรียกผมสั้นๆ ว่ายาแดงก็ได้"

เสี่ยหงวนพยักหน้ารับทราบ

"ขอบคุณมาก ผมชื่อ กิมหงวน มหาเศรษฐีหมายเลข ๑ ของประเทศไทย คุณไม่ต้องวิตกว่าผมจะไม่มีเงินจ่ายให้คุณ ถ้าผลการชกปรากฏว่านักมวยไทยแพ้ ผมจะพาคุณไปเอาเงินสดแสนบาทที่บ้านผม"

"โอ-ดีทีเดียว มิสเตอร์กิมหงวน ขอบคุณท่านมาก เราเล่นพนันกันอย่างสุภาพบุรุษโดยเอาเกียรติของเราเป็นประกัน"

เสี่ยหงวนหัวเราะ

"ถูกแล้วครับ สำหรับผมคุณไว้ใจได้ ว่าแต่คุณเถอะ มองสิเออร์ยาแดง คุณมีเงินสด ๕๐,๐๐๐ บาท อยู่ในกระเป๋าเรียบร้อยแล้วหรือ?"

สุภาพบุรุษเชื้อสายนโปเลียนยิ้มแห้งๆ

"ถ้าผมพกเงินตั้ง ๕๐,๐๐๐ บาทมาดูมวยผมก็บ้าเต็มทน อย่างไรก็ตาม ถ้านักมวยไทยชนะ ผมก็มีเงินที่จะจ่ายให้คุณตามที่เราพนันกันไว้"

การสนทนาสิ้นสุดลงเมื่อเสียงระฆังเริ่มยกที่ ๒ ดังกังวานขึ้น

"แก๊ง"

โผน กับ เปเรซ ซึ่งต่างฝ่ายต่างกำลังยืนเต้นอยู่ก็ปราดเข้าหากันทันที นิกรร้องตะโกนหนุนเปเรซเสียงแจ๋ว

"เอาเลยเปเรซ อั๊วเล่นไว้ตั้งสองหมื่นนะโว้ย"

คนดูแถวริงไซ้ด์ต่างหัวเราะครืน เข้าใจว่านิกรพูดเล่นสนุกๆ เปเรซพอจะรู้ชั้นเชิงของโผนบ้างแล้ว เขาปราดเข้าชกซ้ายขวาติดๆ กันหลายครั้ง ซึ่งเป็นหมัดชุดของแชมเปี้ยนโลก นิกรลุกขึ้นกระโดดตัวลอย แต่แล้วก็ไม่ทราบว่าเท้าของใครที่ทำให้นิกรหัวคะมำไปข้างหน้าจนเกาะขอบเวที

ซ้ายของเปเรซถูกหน้าโผนดังฉาด ขวัญใจของเราทนหมัดเปเรซได้ พอได้โอกาสก็แย็บซ้ายถูกหน้าแชมเปี้ยนโลกอย่างจัง หมัดแย็บของโผนยั่วโทสะเปเรซให้เดือดดาล เสือร้ายอาเยนตินาเหวี่ยงหมัดซ้ายขวาเข้าใส่โผนอย่างรวดเร็ว โผนไม่ยอมถอย ยืนปักหลักแลกหมัดกับเปเรซ พยายามเข้าวงในต่อยท้องและลำตัวจนกระทั่งกรรมการเข้ามาแยก

คนดูโห่ร้องเชียร์โผนเกรียวกราว เสี่ยหงวนร้องตะโกนหนุนโผนจนแสบคอหอย

"หนักเข้าไปโผน เอาเลยโผนๆๆๆๆ "

การตะบันหน้าเพื่อแย่งเข็มขัดแชมเปี้ยนโลกในยกที่ ๒ เพิ่มความเข้มข้นและดุเดือดขึ้นแล้ว แต่พอใกล้จะหมดยกโผนก็ถอยฉะ เสือร้ายอาเยนตินารุกประชิดติดพัน เขาชกหมัดฮุคทั้งซ้ายและขวาหลายครั้ง แต่ละหมัดถ้าถูกโผนของเราก็คงหลับสนิท แต่โผนหลบหมัดหรือป้องปิดไว้ได้ เมื่อโผนชกวงในต่อยท้องและชายโครงเปเรซ กรรมการชาวอาเยนตินาก็รีบเข้าห้ามและสั่งให้แยกจากกัน ขวัญใจชาวไทยจดมวยอย่างรัดกุมเต็มไปด้วยความระมัดระวังตัวไม่ประมาทคู่ต่อสู้ เขาชกด้วยสมองและชั้นเชิง ส่วนกำลังใจนั้นไม่ต้องพูดถึง ต่อให้เปเรซโตเท่าหลวงพ่อโตวัดอินทร์ฯ โผนก็ต้องสู้ตาย

ครั้งหนึ่ง สองเสือผละจากกันโดยกรรมการไม่ได้แยก เปเรซอัปเป้อร์คัทซ้ายถูกชายโครงขวาของโผนได้ทีหนึ่งเสียงดังป้าบ แต่โผนก็สามารถชกถูกหน้าเปเรซอย่างจังๆ เสียงดังฉาด เมื่อแชมเปี้ยนโลกบุกเข้ามาอีก แย็บซ้ายของโผนก็พุ่งออกไปถูกหน้าเสือร้ายอาเยนตินาอีกหนึ่งที คราวนี้เปเรซคงจะโมโห เขาก็พุ่งใส่โผนทันที ขวัญใจของคนไทยหลบหมัดดินระเบิดของเจ้ายักษ์แคระได้ทุกหมัดแล้วล่าถอยหลอกให้ไล่

คุณหญิงวาดตื่นเต้นจนลืมตัว ท่านมีเลือดรักชาติ และมีความรู้สึกเรื่องชาตินิยมอย่างรุนแรง คุณหญิงยอมรับว่ามวยคู่นี้สนุกอย่างเข้าไส้ เมื่อท่านแลเห็นโผนถอยฉะท่านก็โมโหจนตัวสั่น แล้วคุณหญิงก็ลุกขึ้นวิ่งไปเกาะขอบเวทีร้องตะโกนบอกโผนตามความรู้สึกของท่าน

"พ่อหลานชาย อย่าถอยซี สู้ตายคาเวทีเลย เข่าและศอกเก็บไว้ทำไม เตะ-เตะมันเข้าไป วันนี้ป้าเชียร์ขาดใจไปเลย"

คนดูริงไซ้ด์ทางด้านนั้น ต่างหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็งไปตามกัน เจ้าคุณปัจจนึกฯ กวักมือเรียกคุณหญิงวาดเสียงลั่น

"มานี่ คุณหญิง มานี่เถอะครับ ว้า-ขายหน้าเขาแย่"

คุณหญิงวาดเดินยิ้มแห้งๆ กลับมานั่งที่เก้าอี้เหล็กตามเดิม

"เชียร์หน่อยไม่ได้หรือคะเจ้าคุณ ดิฉันเป็นคนไทย โผนก็เปรียบลูกหลานดิฉันคนหนึ่ง ดิฉันต้องเชียร์เต็มที่ คนไทยต้องชนะ คนไทยจะต้องเป็นชามเปื้อนโลกในวันนี้"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หัวเราะหึๆ

"แชมเปี้ยนครับ ไม่ใช่ชามเปื้อน คุณหญิงจะเชียร์ยังไงไม่มีใครห้าม คนไทยทุกคนเขาจะเชียร์โผนยังไงก็ไม่มีใครห้ามทั้งนั้น แต่อย่าลุกเดินไปที่เวทีซีครับ ขายหน้าเขา"

คุณหญิงชักฉิว

"ทำไมจะต้องขายหน้า การแสดงความรักเพื่อนร่วมชาติของเราอย่างนี้น่ะหรือคะ ดิฉันไม่ขึ้นไปเชียร์บนเวทีก็ดีแล้ว อ้าว-หมดยกแล้ว เฮ้อ-พ่อโผนนี่แกยังไงนะ ไม่รู้จักเตะมันบ้าง มัวแต่เต้นยิกๆ ตั้งหน้าตั้งตาแต่จะต่อยท่าเดียว เอาศอกเหวี่ยงโครมเดียวเปเรซมันก็เลือดทะลักเท่านั้นเอง"

นวลละออซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ คุณหญิงวาดเผลอตัวหัวเราะคิกแล้วกระซิบกระซาบกับคุณหญิงว่า

"เขาสู้แบบมวยสากลค่ะ เท้าและศอกเข่าใช้ไม่ได้"

"อ้าว-แล้วทำไมไปตกลงชกแบบมวยสากลกับเขา เราเป็นคนไทยเราก็ชกแบบมวยไทยของเรา มันเป็นฝรั่งมันก็ชกแบบมวยฝรั่ง ถ้าชกกันอย่างอาว่าโผนต้องได้เป็นแชมเปี้ยนโลกแน่ๆ " พูดจบคุณหญิงวาดก็มองขึ้นไปบนเวที "เออแน่ะ พ่อโผนนี่แกไม่เลวเลยนะแม่นวล เจ้าประคุณเอ๋ยขอให้ชนะทีเถอะ ดูหน้าดูตาของโผนคล้ายๆ กับนายขนมต้มนะคะเจ้าคุณ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ทำหน้าชอบกล

"คุณหญิงเคยเห็นนายขนมต้มหรือครับ แกตายไปตั้งหลายร้อยปีแล้ว?"

คุณหญิงวาดลืมตาโพลง

"ปู้โธ่-เจ้าคุณก็....นายขนมต้มทำงานอยู่สำนักพระราชวัง ปลูกบ้านเล็กๆ อยู่หลังบ้านเราไงล่ะคะ"

ท่านเจ้าคุณถอนหายใจเฮือกใหญ่

"อ๋อ-ผมนึกว่านายขนมต้มนักมวยชื่อดังในสมัยกรุงศรีอยุธยา"

เสียงระฆังยกที่ ๓ ดังกังวานขึ้น

"แก๊ง"

ปาสกาล เปเรซ เสือร้ายแห่งอาเยนตินากับขวัญใจชาวไทย เดินออกจากมุมของตนทันที การชกทั้ง ๒ ยกที่ผ่านมาคะแนนของโผนนำหน้าไปแล้ว แต่จะต้องสู้กันอีกถึง ๑๓ ยกทั้งยกนี้ ถ้าหากว่าไม่มีการน็อคเอ๊าท์หรือเทคนิเกิลน็อคเอ๊าท์

ยกที่ ๓ เริ่มต้นโดยไม่มีการจดจ้อง เปเรซได้รับคำสั่งจากผู้จัดการมวยของเขาให้บุกตะลุย ยักษ์แคระแห่งอเมริกาใต้ขยับจะชกขวาแต่แล้วก็ฮุคซ้ายเต็มเหนี่ยว โผนหลบลงต่ำส่ายศีรษะไปมา เมื่อเปเรซชกด้วยหมัดขวาซึ่งเป็นหมัดเหวี่ยงหรือสวิง โผนก็หลบได้อีกแล้วสกัดด้วยหมัดอัปเป้อร์คัทซ้ายถูกท้องเปเรซค่อนข้างแรง แฟนมวยตบมือเป่าปากกระทืบเท้าร้องตะโกนหนุนโผน เปเรซเป็นฝ่ายบุก แต่ถูกแย็บซ้ายของโผนหน้าหงายหลายต่อหลายครั้ง เปเรซลองเข้าคลุกวงในสองสามครั้ง แต่โผนชกได้รวดเร็วและป้องกันตัวได้ดีกว่า เปเรซใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อจะคว่ำขวัญใจของชาวไทยด้วยหมัดซ้ายอันเกรียงไกรของเขา เขาปล่อยหมัดชุดอีกครั้ง เมื่อโผนถอยไปทางมุมน้ำเงิน ซ้ายของเปเรซลอดแขนโผนถูกหน้าโผนสั่นไปเหมือนกัน แต่โผนก็ชกหมัดตรงขวาถูกคางเปเรซได้ทีหนึ่งเล่นเอาเปเรซเข่าอ่อนแลเห็นถนัดและถึงกับล่าถอย

โผนปราดเข้าชกด้วยหมัดหนึ่งสอง เปเรซซวนเซออกไป และเมื่อโผนรุกประชิด เสือร้ายอาเยนตินากับโผนก็ยืนแลกหมัดกันอยู่กลางเวทีอย่างดุเดือด ใบหน้าของเปเรซและโผนสั่นสะท้านไปด้วยกัน มันเป็นการต่อสู้อย่างสมศักดิ์ศรีของผู้ครองมงกุฎแชมเปี้ยนโลกและผู้ท้าชิงอย่างที่เรียกกันว่าถึงใจพระเดชพระคุณ เมื่อโผนกับเปเรซเข้าคลุกวงในกันสักครู่ กรรมการห้ามมวยก็เข้ามาแยก ทำให้การต่อสู้คลายความเข้มข้นลงทันที

แย็บซ้ายของโผนถูกหน้าเปเรซอีก และแล้วก็ถูกอีก หมัดสวิงขวาและฮุคซ้ายของเปเรซแหวกอากาศวืดวาด และครั้งหนึ่งขวาของโผนกระแทกหน้าเปเรซอย่างถนัดถนี่ คนดูโห่ร้องพร้อมๆ กัน ยักษ์แคระยิ่งบุกก็ยิ่งถูกหมัดแย็บจนหน้าแดงกล่ำ คะแนนของโผนนำลิ่วแลเห็นชัดๆ

คุณหญิงวาดกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ และสี่นางร้องตะโกนเชียร์โผนจนเสียงแหบเสียงแห้ง อาเสี่ยกิมหงวนตีปีกพั่บๆ ร้องเรียกโผนตลอดเวลา เขามั่นใจอย่างยิ่งว่าชัยชนะจะต้องเป็นของโผนแน่ๆ และเงิน ๑๒ ล้านจะต้องหลั่งไหลมาสู่กระเป๋าเขา พวกนักธุรกิจที่รองเปเรซไว้คนละหลายแสนหรือบางคนตั้งล้านจะกระเป๋าแฟบไปตามกัน บางคนอาจจะถึงกับผูกคอตายก็ได้

เมื่อโผนชกได้ดีเกินคาดเช่นนี้ นิกรของเราก็นั่งหน้าเศร้าทำปากแบะเหมือนกับจะร้องไห้ ผู้ที่เล่นพนันถือหางเสือร้ายอาเยนตินาต่างเสียขวัญไปตามๆ กัน ส่วนผู้ที่เล่นโผนต่างยิ้มแย้มแจ่มใส ดังนั้นการต่อสู้ของนักมวยทั้งสองนี้ จึงทำให้กระแสการเงินหมุนเวียนถึงหลายสิบล้าน เพราะเล่นกันทั่วประเทศ ซึ่ง

เปเรซเป็นต่อทั้งนั้น เว้นแต่อาเสี่ยกิมหงวนคนเดียวที่ต่อโผนสองเอาหนึ่ง ดังนั้นพวกเศรษฐีใหญ่และเศรษฐีย่อยจึงเล่นพนันกับเสี่ยหงวนมากรายด้วยกัน

ตอนใกล้จะหมดยก ทั้งสองแจกหมัดกันอีกคนละสองที แล้วเสียงระฆังก็ดังขึ้น กรรมการห้ามมวยเข้าไปแยกคู่ต่อสู้ทันที นักมวยทั้งสองต่างเดินกลับไปยังมุมของตนท่ามกลางเสียงตบมือของแฟนมวยทั้งหลาย

อาเสี่ยกิมหงวนยกมือตบบ่านิกรเบาๆ

"ไง-เพื่อน ทำไมนั่งซึมไปล่ะ ไม่สนุกรึ โผนของเราชกได้ดีนะ?"

นิกรยิ้มแหยๆ

"ก็นั่นน่ะซี กันถึงนั่งซึมอย่างนี้"

เสี่ยหงวนหัวเราะชอบใจ

"อย่าเสียดายเลยวะ เงิน ๒๐,๐๐๐ เท่านั้น ไม่มากอะไรหรอก แล้วก็ยังอยู่อีกตั้ง ๑๒ ยก โผนอาจจะหมดแรงก่อน แพ้คะแนนเปเรซก็ได้"

นิกรถอนหายใจเบาๆ

"แพ้กะผีอะไรเล่า ลงกินเลือดแรดวันละ ๕ ลิตร เปเรซมันจะสู้ได้อย่างไร ให้ดิ้นตายเถอะวะ กันไม่อยากเชื่อเลยว่า โผนชกได้ดีถึงอย่างนี้ อ้า-ไอ้ที่เราพนันกันไว้เลิกแล้วต่อกันเถอะวะ"

กิมหงวนสั่นศีรษะ

"เสียใจ เพื่อนก็ส่วนเพื่อน และการพนันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าคืนนี้โผนชนะกันจะพาพวกเราไปเที่ยวอเมริกาสัก ๒ อาทิตย์ รวมตั้ง ๑๒ ล้านเที่ยวกันให้เปรมไปเลย"

ยกที่ ๔ เริ่มแล้ว

พอสิ้นเสียงระฆัง นักมวยทั้งสองก็ปราดเข้าหากัน เปเรซเป็นฝ่ายเข้าทำก่อน พยายามหลอกล่อด้วยชั้นเชิงแล้วปล่อยฮุคซ้าย แต่โผนโต้ตอบด้วยหมัดแย็บซ้ายถูกเปเรซหน้าหงายไป แชมเปี้ยนโลกชกดุเดือดขึ้น ด้วยมุ่งหวังจะเผด็จศึก โผนเต้นฟุตเวิร์กคล่องแคล่ว แย็บซ้ายของเขาเก็บคะแนนเรื่อยไป ครั้งหนึ่งเปเรซตะลุยทั้งซ้ายขวา โผนหลบหลีกและเข้าคลุกวงใน ชกลำตัวและท้องคู่ต่อสู้ เปเรซเกาะกอดโผนจนกระทั่งกรรมการเข้ามาตบไหล่ เพื่อให้นักมวยแยกออกจากกัน

หมัดแย็บซ้ายของโผนทำให้เปเรซเดือดดาลมาก ผู้จัดการของเขาสั่งให้เสือร้ายอาเยนตินาแก้ด้วยหมัดแย็บเช่นเดียวกัน แต่แขนของโผนยาวกว่าแชมเปี้ยนโลกถึง ๑๕ เซนติเมตร การชกสวนด้วยหมัดแย็บจึงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร มิหนำซ้ำเปเรซยังถูกหมัดแย็บของโผนด้วย

ยักษ์แคระแห่งอเมริกาใต้พยายามหลบลงต่ำเพื่อหาโอกาสเข้าประชิดตัวโผน และหลับโผนด้วยฮุคซ้าย แต่โผนรู้เท่าทัน จึงหลบหลีกหมัดฮุคของเปเรซไว้ได้ อย่างไรก็ตามโผนก็ถูกชกอย่างจังระหว่างปากครึ่งจมูกครึ่งแลเห็นถนัด พวกชาวต่างประเทศตบมือร้องโห่ลั่น แต่คนไทยเงียบกริบไปตามกัน

อาเสี่ยกิมหงวนร้องตะโกนสุดเสียง

"อย่าถอยโผน แลกหมัดกับมัน ยอมตายดีกว่าแพ้"

โผนคงได้ยินเสียงกิมหงวน ขวัญใจชาวไทยยืนแลกหมัดกับเสือร้ายอาเยนตินาทันที ทั้งสองถูกหมัดของอีกฝ่ายหนึ่งหน้าสั่นไปมา การชกดุเดือดยิ่ง แฟนมวยทั้งสนามต่างตบมือตีตีนกันอย่างสนุกสนาน เปเรซหลบลงต่ำยกแขนปิดป้องหมัดของโผน นายลอเร็นโซกรรมการห้ามมวยปราดเข้ามาแยกคู่ต่อสู้ แล้วตักเตือนเปเรซที่หลบต่ำเกินไป ยักษ์แคระพยักหน้ารับคำกรรมการห้ามมวยซึ่งเป็นคนชาติเดียวกับเขา เมื่อนายลอเร็นโซอนุญาตให้ชกกันต่อไป เปเรซก็ปรี่เข้ามาหาโผนทันที

เขาถูกแย็บซ้ายของโผนอีก ริมฝีปากบนแตกปลิ้น ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยพิษหมัดแลเห็นถนัด เปเรซเข้าชกวงใน แต่โผนของเราวงในดีกว่า อัปเป้อร์คัทซ้ายขวาของโผนทำให้เสือร้ายอาเยนตินาล่าถอยเปิดโอกาสให้โผนบุกรุกไล่

นิกรป้องปากร้องตะโกนเชียร์เปเรซเสียงลั่น

"เฮ้ย-สู้เขาซีโว้ยเปเรซ อาเยนตินาสู้ตาย ว้า-หนุนก็ไม่ขึ้น เอ้า-หน้าหงายไปเลย"

ต่างฝ่ายต่างชกกันอย่างดุเดือดไม่มีการจดๆ จ้องๆ ให้เสียเวลา ตอนปลายยกโผนถอยฉะอีก คอยแย็บซ้ายรบกวนคู่ต่อสู้ เปเรซชกอากาศวืดวาด บางทีก็ติดแขนโผน แฟนมวยที่เอาใจช่วยโผนต่างก็สบายใจแล้ว การชกของโผนบอกให้รู้ว่าโผนต้องชนะแน่ๆ โผนทำให้คนดูชื่นใจไปตามกัน ลืมความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียที่มานั่งทรมานตนอยู่ในสนามมวยตั้งแต่บ่าย

โผนค่อยๆ ถอยกลับไปยังมุมของตนเมื่อใกล้จะหมดยก โดยสังเกตท่าทีของกรรมการรักษาเวลา ยักษ์แคระชกหนึ่งสองและตามด้วยหมัดฮุคซ้าย ซึ่งเป็นการชกอย่างรวดเร็วที่สุด แต่โผนหลบหลีกหมัดอันตรายได้อย่างน่าดู เขาแย็บซ้ายถูกหน้าเปเรซได้อีกทีหนึ่ง พอดีระฆังหมดยก ผู้ตัดสินกระโดดเข้ามาแยก

โผนอยู่ที่มุมของเขาด้วยความเฉลียวฉลาด ส่วนเปเรซต้องเดินกลับไปยังมุมของตน

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนคนดู คุณหญิงวาดลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาหานายแพทย์หนุ่ม

"พ่อดิเรก เธอแลกที่นั่งกับอาเถอะ อาอยากนั่งใกล้อ้ายกร หมั่นไส้นักที่มันเชียร์เปเรซ ถ้ายกต่อไปมันเชียร์เจ้าเปเรซอีก อาจะเอาเลือดหัวอ้ายกรออกสักแผลหนึ่ง"

ดร.ดิเรกหัวเราะหึๆ

"เชิญซิครับ" แล้วเขาก็ลุกขึ้นเดินไปนั่งข้างเจ้าคุณปัจจนึกฯ พ่อตาของเขา

คุณหญิงวาดทรุดตัวลงนั่งระหว่าง พล นิกร ท่านกล่าวถามลูกชายสุดที่รักของท่านว่า

"แกเชียร์ใครวะพล?"

"โธ่-คุณแม่ ไม่น่าจะถามผมเลย" พลพูดยิ้มๆ "ผมก็ต้องเชียร์โผนน่ะซีครับ คุณแม่"

"ฮื่อ-ดีมาก เราเป็นคนไทยเราก็ต้องเชียร์คนไทย แม่น่ะตะโกนหนุนพ่อโผนจนเสียงแห้งไปหมดแล้ว" พูดจบคุณหญิงวาดก็ค่อยๆ หันหน้ามาทางนายจอมทะเล้น "แกเป็นคนชาติอะไรวะ อ้ายกร?"

นิกรยิ้มแห้งๆ รู้สึกว่าคุณหญิงวาดกำลังจะโจมตีเขา

"ผมหรือครับ ชาติไทยครับ ชาติไทยภายใต้ธงไตรรงค์ แดง ขาว น้ำเงิน ขาว แดง"

"เปล่า-ฉันไม่ได้ถามเรื่องธง ฉันถามเรื่องชาติกำเนิดของแกเท่านั้น เมื่อแกเป็นคนไทย ไหงเสือกไปเชียร์เปเรซ?"

นิกรกลืนน้ำลายเอื๊อก

"ไม่เชียร์ยังไงล่ะครับ อ้ายหงวนมันต่อโผนสองเอาหนึ่ง ผมเลยรองเปเรซไว้สองหมื่น"

"อ้อ-อุตริเล่นการพนัน เอาละ ถึงแม้แกจะถือหางเปเรซแกก็จะเชียร์เปเรซอีกไม่ได้ เข้าใจไหม?"

"ทำไมครับ?"

"หมั่นไส้น่ะซีโว้ย!" คุณหญิงวาดพูดเสียงลั่น "ไม่เชื่อก็ลองดู ถ้าแกไม่เจ็บตัวก็อย่านับถือฉัน แกต้องเชียร์โผนเข้าใจไหม? หรือถ้าแกไม่อยากเชียร์ก็นั่งเฉยๆ " พูดจบคุณหญิงวาดก็เปิดกระเป๋าเงิน ซึ่งเป็นกระเป๋าหนังจระเข้ออก หยิบถ้ำยาดมออกมาใส่ให้นายจอมทะเล้น "แกช่วยหน่อยเถอะวะอ้ายกร เอาถ้ำยาดมของอาไปให้พ่อโผนที ถ้าเขาเหนื่อยมากๆ มีท่าทีจะเป็นลม บอกพ่อโผนเถอะ ยาดมของอาวิเศษนัก"

นิกรพูดเสริมขึ้นเบาๆ

"พอดมเข้าไปชักนัยน์ตาตั้ง"

คุณหญิงวาดสะดุ้งโหยง

"ใครบอกแกล่ะ ยาดมตะหวักตะบวยที่ไหนกันวะ ดมเข้าไปแล้วชักตาตั้ง ถ้ายังงั้นเขาเรียกว่ายาพิษ ไม่ใช่ยาดม แกช่วยเอาไปให้พ่อโผนหน่อยซิ"

นิกรทำหน้าชอบกล

"เก็บเสียเถอะครับ ผมคิดว่าคุณอานั่งดูมวยเฉยๆ ดีกว่า อย่าไปยุ่งกับโผนเลยทำให้ใจวอกแวกเปล่าๆ นักมวยน่ะเขาไม่ใช้ยาดมหรอกครับ"

"อ้าว ถ้าเผื่อเป็นลมล่ะ จะทำอย่างไร?"

"ก็ใส่เปลหามลงมาน่ะซีครับ"

เสียงระฆังบอกยกใหม่ดังกังวานขึ้น ยกที่ ๕ เริ่มต้นแล้ว เปเรซปราดออกมาจากมุมของเขาในท่าทางกระเหี้ยนกระหือรือ เหมือนกับว่าเขาอาฆาตพยาบาทโผนมาหลายปีแล้วและเพิ่งจะพบตัวโผนที่นี่ เสือร้ายแห่งอาเยนตินาปรี่เข้าชกโผนทันทีด้วยหมัดแย็บขวาแต่ก็ชกไม่ถึงหน้าโผน โผนถอยออกไปเล็กน้อย เมื่อเปเรซบุกเข้ามาก็เจอแย็ปซ้ายของโผนอย่างถนัดถนี่เรียกเสียงเฮฮาจากคนดู ยักษ์แคระจ้องมองดูขวัญใจชาวไทยราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ปราดเข้าชกซ้ายขวาติดๆ กัน โผนแลกหมัดกับเปเรซอีก แฟนมวยตบมือกระทืบเท้าโห่ร้องลั่น ทั้งสองเกาะกอดกัน ต่างฝ่ายต่างพยายามชกท้องและลำตัวของอีกฝ่ายหนึ่ง โผนต่อยล่างต่อยบนด้วยหมัดสั้น กรรมการห้ามมวยโก้งโค้งมองดูและเดินรอบๆ เมื่อเห็นยักษ์แคระก้มตัวลงหลบหมัดต่ำเกินไปเขาก็เข้ามาแยกคู่ต่อสู้

นายลอเร็นโซได้เตือนเปเรซอีกครั้งหนึ่งที่หลบต่ำมากผิดกติกา แล้วเตือนโผนที่ใช้มือซ้ายเหนี่ยวคอคู่ต่อสู้ ต่อจากนั้นก็ให้ชกกันต่อไป การต่อสู้ทวีความเข้มข้นดุเดือดขึ้นตามลำดับ ช่างภาพหนังสือพิมพ์ถือโอกาสถ่ายภาพตลอดเวลาและกล้องถ่ายภาพยนตร์ ๑๖ ม.ม.กล้องหนึ่งก็ได้บันทึกการต่อสู้ไว้อย่างละเอียดทุกยก

ครั้งหนึ่งโผนถูกชกหน้าด้วยหมัดขวาดังฉาด นิกรตบมือหัวเราะชอบใจ แล้วเผลอตัวร้องตะโกนสุดเสียง

"เอาให้อยู่เปเรซ บุกซีโว้ย"

คุณหญิงวาดยกมะเหงกข้างขวาเงื้อขึ้นเขกลงบนกลางกบาลนายจอมทะเล้นเสียงดังโป๊ก

"กล้าดีก็เชิญเชียร์ แกมีปากแกหนุนเปเรซ ฉันมีมะเหงกฉันเขกกบาลแก กว่าจะครบ ๑๕ ยก กบาลแกไม่น่วมก็ลองดู"

โผนใช้วิธีถอยฉาก เขารู้ว่ามวยขนาดเปเรซนั้นคือเสือร้าย ถ้าเขาจะมุมานะบุกตะลุยรุกไล่ การหลวมตัวหรือเปิดช่องว่างเพียงเสี้ยววินาทีอาจจะทำให้เขาถูกน็อคเอ๊าท์ได้ โผนจึงต้องชกอย่างระมัดระวังตัว ใช้หมัดแย็บเก็บคะแนนและหยุดยั้งการบุกของเปเรซ การถอยจะทำให้คะแนนของโผนทิ้งแชมเปี้ยนโลกไปไกล หมัดแย็บเก็บซ้ายของโผนดีมาก ปาสกาล เปเรซ แก้ไม่ตก ถึงเข้าคลุกวงในก็ถูกขวาของโผนกระเด็นออกไป

เมื่อแลเห็นเปเรซถูกหมัดโผนอย่างจังเช่นนั้น นิกรก็ลืมนึกถึงเรื่องการพนัน เขาตบมือกระทืบเท้าร้องตะโกนเชียร์โผนลั่น

"น็อคเลยโผน น็อคมันเลย"

คุณหญิงวาดหันมายกมะเหงกเขกศีรษะนายจอมทะเล้นอีกทีหนึ่ง แล้วเอ็ดตะโรหลานชายของท่าน

"นี่แน่ะ ยุให้น็อค"

"ปู้โธ่" นิกรเสียงเขียวกับคุณหญิงวาด "ผมหนุนโผนแท้ๆ ยังเขกกบาลผมอีกหรือครับ"

คุณหญิงวาดลืมตาโพลง

"หนุนโผนรึ ขอโทษทีโว้ย อานึกว่าแกหนุนเปเรซให้น็อคโผนเสียอีก เอาซี....เชียร์โผนหน่อยอ้ายกร"

นิกรร้องเป็นเพลงเชียร์โผนทันที แต่แก้เนื้อร้องเสียใหม่

"โผนๆๆๆ เปเรซจะแข็งอย่างไร ถ้าโผนมีชัยผมเสียสองหมื่น"

"เฮ้ย!" คุณหญิงวาดดุ "ลำบากนักก็นั่งดูเฉยๆ ไม่ต้องเชียร์โว้ย!"

การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ระหว่างเสืออาเยนตินากับสิงห์หนุ่มจากไทยแลนด์ ถึงแม้โผนเป็นฝ่ายล่าถอย แต่เปเรซก็ทำอะไรไม่ได้ ซ้ายมหาประลัยแหวกอากาศวืดวาด มงกุฎแชมเปี้ยนโลกของยักษ์แคระคลอนแคลน โผนแย็ปซ้ายถูกหน้าเปเรซอีกหลายทีจนกระทั่งปลายยกเสือร้ายอาเยนตินาปราดเข้ารัวหมัดซ้ายขวาต้อนโผนเข้ามุม แต่โผนก็ใช้ชั้นเชิงหลบหลีกออกมาได้ ต่างฝ่ายต่างแลกหมัดกันคนละทีพอดีระฆังหมดยก

"แก๊ง"

กรรมการห้ามมวยเข้าแยกคู่ต่อสู้ออกจากกัน พี่เลี้ยงทั้งสองฝ่ายรีบขึ้นมาบนเวทีประคองนักมวยกลับไปยังมุมของตน ทั้งเปเรซและโผนยังสดชื่นแข็งแรง แต่ใบหน้าของเปเรซบวมฉุเพราะถูกหมัดแย็บ นัยน์ตาข้างขวาหรี่ลงเล็กน้อย

อาเสี่ยกิมหงวนหันมามองดูหน้ามองซิเออร์ยาแดงนักทัศนาจรชาวฝรั่งเศสซึ่งนั่งสลึมสลืออยู่ข้างๆ เขา เสี่ยหงวนแกล้งสัพยอกว่า

"คุณจะขอเพิ่มเงินเดิมพันจาก ๕๐,๐๐๐ บาท เป็นแสนบาทหรือมากกว่านั้นก็ได้นะครับคุณยาแดง"

มองซิเออร์ยาแดงทำหน้าครึ่งยิ้มครึ่งแหย

"แฮ่ะ แฮ่ะ เห็นจะไม่เพิ่มละครับ เท่านี้ผมก็แย่แล้ว ผมยอมรับว่าผมดูถูกฝีมือคนไทยมากเกินไป ไม่นึกว่าโผนจะเก่งกาจเช่นนี้"

อาเสี่ยหัวเราะชอบใจ

"ผมยังไม่อยากคุยอวดคุณหรอกคุณยาแดง เอาไว้ให้การชกผ่านพ้นไปเสียก่อน แล้วคุณก็จะรู้เองว่าโผนของเราควรเป็นแชมเปี้ยนโลกหรือไม่" พูดจบกิมหงวนก็หันมาทางนิกร "ไงโว้ย คะแนนของเปเรซนำลิ่ว ไม่ใช่หรือ?"

นิกรค้อนปะหลับปะเหลือก

"นำกะหอกอะไรล่ะ ๕ ยกชนะโผนเพียงยกเดียวเท่านั้น อือ-โผนนี่เขาแน่จริงๆ โว้ย"

อาเสี่ยกิมหงวนอมยิ้ม พลางกล่าวว่า

"แต่ผู้ที่ปั้นโผนขึ้นมา คือคุณทองทศ อินทรฑัต ถ้าไม่ได้ท่านผู้นี้ การชกชิงแชมเปี้ยนโลกในคืนนี้ก็เกิดขึ้นไม่ได้ คุณทองทศยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อให้โผนได้เป็นแชมเปี้ยนโลก"

นิกรว่า "เป็นการกระทำที่น่าสรรเสริญมาก ว่าแต่แกเถอะ แกก็เป็นมหาเศรษฐีมีเงินนับร้อยล้าน แกจะช่วยโอบอุ้มนักมวยไทยให้เป็นแชมเปี้ยนโลกสักคนไม่ได้หรือ เช่น สนอง ร.ส.พ. เป็นต้น นายคนนี้หมัดหนักเหมือนยัดดินระเบิด ถ้าหากว่าได้ผู้อุปการะที่มีน้ำใจสปอร์ท และมีหลักฐานมั่นคงอย่างคุณทองทศแล้ว กันว่าในอนาคตอันใกล้นี้สนองของเราก็จะได้เป็นแชมเปี้ยนโลกรุ่นแบนตั้มเวทแน่ๆ เวลานี้กำลังอาละวาดอยู่ที่ญี่ปุ่น ล่อนักมวยญี่ปุ่นฝีมือดีง่อยกระรอกไปหลายคนแล้ว"

ก่อนที่กิมหงวนจะพูดอะไร เสียงระฆังบอกยกใหม่ก็ดังขึ้น

"แก๊ง"

ยกที่ ๖ เริ่มแล้ว สองเสือปราดเข้าหากัน เปเรซเป็นฝ่ายเข้าทำก่อน แย็ปขวาแล้วตามด้วยฮุคซ้ายแต่โผนหลบทันถอยออกห่างและแย็ปซ้ายถูกหน้าเปเรซอีก ยักษ์แคระยกมือขวาขึ้นลูบจมูกปรี่เข้าชกโผนอีกด้วยหมัดชุดของเขา โผนถูกหมัดซ้ายที่ใบหน้าหนึ่งที แต่แล้วโผนก็แก้คืนได้ด้วยหมัดตวัดสั้น

การชกของเปเรซในยกนี้รู้สึกว่าเนือยลง แต่อาจจะเป็นกลศึกของเขาหลอกให้โผนเข้าใจผิดคิดว่าเขาหมดแรงก็ได้ โผนของเราเต็มไปด้วยความระมัดระวังตัว เขาชกด้วยสมองและชั้นเชิงอันเฉลียวฉลาดของเขา แย็บซ้ายของโผนถูกหน้าเปเรซอีกหลายที ครั้งหนึ่งเมื่อแชมเปี้ยนโลกถูกหมัดแย็บอย่างจัง เขาก็โมโหปราดเข้าตะลุมบอนโผนด้วยหมัดฮุคซ้าย แต่โผนหลบหมัดอย่างคล่องแคล่ว แล้วโผนก็ยืนปักหลักกลางเวทีแลกหมัดกับยักษ์แคระอย่างดุเดือด

เสียงตบมือโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วสนามมวย เปเรซกับโผนต่างเข้าคลุกวงในกัน พยายามล้วงท้องและชกลำตัวอีกฝ่ายหนึ่งจนกระทั่งกรรมการห้ามมวยเข้ามาแยกออกจากกัน

เปเรซปรี่เข้ามาชกโผนอีก หมัดซ้ายขวาของเสือร้ายอาเยนตินาแหวกอากาศวืดวาด โผนสกัดการบุกด้วยหมัดอัปเป้อร์คัท เล่นเอาเปเรซตัวงอแลเห็นถนัดแต่ก็มุมานะตะลุมบอนโผนด้วยศักดิ์ศรีของแชมเปี้ยนโลก เขาชกและชกอย่างรวดเร็วมุ่งหวังจะคว่ำโผนทั้งๆ ที่เขารู้ว่าเขาได้มาพบกระดูกขัดมันชิ้นเบ้อเริ่ม โผนแย็บซ้ายและถอยไปรอบๆ เวที นานๆ ก็ปราดเข้ารัวหมัดชุดเล่นเปเรซบ้าง ประชาชนคนดูตบมือโห่ร้องเกรียวกราวตลอดเวลา

นิกรลืมนึกถึงเรื่องเงินที่เขาพนันกับกิมหงวนแล้ว นายจอมทะเล้นร้องตะโกนหนุนโผนเพื่อนร่วมชาติของเขาจนเสียแห้งถึงกับไอแค็กๆ

"เอา หนักเข้าไปโผน สู้ตาย"

เสียงเชียร์ของเพื่อนร่วมชาติทำให้ขวัญใจชาวไทยมีกำลังใจเข้มแข็งและฮึกเหิม เขาใช้หมัดตวัดสั้นซึ่งเป็นหมัดขวาของเขากระแทกหน้าเปเรซได้ทีหนึ่งแฟนมวยโห่ร้องลั่น เมื่อนักมวยทั้งสองเข้ากอดกันกรรมการห้ามมวยก็เข้ามาแยกออก

เสือร้ายอาเยนตินาแสดงอารมณ์ร้ายออกมาให้เห็นเมื่อกรรมการให้ชกกันต่อไป เขาก็รี่เข้าชกโผนทันที ซ้ายมหาประลัยแหวกอากาศวืด โผนตอบด้วยแย็บซ้ายถูกหน้าเปเรซอย่างงามๆ ต่างคนต่างล่อหลอกและโต้ตอบกันจนระฆังตีหมดยก โผนกับเปเรซแตะมือกันแล้วกลับไปเข้ามุมของตน

ผู้จัดการสมองใสของเปเรซให้น้ำเปเรซพลางพูดพลาง

"ทำไมนายไม่น็อคเขา?"

เปเรซถอนหายใจลึกๆ

"น็อคยังไงเล่า หมอนั่นไวยังกะลิงลม กันชกวืดหลายหมัด ชกผิดๆ หลายทีทำให้เหนื่อยเต็มทน"

"เวลาเข้าคลุกเอาศอกกระแทกหน้านายโผนบ้างซี แต่อย่าให้กรรมการเห็นเดี๋ยวจะถูกไล่ลง เก็งให้เหมาะๆ โป๊กเดียวเท่านั้นโผนก็หน้าแตก"

เปเรซสั่นศีรษะช้าๆ

"แกท่าจะลืมนึกไปว่า โผนเป็นคนไทยและชกมวยไทยได้ดีเท่ามวยสากล ขืนเอาศอกจิ้มหน้าเขา เขาก็คงเอาศอกให้กันกินบ้าง แกก็เห็นแล้วว่ามวยไทยมันดุเดือดน่ากลัวเพียงใดนี่ ถ้าหากว่ากันชกกับเขาตามแบบมวยไทย กันก็ถูกหามลงเวทีไปตั้งแต่ยกหนึ่งแล้ว"

ผู้จัดการที่เป็นเพื่อนที่ดีของเสือร้ายอาเยนตินายกมือตบศีรษะแชมเปี้ยนโลกอย่างสัพยอก

"ลุกขึ้นเถอะ ยกนี้บุกแหลกเลยเพื่อน พยายามน็อคโผนให้ได้เพื่อรักษาเข็มขัดแชมป์ของแกไว้"

"ออไหร กันจะคว่ำโผนในยกนี้แหละ"

ยกที่ ๗ เริ่มแล้ว เสียงระฆังดังกังวานลั่น

"แก๊ง"

โผนกับเปเรซผละออกจากมุมของตนทันที ยกนี้ผู้เชี่ยวชาญมวยในประเทศญี่ปุ่นและนายอะไรคนหนึ่งที่เป็นคนบงการแต่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยอาศัยนักมวยไทยเป็นเครื่องมือหากิน ได้พยากรณ์ว่าโผนจะปราชัยหรือถูกน็อคเอ๊าท์ในยกนี้ ซึ่งคำพยากรณ์ทำท่าจะเป็นจริงขึ้นมาแล้ว

เปเรซปราดเข้าชกอย่างดุเดือดที่สุด รัวหมัดซ้ายขวาเข้าใส่ โผนแทบตั้งตัวไม่ติด โผนถูกชกจังๆ สองสามที แต่โผนสามารถทนน้ำหนักหมัดของแชมเปี้ยนโลกได้ โผนเป็นฝ่ายรับและล่าถอยเกือบหนึ่งนาที พวกชาวต่างประเทศตบมือโห่ร้องลั่น มองซิเออร์ยาแดงถึงกับลุกขึ้นยืนกระโดดโลดเต้นร้องตะโกนหนุนอย่างลืมตัว คณะพรรคสี่สหายเงียบกริบโดยเฉพาะอาเสี่ยกิมหงวนถึงกับใจลอยยกบุหรี่ด้านที่ติดไฟขึ้นดูด

อย่างไรก็ตามด้วยธาตุแท้ของนักสู้ โผนได้หลบต่ำยกแขนป้องปิดพายุหมัดของเปเรซไว้ได้ แล้วชกวงในจนกระทั่งกรรมการห้ามมวยเข้ามาแยกออกจากกัน

เปเรซเข้าทำอีก โผนล่าถอยและใช้หมัดแย็บซ้ายป้องกันตัว ยักษ์แคระแห่งอาเยนตินาปรี่เข้าใส่โผนอีก รัวหมัดฮุคซ้ายขวาอย่างแคล่วคล่องว่องไว ซ้ายของเปเรซถูกโหนกแก้มขวาของโผนจังๆ หนึ่งที ทำให้โผนซวนเซไปเล็กน้อย เปเรซบุกรุกไล่ ฮุคซ้ายของเขาแหวกอากาศหลายต่อหลายครั้ง โผนแย็บหน้าเปเรซได้ทีหนึ่ง ถึงแม้ยกนี้คะแนนจะเป็นของเสือร้ายแห่งอาเยนตินา แต่คะแนนของโผนก็ยังนำอยู่

การป้องกันตัวของโผนดีมาก หมัดดินระเบิดของเปเรซผิดพลาดเป้าหมายหรือถูกกันไว้ได้หมด โผนล่าถอยไปรอบๆ เวที ใช้หมัดแย็บซ้ายสกัดเปเรซ เจ้าหนุ่มเปเรซต่อยซ้ายขวาอุตลุด

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หายใจไม่ทั่วท้องเลย ท่านหันมาพูดกับ ดร.ดิเรกด้วยเสียงหนักๆ เต็มไปด้วยความห่วงใยโผน

"แย่โว้ย! ยกนี้โผนเป็นรองเขา"

ดร.ดิเรกยิ้มเล็กน้อย

"ก็โผนชนะมาตั้ง ๕ ยกแล้วครับคุณพ่อ เปเรซไม่ใช่นักมวยธรรมดานะครับ เขาเป็นแชมเปี้ยนโลก"

"นั่นน่ะซี ว้า-โผนถอยใหญ่ สงสัยคงจะถูกชกท้องตอนต้นยกนี้" แล้วท่านเจ้าคุณก็ร้องตะโกนลั่น "อย่าถอยอ้ายหลานชาย ชกมัน....ยังงั้น เจอแย็บซ้ายเข้าให้แล้ว"

นักมวยทั้งสองเข้าคลุกวงในกันอีก พอดีเสียงระฆังหมดยกดังขึ้น กรรมการรีบเข้าแยกทันที โผนเดินกลับมาเข้ามุมของเขาอย่างสบาย ไม่มีท่าทีว่าบอบช้ำหรือเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลีย ส่วนเปเรซดูซึมไปบ้าง หมัดซ้ายอันลือชื่อของเขาเคยสั่งได้ แต่การชกครั้งนี้สั่งไม่ได้เสียแล้ว

มองซิเออร์ยาแดงนักทัศนาจรชาวฝรั่งเศส มีสีหน้าชุ่มชื่นขึ้นอย่างผิดปกติ เขายกมือจับแขนกิมหงวนเขย่าเบาๆ แล้วพูดยิ้มๆ

"ผมเคยดูเปเรซชกกับ ซาดาโอะ ยาโออิต้า มาแล้วที่กรุงโตเกียว ยกแรกๆ เปเรซออมมือให้อย่างนี้แหละคุณ ตอนหลังๆ ก็ปล่อยฝีมือเต็มที่ล่อยาโออิต้าลงไปนอนนับสิบ ผมมั่นใจว่าผมคงได้รับเงินแสนบาทจากคุณแน่ๆ "

กิมหงวนชักฉิวก็แกล้งพูดทำลายขวัญว่า

"คุณยังรู้จักนักมวยไทยน้อยเกินไป ความจริงโผนจะน็อคเปเรซก็คงจะน็อคได้ไม่เกินยกสอง ที่ยังไม่น็อคก็เพราะอยากให้คนดูได้ดูนานๆ คือเลี้ยงไว้ดูเล่น คุณรู้ไหมว่านักมวยคนไหนในโลกที่จะน็อคโผนได้?"

มองซิเออร์ยาแดงหน้าตื่น

"ใครกันครับ?"

อาเสี่ยยิ้มแค่นๆ

"คางและขาตะไกรของโผนทำด้วยเหล็กครับ ของเดิมถอดออกเอาเหล็กใส่แทน ซี่โครงก็เปลี่ยนเป็นเหล็ก ศัลยแพทย์ในเมืองไทยได้ช่วยเหลือนักมวยไทยคนนี้"

มองซิเออร์ยาแดงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

"ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย"

"แต่มันเป็นไปแล้วคุณยาแดง คางและซี่โครงของโผนทำด้วยเหล็กกล้าไม่ใช่กระดูก"

มองซิเออร์ยาแดงเม้มปากแน่น

"อย่างไรก็ตาม ถ้าเปเรซชกถูกท้องจังๆ โผนของคุณก็คงอยู่หมัด"

อาเสี่ยสั่นศีรษะ

"เป็นไปไม่ได้ คุณรู้หรือเปล่าว่า นักมวยไทยคนนี้ได้ฝึกความทรหดอดทนมาหลายปีแล้ว เขาให้นักมวยค่ายเดียวกันเอาสากตำข้าวกระทุ้งลิ้นปี่มาทุกวัน บางวันก็ยื่นท้องให้พวกนักมวยผลัดกันตุ๊ยเขา"

"ว้า" มองซิเออร์ยาแดงคราง "ถ้ายังงั้นผมก็แพ้พนันคุณน่ะซี หากเป็นจริงตามที่คุณว่า เปเรซไม่มีทางสู้เลย"

กิมหงวนหัวเราะชอบใจ

"ผมไม่อยากอวดคุณเลยว่า นักมวยไทยคนนี้ลายมือขาด น้ำหนักหมัดยิ่งกว่านักมวยรุ่นเฮฟวี่เวท วัวตัวโตๆ ถูกโผนชกเบาะๆ เท่านั้นก้นจ้ำเบ้าเลย แม้กระทั่งสิงโต เจอหมัดขวาของโผนยังวิ่งหนี"

มองซิเออร์ยาแดงทำตาโตเท่าไข่ห่าน

"สิงโต....ไลออนน่ะหรือครับ?"

"เปล่าคุณ สิงโตเป็นชื่อนักมวยในคณะกิ่งเพชรคนหนึ่ง"

เสียงระฆังยกที่ ๙ ดังขึ้นแล้ว ประชาชนคนดูทั้งสนามส่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจอีก โผนกับเปเรซต่างปราดเข้าหากัน เปเรซคงจะรู้ดีว่าคะแนนของเขาเป็นรองโผนจึงเปิดฉากการชกอย่างดุเดือด โดยไม่จำเป็นจะต้องใช้ชั้นเชิงอะไร นอกจากปล่อยหมัดซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว โผนป้องปิดหรือหลบหมัดได้อย่างน่าชม เขาใช้วิธีถอยฉะ คือสู้พลางถอยพลาง แย็บซ้ายของโผนกระแทกหน้าเจ้าหนุ่มอาเยนตินาได้หลายครั้ง ยักษ์แคระมุทะลุดุดันปล่อยหมัดฮุคหวังจะคว่ำโผน แต่แล้วตัวเองก็ถูกขวาของโผนถึงกับหัวซุน เรียกเสียงเฮฮาจากคนดูรอบสนาม หมัดฮุคซ้ายของเปเรซเฉียดหน้าโผนอยู่ไปมา โผนแย็บและแย็บเก็บคะแนนเรื่อยไป เปเรซชกวืดวาดผิดหมด

เมื่อเข้าคลุกวงใน แชมเปี้ยนโลกมักจะก้มตัวลงต่ำเกินไป แต่ก็ทำโผนไม่ได้ โผนกันหมัดอัปเป้อร์คัทได้ทุกหมัด ขวัญใจของชาวไทยต่อสู้อย่างสุขุมเยือกเย็น เมื่อซ้ายของเปเรซถูกหน้าโผนอย่างจังแทนที่โผนจะโกรธเขากลับยิ้มอย่างใจเย็น

"โผนๆๆๆ "

คนดูโห่ร้องตะโกนหนุนตลอดเวลา เปเรซยอมรับสารภาพกับตัวเองว่า โผน กิ่งเพชร เป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ทำความหนักใจให้แก่เขาอย่างยิ่ง การชกผิดพลาดเป้าหมายทำให้เปเรซอ่อนแรงลง เขาไม่ใคร่จะเต้นฟุตเวิร์ก เขาเก็งแต่จะปล่อยหมัดซ้ายน็อคเอ๊าท์โผนเท่านั้น ส่วนโผนเต้นสลับเท้าไปมาอย่างคล่องแคล่ว เมื่อเปเรซบุกเข้ามาก็แย็บซ้าย บางทีก็ปล่อยหมัดขวาออกไปบ้าง เปเรซพยายามทุกประการที่จะคว่ำโผนให้ได้ เขาชกซ้ายขวาตลอดเวลาโผนป้องปิดหลีกหลบได้ การชกในยกนี้คลายความดุเดือดไปบ้างเพราะทั้งสองฝ่ายชกถูกกันไม่จัง และไม่มีการแลกหมัดกันเลย

ในปลายยกนั่นเอง เสือร้ายอาเยนตินาก็เจอหมัดแย็บซ้ายของโผนอีกทีหนึ่ง ทำให้เขาเดือดดาลปราดเข้าใส่โผนอย่างโมโห ต่างเข้าคลุกวงในกันหมายชกท้องและลำตัวของอีกฝ่ายหนึ่ง จนกระทั่งกรรมการห้ามมวยเข้ามาแยกออก

คราวนี้โผนเข้าทำก่อน คือปราดเข้าแย็บซ้ายและตามด้วยหมัดตรงขวา แต่เปเรซหลบเสียทัน เมื่อนักมวยทั้งสองเข้ากอดกันอีก ระฆังสัญญาณหมดยกก็ดังขึ้น

"แก๊ง"

แฟนมวยต่างตบมือให้เกียรติแชมเปี้ยนโลกและรองแชมเปี้ยน สองเสือกลับมามุมของตน คุณหญิงวาดคุยกับนิกรเสียงลั่น

"แหงๆ อย่างนี้เรียกว่าแหงแซะ" คุณหญิงวาดพูดเสียงหัวเราะ

นิกรทำตาปริบๆ

"อะไรครับ แหงแซะ?"

"ก็โผนชนะน่ะซี อ้ายเซ่อ"

นิกรอดหัวเราะไม่ได้

"ถ้าโผนรอดจากถูกน็อคเอ๊าท์ชกกันครบ ๑๕ ยก โผนก็ต้องชนะแต้ม ถูกแล้วครับ ๘ ยกที่ผ่านมาคะแนนโผนนำลิ่วแล้ว"

คุณหญิงวาดชะโงกหน้ามองดูเสี่ยหงวนแล้วพูดยิ้มๆ

"ว่าไง พ่อหงวน ถ้ารวย ๑๒ ล้านต้องให้แหวนเพชรอาหนึ่งวงนะจะบอกให้"

"ตกลงครับ ผมซื้อให้อย่างน้อยวงละสองแสน"

"ฮิ ฮิ" คุณหญิงวาดหัวเราะชอบใจ "พูดแล้วอย่าลืมคำนะจะบอกให้ แกเป็นคนโชคดีเหลือเกินที่กล้าต่อโผนตั้งสองเอาหนึ่ง หลวงนิติธรรมฯ รองไว้ล้านห้าแสน คงนอนเอามือก่ายหน้าผากไปหลายวัน"

นิกรพูดเสริมขึ้น

"บางทีก็เห็นจะต้องเอาเท้าช่วยก่ายด้วยครับ ถ้าเป็นผมเสียเงินตั้งล้านครึ่งผมคงฆ่าตัวตายแน่นอน"

คุณหญิงวาดอมยิ้ม

"แกพนันกับพ่อหงวนไว้สองหมื่นไม่ใช่หรือ?"

นายจอมทะเล้นหัวเราะหน้าเป็นตามเคย

"ไม่ถึงหรอกครับ"

กิมหงวนพูดเสริมขึ้นทันที

"อย่าโกหกผู้ใหญ่โว้ย อ้ายกร" แล้วเขาก็ชะโงกหน้ามาพูดกับคุณหญิงอย่างนอบน้อม "สองหมื่นบาทถูกแล้วครับ ผมต่อโผนสองหนึ่ง อ้ายกรมันถือหางเปเรซไว้สองหมื่น"

คุณหญิงวาดพยักหน้ารับทราบ

"ดี สมน้ำหน้า แทนที่จะถือหางโผนกลับไปถือหางเปเรซ อ้ายกรเสียเงินสองหมื่นคงกินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวัน"

นิกรมองดูคุณหญิงวาดอย่างขบขัน

"๔๐๐ บาทครับ ไม่ใช่ ๒๐,๐๐๐ ผมเอาใบละร้อยปะไว้ข้างหน้าและข้างหลังปึกละ ๒ ฉบับ ไส้ในของมันเป็นกระดาษธรรมดา แต่มีขนาดเท่าธนบัตรใบละร้อยบาท"

อาเสี่ยทำคอย่น แล้วร้องเอะอะเอ็ดตะโร

"อ้ายกร! แกต้มฉัน"

นิกรหัวเราะชอบใจ

"ไม่ใช่ต้มโว้ย ตอนวางเงินกันทำไมแกไม่ตรวจดูเสียให้รอบคอบก่อน การพนันขันต่อมันก็ต้องมีเล่ห์เหลี่ยมด้วยกันทั้งนั้น"

เสียงระฆังยกที่ ๙ ดังขึ้นแล้ว

"แก๊ง"

นักมวยทั้งสองต่างเดินเข้าไปหากันกลางเวที ยักษ์แคระแห่งอเมริกาใต้เหวี่ยงหมัดตะลุมพุกขวาและซ้ายทักทายโผน ขวัญใจชาวไทยป้องปิดไว้ได้ชกตอบสกัดลำตัวแล้วถอยฉะ เปเรซได้ทราบจากพี่เลี้ยงของเขาว่าคะแนนของโผนเหนือกว่ามากก็พยายามเรียกคะแนนคืน แต่ซ้ายมฤตยูของเขาผิดพลาดเป้าหมาย มิหนำซ้ำยังถูกโผนแย็บซ้ายถูกหน้าอีกหลายที เมื่อเปเรซชกดุเดือดโผนก็ชกดุเดือดเช่นเดียวกัน คราวนี้แชมเปี้ยนโลกถูกหมัดขวาของโผนจนหน้าสั่น แล้วหมัดขวาของโผนอีกนั่นแหละที่กระแทกถูกขอบตาซ้ายของเปเรซแตกในระหว่างที่คลุกวงในกัน

เสียงไชโยโห่ร้องของแฟนมวยทั้งสนามดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวเมื่อเลือดของเปเรซไหลปรี่ออกมา แชมเปี้ยนโลกหลั่งเลือดแล้ว คราวนี้เขาชกอย่างบ้าเลือด เป็นการชกอย่างดุเดือดที่สุดในชีวิตการชกมวยของเขา แต่กรรมการห้ามมวยรีบเข้ามาแยกและยืนขวางนักมวยทั้งสอง

นายลอเร็นโซตำหนิโผน หาว่าโผนใช้ศีรษะชนเปเรซจนขอบตาซ้ายแตก ความจริงคนดูทั้งสนามเห็นชัดๆ ว่าเปเรซถูกหมัดเสยของโผนซึ่งเป็นหมัดขวา แต่ด้วยมารยาทของนักมวยที่ดี โผนไม่ได้เถียงกรรมการห้ามมวยเลย คนดูบางคนคืออาเสี่ยกิมหงวนร้องตะโกนโหวกๆ เพราะไม่พอใจ

"ถูกหมัดโว้ย ไม่ใช่เอาหัวโขก ตาเหล่หรือยังไงวะ?"

กรรมการห้ามมวยให้นักมวยทั้งสองฟาดปากกันต่อไป ชาวอาเยนตินานั้นมีนิสัยใจคอคล้ายๆ คนไทย ยิ่งเห็นเลือดก็ยิ่งมุทะลุดุดันแทนที่จะเสียขวัญเหมือนคนชาติอื่น แชมเปี้ยนโลกจ้องมองดูโผนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ปราดเข้าใส่โผนเหมือนพยัคฆ์ร้ายที่เข้าต่อสู้กับพวกศัตรูของมัน ขวาของโผนซึ่งเป็นหมัดครึ่งสวิงครึ่งฮุค ถูกปากครึ่งจมูกครึ่งของเปเรซดังฉาด โผนยืนปักหลักมั่นไม่ยอมล่าถอยอีกแม้แต่ก้าวเดียว ยกนี้ทำความตื่นเต้นสนุกสนานให้แก่ประชาชนคนดูเหลือที่จะกล่าว เปเรซกับโผนแลกหมัดกันอุตลุด โผนชกซ้ำที่แผลของเปเรซได้หลายที ในที่สุดทั้งสองก็เกาะกอดกันจนกรรมการห้ามมวยมาแยกออก

โดยเฉพาะยกนี้ คะแนนของโผนนำลิ่ว ยักษ์แคระเริ่มชกเปะปะไม่มีการยกแขนขึ้นการ์ด พยายามใช้ฮุคซ้ายให้เป็นประโยชน์ แต่แล้วก็ถูกแย็บซ้ายของโผนจนหน้าตาแดงกล่ำ พอระฆังหมดยก เสียงตบมือโห่ร้องก็ดังขึ้นอีก แฟนมวยต่างหวังกันว่า คงจะได้เห็นโผนคาดเข็มขัดแชมเปี้ยนโลกรุ่นฟลายเวทในชั่วโมงนี้ ซึ่งการต่อสู้ผ่านไปแล้ว ๙ ยก เหลืออีกเพียง ๖ เท่านั้น ถ้าคิดเป็นเวลาต่อสู้ก็เหลือเพียง ๑๘ นาที การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะน็อคเอ๊าท์กันนั้นก็เห็นจะยากมาก โผน กิ่งเพชร คงชนะคะแนนมากกว่า

ระหว่างพี่เลี้ยงให้น้ำ เปเรซมีอาการเศร้าซึมไป ผู้จัดการของเขาซึ่งเป็นพี่เลี้ยงคนหนึ่ง ได้ใช้ยาหม่องอาเยนตินาตราจิ้งจก ๒ หาง ทาบาดแผลให้ ทำให้เลือดหยุดทันที

"แกชกยังไงวะเปเรซ ไหงเอาหน้าไปรับหมัดเขาล่ะ ตอนกลางยกกันนึกว่าแกเสร็จเสียแล้ว?"

เปเรซสั่นศีรษะช้าๆ

"แย่โว้ย ชกไม่ใคร่ออก ไม่รู้ว่าเป็นยังไง?"

"ก็แกไม่ใคร่ซ้อมนี่หว่า บอกให้ซ้อมที่สนามมวยราชดำเนิน ดันไปซุ่มซ้อมที่บ้านเจ๊หนอมซอยกลาง"

"โธ่....ซ้อมที่ราชดำเนินคนดูแยะโว้ย ที่ซอยกลางเงียบดี คะแนนของกันดีขึ้นบ้างไหมผู้จัดการ?"

"โน ยกที่แล้วมาคะแนนเป็นของโผน แกจะชนะเขาได้ทางเดียวเท่านั้น คือแกจะต้องน็อคเอ๊าท์เขาให้ได้"

เปเรซลุกขึ้นยืนเต้นเท้าไปมา

"กันจะพยายาม กันรู้ดีว่าถ้ากันเสียตำแหน่งให้เขา กันกลับไปอาเยนตินาจะไม่มีใครสนใจกันเลย"

ผู้จัดการยกมือตบบ่าเขา

"แกก็เป็นเสือร้ายคนหนึ่ง พยายามฮุคซ้ายให้ถูกคางเขาทีเดียวเท่านั้น มิสเตอร์โผนก็ต้องลงเปล"

เปเรซขบกรามกรอด ยกหมัดขวาชกฝ่ามือข้างซ้ายติดกันสองสามที แล้วพึมพำออกมาเบาๆ

"กันสู้ตายโว้ย ผู้จัดการ"

"ยังงั้น แกต้องชนะและชนะเรื่อยๆ ไป ถ้าแกแพ้กันก็แย่ไปด้วย"

พี่เลี้ยงอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชามวยให้เปเรซกล่าวกับเปเรซว่า

"อย่าไปนึกว่าคะแนนน้อยกว่าเขา จงพยายามชกจนสุดความสามารถ แพ้หรือชนะเป็นเรื่องของกีฬา แชมเปี้ยนทุกคนอยู่เพื่อรอการพ่ายแพ้"

เสียงระฆังในยกใหม่ดังขึ้นอีก

"แก๊ง"

ยกที่ ๑๐ เริ่มแล้ว เทรนเนอร์และอาจารย์ของเปเรซพูดถูกแล้ว แชมเปี้ยนทุกคนดำรงตำแหน่งอยู่เพื่อรอความปราชัย แต่เสือร้ายอาเยนตินาคิดว่ายังก่อน เขาจะแพ้คู่ต่อสู้เหมือนกัน แต่ผู้ที่เขาปราชัยต้องไม่ใช่โผน ดังนั้นยักษ์แคระจึงเปิดฉากบุกตะลุยโผนทันที หมัดซ้ายและขวาของเปเรซไม่ผิดอะไรกับตะลุมพุกหรือค้อนเหล็ก แต่โผนก็สามารถหลบหลีกหรือป้องกันไว้ได้ ความไม่ประมาททำให้โผนถอยฉะเหมือนเช่นเคย แย็บซ้ายของโผนถูกหน้าเปเรซอีก เสือเตี้ยพยายามมุมานะบุกทะลวงรุกไล่โผนไปรอบๆ เวที หมัดตวัดสั้นของโผนถูกปลายคางเปเรซอีกทีหนึ่งเสียงดังฉาด คนดูโห่ร้องเกรียวกราว ทั้งสองเข้าประชิดกันและชกวงในกัน ตอนนี้เองปรากฏว่าขอบตาซ้ายของโผนแตกโลหิตไหลทะลักออกมา เมื่อโผนผละออกเขาก็ถูกฮุคซ้ายของเปเรซอย่างจัง แต่หมัดของเปเรซไม่มีน้ำหนักพอที่จะคว่ำโผนได้แล้ว โผนแย็บและแย็บซ้ายเรื่อยๆ ไป ไม่แสดงอารมณ์ร้ายหรือโมโหโทโสและไม่สนใจกับบาดแผลที่ขอบตาซ้าย แฟนมวยทั้งสนามเงียบกริบ ต่างใจไม่ดีเกรงว่าโผนจะเพลี่ยงพล้ำเสียทีแชมเปี้ยนโลกผู้จัดเจนเวทีและทรหดอดทนกว่าโผน

คณะพรรคสี่สหายและท่านผู้ใหญ่กับเมียๆ ของเขาต่างนั่งหน้าจ๋อยไปตามกัน คุณหญิงวาดทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้

"โถ พ่อคุณ ถูกเขาชกหน้าแตก สู้กับเขาแบบมวยฝรั่งมันก็เป็นอย่างนี้แหละ ถ้าเป็นมวยไทยเปเรซมันก็คงแพ้ไปนานแล้ว"

อย่างไรก็ตาม ในปลายยกนั้นเอง แย็บซ้ายของโผนก็เปิดแผลขึ้นที่คิ้วขวาของเปเรซ นักมวยทั้งสองต่างเลือดไหลอาบหน้า ผลัดกันรุกผลัดกันรับจนระฆังตีหมดยก

แฟนมวยส่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจทั้งสนาม การต่อสู้หน้าพระที่นั่งของนักมวยคู่นี้ดุเดือดที่สุด นับแต่ยกที่ ๑ คะแนนของโผนยังนำอยู่ตามเคย อาเสี่ยกิมหงวนถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อได้ยินเสียงระฆังตีหมดยก กิมหงวนหันมาพูดกับนิกรเบาๆ

"ยกนี้ โผนแย่หน่อยโว้ย แต่ไม่เป็นไร เปเรซชนะเพียง ๓ ยกเท่านั้น โผนชนะตั้ง ๗ ยกแล้ว ถ้าเปเรซน็อคโผนไม่ได้ โผนก็ได้คาดเข็มขัดแชมเปี้ยนโลกแน่นอนหลังจากชกกันครบ ๑๕ ยกแล้ว"

นิกรว่า "บาดแผลของโผนมากหรือน้อยก็ไม่รู้ แกว่าโผนถูกหมัดเปเรซใช่ไหม?"

อาเสี่ยสั่นศีรษะ

"กันเห็นเปเรซเอาหัวชนว่ะ"

นิกรเห็นพ้องด้วย

"นั่นน่ะซี กันก็เห็นอย่างนั้น ยก ๑๑ นี้เปลี่ยนเป็นการต่อสู้แบบมวยไทยสักยกก็คงจะดีไม่น้อย กันต่อโผน ๑๐ เอา ๑ เลย"

คุณหญิงวาดยกมือเขย่าแขนนิกรหลานชายของท่าน

"เจ้านิกร แกเอายานี่วิ่งขึ้นไปให้พี่เลี้ยงพ่อโผนบนเวทีหน่อยเถอะ ขี้ผึ้งตราตาเถรคู่ของอาในอับนี้วิเศษนัก แผลกำลังเลือดออกทาปุ๊บเลือดหยุดทันที"

นิกรทำหน้าชอบกล

"ว้า-อย่าเลยครับ พี่เลี้ยงโผนกำลังเคร่งเครียด ผมขืนขึ้นไปยุ่งกับเขา เขาก็ถีบผมตกลงมาจากเวทีเท่านั้นเอง"

คุณหญิงวาดจุ๊ปาก

"เขาจะทำอย่างนั้นได้หรือ เราคนไทยด้วยกันก็ต้องหวังดีต่อกัน เร็ว-รีบเอาไปให้เขาเร็วๆ ก่อนที่ระฆังจะตีบอกยกใหม่"

นายจอมทะเล้นสั่นศีรษะ

"ไม่เอาละครับ ผมขายหน้าเขา ประเดี๋ยวคนดูเขาจะฮาป่าผม"

คุณหญิงวาดผลุดลุกขึ้นยืน

"กูไปเองก็ได้วะ" พูดจบท่านก็เดินกระฟัดกระเฟียดไปจากที่นั่น แต่เพราะท่านแต่งกายแบบสุภาพสตรีบรรดาศักดิ์ จึงไม่มีใครสนใจกับคุณหญิงวาด

คุณหญิงวาดเดินเข้ามาเกาะขอบเวทีทางมุมโผน แล้วกล่าวกับพี่เลี้ยงโผนคนหนึ่ง

"คุณ-คุณคะ เอาขี้ผึ้งนี่ใส่แผลห้ามเลือดให้พ่อโผนหน่อยซี"

พี่เลี้ยงของโผนยิ้มเล็กน้อย

"ขอบคุณครับคุณป้า เราใส่ยาเรียบร้อยแล้วครับ"

"อ้อ-ดีแล้ว ฉันเป็นห่วงเหลือเกิน อ้า-พ่อหลานชายเอ๊ย ชกดีๆ นะพ่อนะ ยังไงก็ต้องแย่งเข็มขัดนายเปเรซให้ได้ ป้าเชียร์พ่อโผนเต็มที่รู้ไหม โน่น-พวกเรานั่งอยู่ที่ลิงไซร้ตั้งหลายคนเห็นไหม?"

โผนยิ้มอ่อนโยน พี่เลี้ยงอีกคนหนึ่งพูดแทนโผนว่า

"ขอบคุณนะครับ"

เสียงระฆังเริ่มยกที่ ๑๑ ดังขึ้นแล้ว คุณหญิงวาดวิ่งเหยาะๆ กลับไปนั่งดูตามเดิม เสือร้ายแห่งอาเยนตินากับขวัญใจชาวไทยปราดออกจากมุมของตนทันทีโดยไม่มีการรีรอ

ยกที่ ๑๑

เปเรซบุกตะลุยตามแบบฉบับของเขา คนดูร้องตะโกนให้โผนสู้ตาย โผนแย็บซ้ายและอัปเป้อร์คัทสกัดการบุกของเปเรซ เจ้าหนุ่มเจ้าของเข็มขัดแชมเปี้ยนโลกปล่อยหมัดชุดเข้าใส่โผนเพื่อหวังเผด็จศึก หมัดซ้ายของเปเรซถูกแผลที่ขอบตาของโผนอย่างจังทำให้เลือดทะลัก

คุณหญิงวาดหันมาร้องบอกนิกรด้วยเสียงสั่นเครือ

"โอย-อาดูไม่ไหวแล้ว เป็นลมดีกว่า"

แล้วแล้วคุณหญิงวาดก็ฟุบตัวเข้าหานายจอมทะเล้น นิกรใจหายประคองกอดท่านไว้ แต่มวยกำลังปะทะกันอย่างดุเดือดจึงไม่มีใครสนใจ นิกรรู้สึกรำคาญเต็มทนก็ยกมือจี้เอวคุณหญิงวาด ตามปกติคุณหญิงขี้จั๊กจี้อยู่แล้ว พอถูกจี้ก็หายเป็นลมหัวเราะคิก ยกกระเป๋าหนังจระเข้ฟาดกบาลนิกรทันที

"นี่แน่ะ คนกำลังเป็นลมเสือกจี้บั้นเอวได้"

นิกรหัวเราะหึๆ

"ดูมวยซีครับคุณอา มวยกำลังสนุก"

คุณหญิงวาดสั่นศีรษะ

"ดูยังไม่ไหว ต่อยกันเลือดแดงเถือกไปทั้งหน้า โธ่ถังเอ๋ย ไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองอะไรกันสักนิดชกกันได้ชกกันดี โอ๊ย-รู้ยังงี้ไม่ยักมาดู นี่เขายังจะต่อยกันอีกกี่ยกวะอ้ายกร?"

นิกรอมยิ้ม

"อีก ๓๐๐ ยกครับ"

"โอ้โฮ ทำไมถึงต่อยกันมากนัก?"

"ก็มวยชิงแชมเปี้ยนโลกนี่ครับ ต้องต่อยกันนานหน่อย ถ้าเป็นมวยงานวัดก็ชกกันเพียงสามสี่ยกเท่านั้น อย่างช้าพรุ่งนี้ ๓ โมงเช้าก็ต่อยกันเสร็จครับ"

"เออ-แล้วพ่อโผนแกจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาสู้ฝรั่งมัน?"

"โผนแกกินเลือดแรดครับ"

"อ้อ-จริงซีนะ ห้างเทวกรรมขายยาเกี่ยวกับแรด ประสาทนอแรด ยาบำรุงกำลังเลือดแรดอะไรเหล่านี้"

นักมวยทั้งสองตะบันหน้ากันอย่างดุเดือด ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของแฟนมวยอื้ออึงทั้งสนาม โผนถอยฉะเรื่อยๆ พอได้โอกาสก็ชกลำตัวเปเรซและเข้าคลุกวงใน แย็บซ้ายของโผนถูกหน้าเปเรซสั่นสะเทือนทุกครั้ง อย่างไรก็ตามแชมเปี้ยนโลกชาวอาเยนตินาได้พยายามทุกประการที่จะคว่ำโผนด้วยหมัดดินระเบิด คือ หมัดฮุคซ้ายอันเกรียงไกรของเขา แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะโผนหลบหลีกหรือป้องกันไว้ได้ทุกครั้ง ยักษ์แคระชกถูกอากาศบ่อยๆ โผนคงเรียกคะแนนด้วยหมัดแย็บและอัปเป้อร์คัทกระทั่งหมดยก ซึ่งการชกในยกนี้คะแนนของโผนก็เหนือกว่าเปเรซตามเคย

มุมนักพนันต่อโผนสองเอาหนึ่งเสมอเป็นแพ้แต่ก็หาคนรองได้ยากเต็มทน เพราะการต่อสู้ชิงแชมเปี้ยนโลกเหลืออีกเพียง ๔ ยกเท่านั้นถ้าเปเรซคว่ำโผนด้วยการน็อคเอ๊าท์ไม่ได้ โผนก็จะได้ครองมงกุฎแชมเปี้ยนโลกแน่นอน ระหว่างที่พี่เลี้ยงให้น้ำ เปเรซนั่งเหงาหงอยผิดปกติ เขาต่อว่าผู้จัดการของเขาเบาๆ ว่า

"ไหนแกบอกว่าคนไทยชกมวยสากลไม่เป็นยังไงล่ะ?"

ผู้จัดการสมองใสยิ้มแห้งๆ

"ใจเย็นๆ น่า แกชนะมามากแล้ว ก็ควรรู้จักกับคำว่าแพ้เสียบ้าง โอกาสที่จะแก้มือยังมีที่อเมริกาอีก ๓ เดือนข้างหน้า หรือถ้าแกขี้เกียจรีเทิร์นแม็ชก็พยายามน็อคโผนให้ได้ภายใน ๔ ยกนี้"

ยักษ์แคระถอนหายใจเบาๆ จ้องตาเขม็งมองดูโผน ท่าทีของโผนเต็มไปด้วยความมั่นใจในชัยชนะ โผนกำลังยืนเกาะเชือกเวทียืดตัวขึ้นลงแล้วเต้นซอยเท้าทั้งสองข้าง

ยกที่ ๑๒

พอระฆังบอกยกดังขึ้น สองเสือก็ออกจากมุมของตนทันที แชมเปี้ยนโลกเป็นฝ่ายเข้าทำก่อน มีชั้นเชิงกลยุทธอยู่เท่าใดก็นำออกมาใช้จนหมดสิ้น โผนถอยฉะตามเคย บางขณะก็เข้าชกสกัดการบุกของคู่ต่อสู้ ขวาของโผนถูกหน้ายักษ์แคระอย่างจังสองสามครั้งและหมัดเสยของโผนทำให้เปเรซอ่อนลงไป แฟนมวยตะโกนหนุนเชียร์โผนตลอดเวลา เพชรน้ำหนึ่งของคุณทองทศตะบันหน้าเปเรซด้วยหมัดแย็บซ้ายได้อย่างแม่นยำ การชกของแชมเปี้ยนโลกคลายความดุเดือดลงมาก หมัดซ้ายเกือบจะไม่มีพิษสง โผนหลอกล่อถอยบ้างและบุกบ้างเก็บคะแนนไว้เรื่อยๆ เสือร้ายอาเยนตินาพยายามเข้าคลุกวงในแต่โผนชกวงในได้ดีกว่า โผนชกท้องและชายโครงเปเรซได้หลายที จนกระทั่งกรรมการห้ามมวยเข้ามาแยก

คราวนี้เปเรซมานะกัดฟันบุกตะลุยโผนอีก โผนสกัดด้วยแย็บซ้ายได้ผลเช่นเคย อาเสี่ยกิมหงวนร้องตะโกนเชียร์โผนตลอดเวลา มองซิเออร์ยาแดงนั่งหน้าจ๋อย และขณะนี้มาดามมาเรียกำลังโกรธเขามากที่เขาเล่นพนันมวยกับเสี่ยหงวนตั้ง ๕๐,๐๐๐ นักทัศนาจรชาวฝรั่งเศสกำลังคิดว่า เขาควรจะทำอย่างไรดีจึงจะดำดินหนีไปได้

ปลายยกนั้นเอง หมัดตรงขวาของโผนก็ชกถูกใบหน้าของแชมเปี้ยนโลกอย่างจัง ถ้าหากว่าเป็นนักมวยคนอื่นถูกเข้าเช่นนี้ก็ลงนอนเปลแน่นอน แต่เปเรซคือจอมทรหด เขาทนผิดมนุษย์ หมัดของโผนเพียงแต่ทำให้เขาผงะหน้าไปเท่านั้น โผนปราดเข้าชกซ้ำ เปเรซหลบลงต่ำเกาะกอดคู่ต่อสู้ไว้ พอดีระฆังหมดยกดังกังวานขึ้น

อาเสี่ยกิมหงวนยิ้มให้ชาวฝรั่งเศสคู่พนันของเขา

"คุณยังหวังไหมครับว่า อีก ๓ ยกที่เหลืออยู่นี้ โผนจะถูกน็อคเอ๊าท์?"

มองซิเออร์ยาแดงสั่นศีรษะ

"ไม่หวังหรอกคุณ ขณะนี้ถึงคุณต่อมวยไทยร้อยเอาหนึ่งผมก็ไม่รองแม้แต่บาทเดียว เปเรซแพ้แน่ๆ "

เสี่ยหงวนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

"ถ้าเช่นนั้น ถ้าโผนชนะคุณจะให้ผมตามไปเอาเงิน ๕๐,๐๐๐ บาทที่โรงแรมที่คุณพักอยู่ใช่ไหม?"

มองซิเออร์ยาแดงทำตาแดงๆ เหมือนกับจะร้องไห้

"มิสเตอร์กิมหงวนที่รัก ก่อนที่ผมจะเล่นพนันกับคุณ ผมมั่นใจในตัว ปาสกาล เปเรซ มากเกินไป เพราะเห็นว่าเขาเป็นแชมเปี้ยนโลก ความจริง-ผมขอสารภาพกับคุณอย่างลูกผู้ชายว่าผมมีเงินสดอยู่ไม่ถึงหมื่น ดร้าฟท์ของผมที่ส่งมาจากฝรั่งเศสเป็นเงินหมื่นปอนด์สเตอร์ลิงก์ยังมาไม่ถึง คุณจะขัดข้องไหมถ้าผมจะทำเป็นใบยืมเงินให้คุณไว้ก่อน?"

เสียงระฆังบอกยกใหม่ดังขึ้นแล้ว

ยกที่ ๑๓

เปเรซสู้ตาย เขาปราดเข้าชกโผนอย่างดุเดือด รัวหมัดซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว มุ่งหวังจะน็อคเอ๊าท์ขวัญใจชาวไทยให้ได้ เขารู้ดีว่ามงกุฎแชมเปี้ยนโลกของเขาจะต้องหลุดลอยไปสู่มือโผนแน่นอน เว้นแต่เขาจะคว่ำโผนได้

การชกในยกนี้ดุเดือดและเข้มข้นยิ่ง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของแฟนมวยรอบสนาม เปเรซชกโผนเหมือนกับจะไม่ยอมให้โผนตั้งตัวติด แต่แล้วขวาของโผนก็ถูกหน้าเปเรซอย่างถนัดใจ ทั้งโผนและเปเรซต่างถูกหมัดคนละหลายทีแลเห็นถนัด เปเรซชกโผนวงในถูกแผลเก่าทำให้เลือดของโผนไหลทะลัก โผนเข้าคลุกวงในชกลำตัวและท้องเปเรซได้หลายที เมื่อกรรมการแยกออก เปเรซก็ปราดเข้าใส่โผนอย่างดุเดือด หมัดยักษ์แคระแหวกอากาศวืดวาด โผนชกวงในได้ดีกว่าแชมเปี้ยนโลก แต่กรรมการรีบเข้าแยกเร็วเกินไป ปลายยกนี้เองมีการแลกหมัดกันอีกครั้งหนึ่ง แฟนมวยโห่ร้องเกรียวกราวจนกระทั่งระฆังตีหมดยก

อาเสี่ยกิมหงวนหันมาทางนักทัศนาจรชาวฝรั่งเศส

"ที่คุณพูดกับผมเมื่อกี้นี้ไม่ตกลงครับคุณยาแดง เมื่อคุณแพ้พนันคุณก็ต้องจ่ายเงิน ๕๐,๐๐๐ บาทให้ผมในวันนี้ ผมเชื่อว่าชาวฝรั่งเศสคงไม่เหลวไหลหรือบิดพลิ้วด้วยประการหนึ่งประการใด เราพนันกันโดยเอาเกียรติของสุภาพบุรุษเป็นประกัน ถ้าผมแพ้คุณผมก็ต้องพาคุณไปบ้านผมจ่ายเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้คุณโดยดี"

มิสเตอร์หรือมองซิเออร์ยาแดงเม้มปากแน่น เขานิ่งอึ้งไปสักครู่แล้วกล่าวว่า

"ผมรักเกียรติของผมยิ่งชีวิต เอาเถอะครับเงินของผมจะมาถึงในราววันที่ ๒๐ เดือนนี้ แต่ระหว่างที่ผมยังไม่สามารถจะชำระหนี้การพนันให้คุณได้ ผมจะให้คุณยึดภรรยาผมไว้เป็นประกัน ซึ่งคุณมีสิทธิ์ที่จะทำยังไงกับเมียผมได้ทุกอย่าง"

เสี่ยหงวนลืมตาโพลง ชำเลืองมองดูมาดามมาเรียภรรยาสาวสวยของมองซิเออร์ยาแดง แล้วกิมหงวนก็ยิ้มเอียงอาย

"แฮ่ะ แฮ่ะ อย่าล้อเล่นน่า คุณยาแดง"

"เปล่า-ผมพูดจริงๆ เราไม่ใช่เพื่อนกัน ผมจะพูดสัพยอกหรือพูดล้อเล่นกับคุณได้อย่างไร เพื่อให้คุณมั่นใจว่าเงิน ๕๐,๐๐๐ นี้จะไม่สูญ ผมยินดีให้คุณยึดเมียผมไว้เป็นประกันจนกว่าผมจะเอาเงินมาไถ่คืนไป ผมได้ตกลงกับมาเรียเรียบร้อยแล้ว"

อาเสี่ยทำท่ากระดากกระเดื่อง

"แล้วภรรยาของคุณเขาโอ.เค.หรือครับ?"

"ครับ-เขาเห็นใจผม แต่เขาก็ด่าผมเสียพอแรงที่ผมพนันมวยกับคุณโดยไม่ปรึกษาหารือกับเขาเสียก่อน ตกลงกันตามนี้นะครับ"

"แฮ่ะ แฮ่ะ ผมไม่ขัดข้อง ผมรับรองว่าผมจะให้การรับรองภรรยาของคุณอย่างสมเกียรติทีเดียว และคุณไม่จำเป็นจะต้องรีบร้อนเอาเงินมาไถ่ก็ได้"

เสียงระฆังยกใหม่ดังขึ้นแล้ว

ยกที่ ๑๔

แฟนมวยตบมือกระทืบเท้าพร้อมๆ กัน แล้วร้องเชียร์โผนแซ่ดไปหมด เสือร้ายอาเยนตินากับโผนขวัญใจชาวไทยปราดออกจากมุมทันที เปเรซบุกเข้าต่อยก่อนด้วยศักดิ์ศรีของแชมเปี้ยนโลก เขาแย็บขวาแล้วตามด้วยฮุคซ้าย โผนหลบลงต่ำและชกตอบ ระหว่างที่เข้าวงในกันนั้น หมัดขวาของโผนกระแทกหน้ายักษ์แคระอย่างจังมองเห็นถนัดว่าเปเรซถึงกับทรุด โผนไม่ยอมถอยและไม่มีความจำเป็นอะไรที่เขาจะต้องออมแรงอีกแล้ว โผนชกซ้ายขวาคล่องแคล่ว เปเรซถูกหมัดของโผนหลายทีทำท่าเหมือนจะล่องกลับบ้าน แฟนมวยโห่ร้องกันเซ็งแซ่ตลอดเวลา การชกในยกนี้คะแนนของโผนนำลิ่ว แชมเปี้ยนโลกชกวืดวาดแบบเหวี่ยงแห เขาเสียขวัญเสียกำลังใจแล้วเพราะรู้ดีว่าคะแนนของคู่ต่อสู้เหนือกว่า ความหวังที่จะน็อคเอ๊าท์โผนก็หมดหวังเสียแล้ว เพราะน้ำหนักหมัดของเขาไม่หนักพอที่จะคว่ำโผนได้ เปเรซชกด้วยวิญญาณของนักสู้ ชกเพื่อศักดิ์ศรีของเขา ถึงแม้จะปราชัยก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด เขาพยายามชกซ้ำแผลที่ขอบตาซ้ายของโผนจนได้ เลือดของโผนไหลทะลักออกมาอีก แต่เลือดไทยคือเลือดของนักสู้ โผนรีบเก็บคะแนนตอนเข้าวงในชกลำตัวเปเรซได้หลายทีจนกระทั่งกรรมการเข้ามาแยกออก

กิมหงวนดูมวยไม่รู้เรื่องแล้ว เขาชะโงกหน้ามองดูมาดามมาเรีย สาวสวยร่างอวบอัดในวัย ๓๐ ปี ใบหน้างามมีเสน่ห์แบบผู้หญิงฝรั่งเศส หล่อนสวมเสื้อกระโปรงชุดสีเขียว ส่วนเว้าส่วนโค้งเป็นที่น่าพิสมัยยิ่งนัก

มองซิเออร์ยาแดงแลเห็นอาเสี่ยจ้องมองดูภรรยาของเขาเช่นนั้นก็กล่าวเตือนกิมหงวนเบาๆ

"ดูมวยซิครับ"

เสี่ยหงวนฝืนหัวเราะ

"แฮ่ะ แฮ่ะ ผมดูมา ๑๓ ยกแล้ว แต่เมียคุณผมยังไม่ได้ดูสักยก คุณพูดแล้วอย่ากลับคำนะครับ"

นายยาแดงหัวเราะ

"ชาวฝรั่งเศสต้องรักษาวาจาสัจเสมอ เป็นอันว่ามวยเลิกคุณรับเมียผมไปอยู่กับคุณได้เลย อ้อ-บอกผมเสียก่อนว่าผมจะติดต่อกับคุณได้ที่ไหน?"

กิมหงวนว่า "โรงแรมสี่สหาย บางกะปิครับ ผมเป็นเจ้าของโรงแรมนั้นเอง ผมจะพาภรรยาคุณไปไว้ที่นั่น"

"อ้าว-ทำไมคุณไม่พาไปไว้ที่บ้านคุณ?"

"ไม่ได้หรอกครับ เมียผมขี้หึง ประเดี๋ยวตบเมียคุณแย่"

เสียงระฆังหมดยกดังขึ้นแล้ว เปเรซกับโผนต่างกลับมายังมุมของตน แฟนมวยทั้งหลายตบมือเกรียวกราว ผลของการชกในยก ๑๔ คะแนนเป็นของโผนตามเคย

คนดูไม่ต่ำกว่าสามหมื่นต่างอยากให้การชกสิ้นสุดลงเร็วๆ เพื่อจะได้เห็นกรรมการห้ามมวยชูมือโผน และอยากเห็นขวัญใจชาวไทยคาดเข็มขัดแชมเปี้ยนโลก แต่ขณะนี้นิกรของเรากำลังนั่งหลับกรนเสียงเบาๆ คุณหญิงวาดได้ยินเสียงกรนก็หันมามองดูหลานชายจอมทะเล้นของท่าน

"อุ๊ยตาย หนวกหูออกอย่างนี้มันยังหลับได้" แล้วคุณหญิงวาดก็ยกมือจับแขนซ้ายนิกรเขย่า "เฮ้ย มาดูมวยหรือมานอนวะ?"

นิกรสะดุ้งเฮือกตกใจตื่นลืมตาโพลง ทำหน้าเลิ่กลั่กเคี้ยวปากจั๊บๆ แล้วหันมาถามเสี่ยหงวน

"ใครแพ้วะ?"

อาเสี่ยหัวเราะ

"ยังไม่รู้โว้ย ยกนี้แหละเป็นยกสุดท้าย จะได้รู้ดีชั่วกัน"

นิกรพยักหน้ารับทราบ พอสบตากับโผนนิกรก็โบกมือให้

"ตั้งใจดีๆ นะคุณโผน ยกนี้ได้คาดเข็มขัดแชมเปี้ยนโลกแน่ ถ้าเปเรซมันไม่ยอมให้ ผมจะซื้อให้คุณ"

ยกสุดท้ายเริ่มแล้ว

พอสิ้นเสียงระฆัง เสือร้ายแห่งอาเยนตินากับสิงห์หนุ่มแห่งไทยแลนด์ก็เดินเข้าไปหากันและสัมผัสมือกันตามธรรมเนียม แฟนมวยเริ่มต้นโห่ร้องตะโกนหนุนโผนอีก สองเสือปราดเข้าตะลุมบอนกันทันที ทั้งโผนและเปเรซเหวี่ยงหมัดหุ้มนวมเข้าใส่กันโดยไม่มีการจดๆ จ้องๆ ให้เสียเวลา ขวาของโผนชกถูกแผลขอบตาซ้ายของแชมเปี้ยนโลก ทำให้โลหิตไหลทะลักออกมาอีก แต่หมัดฮุคซ้ายของยักษ์แคระก็ทำให้ขอบตาซ้ายของโผนบวมออกมาแลเห็นถนัด เปรเซพยายามหลบหลีกไม่ยอมชกวงในกับโผน ขวาและซ้ายของเปเรซเฉียดใบหน้าของโผนอย่างน่าหวาดเสียว แต่แล้วโผนก็สกัดการบุกของเปเรซด้วยหมัดตรงขวา ทำให้แชมเปี้ยนโลกผงะหน้าซวนเซออกไป โผนตามติดชกซ้ำ ฮุคขวาของโผนเฉียดคางเปเรซไปเพียงนิดเดียว

ครั้งหนึ่งทั้งสองแลกหมัดกันอุตลุดเป็นที่ชอบใจของพระเดชพระคุณแฟนมวยทั้งหลาย โผนรุกประชิดติดพันเข้าชกวงใน ถึงแม้เปเรซก้มต่ำเกินไปขวาของโผนก็กระแทกขาตะไกรข้างซ้ายของเปเรซได้อย่างจัง โผนแกล้งทำเป็นถอย เมื่อแชมเปี้ยนโลกบุกเข้าไปก็เจอแย็บซ้ายของโผนเต็มรัก

การชกยกสุดท้ายดุเดือดน่าชมมาก โผนชกได้แม่นยำกว่าเปเรซ ซึ่งเปเรซมักจะชกถูกอากาศเสียโดยมาก โผนไม่ยอมถอยอีกแล้ว เขายืนซัดหมัดกับเปเรซกลางเวทีจนกระทั่งเปเรซเกาะกอดเอาไว้ กรรมการห้ามมวยจึงเข้ามาแยกออก

เมื่อกรรมการอนุญาตให้ชกกันต่อไป เปเรซก็ปราดเข้าชกโผนด้วยหมัดขวาและตามด้วยหมัดฮุคซ้ายอันลือชา โผนก้มศีรษะหลบหมัดแชมเปี้ยนโลกอย่างน่าดูแล้วชกตอบ ทำให้เสือร้ายอาเยนตินาต้องล่าถอย เปเรซถูกหมัดขวาของโผนหลายทีแฟนมวยตบมือโห่ร้องราวกับสนามมวยจะถล่มทะลาย แย็บซ้ายของโผนรบกวนใบหน้ายักษ์แคระเรื่อยๆ ซ้ายมหาประลัยของเปเรซหมดฤทธิ์แล้ว

ในที่สุดเสียงระฆังหมดยกก็ดังขึ้น ศึกชิงแชมเปี้ยนโลกระหว่างผู้ครอบครองกับผู้ท้าชิงสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ นักมวยทั้งสองต่างโผเข้ากอดกันด้วยน้ำใจนักกีฬาแล้วกลับไปเข้ามุมของตน พี่เลี้ยงรีบสวมเสื้อคลุมให้นักมวยของเขา ซึ่งขณะนี้กรรมการกำลังรวมคะแนน

เสียงจ้อกแจ้กจอแจของแฟนมวยดังอยู่ตลอดเวลา ชื่อของโผนถูกตะโกนเรียกไม่ขาดระยะ โผน.... โผน.... โผน....

สักครู่หนึ่งกรรมการผู้มีเกียรติคนหนึ่งก็ประกาศผลการแข่งขันให้ประชาชนทราบโดยเครื่องกระจายเสียง

"ท่านทั้งหลายโปรดสงบเงียบเพื่อฟังผลการตัดสิน"

แฟนมวยทั้งสนามเงียบกริบ ทุกคนใจเต้นระทึกใจไปตามกัน กรรมการได้ประกาศคะแนนของนักมวยทั้งสองต่อไป

"มิสเตอร์ลอเร็นโซ ทอเรนท์ กรรมการห้ามมวยชาวอาเยนตินาให้คะแนนโผน ๑๔๓ คะแนน ปาสกาล เปเรซ ๑๔๕ คะแนน"

แฟนมวยหลายหมื่นคนนั่งนิ่งเฉย พิธีโอษฐ์ของสนามมวยได้หยุดพูดเว้นระยะไปครู่หนึ่ง แล้วประกาศว่า

"ส่วนมิสเตอร์แน็ต แฟลเช่อร์ ให้โผน ๑๔๖ คะแนน เปเรซ ๑๔๐ คะแนน"

เท่านี้เอง เสียงตบมือกระทืบเท้าเป่าปาก เสียงไชโยโห่ร้องก็ดังขึ้นทั้งสนามจนแสบแก้วหู พิธีโอษฐ์ต้องขอร้องให้คนดูสงบเงียบ เพื่อฟังผลการตัดสินของกรรมการให้คะแนนอีกคนหนึ่ง

"ท่านทั้งหลาย นายวงศ์ หิรัญเลขา ให้คะแนนโผน ๑๔๗ คะแนน ปาสกาล เปเรซ ๑๓๗ คะแนน"

คราวนี้สนามมวยแทบจะพังทะลายด้วยเสียงโห่ร้อง ไม่มีปัญหาอะไรอีก ชัยชนะเป็นของโผนแน่นอน แฟนมวยลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นดีใจในชัยชนะของโผน เมื่อกรรมการห้ามมวยจับมือซ้ายของโผนชูขึ้นเหนือศีรษะประกาศชัยชนะ แฟนมวยก็ยิ่งตะเบ็งเสียงไชโยโห่ร้องจนแทบจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

คนไทยทุกคนที่อยู่ในสนามมวยเวทีลุมพินี ต่างตื่นเต้นยินดีเหลือที่จะกล่าว เขาตบมือโห่ร้องจนเสียงแหบเสียงแห้ง ชัยชนะของโผน กิ่งเพชร เป็นชัยชนะที่สะอาด ชนะด้วยฝีมือและชั้นเชิงที่เหนือกว่าเปเรซ

บัดนี้เข็มขัดแชมเปี้ยนโลกได้หลุดจากเอว ปาสกาล เปเรซแล้วฯ พณฯ พล.อ.ถนอม กิตติขจร รองนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นไปบนเวทีคาดเข็มขัดแชมเปี้ยนโลกให้โผน ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องของแฟนมวย ต่อจากนั้นแชมเปี้ยนโลกคนใหม่ก็ลงจากเวที เข้าเฝ้าถวายตัวต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ

เสียงโห่ร้องดังอยู่ไม่ขาดระยะเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ไม่มีใครสนใจกับมวยที่ขึ้นมาชกกันใหม่ ทุกคนร้องเรียกแต่ โผนๆๆ เด็กหนุ่มลูกหัวหินผู้นี้ได้เป็นแชมเปี้ยนโลกผู้ยิ่งใหญ่แล้วด้วยความอุปการะของ คุณทองทศ อินทรฑัต ผู้บุกเบิกทางให้โผน เข็มขัดแชมเปี้ยนโลกคาดอยู่ที่เอวโผนก็เพราะนักธุรกิจผู้นี้ ซึ่งได้ทุ่มเททุกอย่างเพื่อโผน

โผน กิ่งเพชร นักมวยไทยที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นว่าจะต้องปราชัย ปาสกาล เปเรซ อย่างยับเยิน ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า ยักษ์แคระผู้เสียมงกุฎแชมเปี้ยนโลกให้เขา ก็เป็นมนุษย์เดินดินเช่นเดียวกับเขา และฝีมือของเปเรซไม่วิเศษไปกว่าเขาเลย

อาเสี่ยกิมหงวนตื่นเต้นดีใจเหลือที่จะกล่าวเท่าที่เขาได้เงิน ๑๒ ล้านบาท กิมหงวนผลุนผลันไปเยี่ยมโผนที่ห้องพักนักมวยเพื่อแสดงความยินดี เมื่อเขากลับมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถก็เสด็จพระราชดำเนินกลับไปแล้ว ประชาชนนับหมื่นหลั่งไหลตามเสด็จออกไปจากสนามมวย ซึ่งเจ้าคุณปัจจนึกฯ คุณหญิงวาดและสี่นางก็ถือโอกาสกลับในตอนนี้

มวยคู่ใหม่เป็นมวยไทย แต่เกือบจะไม่มีใครสนใจดูเลย เพราะศรัทธาของแฟนมวยอยู่ที่โผนกับเปเรซเท่านั้น อาเสี่ยกิมหงวนเดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งระหว่างนิกรกับมองซิเออร์ยาแดง นักทัศนาจรชาวฝรั่งเศสนั่งหน้าเศร้าอยู่ข้างภรรยาของเขา พอสบตากับกิมหงวนเขาก็กล่าวว่า

"ผมจะกลับละครับมิสเตอร์กิมหงวน ผมขอถือโอกาสนี้มอบภรรยาของผมให้คุณไว้เลย"

อาเสี่ยยิ้มอายๆ

"ขอบคุณมาก คุณจะมาไถ่เมียของคุณเมื่อไหร่แน่?"

"คงไม่เกินวันที่ ๒๐" เขาพูดเสียงเครือเหมือนกับจะร้องไห้แล้วหันมาทางเมียรักของเขา มองซิเออร์ยาแดงมองดูหล่อนด้วยความเศร้าเสียดาย "ที่รัก เราจะต้องจากกันชั่วคราว ระหว่างที่เธออยู่กับมิสเตอร์กิมหงวน เธอก็คงจะได้รับความยุ่งยากเดือดร้อนใจบ้าง แต่เป็นของธรรมดา"

มาดามมาเรียค้อนเขา แล้วพูดภาษาฝรั่งเศสอย่างคล่องแคล่ว

"ไปเถอะ อย่าเป็นห่วงฉันเลย ฉันเต็มใจและพอใจที่จะอยู่กับสุภาพบุรุษผู้นี้ เพราะรู้สึกว่าเขาใจดีกว่าคุณ"

"โถ-ไหงพูดยังงี้ล่ะทูนหัว ฉันไปละนะ"

หล่อนยื่นมือให้เขาจับ

"สวัสดีค่ะ ไม่มีอะไรที่คุณจะต้องเป็นห่วงฉัน ครั้งหนึ่งที่อินเดีย คุณกู้เงินจากมหาราชาองค์หนึ่งแสนรูปีแล้วให้พระองค์ยึดตัวฉันไว้เป็นประกันตั้งเดือน ฉันยังอยู่กับมหาราชาองค์นั้นอย่างสบาย"

มองซิเออร์ยาแดงลุกขึ้นยืน แล้วเปลี่ยนสายตามาที่กิมหงวน

"ลาก่อน มิสเตอร์กิมหงวน สงสารเมียผมบ้างนะคุณ"

อาเสี่ยกลั้นหัวเราะแทบแย่ ยกมือจับมือชาวฝรั่งเศสบีบแน่น

"นั่งลง นั่งลงก่อนคุณยาแดง"

มองซิเออร์ยาแดงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เหล็กตามเดิม

"มีอะไรที่คุณจะพูดกับผมอีกหรือ?"

กิมหงวนยิ้มเล็กน้อย

"ถามจริงๆ เถอะนะคุณยาแดง คุณรักเมียคุณมากไหม?"

ชาวฝรั่งเศสขมวดคิ้วเข้าหากัน

"โธ่-ไม่น่าถามผมเลย ผมรักราวกับชีวิตของผมทีเดียว แต่ผมรักเกียรติของผมมากกว่า ไม่อยากให้คุณประณามว่าผมโกงคุณ เมื่อผมยังไม่สามารถจะจ่ายเงิน ๕๐,๐๐๐ บาทให้คุณได้ ผมก็ต้องยอมให้คุณยึดเมียผมไว้เป็นประกัน"

อาเสี่ยมองดูมองซิเออร์ยาแดงด้วยความพอใจ

"แปลว่า ถึงอย่างไรคุณก็ต้องจ่ายเงิน ๕๐,๐๐๐ บาทให้ผม?"

"แน่นอนครับ คนอย่างผม เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์ ผมไม่เคยโกงใครครับ ที่ปารีสผมเป็นผู้มีเกียรติในวงสังคมคนหนึ่ง ฉะนั้นผมขอรับรองว่าในราววันที่ ๒๐ ผมจะนำเงิน ๕๐,๐๐๐ บาทมาชำระให้คุณแน่นอน ยังไงๆ คุณก็สงสารเมียผมบ้างนะครับ"

เสี่ยหงวนยกมือขวาตบบ่าซ้ายนักทัศนาจรชาวฝรั่งเศสค่อนข้างแรง

"คุณยาแดง ผมเห็นใจคุณมาก คุณเป็นสุภาพบุรุษผู้มีเกียรติ การที่คุณยอมสละเมียของคุณเป็นประกัน ทำให้ผมรู้ว่าคนอย่างคุณไม่โกงผมและไม่โกงใครแน่ๆ แต่คนไทยเรานับถือพุทธศาสนา การล่วงละเมิดภรรยาผู้อื่นนั้นบาปครับ ศาสนาของเรามีข้อห้ามไม่ให้ประพฤติเช่นนั้น"

มองซิเออร์ยาแดงฝืนหัวเราะ

"แต่ผมยินยอมนี่คุณ และเมียผมเขาก็ไม่ขัดข้อง"

เสี่ยหงวนโบกมือ

"ผมเป็นสุภาพบุรุษคนหนึ่ง ผมไม่เลวพอที่จะทำเช่นนั้น ถึงแม้คุณจะยินยอมพร้อมใจก็ตาม เป็นอันว่าเงินพนันมวย ๕๐,๐๐๐ บาทผมยกให้ คุณพามาดามของคุณกลับไปได้แล้ว หรือจะนั่งดูมวยต่อไปก็ตามใจ"

มองซิเออร์ยาแดงลืมตาโพลง

"คุณยกหนี้ให้ผม?"

"ครับ"

"โอ-ขอบคุณมากครับ ผมจะไม่ลืมความกรุณาของคุณเลย" พูดจบเขาก็หันมาทางเมียรักของเขา "มาเรีย กลับที่พักของเราเถอะ สุภาพบุรุษผู้นี้ใจดีเหลือเกิน ยกหนี้ ๕๐,๐๐๐ ให้ฉันแล้ว"

"อ้าว" มาเรียอุทาน "ฉันก็หมดหวังได้ไปอยู่กับเขาน่ะซี แหม-น่าเสียดายจริง"

มองซิเออร์ยาแดงทำตาเขียวกับเมียเขา สองสามีภรรยาต่างลุกขึ้นอำลากิมหงวนแล้วพากันเดินออกไปจากที่นั้น อาเสี่ยกิมหงวนหัวเราะชอบอกชอบใจ เขาหันไปมองดู ดร.ดิเรกกับพลซึ่งกำลังมองดูมวยไทยตามรายการคู่นั้น

"เฮ้-กลับกันทีโว้ยพวกเรา ไปหาอะไรกินกันก่อน แล้วดึกๆ แวะไปเยี่ยมโผนที่ค่ายกิ่งเพชร"

สี่สหายต่างลุกขึ้นเดินออกไปตามช่องทางท่ามกลางความสับสนของคนดู ซึ่งกำลังหลั่งไหลออกไปจากสนามมวย แฟนมวยทั้งหลายยังโจษจันกันในชัยชนะของโผน ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นแชมเปี้ยนโลกไปแล้ว

"เพี้ยง-ขอคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในโลกนี้ จงดลบันดาลให้โผน กิ่งเพชรได้ชัยชนะอีกครั้งหนึ่ง ในการชกแก้มือของปาสกาล เปเรซ ในเดือนกรกฎาคมนี้ ที่ลอสแองเจลลิส สหรัฐอเมริกา โผนคงจะได้เป็นมิ่งขวัญของชาวไทยตลอดไป"

จบบริบูรณ์