พล นิกร กิมหงวน 109 : ทีมฟุตบอลมรณะ

ทีมฟุตบอลแชมเปี้ยนโลกประจำปี ค.ศ. 1963 ซึ่งได้เดินทางไปแข่งขันทั่วโลก ได้ประสบความปราชัยอย่างยับเยินในการแข่งขันในยุโรปและอัฟริกา แต่ผู้ควบคุมทีมฟุตบอลบราซิลได้ชี้แจงว่าการแข่งขันนั้น เป็นไปเพื่อความสามัคคีมากกว่าอย่างอื่น แพ้ชนะไม่สำคัญ และนักฟุตบอลในทีมของเขาก็ขาดจำนวนไปหลายคน เพราะติดงานหรือมีความจำเป็นเดินทางไปแข่งขันไม่ได้ต้องเอาตัวสำรองลงเล่นถึง 5 คน

อย่างไรก็ตาม เมื่อทีมฟุตบอลบราซิลเดินทางมายังเอเชียอาคเนย์ ทีมแชมเปี้ยนโลกของบราซิลก็ได้รับความปราชัยอย่างย่อยยับ จนกระทั่งในวงการกีฬาฟุตบอลตื่นเต้นประหลาดใจเหลือที่จะกล่าว บราซิลได้ทำการแข่งขันกับทีมมนุษย์กินคนแห่งเกาะนิวกินนีที่เมืองปอร์ท มอร์สบี้ ท่ามกลางแฟนฟุตบอลประมาณ 30,000 คน ผลของการแข่งขันปรากฏว่าแชมเปี้ยนโลกบราซิลต้องพ่ายแพ้ทีมมรณะหรือทีมมนุษย์กินคนถึง 28 ประตูต่อ 0 ซึ่งหมายความว่า นักฟุตบอลคนป่าใจกลางเกาะนิวกินนีชู้ทเอาๆ ข้างเดียวตลอด 90 นาทีของการแข่งขัน

รายละเอียดของการแข่งขันตามข่าวโทรเลขมีว่านักฟุตบอลของทีมมรณะมีชั้นเชิงเล่นเหนือกว่า ดุเดือดกว่าวิ่งเร็วเหมือนม้าแข่ง มีกำลังราวกับช้างสาร ถึงกับผู้เล่นฝ่ายบราซิลยอมรับว่า ทีมมรณะแห่งเกาะนิวกินนีเป็นนักฟุตบอลที่น่ากลัวที่สุดในโลก และไม่มีทีมฟุตบอลของชาติใดที่จะเอาชนะหรือแม้แต่เพียงตีเสมอได้

เพราะนักฟุตบอลบราซิล ได้รับความสะบักสะบอมในการแข่งขันกับทีมมรณะเผ่ามนุษย์กินคน เมื่อเดินทางไปแข่งขันที่ออสเตรเลีย จึงสามารถแค่ตีเสมอทีมทหารบกของออสเตรเลียเพียง 1-1เท่านั้น

หนังสือพิมพ์รายวันในกรุงเทพฯได้เสนอข่าวในหน้าข่าวกีฬาว่า นายมากัสซาราวันพันธุ์ดี เจ้าของและผู้จัดการทีมมรณะแห่งนิวกินนี พร้อมด้วยโค้ชชาวอังกฤษ มิสเตอร์ทอม เชสเตอร์ ซึ่งเป็นล่ามประจำตัวของเขา ได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานกรุงเทพฯ เมื่อตอนบ่ายวันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม ศกนี้ และพักอยู่ที่โรงแรมเอราวัณเพื่อติดต่อกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ขอให้จัดทีมไทยแข่งขันกับทีมมรณะของเขา ถ้าหากว่าตกลงกันเรียบร้อย นายมากัสซาราวันพันธุ์ดี ก็จะโทรเลขด่วนเรียกนักฟุตบอลเผ่ามนุษย์กินคนของเขาให้เดินทางมาแข่งขันทันที

ตอนสายวันอังคารที่ 16 กรกฎาคม อาเสี่ยกิมหงวนของเราซึ่งมียศทหารเป็นพันเอก นายทหารพิเศษของกองทัพบก ได้รับโทรศัพท์จากกรรมการคนสำคัญคนหนึ่งของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าแก่ของเขาตั้งแต่เป็นนักเรียนอัสสัมชัญ เล่าเรื่องทีมฟุตบอลมรณะที่จะขอแข่งขันกับทีมไทยของเรา โดยไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าแข่งขันแม้แต่บาทเดียว ค่าเครื่องบินตลอดจนค่าที่พักค่าอาหารก็จะออกเอง เขาต้องการโชว์ฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของทีมฟุตบอลผู้พิชิตแชมเปี้ยนโลก 28 ประตูต่อ 0 ให้คนไทยได้ชมเป็นขวัญตา แต่สมาคมฟุตบอลไม่อาจจะจัดทีมฟุตบอลของเราลงแข่งขันกับทีมมรณะได้ เพราะชุดทีมผสมของเรา คือทีมชาติกำลังเก็บตัวเตรียมไปแข่งขันที่มลายาในเดือนหน้า และจะลงสนามอุ่นเครื่องหรือเผาเครื่องกับชุดฟุตบอลทีมกวงฮั้วในคืนวันอาทิตย์ที่ 21 นี้ ต่อจากนั้นก็จะต้องเก็บตัวเพื่อไม่ให้บอบช้ำ ส่วนทีมอื่นๆ เข่นทีมทหารอากาศหรือทีมธนาคารรวม ก็ไม่ใคร่จะได้ฝึกซ้อม ผู้จัดการทีมฟุตบอลมรณะแห่งนิวกินนีต้องการแข่งขันกับทีมไทยก่อนวันที่ 24 จึงจัดไม่ทัน กรรมการของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยผู้นั้น ขอให้กิมหงวนจัดทีมธนาคารสี่สหายเข้าแข่งขันเพื่อกู้หน้านักฟุตบอลไทย ให้เขาเห็นว่าเราก็มีทีมฟุตบอลแข่งขันฉันมิตรกับเขา ซึ่งทีมธนาคารสี่สหายได้ฝึกซ้อมอยู่เสมอ และมีนักฟุตบอลชั้นดาราอยู่หลายคนพอจะสู้กับทีมมรณะได้ ส่วนเงินรายได้จากบัตรผ่านประตูนั้น ก็ควรจะมอบให้โรงพยาบาลหรือสภากาชาดก็ได้ คงจะได้เงินนับแสนเพราะแฟนฟุตบอลจะต้องอยากดูทีมมรณะ ที่ชนะแชมเปี้ยนโลกบราซิลตั้ง 28 ประตู ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ นอกจากนี้ทีมมรณะก็ไม่ได้เรียกร้องเงินทองเลย

กิมหงวนตอบตกลงทันที เขาว่าทีมธนาคารสี่สหายของเขาฝึกซ้อมอยู่แทบทุกวันจะลงแข่งขันเมื่อใดก็ได้ เขาต้องการหาเงินให้สภากาชาดไทยเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ป่วยไข้

ในชั่วโมงนั้นเอง กรรมการของสมาคมฟุตบอลเพื่อนเกลอของเสี่ยหงวน ก็โทรศัพท์ไปถึงอาเสี่ยที่ธนาคารสี่สหายอีก แจ้งให้ทราบว่าเย็นวันนี้เวลา 16.00 น. นายมากัสซาราวันพันธุ์ดี เจ้าของและผู้จัดการทีมฟุตบอลมรณะ พร้อมด้วยโค้ชและล่ามชาวอังกฤษประจำตัวเขาจะไปหาที่บ้าน "พัชราภรณ์" เพื่อเจรจาตกลงกันในการแข่งขันฟุตบอล เมื่อตกลงกันได้เรียบร้อย ทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ก็จะให้ความช่วยเหลือในเรื่องสนามแข่งขัน คือสนามศุภชลาศัยตลอดจนการจำหน่ายบัตรผ่านประตูและอื่นๆ ส่วนวันแข่งขันนั้นหลังจากวันที่ 21 กรกฎาคม ไปแล้วจะเป็นวันใดก็ได้เพราะสนามว่าง

พ.อ.กิมหงวน โทรศัพท์แจ้งเรื่องนี้ให้ พล นิกร ดร.ดิเรก และท่านเจ้าคุณปัจจนึกฯทราบ ขอให้ทุกคนกลับถึงบ้าน "พัชราภรณ์" 15.30 น. เพื่อคอยรับผู้จัดการทีมฟุตบอลมนุษย์กินคน

เย็นวันนั้นเอง คณะพรรคสี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ ได้ต้อนรับชาวเกาะนิวกินนีในวัย 50 ปีคนหนึ่ง เขาคือนายมากัสซาราวันพันธุ์ดีนั่นเอง มากัสรูปร่างผมเกร็งผิวเนื้อดำแดงแก้มตอบ นัยน์ตาดุ ผมหยิกหยักโศก ริมฝีปากบางและกว้าง เขาแต่งสากลชุดสีกรมท่า แต่หุ่นของเขาเหมาะที่จะนุ่งโสร่งมากกว่า เขามากับฝรั่งชาติอังกฤษรูปร่างสูงใหญ่อายุประมาณ 38 ปี มิสเตอร์ทอม เชสเตอร์ โค้ชของทีมมรณะและเป็นล่ามประจำตัวนายมากัส อดีตของนายเชสเตอร์คือดาราเท้าไฟของอังกฤษ มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ทีมมรณะจ้างเขามาฝึกซ้อมโดย ให้เงินเดือนแพงลิบ คิดเป็นเงินไทยเดือนละแสนบาท มีบ้านพักหรูหราให้อยู่ และหาเมียให้เสร็จ

ภายในห้องรับแขกในบ้าน "พัชราภรณ์" สี่สหายนั่งรวมกันอยู่บนโซฟาอีกตัวหนึ่ง ท่านเจ้าคุณปัจจนึกฯนั่งบนเก้าอี้นวม เสี่ยหงวนได้แนะนำมากัสกับล่ามของเขาให้รู้จักกับเพื่อนเกลอทั้งสามและเจ้าคุณปัจจนึกฯ เป็นรายตัว ต่างฝ่ายต่างโอภาปราศรัยกันในฉันมิตร ถึงแม้นายมากัสเป็นคนเผ่ามนุษย์กินคนมีถิ่นฐานอยู่ในกลางเกาะนิวกินนี แต่เขาก็เป็นคนดีมีอัธยาศัยสุภาพนอบน้อมมาก อย่างไรก็ตาม เขาต้องมีล่ามประตัวเพราะเขาไม่รู้ภาษาอังกฤษเลย

ทอม เชสเตอร์กล่าวกับเสี่ยหงวนว่า

"มากัสให้ผมบอกคุณว่าเขาก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ เท่าที่คุณจะจัดทีมฟุตบอลของคุณลงแข่งขันกับทีมมรณะของเราในครั้งนี้ ที่สิงคโปร์ ที่ปีนัง และเวียดนามใต้ ไม่มีทีมฟุตบอลใดหาญสู้กับทีมของเราเลย สถิติของเราที่เราชนะแชมเปี้ยนโลกถึง 28 ประตูต่อ 0 คงเป็นเหตุให้เขาไม่กล้าสู้ ผมว่าการกีฬาก็ต้องมีแพ้มีชนะ"

อาเสี่ยพยักหน้ารับทราบ

"จริงครับ ถึงทีมของเราสู้ไม่ได้ เราก็อาจจะได้รับความรู้ในเทคนิคการเล่น อันยอดเยี่ยมของทีมมรณะ"

ทอม เชสเตอร์ หันไปยิ้มให้เจ้าของทีมฟุตบอลมนุษย์กินคนแล้วแปลให้ฟังเป็นภาษาชาวเกาะนิวกินนี ซึ่งชาวอังกฤษผู้นี้พูดภาษาคนป่าเผ่ามนุษย์กินคนได้คล่องแคล่วมาก เพราะเขาทำหน้าที่เป็นโค้ชให้ทีมนี้ถึง 8 ปี เขารู้ขนบธรรมเนียมและชีวิตจิตใจของชาวเกาะนิวกินนีเป็นอย่างดี

นายมากัสส่งภาษากับล่ามของเขา สักครู่ล่ามก็เปลี่ยนสายตามาที่กิมหงวน

"เราจะแข่งขันกันในคืนวันอังคารที่ 22 จะขัดข้องไหมครับ"

เสี่ยหงวนต้องปรึกษากับเพื่อนเกลอของเขาเสียก่อนที่จะให้คำตอบ

"ว่าไงโว้ยพวกเรา มีเวลาเตรียมตัวอาทิตย์เดียวเราจะสู้มันได้หรือ ศูนย์หน้าของเราก็ขาดซ้อมหลายวันแล้ว เพราะเมียออกลูก"

พลว่า "ถึงเราจะฟิตจัดขนาดไหน ก็ไม่มีทางเอาชนะหรือตีเสมอเขาได้ อย่าลืมว่าแชมเปี้ยนยังยุ่ยนี่หว่า เหมือนกับเล่นฟุตบอลไม่เป็น แพ้ตั้ง 28 ประตูต่อ 0 นั้น ฝีตีนมันต่างกันราวฟ้ากับดินนะโว้ย"

ดร.ดิเรกพูดเสริมขึ้นอย่างเป็นงานเป็นการ "ออไร๋ ออไร๋ เราไม่มีทางชนะ แต่เราจะแข่งขันเพื่อเก็บเงินให้สภากาชาดของเรา และเพื่อให้แฟนฟุตบอลในเมืองไทย ได้ชมฝีมืออันยอดเยี่ยมของทีมนี้"

นิกรว่า "ฝีตีนโว้ยไม่ใช่ฝีมือ ฟุตบอลไม่ใช่บาสเก็ตหรือวอลเล่ย์บอล"

นายมากัสหัวเราะก้าก เขามองดูหน้านิกรด้วยความพอใจ นิกรทำตาปริบๆ มองดูหน้าผู้จัดการทีมมนุษย์กินคนเช่นเดียวกัน

"คุณฟังภาษาของเราออกหรือครับ คุณถึงได้หัวเราะ"

มนุษย์กินคนหัวเราะอีก แล้วพูดภาษาไทยกับนิกร

"ครับ ผมรู้ภาษาไทยดี อ่านออกและเขียนได้ แต่งโคลงฉันท์ กาพย์กลอนก็ได้"

"อ้าว" สี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ ร้องอุทานขึ้นพร้อมๆ กัน ราวกับนัดกันไว้

"แปลกใจหรือครับ" นายมากัสพูดภาษาไทยชัดเจนเหมือนคนไทยคนหนึ่ง

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ยิ้มให้เขา

"แล้วคุณทำไมไม่พูดไทยกับเราตั้งแต่ตอนแรก ไม่น่าจะต้องพาล่ามมา และต้องพูดผ่านล่ามให้เสียเวลาเลย"

"อย่าโกรธเคืองผมเลยครับเจ้าคุณ คุณเชสเตอร์ต้องติดตามผมไปด้วยเสมอ เพราะผมพูดภาษาอังกฤษไม่เป็น ส่วนภาษาไทยผมพูดได้ดีครับ เมื่อตอนรุ่นหนุ่ม สมัยรัชกาลที่ 7 ผมเคยมาอยู่เมืองไทยแล้ว ขายเนื้อสะเต๊ะอยู่ที่สนามม้าทั้งสองสนามตั้ง 10 ปี พอผมได้ข่าวว่าพ่อผมซึ่งเป็นหัวหน้าเผ่ามนุษย์กินคนตาย ผมก็รีบเดินทางกลับไปป่านิวกินนี รับตำแหน่งเป็นหัวหน้ามนุษย์กินคนเผ่ามาฮูต่อไป"

ท่านเจ้าคุณสนใจอย่างยิ่ง

"แล้วคุณกินคนหรือเปล่า"

นายมากัสยิ้มอายๆ

"กินครับ พวกพ้องของผมกิน ผมก็ต้องกินด้วย"

"ว้า" เสี่ยหงวนคราง "รัฐบาลฮอลันดาเขาออกกฎหมายห้ามไม่ให้พวกคุณกินคนไม่ใช่หรือ"

"ออกก็ออกไป พวกผมอยู่ในป่าลึกกฎหมายจะมาทำอะไรผม ทหารและตำรวจที่ส่งไปตรวจดูความเป็นอยู่ของพวกผม ถูกพวกผมจับใส่กระทะต้มกินหมด นักสำรวจหรือนักธรณีวิทยาหลุดเข้าไปในดินแดนของเรา เราก็กินเรียบ แต่ผู้หญิงเราไม่กิน"

เสี่ยหงวนฝืนหัวเราะ

"เนื้อผู้หญิงเหนียวกินไม่อร่อยหรือคุณ"

"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ"

"แล้วทำไมคุณไม่กินผู้หญิง"

"โธ่..ก็เอาไว้ทำเมียพวกเราน่ะซีครับ ไม่น่าจะถามเลย ผมเพิ่งพาพวกมนุษย์กินคนราว 2,000คน อพยพออกจากใจกลางป่าลึกมาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินอยู่ชายทะเลที่เมืองปอร์ท มอร์สบี้เมื่อ ค.ศ.1951 นี้เอง ผมก็ยังเป็นหัวหน้าเผ่าอยู่แหละครับ"

"แต่ว่าเลิกกินคนแล้ว" ดร.ดิเรกพูดต่อ

"ยังครับคุณหมอ เราก็ยังกินเนื้อมนุษย์อยู่เสมอเท่าที่โอกาสอำนวย ผมตั้งทีมฟุตบอลของผมขึ้นตอนกลางปี ค.ศ. 1953 พวกผมใจกล้านะครับ เราทุกคนสามารถสู้กับเสือโคร่งได้ด้วยมือเปล่าๆ การเล่นฟุตบอลของเราจึงเล่นแบบถึงลูกถึงคน แต่ไม่ใช่เฮี้ยว คือเราเล่นหนักและแรงในเกม กำลังของพวกเราก็แข็งแรงผิดมนุษย์เพราะเราเป็นคนป่า ตอนแรกๆ เราใช้ลูกมะพร้าวเตะต่างลูกฟุตบอลครับ พอเล่นเป็นบ้างก็ใช้ลูกบอลจริงๆ แต่เด็กๆของผมมันเตะฟุตบอลแตกบรรลัยหมด ซ้อมครั้งหนึ่งใช้ลูกบอลใหม่ถึงครึ่งโหลเป็นอย่างน้อย เรื่องกำลังไม่ต้องพูดครับ ทุกคนสามารถวิ่งเร็วในระยะทาง 10 ไมล์โดยไม่เหนื่อย ปีกซ้ายขวาของผมวิ่งเร็วกว่าม้าแข่ง นักฟุตบอลของผมทนทานผิดมนุษย์ หน้าแข้งแข็งเหมือนเหล็ก ไม่มีการเดินป้อแป้หรือยืนท้าวเอว แชมเปี้ยนบราซิลแพ้ก็เพราะเหตุนี้แหละครับ ทุกคนหมดแรงเพราะไล่กวดพวกเราทุกคนเสียขวัญกลัวเจ็บ กลัวขาหัก กลัวม้ามแตกหรือกระเพาะแตก ทีมมรณะของผมก็เลยต้อนเอาๆ เฉพาะศูนย์หน้าคนเดียวยิงได้ถึง 21 ประตู"

"ป๊อกพอดี" นิกรพูดเสียงหัวเราะ

นายมากัสหัวเราะลั่น โค้ชของเขาพูดเสริมขึ้นด้วยภาษาไทยที่ชัดเจน

"ทีมของเราดุเดือดหน่อยครับ"

สี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ ต่างจ้องมองดูหน้ามิสเตอร์ทอม เชสเตอร์ เป็นตาเดียว

"แคน ยู สปิ๊ค ไทย" นายพลนิกรถามเร็วปรื๋อ

"ว้า ก็พูดไทยแล้วยังจะมาถามผมอีก ผมเรียนภาษาไทยที่ปอร์ท มอร์สบี้ ครับ นายทหารเรือไทยคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีการเมือง หนีไปอยู่ที่นั่น รู้จักชอบพอกับผมมาก เขาก็เลยสอนภาษาไทยให้ผม"

"แล้วก็ไม่บอกเสียแต่แรก" ศาสตราจารย์ดิเรกพูดเสียงดุๆ "ผมเองสำเร็จวิชาการแพทย์และวิทยาศาสตร์ชั้นสูงมาจากอังกฤษ ผมพูดอังกฤษได้คล่องเหมือนภาษาไทย แต่เมื่อมาอยู่ในบ้านเมืองของผม ผมก็ชอบพูดภาษาไทยมากกว่าภาษาอื่น ในตอนแรกๆ ก็นิยมภาษาอังกฤษเหมือนพวกหัวนอกทั้งหลายแหละครับ พออายุมากเข้าสู่วัยกลางคนก็รู้สึกว่าเราเป็นคนไทย เราควรจะยกย่องเชิดชูภาษาของเรา"

"เป็นความคิดที่ถูกครับคุณหมอ ผมเองถ้าอยู่ในอังกฤษ ผมก็ไม่ยอมพูดภาษาอื่น อ้า! ผมรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ภาษาไทยกำลังแพร่หลายมากทั้งในยุโรปและอเมริกา"

"ออไร๋ ชาวอเมริกันทุกคนที่มาเมืองไทยเป็นทางการไม่ใช่นักทัศนาจร พูดไทยได้ทั้งนั้นแหละครับ โดยเฉพาะพวกแหม่มพูดเพราะน่าฟังมาก รู้จักพูดคะขาหรือใช้คำว่าประทานโทษ สาวๆ คนไทยบางคนยังพูดไม่เป็น อย่างดีก็ขอโทษนะ"

เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างครื้นเครง พล พัชราภรณ์ เชิญให้นายมากัสและทอมดื่มเครื่องดื่ม สูบบุหรี่ที่สาวใช้จัดมาให้ เมื่อผู้จัดการทีมฟุตบอลมนุษย์กินคนและโค้ชพูดไทยได้ การสนทนาก็มีรสขึ้นเพราะไม่ต้องเสียเวลาพูดผ่านล่ามให้ชักช้า

มากัสว่า มรดกของบิดาทำให้เขาเป็นเศรษฐีใหญ่คนหนึ่งที่ปอร์ท มอร์สบี้ เมืองสำคัญของนิกินนี เขาตั้งทีมฟุตบอลของเขาขึ้นด้วยใจรักกีฬาประเภทนี้ และนับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาจะพาทีมของเขามาแข่งขันนอกประเทศ เขาไม่ต้องการเงินส่วนแบ่งจากค่าผ่านประตู ตลอดจนค่าเครื่องบินหรือค่าที่พักค่ากินอยู่ ทั้งนี้เพราะเขาปรารถนาแต่จะโชว์ฝีเท้าทีมของเขาเท่านั้น

ในที่สุดก็กล่าวกับเสี่ยหงวนว่า

"เป็นอันว่า คุณตกลงจัดทีมธนาคารสี่สหายของคุณ พบกับทีมมรณะของเราแน่นะครับ"

"แน่นอนคุณมากัส เราต้องการหาเงินให้สภากาชาดของเรา"

"โอ..ดีมากครับ เป็นกุศลที่น่าสรรเสริญ ผมขอขอบคุณคุณที่ให้เกียรติจัดทีมของคุณพบกับทีมของผม เราจะแข่งขันกันเมื่อไรละครับ พรุ่งนี้ผมจะได้ไปติดต่อกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยแจ้งให้เขาทราบ"

พ.อ.กิมหงวนมองดูกาลันเดอร์ที่ผนังตึก

"เสาร์ที่ 27 ดีไหมครับ ผมอยากจะโฆษณาให้นานๆ หน่อย"

มากัสนิ่งคิด "ทีมของเราจะต้องเดินทางไปแข่งขันที่อินโดนีเซียในวันที่ 29 แต่ว่า..เอาครับ ผมเห็นใจฝ่ายคุณที่จะต้องแข่งขันกับเราอย่างกะทันหัน วันที่ 27 ก็ได้ คุณมีเงื่อนไขอะไรบ้างก็ว่ามา"

กิมหงวนสั่นศีรษะและยิ้มให้

"ไม่มีครับ คุณล่ะ"

"อ๋อ ผมมีเงื่อนไขนิดหน่อย ในฐานที่ฝ่ายผมเล่นเพื่อการกุศลไม่ได้เงินส่วนแบ่งแม้แต่บาทเดียว"

"ว่ามาเลยคุณหมากัด"

นายมากัสสะดุ้งโหยง

"มากัสครับไม่ใช่หมากัด มากัสเป็นภาษามาฮู แปลว่า เข้มแข็งหรือกล้าหาญ"

นิกรพูดเสริมขึ้น

"แล้วซาราวันพันธุ์ดีล่ะครับ แปลว่าอะไร"

เจ้าของทีมฟุตบอลมนุษย์กินคนเปลี่ยนสายตามาที่ พ.อ.การุณวงศ์

"ซาราวันแปลว่าลูกคนโตหรือลูกหัวปีครับ ส่วนพันธุ์ดีก็แปลอยู่ในตัวแล้ว ไม่ต้องให้ผมแปลอีก ชื่อของผมรวมกันแล้วแปลว่า ลูกผู้ชายคนโตที่กล้าหาญเกิดจากพันธุ์ดีครับ"

ศาสตราจารย์ดิเรกหัวเราะชอบใจ

"ออไร๋ ออไร๋ ชื่อคุณแปลเป็นไทยแล้วเพราะมาก คุณจะมีเงื่อนไขอะไรบ้างก็พูดมาเถอะครับ ฝ่ายเราไม่ขัดข้องแน่นอน เพราะทีมของคุณไม่ได้รับผลประโยชน์จากการแข่งขัน นักฟุตบอลของคุณเล่นเพื่อความสามัคคีและเพื่อการกุศล"

นายมากัสยิ้มให้คณะพรรคสี่สหาย

"เงื่อนไขของผมก็มีอยู่ว่า ข้อ 1 ถ้าหากว่าฝ่ายคุณได้รับอุบัติเหตุจากการแข่งขันถึงแก่ทุพพลภาพหรือเสียชีวิต ทางคุณจะฟ้องร้องกล่าวโทษพวกเราไม่ได้"

พล พัชราภรณ์ยิ้มให้หัวหน้าเผ่ามนุษย์กินคน

"เรื่องนี้ไม่น่าเป็นปัญหาเลยครับ การแข่งขันกีฬา ถ้าเพลี่ยงพล้ำบาดเจ็บล้มตายจะฟ้องร้องกันหรือเรียกค่าเสียหายกันไม่ได้หรอกครับ"

หัวหน้าทีมมนุษย์กินคนก้มศีรษะนอบน้อม

"ถ้าเช่นนั้นผมขอผ่านข้อ 1 ไป ทีนี้ข้อ 2 ศพนักฟุตบอลทีมของคุณที่ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการแข่งขันต้องมอบให้พวกผม"

พลลืมตาโพลง

"ไง๋ยังงั้นล่ะครับ ลูกเมียพ่อแม่ญาติพี่น้องของเขามี คุณจะมารับหน้าที่จัดการศพเขาอย่างไร"

"ไม่ใช่อย่างนั้นครับ หมายความว่าพวกเราจะเอาศพนักฟุตบอลของคุณไปต้มแบ่งกันกินต่างหาก"

สี่สหายกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ ต่างสะดุ้งเฮือกพร้อมๆ กัน

"มายก๊อด...." นายพลดิเรกอุทานเสียงลั่น "นี่พวกคุณยังไม่เลิกกินเนื้อมนุษย์อีกหรือครับ"

นายมากัสยิ้มแห้งๆ

"ยังครับ แฮ่ะ แฮ่ะ แต่เราไม่ล่ามนุษย์เป็นๆ เอามากินเหมือนเมื่อก่อนหรอกครับ เรากินแต่ศพคนตายใหม่ๆ เท่านั้น ทีมฟุตบอลบราซิลปราชัยทีมมรณะของผมอย่างยับเยินก็เพราะเงื่อนไขข้อนี้ นักฟุตบอลของเขาทั้ง 11 คนกลัวตายและกลัวจะตกเป็นเหยื่อของเราครับ เลยเล่นอย่างซังกะตาย"

เสี่ยหงวนกลืนน้ำลายเอื๊อก

"แปลว่าถ้านักฟุตบอลของผมตายในสนาม เราต้องมอบศพให้พวกคุณเอาไปกินกัน"

"ครับ ถ้าสลบ หามออกไปปฐมพยาบาล และหมอแก้ไม่ฟื้นคืน ไปตายในห้องปฐมพยาบาล พวกคุณก็ต้องมอบศพให้พวกเราเช่นเดียวกัน"

"เอ" เสี่ยหงวนคราง "มันไม่หวาดเสียวเกินไปหรือคุณ น่ากลัวว่าการแข่งขันระหว่างทีมธนาคารสี่สหายกับทีมมรณะของคุณต้องเลิกล้มเสียแล้ว ขืนเล่นกัน พวกคุณก็จ้องเตะนักฟุตบอลของผม โครมเดียวกระเพาะแตกหรือตับแตก ม้ามแตกต้องเสียชีวิต ศพของเขาก็ต้องเป็นอาหารของพวกคุณเท่านั้น"

"ผมกล้ารับรองครับว่า พวกผมจะเล่นตามกติกาฟุตบอลสากล ผมบอกแล้วว่าเราเล่นหนักและแรงในเกมแบบถึงลูกถึงคน ผมอยู่นิวกินนีผมก็ทราบข่าวว่านักฟุตบอลไทยเดี๋ยวนี้มีมาตรฐานการเล่นดีขึ้น และที่ผมทราบดีก็คือ ว่าคนไทยเป็นชาติที่กล้าหาญสู้ตายเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาหรือสงคราม"

เจอยาหอมห่อนี้เสี่ยหงวนก็ยิ้มแป้น

"ตกลงคุณหมากัน.. เอ๊ย..คุณมากัส ผมตกลงตามเงื่อนไขนี้ แต่ขอบอกก่อนว่าถ้านักฟุตบอลของคุณเล่นเฮี้ยว นักฟุตบอลของผมก็เฮี้ยวเป็น คุณเคยอยู่เมืองไทยคุณก็รู้ดีแล้วว่ามวยไทยน่ะมันดุเดือดขนาดไหน ถ้าเล่นกันอย่างสุภาพแรงในเกมเราก็ไม่ว่าอะไร เรื่องตายเมื่อใครถึงที่ตายก็ต้องตาย"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ชอบใจเมื่อได้ยินกิมหงวนพูดเช่นนั้น

"เออ แกพูดน่าฟังโว้ยกิมหงวน นักกีฬาเหมือนกันทำไมจะต้องไปเกรงกลัวกัน ใครเสียท่าถูกเขาเตะตายคาสนาม ก็ให้เขาเอาศพไปกินเถอะ"

"เดี๋ยวครับคุณพ่อ" นิกรพูดขัดขึ้นแล้วหันมามองดูผู้จัดการทีมฟุตบอลมนุษย์กินคน "เงื่อนไขในเรื่องศพนักฟุตบอลเราตกลงละ ทีนี้ติ๋งต่างว่า นักฟุตบอลของคุณถูกเราเตะกึ๋นแตก เราจะเอาศพนักฟุตบอลของคุณมากินบ้าง คุณจะว่าอย่างไร"

"ก็ควรจะเป็นอย่างนั้นน่ะซีครับ จะได้ยุติธรรมด้วยกันทั้งสองฝ่าย ผมไม่ขัดข้องครับ เด็กของผมถูกเตะตายในสนามหรือมาตายในห้องปฐมพยาบาล ผมยินดีมอบศพให้พวกคุณเอาไปแบ่งกินกัน"

"ฮ้า" เจ้าคุณปัจจนึกฯเอ็ดตะโร "ใครจะกินเข้าไปลง"

"ผมเองคุณพ่อ" นิกรพูดเสียงหนักแน่น "เมื่อเขากินนักฟุตบอลของเราได้ ผมก็กินนักฟุตบอลของเขาได้เช่นเดียวกัน"

ท่านเจ้าคุณทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้

"แกจะกินยังไง"

พ.อ.นิกรยิ้มเล็กน้อย

"ก็หั่นเป็นชิ้นๆ ใส่ชามอ่างต้มแบบเครื่องในวัวน่ะซีครับ ตับ ม้าม ดอกจอก ไส้อ่อน หัวใจ 30 กลีบ ผมคิดว่าคงอร่อยกว่าของวัวแน่ๆ "

นายมากัสยกนาฬิกาข้อมือ แล้วกล่าวกับกิมหงวนผู้จัดการทีมธนาคารสี่สหาย

"เป็นอันว่าตกลงนะครับ คุณกิมหงวน"

"ครับ ตกลง ขอให้เราแข่งขันกันในวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคมนี้ ผมคิดว่าประชาชนที่เป็นแฟนฟุตบอลคงจะไปชมอย่างมืดฟ้ามัวฝน เพราะสถิติของทีมมรณะที่เอาชนะแชมเปี้ยนโลกบราซิลได้ตั้ง 28 ประตู ผู้ที่สนใจในวงการฟุตบอลตื่นเต้นอัศจรรย์ใจมาก"

"ขอบคุณมากครับที่เราตกลงกันได้อย่างง่ายดายเช่นนี้"

นายทอม เชสเตอร์ นั่งเปรี้ยวปากมานานแล้ว พอมีจังหวะพูด เขาก็กล่าวถามกิมหงวนเป็นภาษาไทยว่า

"กรรมการของสมาคมแห่งประเทศไทยที่เราไปพบกับเขา เขาบอกว่า พวกคุณเป็นนักฟุตบอลฝีเท้าดีทั้งสี่คนใช่ไหมครับ"

นิกรตอบแทนเสี่ยหงวน

"ฝีเท้าน่ะดีครับ แต่กำลังมันไม่ให้ ถึงแม้พวกเราลงสนามซ้อมสัปดาห์ละสองครั้ง ก็รู้สึกว่าวิ่งไม่ใคร่ทันเขา และมักจะเตะถูกอากาศมากกว่าลูกฟุตบอล"

"แล้วพวกคุณจะลงแข่งขันในครั้งนี้ไหมครับ" มากัสถามยิ้มๆ

นิกรค้อนปะหลับปะเหลือก

"คุณหวังจะกินศพพวกเราน่ะซี อย่ายุให้เราหลงกลเลยครับ นักฟุตบอลทีมธนาคารสี่สหายของเรามีอยู่ครบทีมแล้ว ล้วนแต่ยังหนุ่มกำลังดีและเป็นดาราที่มีชื่อเสียง พวกเราจะเป็นตัวสำรอง ถ้าใครถูกเตะตายหรือคลานออกจากสนามเราก็จะเล่นแทน"

มากัสหัวเราะชอบใจ เขาสนทนากับสี่สหายและเจ้าคุณปัจจนึกฯ อีกสักครู่เกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอลในครั้งนี้ แล้วเขาก็ชวนทอม เชสเตอร์ ลากลับโรงแรมเอราวัณ

แฟนฟุตบอลทั่วทุกมุมเมืองต่างตื่นเต้นและกระหายที่จะชมการแข่งขันฟุตบอคู่พิเศษระหว่างทีมธนาคารสี่สหายกับทีมมรณะ คือทีมมนุษย์กินคนแห่งเกาะนิวกินนี ผู้พิชิตทีมบราซิลแชมเปี้ยนโลกถึง 28 ประตู่ ต่อ 0

หนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับได้เสนอข่าวนี้ติดต่อกันมาทุกวัน เนื่องจากการแข่งขันครั้งนี้เป็นรายการกุศลเก็บเงินค่าผ่านประตูทั้งหมดให้สภากาชาดไทย โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว ทีมฟุตบอลทั้งสองทีมจะลงสนามฟาดแข้งกันแบบยอมตายถวายชีวิต ในคืนวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคมนี้ ที่สนามศุภชลาศัยเวลา 19.00 น.

เงื่อนไขของผู้จัดการทีมมรณะ เป็นเงื่อนไขที่แฟนฟุตบอลสนใจและแปลกใจไม่น้อยที่ว่า ถ้านักฟุตบอลไทยถูกเตะตายในสนาม หรือหามออกจากสนามฟุตบอลไปตายในห้องปฐมพยาบาล ทีมธนาคารสี่สหายจะต้องมอบศพนักฟุตบอลไทยให้นักฟุตบอลนิวกินนีเอาไปต้มกินกัน

แล้วหนังสือพิมพ์ก็เสนอรายชื่อนักฟุตบอลพร้อมทั้งรูปถ่ายของนักฟุตบอลทีมมรณะ ซึ่งหนังสือพิมพ์ได้ลงสัมภาษณ์นายมากัสซาราวันพันธุ์ดี เจ้าของและผู้จัดการทีม กับคำสัมภาษณ์ของมิสเตอร์ทอม เชสเตอร์ อดีตนักฟุตบอลเท่าไฟแห่งจักรภพอังกฤษ ซึ่งเป็นโค้ชของทีมมรณะหรือทีมมหาวินาศด้วย

ในวงการฟุตบอลโจษขานกันเซ็งแซ่ นักฟุตบอลทีมมรณะที่เดินทางโดยเครื่องบินของบริษัท ดับบลิว.ซี.แอร์.ไลน์ มาถึงท่าอากาศยานกรุงเทพฯ เวลา 20.00 น. ของคืนวันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคมนั้นมีเพียง 11 คนครบทีมพอดี โดยไม่มีตัวสำรอง ไม่มีผู้ควบคุมหรือผู้ติดตาม แต่ละคนรูปร่างสูง 6 ฟิตเศษ ลักษณะท่าทางคล้ายลิงกอริลลาใบหน้าเหี้ยม เนื้อตัวแข็งเหมือนหิน แต่งกายครึ่งสากลคือไม่สวมเสื้อนอกแต่สวมเสื้อเชิ้ตผูกเน็คไท และสวมหมวกสานฟาง โดยเฉพาะผู้เล่นตำแหน่งศูนย์หน้า หน้าตาน่ากลัวมาก เหมือนมัมมี่หรือผีดิบ มีหัวกะโหลกลิง 2 หัวคล้องคอ แอร์โฮสเตสประจำเครื่องบินไม่ยอมเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มให้ศูนย์หน้า เพราะเพียงแต่เขาแสยะยิ้มแอร์โฮสเตสก็อกสั่นขวัญแขวนแทบช็อค

ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ช่างภาพหนังสือพิมพ์คนหนึ่งที่เข้าไปถ่ายภาพนักฟุตบอลทีมนี้ ถูกศูนย์หน้าล็อคคอไว้และทำท่าจะฉีกแขนฉีกขากิน แต่นายมากัสกับโค้ชช่วยกันห้ามปรามและขัดขวางไว้ หนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันอังคารที่ 23 ลงข่าวว่าทีมมรณะคือทีมมัจจุราชดุร้ายป่าเถื่อนที่สุด อย่างไรก็ตาม นักฟุตบอลเผ่ามาฮู ซึ่งเป็นมนุษย์กินคนมีถิ่นฐานเดิมอยู่ในป่าทึบใจกลางเกาะนิวกินนี ได้โอภาปราศรัยกับสี่สหายและเจ้าคุณปัจจนึกฯ ที่ไปต้อนรับเขาที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ เป็นอย่างดี โดยมีโค้ชเป็นล่ามเพราะนักฟุตบอลทีมมรณะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ อาเสี่ยกิมหงวนกับคณะพรรคของเขาได้พานักฟุตบอลทีมมรณะผู้พิชิตแชมเปี้ยนโลกไปพักที่โรงแรมสี่สหาย ซึ่งในวันนั้นเองนายมากัสกับทอม เชสเตอร์ ก็ย้ายจากโรงแรมเอราวัณไปพักอยู่ที่โรงแรมสี่สหายด้วย ตามคำขอร้องของ พ.อ.กิมหงวน ผู้เป็นหุ้นส่วนใหญ่และเป็นผู้อำนวยการโรงแรมสี่สหาย

มีข่าวแพร่สะพัดออกไปว่า ทีมฟุตบอลมรณะกินเนื้อดิบเป็นอาหารอย่างเดียว ทางโรงแรมสี่สหายต้องจัดอาหารเนื้อสัตว์ดิบๆ ให้ โดยเฉพาะเครื่องในวัวดิบๆ นักฟุตบอลทีมมรณะโปรดปรานมาก

หนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม ได้ลงข่าวเกี่ยวกับนักฟุตบอลมนุษย์กินคนอีกครั้งหนึ่ง มีใจความว่า นักฟุตบอลทั้ง 11 คนได้ออกซ้อมวิ่งตอนรุ่งอรุณของวันที่ 24 ที่สนามม้าราชกรีฑาสโมสรในเวลาเดียวกับที่ม้าแข่งกำลังฝึกซ้อมกัน นักฟุตบอลเหล่านี้วิ่งแข่งกับม้าและนำม้าแข่งตลอดทาง ยิ่งกว่านี้ทั้ง 11 คนยังวิ่งเต็มที่รวม 5 รอบสนามม้า แล้ววิ่งเรื่อยๆ แบบวิ่งทนอีก 10 รอบ เลิกวิ่งก็ซ้อมฟุตบอลกันคือซ้อมยิงประตู เล่นเตะวงหรือซ้อมเลี้ยงลูก โหม่งลูกในท่าพลิกแพลงต่างๆ ทุกคนไวเหมือนลิง บอลคอนโทรลยอดเยี่ยมเหมือนเอากาวทารองเท้า ศูนย์หน้าชู้ทแม่นยำและแรงมาก พลัวะเดียวตาข่ายหลังประตูขาดทะลุเป็นช่องโหว่ แต่ผู้รักษาประตูมือเหนียวยิ่งกว่าตุ๊กแก ถ้าชู้ทนอกเขตโทษเป็นรับได้ พุ่งตัวรับ นั่งยองๆ หรือโก้งโค้งรับ ถ้าชู้ทในระยะ 25 หลาเขารับลูกบอลเพียงมือเดียวเท่านั้น ในซ้ายและในขวาเตะลูกบอลระเบิดกลางอากาศคนละ 2 ลูก ต่อหน้านักข่าวหนังสือพิมพ์และชาวต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของราชกรีฑาสโมสรหรือสปอร์ทคลับ เซ็นเตอร์ฮ้าฟร่างยักษ์โหม่งลูกเหมือนหม่องปาหยิน นักเตะตะกร้อลือชื่อสมัยก่อน เขาสามารถโหม่งลูกบอลไปข้างหน้าแล้ววิ่งไปรับลูกโหม่งต่อไปอีก เขี่ยลูกไปจากเท้าแล้วไม่พอใจ ใช้สตั๊ดดึงลูกกลับมาใหม่ นึกจะเตะลูกบอลให้แตกเมื่อไรซัดตูมเดียว ลูกบอลลอยสูงขึ้นไปราว 100 เมตร แล้วระเบิดกลางอากาศ เพื่อนร่วมทีมของเขาที่เล่นตำแหน่งกองหน้าวิ่งเข้าชนเซ็นเตอร์ฮ้าฟอย่างเจตนาเพื่อทดลองความแข็งแกร่ง เซ็นเตอร์ฮ้าฟยืนนิ่งเฉยทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ถูกเตะหน้าแข้งด้วยหัวรองเท้าเสียงสนั่นหวั่นไหวก็อมยิ้ม โหม่งลูกต่อไป ถูกถีบหน้าอกเต็มแรงก็ไม่ขยับเขยื้อน นี่เองทำให้กองหน้าของทีมบราซิลแชมเปี้ยนโลกเข้าไม่ติด แบ็คซ้ายและแบ็คขวาของมนุษย์กินคนรูปร่างคล้ายคิงคองหรือหมีในเขาดิน สองคนยืนคู่กันที่ประตูฟุตบอลให้เพื่อนๆ ชู้ทประตู แล้วช่วยกันเตะสกัดลูกบอลไว้ ลูกจะพุ่งมาแบบไหน แบ็คทั้งสองตัดลูกได้ทุกที บางทีก็โหม่งไว้ได้ รวมความแล้วนักฟุตบอลทั้ง 11 คนของทีมมรณะเป็นนักฟุตบอลที่ยอมเยี่ยมและเยี่ยมยอดทั้งใหญ่ยิ่งและยิ่งใหญ่จริงๆ

ในที่สุดวันตายของทีมธนาคารสี่สหายก็ผ่านมาถึง

ยังไม่ทันจะพลบค่ำแฟนฟุตบอลก็หลั่งไหลมาที่กรีฑาสถานแห่งชาติ เบียดเสียดเยียดยัดกันซื้อบัตรผ่านประตู รีบเข้าไปหาที่นั่งในสนามศุภชลาศัย กรมพลศึกษาและสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี เพราะเป็นการแข่งขันเพื่อการกุศล กรมพลศึกษาให้ขอยืมสนามศุภชลาศัยพร้อมด้วยไฟฉายเพื่อใช้ในการแข่งขันฟุตบอล และส่งเจ้าหน้าที่มาประจำทำงานเหมือนเช่นเคย สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยให้ความช่วยเหลือมาแต่ต้น ดังนั้นจึงไม่มีอะไรขลุกขลัก

ทีมฟุตบอลเผ่ามาฮูมาถึงสนามในเวลา 19.00 น.ตรง เจ้าหน้าที่ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยคอยต้อนรับให้ความสะดวกและพาไปห้องพัก ชาวเกาะนิวกินนีในเมืองไทยกลุ่มหนึ่ง ได้มาเยี่ยมนักฟุตบอลเพื่อนร่วมชาติของเขา และนำเนื้อวัวดิบมาให้ประมาณ 10 กิโลกรัม พวกนักฟุตบอลทีมมรณะต่างกินเนื้อดิบกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่แล้วก็เกิดมันเขี้ยวลากเด็กชายวัย 8 ขวบคนหนึ่ง ซึ่งยืนอยู่ที่ประตู เข้ามาในห้องพักเพื่อจะฆ่ากินกัน นายมากัสกับโค้ชช่วยกันห้ามปรามขัดขวางเต็มที่ช่วยให้หนูน้อยลูกคนงานกรมพลศึกษารอดตายได้อย่างหวุดหวิด เจ้าหน้าที่ของสมาคมฟุตบอลทราบเหตุนี้เข้า ก็แจ้งให้ตำรวจรักษาการณ์ทราบ และขอร้องให้ตำรวจ 2 คนมายืนเฝ้าหน้าห้องพัก คอยไล่คนไม่ให้มายืนมุงหน้าประตู แต่ตำรวจไม่ยอมมาเฝ้าเพราะเกรงว่าจะถูกนักฟุตบอลเผ่ามาฮูจับกิน

ทีมฟุตบอลธนาคารสี่สหายมาถึงสนามศุภชลาศัยในเวลา 19.10 น. โดยรถโดยสารขนาดใหญ่ของธนาคารสี่สหาย มีตราและชื่อธนาคารปรากฏอยู่ข้างรถ แต่นักฟุตบอลของทีมธนาคารสี่สหายขาดจำนวนไปสี่คน ซึ่งไม่ทราบเหตุผลทำไมถึงไม่มา

รถโดยสารส่วนตัวแบบทันสมัยแล่นถอยหลังเข้าไปจอดริมรั้วใกล้ๆ กับประตูเข้าออกทางด้านถนนบรรทัดทอง แฟนฟุตบอลกำลังหลั่งไหลเข้าไปทางด้านอัฒจันทร์ใหญ่หลายคนพากันเข้ามาดูหน้านักฟุตบอลของทีมธนาคารสี่สหาย ซึ่งมีอยู่เพียง 7 คน และมีสี่สหายเป็นตัวสำรองแต่ไม่ได้แต่งตัวเตรียมลงสนาม

พล นิกร กิมหงวน ศาสตราจารย์ดิเรก และเจ้าแห้วต่างพากันลงมาจากรถด้วยท่าทางสดชื่นรื่นเริง ส่วนเจ้าคุณปัจจนึกฯไม่ได้มาด้วย เพราะท่านเจ้าคุณจะทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินในวันนี้ ตามความเห็นชอบของผู้จัดการทีมทั้งสองฝ่าย

สี่สหายแต่งกายแบบสุภาพชนเหมือนกันราวกับแฝด กางเกงขายาวสีกรมท่า เชิ้ตฮาวายสีฟ้าอ่อนนวลลายทันสมัย เจ้าแห้วหิ้วกระเป๋าผ้าใบรวมสี่กระเป๋าพะรุงพะรัง ในกระเป๋าคือเสื้อกางเกงทีมฟุตบอล พร้อมด้วยรองเท้าถุงเท้าและเครื่องอุปกรณ์การเล่นฟุตบอลบางอย่างของสี่สหาย

เสี่ยหงวนมองขึ้นไปบนรถ แลเห็นนักฟุตบอลชั้นดาราทั้ง 7 คน นั่งสะลึมสะลือเหมือนคนที่มีทุกข์แสนหนัก เขาก็ร้องขึ้นดังๆ

"ว่ายังไงครับ ถึงสนามแล้ว ลงมาเสียทีซีพวกเรา"

ดาราเท้าไฟทั้ง 7 คน ต่างถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมๆ กัน แล้วลุกขึ้นหิ้วกระเป๋าผ้าใบใหญ่คนละกระเป๋า ทะยอยกันลงมาจากรถ ทุกคนมีสีหน้าหม่นหมองไปตามกัน นักฟุตบอลทั้ง 7 คน เข้ามายืนรวมกลุ่มเบื้องหน้าคณะพรรคสี่สหายกับเจ้าแห้ว

นิกรยิ้มให้หนุ่มน้อยหน้ามน ฮ้าฟซ้ายของธนาคารสี่สหาย ซึ่งเป็นดาราฟุตบอลดวงเด่นคนหนึ่ง

"เป็นยังไงไปหรือคุณพิชิต ทำไมถึงหน้าเศร้าไปหรือทะเลาะกับแม่ยาย"

พิชิต ยิ้มรุ่งเรือง ฝืนหัวเราะ

"เปล่าครับ ผมยังเป็นโสดและเป็นนักเรียน"

"อ้อ...ลืมไปว่าคุณเป็นโสด ขอโทษที"

เสี่ยหงวนมองดูหน้านักฟุตบอลในทีมของเขาทั้ง 7 คน แล้วกล่าวว่า

"ผมไม่เข้าใจว่าเลยว่า ทำไมพวกเราสะลืมสะลือไปตามกัน เรามาเล่นฟุตบอลนะครับ ไม่ได้มางานศพของใคร"

อัสดง ฮ้าฟขวาถอนหายใจหนักๆ

"ถูกละครับ เราไม่ได้มางานศพ แต่เรากำลังจะเป็นศพและถูกนักฟุตบอลทีมมรณะกินเนื้อ"

พล พัชราภรณ์ ยกมือทั้งสองชูขึ้น แล้วปลอบใจนักฟุตบอลว่า

"เข้มแข็งเถอะครับพวกเรา เรื่องตายเรื่องเล็กน่า"

"ใช่ครับ" ดำรง สังข์เงิน เซ็นเตอร์ฮ้าฟพูดเสริมขึ้น "เพราะคุณไม่ได้ลงเล่นกับพวกเรา คุณก็ว่าเรื่องตายเป็นเรื่องเล้ก มีคนบอกผมว่าทีมมรณะลงเล่นฟุตบอลครั้งใดต้องเตะคู่แข่งขันตายอย่างน้อย 3 ศพ ทีมบราซิลแชมเปี้ยนโลกแพ้ยับเยิน ก็เพราะนักฟุตบอลวิ่งหนีอุตลุด ไม่กล้าเข้าแย่งลูก แต่ถึงกระนั้นก็หามออกไปจากสนามถึงสองคน เพราะถูกทีมคนป่ามนุษย์กินคนเตะยัด"

ศาสตราจารย์ดิเรก กล่าวกับบรรจง เมตตาบุตร ผู้เป็นแบ็คขวา และหัวหน้าทีมว่า

"สู้ตายเถอะครับ คุณบรรจง"

บรรจงหัวเราะเบาๆ

"ตายไม่กลัวคุณพล แต่กลัวว่าตายแล้วอ้ายพวกนั้นมันจะเอาผมไปต้มซุปกิน"

"ก็เราซัดมันแรงๆ บ้างซีครับ ถ้ามันเล่นแรงกับเราก่อน ผู้ตัดสินอาของผมเอง คุณเล่นได้เต็มที่ในเขตโทษ เพื่อป้องกันประตูของเรา รับรองว่าไม่มีโดนเส้นโทษ" พูดจบพลก็มองไปตามถนน ซึ่งแฟนฟุตบอลกำลังหลั่งไหลเข้ามา แล้วพลก็กล่าวกับบรรจงว่า "ใกล้เวลาเต็มทนแล้ว ปีกขวา ในขวา ศูนย์หน้า และประตูของเรายังไม่มา ถ้าคุณสมพงษ์, คุณประยงค์, คุณชูชัย และคุณใหญ่ไม่ยอมมาเล่นในคืนนี้ เราจะทำอย่างไรกันดีครับ"

แบ็คขวาว่า "ทำอย่างไร... คุณก๊อต้องลงเล่นตำแหน่งศูนย์หน้าแทนคุณชูชัยน่ะซีครับ แล้วอาเสี่ยเล่นในขวาแทนประยงค์ คุณนิกรเล่นปีกขวาแทนสมพงษ์ ส่วนประตูก็ต้องให้คุณหมอดิเรกลงแทนคุณใหญ่"

ศาสตราจารย์ดิเรก เห็นพ้องด้วย

"ออไร๋ ถ้าเขาไม่มา พวกผมซึ่งเป็นตัวสำรองก็ต้องเล่นแทน"

นิกรยิ้มให้สมชาติ ทะลุกัณฐ์ ซึ่งเป็นปีกซ้ายของธนาคารสี่สหาย

"เมื่อก่อนที่เราจะขึ้นรถมาสนาม ผมได้ยินคุณพูดกับคุณก่อเกียรติว่า คุณใหญ่จะไม่มาเล่นใช่ไหมครับ"

ดาราทีมชาติร่างเล็ก พยักหน้ารับว่าเขาพูดเช่นนี้

"ครับ ใหญ่เขาบอกว่ากองหน้าทีมมรณะแต่ละคนชู้ทลูกตาข่ายขาด เขากลัวมือหัก ไม่อยากเล่น แล้วก็ดีไม่ดีเขาอาจจะทุพพลภาพหรือเสียชีวิตในการแข่งขันคืนวันนี้ อ้า...ผมคิดว่าใหญ่กับสมพงษ์ และประยงค์กับชูชัยคงไม่ยอมมาเล่นหรอกครับ ถ้ามาเขาก็มาแล้ว"

สี่สหายหันมามองดูหน้ากันอย่างหนักใจ อาเสี่ยกิมหงวนกล่าวกับบรรจง หัวหน้าทีมทันที

"คุณบรรจง พาพวกเราไปห้องพักเตรียมตัวลงสนามเถอะคุ ผมกับเพื่อนๆ จะปรึกษาอะไรกันนิดหน่อยเกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอลวันนี้ ซึ่งอย่างไรเราก็ต้องสู้ตายและเราต้องเอาชนะทีมมนุษย์กินคนให้ได้"

บรรจงสั่นศีรษะช้าๆ

"ยากครับ ผมไปดูมันซ้อมที่สนามม้าแล้ว แต่ละคนเรี่ยวแรงเหมือนยักษ์ วิ่งเร็วกว่าม้า ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เตะลูกบอลระเบิดกลางอากาศได้ทุกคน"

นายพลดิเรก โบกมือห้ามบรรจง

"อย่าพูดทำลายขวัญพวกเราเลยน่าคุณ จำไว้ว่าพวกเราถูกเตะตายคนหนึ่ง เราต้องเตะมันตายสองคนเพื่อทดแทนกัน ฟุตบอลคืนนี้ก่อนหมดเวลาอาจจะเหลือฝ่ายละสองคือสามคนก็ได้นอกนั้นตายหมด ฉะนั้น พวกเราก็ต้องสู้ตายและผมจะพยายามหาวิธีที่จะทำให้ฝ่ายเราได้ชัยชนะมนุษย์กินคนอย่างงดงาม เพื่อเกียรติประวัติของนักฟุตบอลไทย"

กิมหงวนยกมือตบแขนแบ็คบรรจงเบาๆ

"พวกเราไปเถอะครับ"

แบ็คขวามองดูนักฟุตบอลร่วมทีมแล้วยิ้มแห้งๆ

"ไปโว้ยพวกเรา ถ้าคืนนี้เรารอดตายได้ เราก็โชคดีที่สุด"

ครั้นแล้วบรรจงก็พานักฟุตบอลรวมทั้งตัวเขาเพียง 7 คน เดินข้ามถนนตรงไปยังอาคารอัฒจันทร์ใหญ่ ซึ่งใต้อัฒจันทร์เป็นห้องพักของนักฟุตบอลหรือนักกีฬาที่จะเข้าแข่งขัน ขณะนี้แฟนฟุตบอลยังหลั่งไหลมาเรื่อยๆ ผู้คนเบียดเสียดเยียดยัดกันเป็นประวัติการณ์ เสียงเพลงดังกังวานไปทั่วสนาม พล พัชราภรณ์ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา แล้วกล่าวกับ ดร.ดิเรกอย่างหนักใจว่า

"เหลือเวลาอีก 15 นาทีเท่านั้นเอง ทำยังไงดี"

ศาสตราจารย์ดิเรก มีสีหน้าเคร่งขรึมผิดปกติ

"เราก็ต้องลงเล่นแทนผู้ที่เขาไม่มาน่ะซี"

"เล่นน่ะเล่นได้ แต่กำลังมันไม่ไหว ถึงแม้พวกเราลงซ้อมบ่อยๆ โดยมากก็ซ้อมเบาๆ เพียงครึ่งเวลาเท่านั้น โดยเฉพาะอ้ายกรเดี๋ยวเดียวก็หอบซี่โครงบาน"

นิกรหัวเราะชอบใจ

"เราเล่นลูกสั้นซีวะ ออมแรงไว้เห็นจะพอสู้กับมันได้"

กิมหงวนมองดูนิกรอย่างขบขัน

"ลูกสั้นน่ะ ลูกสั้นแบบไหน"

"ก็แบบ 4-5-6"

อาเสี่ยหัวเราะก้าก

"4-5-6 มีหวังถูกตำรวจรวบไปนอนโรงพัก เพราะลูกเต๋าน่ะ มันการพนันประเภทหนึ่ง สี่ห้าหกคือ สี่โหงวลัก"

พลถามนายแพทย์หนุ่มว่า

"แกมีทางที่จะช่วยให้ทีมเราเอาชนะทีมมนุษย์กินคนได้ไหมหมอ"

ดร.ดิเรก นั่งคิด

"ก็มีเหมือนกน แต่มันออกจะเสี่ยงภัยสักหน่อย เพราะหลังจากการแข่งขันแล้ว นักฟุตบอลของเราจะถึงนอนแบ็บไปตามกันอย่างน้อยก็ 10 วันกว่าจะแข็งแรงตามเดิม"

พ.อ.พล ขมวดคิ้วย่น

"หมายความว่ากระไร หมอ"

"หมายความว่ากันจะให้นักฟุตบอลของเราทั้งทีมกินยามหากำลังของกันคนละเม็ด เท่านี้เขาก็จะมีกำลังวังชาขนาดซุปเปอร์แมน แข็งแรงกว่านักฟุตบอลทีมมหาวินาศนี้ตั้งร้อยเท่า"

"เฮ้ย" นิกรเอ็ดตะโร "แกเอายามาหรือเปล่า หมอ"

ดร.ดิเรก ยกกระเป๋าล่วมยาขนาดกะทัดรัดในมือเขาชูให้นิกรดู

"อยู่ในกระเป๋านี่ ติดอยู่ในกระเป๋ายาของกันเสมอ คนไข้ที่ใกล้จะตายนอนอ้าปากปะหงับๆ กันละลายยามหากำลัง ให้กินเม็ดเดียว ลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นได้ ไปเที่ยวบาร์และไปอาบน้ำนวดตัวได้ มีเวลาสั่งเสียลูกเมียทำพินัยกรรมเรียบร้อย แต่พอหมดฤทธิ์ยาก็เท่งทึง"

เสี่ยหงวนลืมตาโพลง

"ดีโว้ยหมอ ให้พวกเรากินยาเถอะวะ เราจะได้สู้มันได้"

ศาสตราจารย์ดิเรกยิ้มเล็กน้อย

"แต่ว่านักฟุตบอลของเราจะล้มหมอนนอนเสื่อไปหลายวัน ดีไม่ดีอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เพราะยานี้จะกระตุ้นเตือนประสาทต่างๆ ให้ทำงานเต็มที่และจะทำให้เกิดกำลังกายกำลังใจ เท่ากับว่ายาไปบังคับร่างกายให้แข็งแรง อ้า..คนเรามีพลังจิตและพลังกายอันมากมายซ่อนอยู่ในตัวของเรา เวลาตกใจพลังจิตและพลังกายนี้จะเกิดขึ้นเอง แกก็คงเคยได้ยินเขาเล่ากันว่าเวลาไฟไหม้ยายแก่อายุตั้ง 80 สามารถแบกโอ่งน้ำขนาดใหญ่วิ่งตัวปลิว ซึ่งแม้แต่ผู้ชายที่แข็งแรงที่สุดในโลกก็ทำไม่ได้ นั่นก็เพราะพลังกายและพลังจิตอันเร้นลับที่ซ่อนอยู่ในตัวและเกิดขึ้น เมื่อมีเรื่องตกใจ ยามหากำลังของกันจะไปกระตุ้นเตือนพลังกายและพลังจิต นักฟุตบอลของเราจะกลายเป็นซุปเปอร์แมนในเวลา 3 ชั่วโมง พอหมดฤทธิ์ยาก็นอนแบ็บไปตามกัน"

เจ้าแห้วพูดโพล่งขึ้นทันที

"รับประทานเอาเถอะครับคุณหมอ ให้พวกเรารับประทานเถอะครับ อย่างไรเราก็ต้องเอาชนะทีมมรณะให้ได้"

นิกรว่า "เอาน่าหมอ พวกเรานอนป่วยสัก 10 วันช่างมันเถอะวะ ขอให้เราชนะก็แล้วกัน แฟนฟุตบอลทั่วโลกจะได้ตื่นเต้นประหลาดใจที่เราเอาชนะทีมมรณะได้ ผู้คนที่มาดูในคืนนี้จะได้ไม่ผิดหวัง"

ดร.ดิเรก นิ่งคิดสักครู่แล้วดีดมือแป๊ะ

"ออไร๋ ถ้ายังงั้นไปห้องพักนักฟุตบอลเดี๋ยวนี้ ไอจะต้องบอกทุกคนให้เข้าใจเสียก่อน ใครไม่ยอมกินยามหากำลังของไอ ไอก็บังคับเขาไม่ได้ ถ้าเขายอมกิน ภายใน 10 นาที เขาจะกลายเป็นซิยินกุ้ย มีกำลังเท่ากับช้างหนึ่งตัว"

"ลูกช้างหรือพ่อช้าง" เสี่ยหงวนถาม

"พ่อช้างโว้ย" นายแพทย์หนุ่มตวาดแว๊ด

ครั้นแล้วสี่สหายกับเจ้าแห้ว ก็เดินรวมกลุ่มข้ามถนนตรงไปยังที่พักนักฟุตบอลใต้อัฒจันทร์ใหญ่

ไม่มีใครรู้ว่านักฟุตบอลของทีมธนาคารทั้ง 11 คน ได้กินยามหากำลังเข้าไปแล้วคนละเม็ด และนอกจากนี้ผู้ตัดสินคือเจ้าคุณปัจจนึกฯ ก็ได้กินยาวิเศษนี้ด้วย ซึ่งนายแพทย์หนุ่มใช้ให้เจ้าแห้วแอบเอาไปให้ท่านและกระซิบกระซาบบอกให้ท่านกิน เพื่อจะได้มีแรงวิ่งทำหน้าที่ของผู้ตัดสินที่ดี

อัฒจันทร์ใหญ่คืออัฒจันทร์แก็ปด้านตะวันตก เต็มไปด้วยแฟนฟุตบอลนั่งเบียดเสียดเยียดยัดกันและยืนจุกช่องทางขึ้นแน่นขนัด อัฒจันทร์เปิดด้านเหนือและด้านใต้ ก็หาที่ว่างเกือบไม่ได้ สมาคมฟุตบอลยอมรับว่าการแข่งขันฟุตบอลในคืนวันนี้มีคนดูมากที่สุดในรอบปี

โฆษกประจำสนามฟุตบอลได้ประกาศรายชื่อนักฟุตบอลทั้งสองฝ่ายให้คนดูทราบทั่วกัน โดยเครื่องขยายเสียง ซึ่งติดตั้งลำโพงไว้รอบสนาม

"รายชื่อนักฟุตบอลของธนาคารสี่สหายมีดังนี้ คือผู้รักษาประตู ศาสตราจารย์ดิเรก ณรงค์ฤทธิ์"

คนดูตบมือโห่ร้องเกรียวกราว ถึงแม้ ดร.ดิเรกไม่ใช่ดาราฟุตบอล แต่เขาก็เป็นจอมนักวิทยาศาสตร์และนายแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งประชาชนทั้งประเทศเลื่อมใสศรัทธาในตัวเขา โฆษกต้องหยุดประกาศจนกว่าเสียงตบมือโห่ร้องสงบเงียบจึงประกาศต่อไป

หมายเลข 2 แบ็คขวา บรรจง เมตตาบุตร ไม่ใช่ปราณีต ปรานีบุตร นะครับ หมายเลข 3 แบ็คซ้าย ก่อเกียรติ วรเชษฐ์ หมายเลข 4 ฮ้าฟขวา อัสดง ปานียะสิทธิ์ หมายเลข 5 เซ็นเตอร์ฮ้าฟ ดำรง สังข์เงิน หมายเลข 6 ฮ้าฟซ้าย พิชิต ยิ้มรุ่งเรือง หมายเลข 7 ปีกขวา นิกร การุณวงศ์"

เสียงฮี้หรือยี้ดังลั่นสนาม แล้วก็มีเสียงตะโกนของแฟนเลือดร้อนบางคน

"ไม่เอาโว้ย ไม่ได้ความโว้ย"

โฆษกประกาศต่อไป

"หมายเลข 8 กิมหงวน ไทยแท้ หมายเลข 9 ศูนย์หน้า พล พัชราภรณ์ หมายเลข 10 ในซ้าย ประยงค์ พลอยอารมณ์ หมายเลข 11 ปีซ้าย สมชาติ ทะลุกัณฐ์"

แฟนฟุตบอลไม่ใคร่จะพอใจสี่สหายซึ่งเป็นตัวสำรองและลงเล่นแทนดาราของทีมธนาคารสี่สหายที่ไม่มาแข่งขัน อย่างไรก็ตาม เมื่อทีมธนาคารสี่สหายวิ่งเป็นแถวเรียงเดี่ยวเข้ามาในสนาม เสียงตบมือโห่ร้องก็ดังขึ้นทั่วสนาม ทีมไทยสวมกางเกงสีขาว เสื้อทีมซึ่งเป็นเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้าพาดหน้าอกสีเหลือง ทุกคนคึกคักเข้มแข็งอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้ง 11 คนวิ่งมายืนเป็นรูปวงกลมที่เซ็นเตอร์ แล้วยกมือไหว้แฟนฟุตบอล แสดงความเคารพแบบไทย ต่อจากนั้น แบ็คขวาบรรจงก็เตะลูกบอลไปทางโกลทิศใต้ ซึ่งเขาเตะเบาะๆ แต่ลูกบอลลอยละลิ่วไปตกอัฒจันทร์สร้างใหม่ทางด้านใต้ เรียกเสียงโห่ร้องเกรียวกราว

อำนาจยามหากำลังของ ดร.ดิเรก ทำให้นักฟุตบอลของทีมธนาคารสี่สหายกลายเป็นซุปเปอร์แมนไปตามกัน ทุกคนกระโดดโลดเต้นอย่างคึกคะนอง มีพลังกายพลังจิตเกิดขึ้นราวกับช้างสารที่กำลังเมามัน

โฆษกประกาศให้ทราบต่อไป

"รายชื่อนักฟุตบอลของทีมมรณะมีดังนี้ ผู้รักษาประตูร๊าสเซยุ่ม หมายเลข 2 แบ็คขวา นาคามิดี หมายเลข 3 แบ็คซ้าย สาระแน หมายเลข 4 ฮ้าฟขวา ตุมป้ะ หมายเลข 5 เซ็นเตอร์ฮ้าฟ กะลามีรู หมายเลข 6 ฮ้าฟซ้าย ตะวันลา หมายเลข 7 ปีกขวา กะลาตัน ซึ่งปีกขวาผู้นี้เป็นน้องชายของ กะลามีรู เซ็นเตอร์ฮ้าฟ หมายเลข 8 ในขวา จาคาซะราวัต หมายเลข 9 ศูนย์หน้าผู้ทำประตูบราซิล ได้ถึง 21 ประตู ทวารา หมายเลข 10 ในซ้าย อำโบจัมโบ หมายเลข 11 ปีกซ้าย อุมปาปา"

คนดูตบมือโห่ร้องเมื่อทีมฟุตบอลมนุษย์กินคนวิ่งเข้ามาในสนาม เสียงจ้อกแจ้กจอแจดังขึ้น แฟนฟุตบอลต่างร้อง แม่โวยอื้อฮือทั่วสนาม นักฟุตบอลทีมมัจจุราชแต่ละคนมีรูปร่างสูงใหญ่มองดูคล้ายกอริลลายักษ์ สวมกางเกงดำ เสื้อยืดสีดำคาดหน้าอกสีแดง ทีมมนุษย์กินคนหยุดยืนตั้งแถวหน้ากระดานเรียงเดี่ยว หันหน้าไปคำนับคนดูทางอัฒจันทร์ใหญ่ แล้วผู้รักษาประตูก็เตะลูกบอลลอยละลิ่วไปทางประตูด้านเหนือ นักฟุตบอลต่างวิ่งติดตามไปซ้อมชู้ทประตู

ศูนย์หน้าของทีมมนุษย์กินคนชู้ทเปรี้ยงลูกบอลข้ามเสาโกล ลอยละลิ่วขึ้นไปบนอัฒจันทร์เปิดหน้าเหนือ คนดูร้องอื้อฮือแม่โวยอีก อย่างไรก็ตาม ทีมไทยของเรายังไม่ยอมแสดงความเป็นซุปเปอร์แมน คงผลักกันชู้ทประตูเบาะๆ ดร.ดิเรกตะครุบผิดตะครุบถูก ปล่อยให้ลูกเข้าไปตุงในตาข่ายได้บ่อยๆ แต่เขารับรองกับแบ็คก่อเกียรติว่า ถ้าลงมือแข่งขันเขาจะรับลูกบอลได้ดีกว่านี้ นายแพทย์หนุ่มคึกคักเข้มแข็งผิดปกติด้วยอำนาจยามหากลังของเขานั่นเอง

เมื่อได้เวลา 19.30 น. เจ้าคุณปัจจนึกฯ ก็วิ่งตุ๊ต๊ะเข้ามาสนาม พร้อมด้วยไลน์แมนของสมาคมฟุตบอลรวม 2 คน ท่านเจ้าคุณแต่งชุดดำเสื้อคอปกสีขาวตามแบบฉบับของผู้ตัดสิน ท่านเป่านกหวีดเสียงสั้นๆ ติดกันสามสี่ครั้ง เรียกนักฟุตบอลทั้งสองทีมให้มารวมกันกลางสนาม หัวหน้าทีมต่างแลกเปลี่ยนธงกันตามประเพณี ต่อจากนั้นก็มีการดีดหัวดีดก้อยเลือกข้าง บรรจงหัวหน้าทีมทายถูกทางก้อย จึงเลือกข้างด้านใต้ก่อนเพราะได้อยู่เหนือลม

คนดูประมาณ 30,000 คน ต่างใจเต้นระทึกไปตามกันเมื่อนักฟุตบอลทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกันเข้าที่ประจำหน้าที่เสียงจ้อกแจ้กจอแจของแฟนฟุตบอลดังอยู่ตลอดเวลา พวกคนดูเกรงว่าทีมไทยจะปราชัยอย่างยับเยินหรือถูกเตะตายคาสนาม เนื่องจากมีข่าวลือกันทั่วว่านักฟุตบอลของทีมมรณะเล่นดุเดือดรุนแรงถึงลูกถึงคนและมีกำลังเข้มแข็งผิดมนุษย์ นอกจากนี้ ยังทรหดอดทนปราดเปรียวว่องไวด้วย ในสายตาของคนดูก็เห็นว่าทีมมรณะมีรูปร่างได้เปรียบกว่าทีมไทยมาก

เจ้าคุณปัจจนึกฯยกนาฬิกาขึ้นมองดูเวลา แล้วท่านก็เป่านกหวีดเริ่มการแข่งขัน ซึ่งศูนย์หน้าของทีมมนุษย์กินคนเป็นฝ่ายเขี่ยลูกก่อน เพราะฝ่ายไทยมีโอกาสเลือกข้างตามความพอใจ

ทวาราศูนย์หน้าผู้ยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่เขี่ยลูกไปให้ในขวาของเขา จาคะซะราวัด ผ่านลูกไปให้กะลาตันปีกซ้าย กะลาตันพาลูกวิ่งไต่เส้นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งแฟนฟุตบอลไม่เคยเห็นปีกวิ่งได้เร็วอย่างนี้ พิชิตฮ้าฟซ้ายถลกแขนเสื้อวิ่งเข้าสกัดเตะรวบทั้งลูกทั้งคน อำนาจยามหากำลังของศาสตราจารย์ดิเรกทำให้ร่างของปีกขวาทีมมรณะลอยละลิ่วกระเด็นหวือออกไปห่างจากตัวพิชิตราว 6 เมตรถึงกับนอนแผ่หลาเหยียดยาวแล้วบิดไปมา มันไม่ผิดอะไรกับนายกะลาตันถูกช้างเอางวงจับเหวี่ยง ลูกบอลกระเด็นออกไปนอกสนาม คนดูโห่ร้องอื้ออึงนึกไม่ถึงว่าฮ้าฟซ้ายของเราจะเล่นได้ดุเดือดรุนแรงน่ากลัวเช่นนี้

เจ้าคุณปัจจนึกฯ เป่านกหวีดหยุดการแข่งขัน เมื่อผู้เล่นของทีมมรณะบาดเจ็บ แบ็คขวากับในขวาช่วยกันประคองกะลาตันลุกขึ้น ทีมมนุษย์กินคนเสียขวัญเมื่อเห็นนักฟุตบอลไทยเตะปีกขวาของเขาลอยละลิ่วอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างไรก็ตาม ความทรหดอดทนของกะลาตันทำให้เขาสามารถเล่นต่อไป

ท่านเจ้าคุณบอกให้ฮ้าฟขวาของทีมมรณะทุ่มลูกกะลามีรูเซ็นเตอร์ฮ้าฟได้ลูกก็รีบส่งลูกไปให้ศูนย์หน้าของเขาทันที ทวาราเลี้ยงลูกหลบเซ็นเตอร์ฮ้าฟของเราอย่างเร็วจี๋ ก่อเกียรติวิ่งเข้ามาเตะลูกแต่ศูนย์หน้าหลบได้อีก เขาวิ่งเร็วราวกับม้าแข็ง พาลูกข้ามเขตโทษเข้าไป แล้วยิงด้วยเท้าซ้ายเต็มเหนี่ยว ซึ่งเป็นการยิงในระยะเผาขนและรุนแรงที่สุด ดร.ดิเรกตะครุบลูกไว้ได้เหมือนปาฎิหารย์ แล้วเตะลูกบอลไปกลางสนาม คนดูต่างตบมือเกรียวกราวให้เกียรติผู้รักษาประตู กะลามีรูกับเสี่ยหงวนวิ่งเข้ามาแย่งลูกพร้อมๆ กัน ต่างคนต่างโหม่งลูก แต่อาเสี่ยโหม่งทีหลังรอให้เซ็นเตอร์ฮ้าฟทีมมรณะตัวลอยลงมาเสียก่อนจึงโหม่งตาม ศีรษะของเสี่ยหงวนจึงกระแทกใต้คางเซ็นเตอร์ฮ้าฟพอดี เสียงดังพล๊อก ถึงแม้ว่านายกะลามีรูจะทรหดอดทนสักเพียงใด เขาก็ร้องโอ๊ยและล้มลงก้นกระแทกพื้นทันที พลปราดเข้าแย่งลูกตอนนี้และหลบในซ้ายของทีมมรณะไปได้ ผ่านลูกออกปีกซ้ายให้นิกร

อำนาจยามหากำลังทำให้นายจอมทะเล้นวิ่งเร็วยิ่งกว่ารถด่วน เขาเลี้ยงลูกห่างจากเท้าเพียงศอกเดียวเท่านั้น ตะวันลากับสาระแนวิ่งเข้ามาสกัดนิกร แต่นิกรพาลูกหลบไปได้ คราวนี้นิกรเลี้ยงเดี่ยวตรงไปยังประตูของทีมมรณะอย่างรวดเร็ว แฟนฟุตบอลร้องชู้ทพร้อมๆ กัน แบ็คซ้ายกับเซ็นเตอร์ฮ้าฟไล่กวดนิกรติดๆ มา แต่นิกรวิ่งเร็วกว่ามาก เร็วกว่านักวิ่งเร็วผู้ชนะเลิศกีฬาโอลิมปิค พอถึงจุดเส้นโทษนิกรก็หยุดลูกแล้วหันมากวักมือเรียกแบ็คซ้ายกับเซ็นเตอร์ฮ้าฟ ต่อจากนั้นเขาก็เลี้ยงลูกเข้าประตูไปอย่างสบาย ซึ่งสุดความสามารถที่ร๊าสเซยุ่มผู้รักษาประตูจะป้องกันไว้ได้

คนดูทั้งสนามลุกขึ้นยืนตบมือกระทืบเท้าโห่ร้องแซ็งแซ่ จนไม่ได้ยินเสียงนกหวีดเป่ายาว คงแลเห็นเจ้าคุณปัจจนึกฯ ชี้มือไปกลางสนามให้เริ่มต้นแข่งขันใหม่ ไฟที่ป้ายเหนืออัฒจันทร์ด้านเหนือปรากฎเลข 1 ทางด้านขวาของชื่อธนาคารสี่สหายแล้ว นิกรทำประตูได้ในนาที่ 2 ของการแข่งขันในครึ่งแรก ผู้คนที่ร้องยี้หรือร้องฮี้เพราะไม่ชอบนิกร ตอนกรรมการประกาศรายชื่อกลับมีศรัทธาในตัวเขา พวกนักฟุตบอลของไทยเราหลายร้อยคนที่นั่งดูอยู่ตามจุดต่างๆ รอบสนามต่างอ้าปากหวอไปตามกัน นิกรทำหน้าที่ปีกขวาได้ดีที่สุดในโลก ไม่เคยมีปีกขวาคนไหนวิ่งได้เร็ว และมีชั้นเชิงขนาดหยุดลูกรอคอยผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่งแล้ว เลี้ยงเดี่ยวเข้าประตูไปอย่างสวยงามเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ผู้เล่นกองหน้าของทีมธนาคารสี่สหายทั้ง 4 คน ต่างวิ่งเข้ามากอดและจับมือกับนายจอมทะเล้นของเรา ส่วนนักฟุตบอลของทีมมรณะเริ่มส่งเสียงเอะอะเป็นภาษาของเขา ประหลาดใจที่นักฟุตบอลไทยมีความสามารถขนาดนี้

ลูกบอลถูกเตะเริ่มต้นใหม่ที่จุดกลางสนาม โดยศูนย์หน้าของทีมมนุษย์กินคนเป็นคนเเขี่ยลูก

เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น ทวาราก็เขี่ยลูกไปให้ในซ้ายคือ อำโบจัมโบ กิมหงวนปราดเข้ามายกเท้าถีบหน้าอกในซ้ายถลาออกไป

"ปริ๊ด" เจ้าคุณปัจจนึกฯ เป่านกหวีดลั่นแล้ววิ่งเข้ามาหาอาเสี่ย ท่านเจ้าคุณยกมือชี้หน้าแล้วดุกิมหงวน "ทีหลังอย่างทำอย่างนี้นะ ถีบก็ถีบให้ถูกหน้าซีโว้ย" แล้วท่านก็พูดเสียงอ่อน "ยอมให้มันฟรีคิกเราเถอะวะ ไม่ต้องกลัวแพ้ ถ้าฝ่ายเราเสียประตูติดๆ กัน อาจะเป่าเส้นโทษมันตะบัน เอาคืนด้วยลูกเส้นโทษ"

เป็นอันว่าทีมมรณะได้เตะลูกโทษ กะลามีรูร้องตะโกนบอกพรรคพวกของเขาให้เล่นรุนแรงทันที เขาเตะลูกย้อนไปทางหน้าประตูธนาคารสี่สหาย ศูนย์หน้าวิ่งเข้ามาชารฺ์ทลูก ในเวลาเดียวกับที่ศาสตราจารย์ดิเรกกระโดดรับลูกด้วยวิธีคู้เข่าทั้งสองข้าง นายทวาราเจอเข่าขวาที่หน้าอกเสียงดังสนั่น ดร.ดิเรกรับลูกได้ก็เตะไปให้ปีกซ้ายคือสมชาติ ทะลุกัณฑ์

ตามปกติสมชาติเป็นดาราเท่าไฟที่วิ่งเร็วอยู่แล้ว เมื่อกินยามหากำลังเข้าไปก็วิ่งเร็วขึ้นอีกเป็น 3 เท่า ตุมป้ะ กะลาตัน และนาคามิดี ไล่กวดมา แต่ยิ่งไล่ก็ยิ่งห่าง ในเวลาเดียวกันกองหน้าของเราก็วิ่งตามขึ้นไปเพื่อคอยดักลูกหน้าประตู

สมชาติหยุดลูกและนิ่งเฉยตรงคอนเนอร์ เขาล้วงกระเป๋าหยิบบุหรี่ไม้ขีดไฟออกมาจุดสูบมวนหนึ่ง จนกระทั่งกองกลางและกองหลังของทีมมนุษย์กินคนเข้ามากลุ้มรุมกันแย่งลูก สมชาติเลี้ยงลูกกลับมาทางแดนของทีมธนาคารสี่สหายแล้วเลี้ยงเข้าไปกลางสนาม หลบหลีกนักฟุตบอลนิวกินนีอย่างคล่องแคล่วน่าดู เรียกเสียงตบมือโห่ร้องตลอดเวลา ในที่สุดเขาก็ส่งลูกไปให้ศูนย์หน้าคือพล แล้วร้องบอก

"เล่นไปก่อนเถอะครับ ผมขอดูดยาประเดี๋ยว"

พลกับเสี่ยหงวนวิ่งคู่กันไป กะลามีรูวิ่งเข้ามาเตะพล แบบคาบลูกคาบดอก แต่ไม่ผิดอะไรกับเตะเสาหิน อำนาจยามหากำลังไม่ได้ทำให้พลเจ็บปวดหรือสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย พลเขี่ยลูกไปให้ซ้ายคือประยงค์จอมลวดลาย ประยงค์เลี้ยงลูกเอวอ่อนไปอ่อนมาเหมือนดอกไม้ไหว นาคามิดีปรี่เข้ามาถีบเอาดื้อๆ ประยงค์ชกสวนด้วยหมัดขวาเต็มเหนี่ยว "พล๊อก"

แบ็คขวาถอนรากถอนโคนผงะหงายล้มลงศีรษะฟาดพื้นสิ้นสติสมปฤดี เจ้าคุณปัจจนึกฯ เป่านกหวีดยุติการแข่งขัน นักฟุตบอลทีมมรณะทำท่าจะเล่นงานนักฟุตบอลไทย เสี่ยหงวนรำมวยเต้นก๋าเข้าใส่

"มา...เข้ามา ไม่ได้กลับนิวกินนีละมึง เข้ามาซี เฮี้ยวก็เฮี้ยวกันซีวะ"

คนดูลุกขึ้นยืนร้องเอะอะทำท่าจะบุกเข้ามากระทืบนักฟุตบอลนิวกินนี ตำรวจและสารวัตรทหารวิ่งพล่าน แยกย้ายกันเข้ามาประจำริมสนาม ไม่ยอมให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาในเขตสนามอย่างเด็ดขาด

นายมากัสเจ้าของและผู้จัดการทีมมรณะวิ่งเข้ามาในสนามและพาล่ามแปลมาด้วย พวกนักฟุตบอลทีมมรณะช่วยกันหามแบ็คขวาลงนอนเปล ต่อจากนั้นพลเปลก็ช่วยกันหามออกไปจากสนาม นายมากัสปราดเข้ามาหาเจ้าคุณปัจจนึกฯ

"นักฟุตบอลไทยเบอร์ 10 ต่อยเด็กของผม ไล่ออกซีครับเจ้าคุณ"

ท่านเจ้าคุณสั่นศีรษะ "เด็กของคุณเตะเขาก่อน ถ้าเขาไม่ชกสวนเขาอาจจะถูกถีบกระเพาะเยี่ยวแตกตายก็ได้ อ้า..ผมจะทุ่มกลางเพื่อความยุติธรรม"

"อ้าว เจ้าคุณเป็นผู้ตัดสินทำอย่างนี้ก็ไม่ยุติธรรมซีครับ ถ้าแบ็คขวาของผมตายจะว่าอย่างไร"

เจ้าคุณปัจจนึกฯหัวเราะชอบใจ "ถ้าตายก็ต้องทำตามสัญญาน่ะซีคุณ คือมอบศพนายนาคามิดีให้พวกเราต้มกินตามที่ตกลงกันไว้ วันนี้พวกคุณไม่มีหวังได้กินนักฟุตบอลธนาคารสี่สหายแล้ว คุณออกไปจากสนามได้แล้ว"

นายมากัสเดินบ่นพึมพำออกไปจากสนาม เจ้าคุณปัจจนึกฯ เรียกกองหน้าทั้งสองฝ่ายเข้ามาหาแล้วทุ่มกลาง พอลูกตกถึงดินนักฟุตบอลก็เตะถีบกันอุตลุดถึงกับชนกันไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่นักฟุตบอลไทยมีกำลังราวกับช้างสาร จิตใจแข็งแกร่ง นักฟุตบอลทีมมรณะสามสี่คนจึงถูกหมัดศอกเข่าล้มลุกคลุกคลานไปตามกัน ท่านเจ้าคุณเป่านกหวีดลั่น และเข้าห้ามนักฟุตบอลทั้งสองฝ่ายให้เลิกฟัดกัน

การแข่งขันได้เริ่มต่อไปอย่างดุเดือด แต่ฝ่ายไทยมีชั้นเชิงมีกำลังเหนือกว่าเพราะอำนาจยามหากำลังของนายพลดิเรก ทีมมนุษย์กินคนได้เผชิญกับทีมที่แข็งแกร่งกว่าตนด้วยประการทั้งปวงเช่นนี้ ความเหน็ดเหนื่อยก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่างคนต่างก็เสียขวัญเสียกำลังใจและปอดลอยบ้างแล้ว

เสี่ยหงวนในขวาจับลูกที่เซ็นเตอร์ฮ้าฟส่งมาให้เขาได้ ก็เลี้ยงเดี่ยวจากกลางสนาม มิหนำซ้ำยังร้องตะโกนบอกพวกกองหน้าด้วยกัน

"ไม่ต้องตามมาพวกเรา ดูผมเล่นดีกว่า ใครหิวก็สั่งก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวแกงใต้ถุนอัฒจันทร์มากินเถอะ วันนี้เราต้อนหมูแล้ว"

กะลามีรูปราดเข้าสกัดกั้นตามหน้าที่ของเซ็นเตอร์ฮ้าฟ ซึ่งเป็นหัวใจของทีม เขาชนกับกิมหงวนอย่างจัง แต่งแรงปะทะของอาเสี่ยเหนือกว่ามาก เซ็นเตอร์ฮ้าฟจึงล้มกลิ้งไม่เป็นท่า เหมือนกับเขาวิ่งชนรถถัง เอ็ม.24 กิมหงวนเลี้ยงลูกต่อไป ทั้งลวดทั้งลายพราวไปหมด อดีตเสือเก่าอัสสัมชัญหลบแบ็คซ้ายเป็นด่านสุดท้ายในท่าเอวอ่อนเหมือนนางละเวง เขาเลี้ยงลูกพลางยกมือชี้หน้าร๊าสเซยุ่มผู้รักษาประตูแล้วตวาดลั่น

"อย่ารับนะ มือหักจะว่าไม่บอก"

แล้วกิมหงวนก็ชู้ทเต็มเหนี่ยว ลูกฟุตบอลสีขาวพุ่งไปแรงราวกับลูกปืน ร๊าสเซยุ่มนัยน์ตาเหลือกวิ่งหนีออกไปนอกประตู ลูกฟุตบอลผ่านประตูกระทบตาข่ายดังสวบ ความแรงทำให้ลูกบอลระเบิดตูม ตาข่ายคลุมหลังประตูหลุดลงมากองรวมกันอยู่บนพื้นดินท่ามกลางความตื่นเต้นของคนดูเสียงตบมือเสียงไชโยโห่ร้องดังขึ้นอีก ทีมไทยได้ประตูที่ 2 ในนาทีที่ 4 ด้วยการชู้ทอย่างวินาศสันติของในขวา คืออาเสี่ยกิมหงวนของเรา เจ้าคุณปัจจนึกฯ ดีใจกระโดดโลดเต้นวิ่งเข้าไปกอดกิมหงวน แต่พอนึกขึ้นได้ว่าท่านเป็นกรรมการผู้ตัดสินท่านก็รีบคลายมือออก ปล่อยให้พวกกองหน้าเข้ามาจับมือแสดงความยินดีกับอาเสี่ย ในเวลาเดียวกันคนงานก็รีบติดตาข่ายหลังประตูจนเรียบร้อย

คนดูสนุกสนานและตื่นเต้นอย่างที่สุดที่นักฟุตบอลของเราแต่ละคนเล่นได้ดีเกินความคาดหมาย นักฟุตบอลนิวกินนีหน้าจ๋อยไปตามกัน ทีมมรณะเหลืออยู่เพียง 10 คนเท่านั้น นายนาคามิดีแบ็คขวายังอยู่ในห้องปฐมพยาบาล และหมดหวังที่จะลงสนามได้อีก ตัวสำรองของทีมมรณะก็ไม่มี เพราะเล่นมาหลายสิบครั้งทีมมรณะไม่เคยบาดเจ็บแม้แต่น้อย เคยเตะคู่ต่อสู้ตายทุกครั้งอย่างน้อยทีมละสองสามคน เพิ่งมาเจอะทีมที่แข็งแกร่งกว่าวันนี้

ลูกบอลถูกตั้งกลางและเขี่ยกลางอีก

"ปริ๊ด" เจ้าคุณปัจจนึกฯ เป่านกหวีดเริ่มการแข่งขัน

ทวาราเขี่ยลูกบอลไปให้ในขวา ในขวาพาลูกหลบประยงค์ขึ้นไปในแดนของธนาคารสี่สหาย ดำรงวิ่งเข้าสกัดแต่เตะผิด จาคาซะราวัดออกลูกทางปีกขวา แต่ออฟไซ้ด์เพราะกะลาตันขึ้นไปคอยลูกอยู่ก่อน เจ้าคุณปัจจนึกฯ จึงเป่านกหวีดให้ฝ่ายธนาคารสี่สหายเตะลูกโทษ

ก่อเกียรติแบ็คซ้ายเตะลูกข้ามไปให้ปีกขวา นิกรปราดเข้ารับลูกเลี้ยงเดี่ยวขึ้นไปทันที คนดูโห่ร้องเกรียวกราว กองกลางและกองหลังของทีมมรณะไม่สามารถจะติดลูกได้ และวิ่งกวดนิกรไม่ทัน นิกรพาลูกตรงแน่วไปที่ประตูชู้ทด้วยเท้าขวาเบาๆ ลูกบอลพุ่งเฉียดเสาประตูเข้าไปตุงอยู่ในตาข่าย ผู้ตัดสินเป่านกหวีดยาว แฟนฟุตบอลลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นตบมือเป่าปากกระทืบเท้าโห่ร้องด้วยความดีใจ

เพียง 5 นาทีทีมธนาคารสี่สหายทำประตูได้ 3 ประตูแล้ว ผู้พิชิตแชมเปี้ยนโลกกลายเป็นหมูสนามถูกต้อนย่อยยับ

การแข่งขันเริ่มต้นต่อไป กองหน้าของทีมมรณะถอนกำลังมาทำหน้าที่เป็นแบ็คขวาคนหนึ่งคือจาคาซะราวัด ผู้เช่นในตำแหน่งในขวา กะลามีรู หัวหน้าทีมสั่งงานเสียงลั่นไปหมดให้คอยคุมกิมหงวนกับนิกรไว้

พอเจ้าคุณปัจจนึกฯ เป่านกหวีดเริ่มการแข่งขันทีมมรณะ ซึ่งตั้งอกตั้งใจเล่นก็พาลูกบุกขึ้นไปแล้วพาลูกออกปีกซ้าย อุมปาปาเลี้ยงลูกไต่เส้นอย่างคล่องแคล่ว เมื่อบรรจงวิ่งเข้ามาปะทะปีกซ้ายก็หลบได้นิดหนึ่งแล้วยิงลูกย้อยไปตกหน้าประตู คราวนี้เกิดการชุลมุนกันแทบจะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ศาสตราจารย์ดิเรกเลี้ยงลูกไปจากหน้าประตูทันทีแล้วพาลูกไปกลางสนาม เป็นครั้งแรกที่ผุ้รักษาประตูทิ้งหน้าที่และเลี้ยงเดี่ยวเข้าไปในแดนข้าศึก กองกลางและกองหลังเข้าแย่งลูก แต่นายแพทย์หนุ่มหลบไปได้ พวกกองหน้าของทีมธนาคารสี่สหายยืนหัวเราะงอหายไปตามกัน ขบขันที่ผู้รักษาประตูทำหน้าที่เป็นกองหน้าเลี้ยงลูกบุกตะลุย

จาคะซะราวัดปราดเข้าเตะตัดลูกนอกเขตโทษเพียงเล็กน้อย ดร.ดิเรก เขี่ยลูกลอดขาจาคาซะราวัดไปได้ แล้วเลี้ยงลูกตรงเข้าหาประตู ยิงด้วยหัวรองเท้าข้างขวาเพียงเบาๆ ลูกบอลผ่านมุมประตูข้างขวาเข้าไปตุงในตาข่ายท่ามกลางเสียงโห่ร้องและเสียงหัวเราะของคนดูหลายหมื่นคน

ป้ายไฟฟ้าปรากฏเลข 4 ทางฝ่ายไทยแล้ว ทีมมนุษย์กินคนปราชัยย่อยยับอย่างที่เรียกว่าไม่มีทางสู้

เริ่มใหม่ศูนย์หน้าของทีมมรณะเขี่ยลูกไปให้ในซ้ายของเขา อำโบจัมโบผ่านลูกไปให้ปีกซ้าย แต่ก่อนที่อุมปาปาจะพาลูกเลี้ยงขึ้นไป อัสดงก็วิ่งเข้ามาเตะรวบทั้งคนทั้งลูก

"ตูม" ลูกฟุตบอลแตกระเบิดเสียงดังโพล๊ะ แล้วก็มีเสียงระเบิดเบาๆ พอได้ยิน ดังออกมาจากร่างของปีกซ้ายทีมมรณะ ซึ่งกำลังนอนดิ้นอยู่ริมสนาม เขาชักพราดๆ น่าสงสาร หน้าซีดเซียวจนเขียว พลเปลสองคนแบกเปลวิ่งเข้ามาในสนาม เจ้าคุณปัจจนึกฯ สั่งหยุดการแข่งขันชั่วขณะ นักฟุตบอลของทีมมรณะวิพากษ์วิจารณ์กันเสียงลั่น

ปีกซ้ายถูกใส่เปลหามออกไป การแข่งขันได้ดำเนินต่อไปอีก ฝ่ายทีมมรณะเหลือคนเล่นเพียง 9 คนเท่านั้น แต่ก็มานะกัดฟันต่อสู้และเล่นรุนแรงตลอดเวลา ในนาทีนั้นเองประยงค์ก็ได้ลูกจากสมชาติปีกซ้าย ซึ่งเตะโด่งมาหน้าประตู ประยงค์จึงโหม่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม และพอเริ่มใหม่ได้เพียงชั่วครู่เดียว สมชาติก็บุกเดี่ยวเข้าไปยิงได้เป็นประตูที่ 6 ซึ่งการแข่งขันในครึ่งแรกผ่านไปได้เพียง 10 นาทีเท่านั้น

ถึงแม้ฝ่ายทีมมรณะไม่มีทางที่จะเอาชนะหรือตีเสมอได้ ทุกคนก็เล่นดุเดือดแบบถึงลูกถึงคน กองหน้าของมนุษย์กินคนมีโอกาสบุกเข้าไปยิงประตูได้หลายครั้ง แต่ศาสตราจารย์ดิเรกรับลูกอันตรายไว้ได้ทุกครั้งไป จนกระทั่งศูนย์หน้าของนิวกินนีร้องอุทธรณ์ต่อเจ้าคุณปัจจนึกฯ สงสัยว่าผู้รักษาประตูของฝ่ายไทยเอากาวทามือไว้ จึงรับได้ทุกที

ครั้งหนึ่งเกิดชุลมุนกันในเขตโทษของทีมมรณะ นายกะลามีรู เซ็นเตอร์ฮ้าฟใช้ศอกขวากระแทกหน้าพลจนหน้าหงาย ทันใดนั้นเองกิมหงวนก็ปราดเข้าเตะรวบทั้งลูกทั้งคนเต็มแรง อำนาจยามหากำลังทำให้ร่างอันสูงใหญ่ของนายกะลามีรู ลอยเข้าไปในประตูฟุตบอลของเขาแล้วนอนหงายเยียดยาวสิ้นสติอยู่ข้างตาข่าย เสี่ยหงวนถือโอกาสชู้ทประตูเต็มเหนี่ยว ลูกบอลพุ่งเข้าไปถูกตาข่ายขาดหลุดลงมาคลุมร่างเซ็นเตอร์ฮ้าฟพอดี เจ้าคุณปัจจนึกฯ เป่านกหวีดยาวเป็นสัญญาณว่าฝ่ายไทยเราได้ประตูแล้ว

ธนาคารสี่สหายชนะ 7 ประตู ต่อ 0 เซ็นเตอร์ฮ้าฟของทีมมรณะถุกใส่เปลหามออกไปจากสนามแล้ว เป็นอันว่าฝ่ายมนุษย์กินคนเหลือผู้เล่นอีก 8 คน และหลายคนกำลังสะบักสะบอมเพราะถูกกระแทก ถูกเหยียบ หรือถูกชนล้มลุกคลุกคลาน ส่วนทีมธนาคารสี่สหายทั้ง 11 คน ยังไม่มีใครเหน็ดเหนื่อยหรือบาดเจ็บแม้แต่น้อย ทั้งนี้ก็ด้วยอำนาจยาวิเศษของนายแพทย์หนุ่มนั่นเอง ทุกคนคึกคักเข้มแข็งตลอดเวลา

พอเริ่มใหม่ได้ไม่ถึงนาที พลกับกิมหงวนก็พาลูกบุกเข้าไปในแดนข้าศึกเพียง 2 คน เท่านั้น กองกลางและกองหลังของทีมมรณะรั่วแล้ว เพราะตัวไม่ครบนั่นเอง สาระแนแบ็คซ้าย ซึ่งทำหน้าที่เป็นเซ็นเตอร์ฮ้าฟด้วย วิ่งเข้าสกัดเสี่ยหงวน แต่อาเสี่ยเขี่ยลูกไปให้ศูนย์หน้าเพื่อนเกลอของเขาก่อน พลยิงในเขตโทษค่อนข้างแร ร๊าสเซยุ่มผู้รักษาประตูกระโดดรับลูก แต่ความแรงของลูกบอลทำให้ลูกบอลแฉลบเข้าไปในประตูจนได้ ผู้รักษาประตูสะบัดมือเร่าๆ

คนดูเริ่มทยอยกันออกสนามบ้างแล้ว เพราะเห็นเขาฆ่าหมูไม่ได้ แต่นักดูฟุตบอลจริงๆ ไม่ยอมลุกจากที่นั่ง เพราะทุกคนกำลังประหลาดอัศจรรย์ใจเหลือที่จะกล่าว เท่าที่ทีมธนาคารสี่สหายเล่นฟุตบอลได้ดีที่สุด ทั้งกำลังทั้งชั้นเชิงและบอลคอนโทรล รวดเร็วว่องไวถึงลูกถึงคนเหมือนทีมเทวดา

ทีมมรณะเล่นเนือยลงบ้างแล้ว เพราะขาดหัวใจของทีมคือนายกะลามีรู ผู้เป็นเซ็นเตอร์ฮ้าฟ ฝ่ายไทยรุกตลอดเวลาและเล่นกันเพียงครึ่งสนามทางด้านเหนือเท่านั้น กะลาตันปีกขวาน้องชายกะลามีรูเล่นตุกติกมีรายการเหยียบย่ำและถีบตลอดเวลา ดังนั้น จึงถูกก่อเกียรติแบ็คซ้ายของเรารวบหัวรวบหางกินกลางตลอดตัว ถึงกับลงไปนอนแผ่เยียดยาว ทำตาเหล่ไปเหล่มา ต้องใส่เปลหามออกไปจากสนาม และหลังจากนั้นไม่ถึงนาที กิมหงวนก็ยิงได้อีกประตูหนึ่ง ด้วยลูกวอลเล่ย์ซึ่งนิกรเตะย้อนมาข้างหน้าเขา ตอนเตะคอนเนอร์

การเล่นรวดเร็วของทีมไทยทำให้ออฟไซ้ด์บ่อยๆ แต่บางทีเจ้าคุณปัจจนึกฯ ก็แกล้งทำเป็นไม่เห็น นักฟุตบอลของนิวกินนีพยายามเตะรวบนักฟุตบอลไทยก็ไม่สำเร็จ เพราะทุกคนว่องไวเหมือนลิงกำลังไม่ตก กองหน้าลงมาช่วยกองกลางและกองหลังต้านทานการบุกแบบสายฟ้าแลบของทีมไทยไว้อย่างหนาแน่น เมื่อ พล พัชราภรณ์ แลเห็น ดร.ดิเรกวิ่งมายืนข้างๆ เขา พลก็ลืมตาโพลง

"เฮ้ย แกเป็นโกล ไง๋ขึ้นมาถึงนี่"

นายแพทย์หนุ่มอมยิ้ม

"กันอยากเล่นกองหน้าว่ะ เลยทิ้งประตูบ้านไว้เฉยๆ ยืนอยู่ที่โน่นแมลงวันตอมขารำคาญเต็มทน"

ลูกบอลลอยมาแล้ว ศาสตราจารย์ดิเรกวิ่งเข้าสกัดลูกได้อย่างคล่องแคล่ว เขาทำหน้าที่ในซ้ายแทนประยงค์ซึ่งขี้เกียจเล่น ถอยลงไปยืนคุยกับเซ็นเตอร์ฮ้าฟ และสมชาติปีกซ้ายก็ยืนรวมกลุ่มอยู่ด้วย กองหน้าของทีมธนาคารสี่สหายจึงมีแต่เพียงสี่สหายของเราเท่านั้น

ดร.ดิเรกส่งลูกออกปีกขวา นิกรสต๊อบลูกได้ก็เตะเต็มเหนี่ยวทำให้ลูกบอลลอยละลิ่วออกไปทางหลังประตูทีมมรณะ แล้วนิกรก็วิ่งออกไปจากสนาม ผ่านสู่ตรงไปที่ริมรั้วตาข่ายร้องตะโกนเรียกเด็กขายสัปปะรดและมันแกวมาหาเขา

"เฮ้ย" เสี่ยหงวนร้องตะโกนลั่น "ออกไปทำไมโว้ย"

ปีกขวาโบกมือให้แล้วร้องตอบ

"ซื้อสัปปะรดว่ะ แกสามคนเล่นกันไปก่อนเถอะ ขอกินสัปปะรดเดี๋ยวเดียว"

ลูกบอลถูกนำมาตั้งที่เส้นหน้าประตู สาระแนแบ็คของทีมมรณะเตะไปกลางสนาม ดำรงโหม่งกลับมา ดร.ดิเรกวิ่งไปรับลูกเลี้ยงขึ้นมาอีก เขาเลี้ยงลูกบอลได้คล่องแคล่วอย่างไม่น่าเชื่อ เลี้ยงเดี่ยวบุกเข้าไปคนเดียว เสี่ยหงวนกับพลยืนมองดูอย่างขบขัน จนกระทั่งนายแพทย์หนุ่มชู้ทลูกบอลเข้าไปตุงตาข่ายในระยะเผาขน

พอเริ่มใหม่ทีมมรณะก็เล่นแบบเตะลูกเตะคน คราวนี้ก็เกิดซัดกันอย่างถึงใจพระเดชพระคุณคนดู กิมหงวนใช้ศอกซ้ายขวากระแทกหน้านักฟุตบอลนิวกินนีผงะไปหลายคน เจ้าคุณปัจจนึกฯ แทนที่จะเป่านกหวีดทำโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกลับยืนหัวเราะชอบใจ จนกระทั่งกิมหงวนเลี้ยงลูกผ่านมาทางท่านในระยะใกล้ชิด อาเสี่ยยกมือขวากระตุกนกหวีดในปากท่านเจ้าคุณติดมือไปด้วย ท่านเจ้าคุณร้องเอะอะเอ็ดตะโร

"อ้ายหงวน แกเอานกหวีดไปแล้วฉันจะตัดสินยังไงกันโว้ย"

เสี่ยหงวนเลี้ยงเดี่ยวบุกเข้าปอย่างคึกคะนอง พอเข้าเขตโทษอาเสี่ยก็ชู้ทเต็มแรง ผู้รักษาประตูรีบทรุดตัวลงนั่งยองยกมือปิดหน้า ลูกบอลพุ่งเข้าไปกระทบตาข่ายเสียงดังสวบ ต่อให้ประตูสองคนก็รับไม่ได้

ท่านเจ้าคุณยกนิ้วมือใส่ปากเป่าแทนเสียงนกหวีด ศิลปะการเป่าปากของท่านยังดีอยู่ เสียงดังไปทั่วสนามท่ามกลางเสียงตบมือโห่ร้องของคนดู กิมหงวนคนเดียวทำประตูได้ 4 ประตูแล้ว ทีมมรณะหน้าจ๋อยไปตามกัน หมดศรัทธาที่จะเล่นต่อไป ต่างแปลกใจอย่างยิ่งที่ทีมไทยแข็งแกร่งเช่นนี้ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้

ครึ่งชั่วโมงผ่านไปแล้ว ฝ่ายธนาคารสี่สหายทำประตูได้ถึง 11 ประตูแล้ว ฝ่ายทีมมรณะยังทำไม่ได้สักประตูเดียว ผู้พิชิตแชมเปี้ยนโลกเอาชื่อมาทิ้งที่เมืองไทยแล้ว แน่นอนละ วิทยุและหนังสือพิมพ์ทั่วโลกจะต้องกระจายข่าวนี้ วงการกีฬาฟุตบอลจะตื่นเต้นแปลกใจไปตามกัน ใน 5 นาทีของการแข่งขัน นิกรปีกขวาของเราก็ทำประตูได้อีกถึง 2 ประตูติดๆ กันและตอนใกล้จะหมดเวลาครึ่งแรก พลก็ชู้ทได้อีกประตูหนึ่งด้วยการเตะแปเข้าไปด้วยเท้าขวาขณะที่ติดพันกันหน้าประตู

เลขไฟฟ้าปรากฏว่าทีมไทยได้ 14 ประตูแล้ว พอเริ่มเขี่ยกลางได้ไม่ถึงครึ่งนาที เจ้าคุณปัจจนึกฯ ก็เป่าปากแทนนกหวีดหมดเวลาครึ่งแรก นักฟุตบอลทั้งสองทีมต่างเดินออกไปจากสนาม นายตะวันลาฮ้าฟซ้ายหมดแรงล้มลงสิ้นสติ เพราะเขาได้รับความเหน็ดเหนื่อยบอบช้ำมากเกินไป พวกนักฟุตบอลของทีมมรณะต้องช่วยกันหิ้วปีกลากถูลู่ถูกังเข้าไปในห้องปฐมพยาบาล

เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วสนามศุภชลาศัยทำให้บรรยากาศครึกครื้นขึ้น แฟนฟุตบอลบางตาไปบ้างแต่ก็ยังมีเหลืออยู่สองหมื่นเศษ ที่กลับบ้านเพราะบ้านอยู่ไกลและเห็นว่าทีมมรณะไม่มีทางสู้

ภายในห้องพักของนักฟุตบอลของทีมธนาคาร เสียงจ้อกแจ้กจอแจดังแซ่ดไปหมดจนแทบจะไม่รู้ว่าใครพูดอะไร ทุกคนตื่นเต้นยินดีไปตามกันและกล่าวชม ดร.ดิเรก ที่สามารถผลิตยมหากำลังได้ เจ้าแห้วทำหน้าที่บริการน้ำอัดลมแช่เย็น และผ้าขนหนูชุบน้ำแข้งหยดโอดิโคโลญ ให้แก่นักฟุตบอลโดยทั่วหน้ากัน

ระหว่างนั้นเจ้าคุณปัจจนึกฯ ผู้ตัดสินอาวุโสก็เดินยิ้มกริ่มเข้ามาในห้อง ทำให้เสียงจ้อกแจ้กจอแจเงียบกริบลงทันที

"ดีมากพวกเรา วิเศษมาก" ท่านเจ้าคุณพูดเสียงหัวเราะ "ขอชมเชยทุกคนที่เล่นดี ทั้งดุเดือดทั้งดุดัน ทั้งดุร้ายถึงลูกถึงคน แต่มักจะถึงคนไม่ถึงลูก โดยเฉพาะแกสี่คนเล่นได้ดีจริงๆ "

นิกรยิ้มให้พ่อตาของเขา

"คุณพ่อก็ตัดสินดีเหมือนกัน ตัดสินอย่างยุติธรรม โกงไปโกงมา ถ้าหากว่าพวกเราไม่ได้กินยามหากำลังของดิเรก ครึ่งแรกก็คงจะเสียประตูไม่ต่ำกว่าห้าหกร้อย ขณะนี้ผมรู้สึกตัวว่าผมมีกำลังพอๆ กับช้างเชียวครับ สามารถเล่นฟุตบอลได้จนสว่างโดยไม่เหนื่อย"

เจ้าคุณหัวเราะชอบใจ

"พ่อก็เหมือนกัน ยาของดิเรกทำให้พ่อวิ่งตามฟุตบอลตลอดเวลา โดยไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่น้อย" พูดจบท่านเจ้าคุณก็ทักทายกับพวกนักฟุตบอลโดยทั่วหน้ากัน

ก่อนจะหมดเวลาหยุดพัก นายมากัสได้พาตัวเดินเข้ามาในห้องพักของนักฟุตบอลไทยในท่าทางอันร้อนรน เขาปราดเข้ามาหยุดยืนเผชิญหน้ากิมหงวนเจ้าของและผู้จัดการทีมธนาคารสี่สหาย สีหน้าของนายมากัสซาราวันพันธุ์ดี เคร่งเครียดหม่นหมองผิดปกติ

"ว่าไงครับคุณมากัส คุณมาแสดงความยินดีต่อพวกเราที่สามารถเอาชนะทีมของคุณในครึ่งแรก 14 ประตูใช่ไหมครับ"

หัวหน้าเผ่ามาฮูยิ้มเศร้าๆ น่าสงสาร

"ถูกแล้วครับ ผมเป็นนักกีฬา เมื่อคุณชนะเรา ผมก็ต้องแสดงความยินดีด้วย แต่ว่า...ผมเสียใจ"

อาเสี่ยอมยิ้ม

"ดีใจเรื่องอะไรล่ะครับ"

นายมากัสลืมตาโพลง

"เสียใจครับ ไม่ใช่ดีใจ"

"อ๋อ ผมได้ยินเป็นว่าดีใจ ทำไมครับ"

นายมากัสร้องไห้ยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตา

"ผมเสียใจที่จะบอกคุณและพวกคุณว่า นักฟุตบอลของผมที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นฟุตบอลได้ตายไปแล้ว ทั้งห้าคน ซึ่งรวมทั้งนายตะวันลาฮ้าฟซ้ายที่ถูกหิ้วปีกออกมาจากสนามเมื่อกี้นี้ หมอบอกว่านายตะวันลา หัวใจหยุดเพราะเหนื่อยมากเกินไป นายอุมปาปากระเพาะแตก นายกะลาตันประสาทส่วนสมองได้รับความกระทบกระเทือนมากเกินไป เพราะถูกชกหัวฟาดพื้น นายกะลามีรูกับนายนาคามิดีตับแตกตายแล้ว"

นักฟุตบอลทีมธนาคารสี่สหายเงียบกริบไปตามกัน นิกรขมวดคิ้วย่น พอสบตากับนายมากัส เขาก็กล่าวขึ้น

"ตับแตกไม่น่าตายเลยนี่ครับ ผมเคยตับแตกเหมือนกันแต่ไม่ใช่ตับ คล้ายๆ กับตับแหละครับ อือ..ไง๋ตายได้ คุณว่านักฟุตบอลของคุณแต่ละคนอดทนไม่ใช่หรือ"

"จริงครับคุณนิกร แต่นักฟุตบอลพวกคุณไม่ผิดอะไรกับซิยินกุ้ยหรือซุปเปอร์แมน แข็งแรงยิ่งกว่าแรดหรือช้างเป็นไหนๆ ทุกคนมีชั้นเชิงยอดเยี่ยมไม่มีนักฟุตบอลทีมไหนสู้ได้ พวกผมแพ้ตั้ง 14 ประตูในครึ่งแรกมันเหมือนกับฝันไปครับ เหมือนกับว่าเด็กของผมเล่นฟุตบอลไม่เป็น คุณไปดูซีครับ 6 คนนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในห้องพัก เสียใจที่แพ้ยับเยินและเพื่อนร่วมทีมต้องตายจากไปถึง 5 คน"

พลพูดเสริมขึ้นเบาๆ

"ขอได้รับความเสียใจจากพวกเราทุกคนครับคุณมากัส ความจริงเราเล่นแรงในเกมเท่านั้น แต่การพลาดพลั้งเป็นของธรรมดา"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ยกนาฬิกาขึ้นดูเวลาแล้วพูดตัดบท

"อย่าเพิ่งคุยกันเลยคุณมากัส ไปบอกเด็กของคุณลงสนามเถอะ ได้เวลาแข่งครึ่งหลังแล้ว แข็งใจเล่นเถอะครับ ครึ่งนี้แพ้อย่างมากก็อีกในราว 100 ประตูเท่านั้น"

นายมากัสยิ้มแค่นๆ

"แพ้นับร้อยประตูมันบาสเก็ตนะครับ ไม่ใช่ฟุตบอลเด็กของผมรักตัวกลัวตาย ไม่มีใครยอมลงสนามอีกแล้วครับเจ้าคุณ"

ท่านเจ้าคุณลืมตาโพลง

"อ้าว แล้วทำยังไงล่ะคุณ"

"เจ้าคุณช่วยบอกกรรมการให้เขาช่วยประกาศหน่อยซีครับ ว่านักฟุตบอลของผมตายไปแล้ว 5 คน เหลืออีก 6 คนกำลังบอบช้ำแทบจะเดินไม่ไหว ไม่สามารถจะลงแข่งขันในครึ่งหลังได้ ประชาชนคนดูเขาคงจะเห็นใจหรอกครับ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หันมาทางเสี่ยหงวนเจ้าของและผู้จัดการทีมธนาคารสี่สหาย

"ว่าไงอ้ายหงวน"

อาเสี่ยนิ่งคิดสักครู่

"ก็ต้องงดการแข่งขันครึ่งหลังน่ะซีครับคุณอา คุณอาไปพูดกับหม่อมเถอะครับ หม่อมจะได้ให้โฆษกรีบประกาศให้คนดูทราบ"

"งั้นเรอะ ดีแล้ว อาจะออกไปพบกับหม่อมเดี๋ยวนี้" พูดจบท่านเจ้าคุณก็พาตัวเดินออกไปจากห้องพักนักฟุตบอล

นายมากัสสะอื้นเบาๆ เขาเลื่อนตัวเข้ามายืนข้างหน้านายจอมทะเล้นแล้วยกมือตบบ่านิกรเบาๆ

"คุณนิกรที่รัก คนอย่างผมเป็นคนรักษาวาจาสัตย์ สัญญาต้องเป็นสัญญาเสมอ ศพนักฟุตบอลของผมทั้ง 5 คน ผมจะมอบให้คุณเอามาต้มกินตามที่เราตกลงกันไว้"

นิกรทำคอย่นหายใจยาว

"โอ๊ย อย่าเลยครับคุณมากัส ผมกินไม่ลงแน่ คุณจะเอาไปฝังหรือเอากลับไปนิวกินนีก็ตามใจเถอะครับ ผมไม่ขัดข้อง"

นายมากัสยิ้มออกมาได้

"ขอบคุณมากครับคุณนิกร ถ้าเช่นนั้นผมจะจัดการต้มซุปศพนักฟุตบอลของผมแล้วเลี้ยงกันในพวกเราเป็นอาหารกลางวันพรุ่งนี้ ถ้าพวกคุณจะมาร่วมรับประทานด้วย ผมก็ไม่รังเกียจ อ้า..ผมขอแสดงความยินดีในชัยชนะของพวกคุณด้วยความจริงใจ แล้วก็..ทีมมรณะของเราเห็นจะไม่กล้าเดินทางมาแข่งขันที่กรุงเทพฯ อีกแล้วครับ พวกผมจะต้องใช้เวลาศึกษาหาความรู้อีกมากมาย อย่างน้อยก็ 10 ปี จึงจะเข้ามาแข่งขันในเมืองไทยอีก นักฟุตบอลเก่งอย่างนี้ผมเกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ผมไม่เคยเห็นจริงๆ "

นายมากัสผลุนผลันเดินออกไปจากห้องพักนักฟุตบอลของทีมธนาคารสี่สหายด้วยความเสียใจ และอับอายขายหน้า

โฆษกประจำสนาม ได้ประกาศทางเครื่องขายเสียง ให้ทราบทั่วกันว่า การแข่งขันฟุตบอลครึ่งหลังจำเป็นต้องงด เพราะนักฟุตบอลทีมมรณะต้องเสียชีวิตไป 5 คน เหลืออีก 6 คนก็บาดเจ็บบอบช้ำแทบจะเดินไม่ไหว เป็นอันว่าทีมธนาคารสี่สหายได้ชัยชนะอย่างงดงาม ที่พิชิตผู้พิชิตแชมเปี้ยนโลกในครึ่งแรกถึง 14 ประตูต่อ 0.