พล นิกร กิมหงวน 214 : ตุ๊กตาวิเศษ

ถึงแม้เป็นเวลาดึกสงัด ดร.ดิเรกก็ยังขลุกอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ของเขาตามลำพัง ท่ามกลางแสงไฟอันสว่างจ้าและห้องทดลองห้องนั้นเย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศ ดร.ดิเรกกำลังคิดยาฉีดรักษาโรคมะเร็งเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ เพราะโรคนี้ยังไม่มียาหรือนายแพทย์คนใดที่จะรักษาคนไข้ให้หายได้

เสียงประตูห้องถูกเคาะเบาๆ รวม ๓ ครั้ง นายแพทย์หนุ่มละสายตาจากเครื่องชั่งสำหรับเภสัชกรเงยหน้ามองไปที่ประตูแล้วกล่าวอนุญาตเสียงหนักๆ

"คัมอิน"

บานประตูกระจกฝ้าถูกเปิดออกช้าๆ ศีรษะอันล้านเลี่ยนของใครคนหนึ่งที่โผล่เข้ามานั้นต้องแสงไฟเป็นมันแผล็บ ท่านเจ้าคุณปัจจนึกฯ สวมเสื้อนอนเดินยิ้มกริ่มเข้ามาในห้อง ท่านปิดประตูเรียบร้อยแล้วเดินเข้ามาหา ดร.ดิเรกเขยใหญ่ของท่าน

"ตีหนึ่งแล้วคุณพ่อยังไม่นอนอีกหรือครับ" ดร.ดิเรกถามยิ้มๆ

"นอนไม่หลับว่ะ"

"ออไร๋ ถ้ายังงั้นทานยานอนหลับของผมสักเม็ดแล้วคุณพ่อจะนอนหลับสบาย คุณพ่อแก่แล้วต้องพยายามนอนหลับพักผ่อนร่างกายให้มาก"

ท่านเจ้าคุณโบกมือห้ามเมื่อเห็นนายแพทย์หนุ่มขยับจะเดินไปที่ตู้ยาของเขา

"ไม่ต้องดิเรก ยานอนหลับไม่ช่วยให้พ่อนอนหลับได้หรอก มาคุยกันดีกว่า พ่อมีเรื่องจะปรึกษาแกสักเล็กน้อยเกี่ยวกับร่างกายของพ่อแล้วแกจะได้รู้ว่าโรคนอนไม่หลับของพ่อนั้นเกิดจากอะไร"

นายแพทย์หนุ่มยิ้มเล็กน้อย เขาพาพ่อตาของเขาไปนั่งที่ม้ายาวริมห้องท่ามกลางความสงบเงียบ

"เล่าอาการให้ผมฟังเถอะครับ ผมจะรักษาให้อย่าลืมว่าผมเป็นหมอหัวนอกเชี่ยวชาญในการรักษาโรคทุกชนิด ฉีดยา ผ่าตัดติดต่อให้ดีตามเดิม รักษาโรค หู, คอ, จมูก, และก้น ได้ทั้งนั้น"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ทำตาปริบๆ

"โรคที่ก้นน่ะโรคอะไรวะ"

"อ้าว....ก็ริดสีดวงทวารน่ะซีครับ ชนิดเดือยไก่, กลีบมะไฟ, หรือ กลีบทุเรียน ผมฉีดยาปุ๊บเดียวหัวริดสีดวงฝ่อแห้งหายไปเลย"

ท่านเจ้าคุณหัวเราะเบาๆ

"พ่อป่วยเป็นโรคที่แกนึกไม่ถึงหรอกดิเรก"

นายแพทย์หนุ่มขมวดคิ้วย่น

"บอกหน่อยเถอะครับ คุณพ่อเป็นอะไร ความจริงเท่าที่ผมสังเกตดูก็รู้สึกว่าคุณพ่อแข็งแรงดีตลอดฤดูหนาวที่ผ่านมาคุณพ่อสุขภาพดีมาก ตื่นเช้ามอนิ่งวอล์คและเล่นห่วงฮูลาฮุปทุกวัน บางทีก็กระโดดเชือกชกลมและกระสอบทราย พวกเรายังนินทากันว่าคุณพ่อแข็งแรงเหมือนกับคนที่มีอายุในวัย ๕๐ ปีเท่านั้น เจ้าแห้วยืนยันว่าคุณพ่อยังเตะปี๊บดังสนั่นลั่นบ้าน"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ยิ้มแป้น แล้วกล่าวกับนายแพทย์หนุ่มอย่างเป็นงานเป็นการ

"นี่แหละ อ้ายความแข็งแรงของพ่อนี่แหละมันทำให้พ่อวุ่นวายใจเพราะฮอร์โมนมันยังมีอยู่ พูดกันอย่างเปิดอกก็คือว่าพ่ออยากมีเมียโว้ยดิเรก"

ดร.ดิเรกอ้าปากหวอ

"ออไร๋ ก็จะยากอะไรล่ะครับ" เขาพูดเสียงหัวเราะ "คุณพ่อมีเงินนับแสนบาทขึ้นไป คุณพ่อจะเลือกอีหนูที่สวยวิเศษอย่างไรก็หาได้ง่ายๆ ชนิดขบดังเป๊าะ หรือขบดังหนืดได้ทั้งนั้น"

ท่านเจ้าคุณทำตาปริบๆ

"ขบดังหนืดเป็นยังไงวะ"

"ก็ยายแก่ยังไงละครับ" ดร.ดิเรกพูดพลางหัวเราะพลาง

เจ้าคุณปัจจนึกฯ อดหัวเราะไม่ได้

"พูดกันเป็นงานเป็นการเถอะวะดิเรก"

"เอาซีครับ คุณพ่อจะให้ผมช่วยอะไรบ้างเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และการแพทย์ผมช่วยได้ทั้งนั้น หรือคุณพ่ออยากไปเที่ยวโลกพระจันทร์ผมจะสร้างจรวดส่งไป"

"ไปหาหอกอะไรวะ เพียงแค่โลกเราก็เที่ยวให้ทั่วเสียก่อนเถอะ อ้า ฟังพ่อดิเรก พ่อจะพูดกับแกในฐานที่แกเป็นนายแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ พ่อปรารภกับแกเมื่อกี้นี้เองว่าพ่อยังไม่แก่จนเกินไปถึงกับเตะปี๊บไม่ดังหรือเป่าขี้เถ้าไม่ฟุ้ง พ่อยังแข็งแรงอยู่ฮอร์โมนมันยังไม่หมดนั่นเอง พ่ออยากจะมีเมียสักคนหนึ่ง แต่เมื่อคิดถึงสังขาร คิดถึงวัยชราของพ่อก็ไม่กล้าที่จะมีเมียได้เพราะอับอายเขานั่นเอง เพื่อนฝูงพรรคพวกและคนที่นับถือพ่อเขาจะต้องค่อนขอดนินทาว่าตัณหากลับเมื่อแก่ นอกจากนี้ยังกลัวเมียแกและนังประไพจะอาละวาดเป็นปากเสียงกับผู้ที่เขาจะมาเป็นเมียพ่อ แทนที่พ่อจะมีความสุขกลับจะมีแต่เรื่องเดือดร้อนรำคาญใจ พ่อคิดมานานแล้วในเรื่องนี้ ในที่สุดก็เห็นแกเท่านั้นที่จะช่วยพ่อได้ ด้วยความรู้ความสามารถอันยอดเยี่ยมของแก"

ดร.ดิเรกยิ้มแก้มแทบแตก

"กรุณาอธิบายให้ผมเข้าใจหน่อยเถอะครับคุณพ่อ จะให้ผมช่วยยังไง"

คราวนี้เจ้าคุณปัจจนึกฯ มีท่าทางกระดากอายไม่น้อย

"แหม....อายจังโว้ย ไม่อยากบอกแกเลย"

ดร.ดิเรกลืมตาโพลง

"โน-ไม่ต้องอาย ขณะนี้เท่ากับว่าคุณพ่อเป็นคนไข้ของผม สุภาษิตของชาวธิเบตบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า อายหมอโรคไม่หาย อายควายไม่ต้องทำนา"

เจ้าคุณถอนหายใจหนักๆ

"คืออย่างนี้ดิเรก คือว่า-พ่ออยากจะให้แกสร้างเมียเทียมให้พ่อสักคนหนึ่ง พ่อจะได้มีเพื่อนนอนหายว้าเหว่ใจ"

นายแพทย์หนุ่มกลืนน้ำลายเอื้อก

"เมียเทียม" เขาอุทานขึ้นดังๆ

"ถูกแล้ว ยุคนี้อะไรๆ ก็เป็นของเทียมทั้งนั้น เป็นต้นว่ายางเทียม น้ำตาลเทียมซึ่งทำจากขี้เลื่อย นอกจากนี้ก็มีของเทียมสารพัด หน้าอกเทียม ตะโพกเทียม แม้กระทั่งใบหูเทียมยังมี ดวงดาวในท้องฟ้าก็มีดาวเทียมเกิดขึ้นแล้ว พ่อคิดว่าการสร้างเมียเทียมให้พ่อคงไม่ยากลำบากเกินความสามารถของแก หมดเปลืองค่าใช้จ่ายสักเท่าไร หรือแกต้องการงบประมาณเท่าใดพ่อจะจ่ายให้ นึกว่าช่วยพ่อเถอะวะ"

ดร.ดิเรกขมวดคิ้วย่นในท่าตรึกตรอง

"เมียเทียม....มันอาจจะเป็นไปไม่ได้นอกจากตุ๊กตายางที่มีสัดส่วนเหมือนผู้หญิงคนหนึ่ง"

ท่านเจ้าคุณพยักหน้า

"เออ-นั่นแหละ แต่มันคงจะเคลื่อนไหวได้ เดินได้ ขยับแขนขาได้ กระพริบตาได้และพูดได้บ้าง แกคิดว่าแกพอจะทำได้ไหมล่ะ"

นายแพทย์หนุ่มฮัมเพลงฝรั่งในลำคอเบาๆ สักครู่หนึ่งเขาก็กล่าวกับพ่อตาของเขาด้วยเสียงหนักๆ

"ออไร๋ ผมทราบความประสงค์ของคุณพ่อดีแล้ว คุณพ่อต้องการมีเมียตุ๊กตานั่นเอง แต่ให้มันเคลื่อนไหวได้และพูดได้"

"ใช่ พ่อต้องการอย่างนั้น พ่อรู้สึกว่ามันเป็นงานที่ไม่ง่ายจนเกินไปนัก การประดิษฐ์ตุ๊กตายางรูปผู้หญิงสาวสวยใครๆ ก็ทำได้ แต่กลไกที่จะบังคับมันให้เคลื่อนไหวได้หรือพูดได้น่ะซีมันทำได้ยาก"

ดร.ดิเรกหัวเราะเบาๆ

"ไม่มีอะไรที่จะยากสำหรับผมและไม่มีอะไรที่นักวิทยาศาสตร์ชั้นดีอย่างผมทำไม่ได้ เอาละครับขอเวลาให้ผมเพียง ๕ วันเท่านั้น ผมจะสร้างเมียเทียมให้คุณพ่อคนหนึ่งรับรองว่าสวยขนาดนางสาวไทยทีเดียว นอกจากนี้ยังเคลื่อนไหวได้และพูดได้ แต่มันจะพูดได้เพียงไม่กี่ประโยคและพูดจ้อกลับไปกลับมาด้วย ประโยคต่างๆ ที่ผมจะบันทึกเสียงเด็กสาวๆ ไว้ เมียเทียมหรือตุ๊กตาไฟฟ้านี้จะเป็นเมียที่ดีที่สุดของคุณพ่อ หล่อนจะซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อคุณพ่อตลอดไป เงินทองก็ไม่ต้องเสียให้ เครื่องเพชรหรือรถเก๋งหล่อนก็ไม่ต้องการ คุณพ่อจะเสียเงินก็แต่เพียงซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ให้หล่อนแต่ง ซื้อน้ำหอมอย่างดีพรมตัวหล่อนเท่านั้น ตอนกลางวันเก็บไว้ในห้องคุณพ่อโดยไม่ต้องสนใจอะไรตอนกลางคืนเสียบปลั๊กไฟฟ้าเข้าตัวหล่อน หล่อนก็จะปรนนิบัติคุณพ่ออย่างดีเยี่ยม"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ จุ๊ปาก

"วิเศษเลยดิเรก ถ้าแกทำได้อย่างนี้จริงๆ พ่อคงมีความสุขไม่น้อย แกต้องการเงินค่าใช้จ่ายเท่าใดวะดิเรก"

นายแพทย์หนุ่มนิ่งคิด

"ราว ๕, ๐๐๐ บาทก็พอครับ เพื่อนผมคนหนึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ เขาสร้างตุ๊กตายางขาย ผมจะไปติดต่อว่าจ้างเขาทำเป็นพิเศษส่วนกลไกบังคับมันผมจะทำเองใช้วิชาแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ยากอะไร แต่ถึงกระนั้นถ้านักวิทยาศาสตร์คนใดจะสร้างมันขึ้นมาได้ก็จะต้องใช้เวลาแรมปี"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ตื่นเต้นดีใจอย่างยิ่ง

"ตกลงดิเรก พรุ่งนี้เช้าพ่อจะจ่ายเงินสดให้แก ๕, ๐๐๐ บาทเพื่อให้แกสร้างเมียเทียมให้พ่อ"

"ออไร๋ ผมจะรีบสร้างตุ๊กตาวิเศษให้คุณพ่อโดยเร็วที่สุดรับรองว่าไม่เกิน ๕ วัน คุณพ่อต้องการขนาดไหน อายุสักเท่าใดบอกผมเสียก่อน"

ท่านเจ้าคุณยกนิ้วชี้มือขวาใส่ปากกัด แล้วแกว่งแขนซ้ายไปมาด้วยความกระดากอาย

"พ่ออยากได้อายุในราว ๒๐ ปี"

"ออไร๋ กำลังขบเผาะเชียวครับ เชฟล่ะครับ"

"แฮ่ะ แฮ่ะ ขนาดมาริลีน มอนโรก็แล้วกัน พ่อชอบอย่างนั้น ดูแล้วเพลินตาปลุกใจเสือป่า"

"ออไร๋ ผมรับรองว่าผมสร้างเมียตุ๊กตาให้คุณพ่อได้แน่นอน"

เจ้าคุณยิ้มแห้งๆ

"แต่แกต้องสัญญากับพ่อก่อนว่า แกจะไม่ปริปากพูดเรื่องนี้ให้ใครรู้เลย โดยเฉพาะอ้ายกรกับอ้ายหงวนให้มันรู้ไม่ได้เป็นอันขาด"

ดร.ดิเรกพยักหน้ารับรอง

"ไม่ต้องวิตกหรอกครับ ผมเป็นหมอผมรักษาความลับของคนไข้ทุกคนอย่างดีที่สุด ผมถือว่าคุณพ่อเป็นคนไข้ของผมคนหนึ่ง ผมไม่พูดให้ใครรู้หรอกครับแม้แต่ตัวผมเองผมก็จะพยายามลืมเรื่องนี้เสีย"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ลุกขึ้นยืน

"ดีมาก พ่อขอบใจแกมากดิเรก แกเป็นลูกเขยที่น่ารักจริงๆ "

"แล้วอ้ายกรล่ะครับ"

"อ๋อ พ่อตรวจน้ำคว่ำกะลาไปแล้ว ถ้าชาติหน้ามีจริงก็ขอให้พ่ออย่าได้พบกับอ้ายกรอีกเลย เป็นลูกเขยพ่อตากันแต่เพียงชาตินี้ชาติเดียวเท่านั้น พอกันทีพ่อไปนอนละโว้ยรบกวนเวลาแกมากแล้ว แกจะได้ทำงานของแกต่อไป"

ดร.ดิเรกยิ้มให้พ่อตาของเขา ท่านเจ้าคุณเดินยิ้มกริ่มออกไปจากห้องทดลองวิทยาศาสตร์ด้วยความหวังว่าในสี่ห้าวันนี้ท่านคงจะมีเมียเทียมนอนกกกอดให้ชื่นใจ ซึ่งท่านจะรักและถนอมเมียตุ๊กตาของท่านอย่างดีที่สุด

ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ดร.ดิเรก ได้ทุ่มเทเวลาทั้งหมดประดิษฐ์เครื่องกลไกขนาดเล็กของเขาขึ้นจนสำเร็จและบรรจุไว้ในตุ๊กตาผู้หญิงสาวสวยในวัย ๒๐ ปีคนหนึ่งซึ่งเขาจ้างเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ของเขาสร้างตุ๊กตาขึ้นด้วยยางผสมวัตถุเคมีบางอย่าง ทไให้เนื้องหนังของตุ๊กตาละเอียดอ่อนละมุนละไมเหมือนกับเนื้อนิ่มของหญิงสาวในวัยแรกรุ่น ส่วนสัดของตุ๊กตาเหมือนกับคนจริงๆ เอวคอด ตะโพกใหญ่ ส่วนเว้าส่วนโค้งเหมือนของน่าพิสมัย ผมของตุ๊กตาสีดำขลับเหมือนขนกาน้ำ ดัดและเซ็ทเรียบร้อย นัยน์ตาทั้งสองข้างกลอกไปมาและเมื่อล้มตัวลงนอนนัยน์ตาก็จะหลับได้เอง

จากการทดลองปรากฏผลเป็นที่พึงพอใจอย่างยิ่ง ตุ๊กตาสาวสวยสามารถเคลื่อนไหวได้ ปฏิบัติตามคำสั่งได้หลายคำสั่ง เช่น สั่งให้เดิน, หยุด, เลี้ยวขวา, เลี้ยวซ้าย, กลับหลังหัน, นั่งและนอน นอกจากนี้ยังพูดได้หลายประโยคซึ่งล้วนแต่เป็นประโยคที่ออเซาะฉอเลาะน่าฟังบันทึกเสียงโดยสาวสวยคนหนึ่งซึ่งเป็นแคชเชียร์ของดิเรกคลีนิคแห่งอาคารถนนราชดำเนิน เมื่อเสียบปลั๊กตุ๊กตาวิเศษของ ดร.ดิเรกก็จะมีสภาพเหมือนกับหญิงสาวที่น่ารักคนหนึ่ง ถ้าจะให้พูดก็เพียงแต่กดปุ่มกลไกเล็กๆ ที่ตุ๊กตาเท่านั้น

ดร.ดิเรกได้ทดลองซ้ำๆ ซากๆ คณะพรรคสี่สหายและท่านผู้ใหญ่ไม่มีใครระแคะระคายในเรื่องนี้ จนกระทั่งบ่ายวันหนึ่งซึ่งเป็นโอกาสปลอดคน ดร.ดิเรกก็ทำพิธีมอบตุ๊กตาสาวสวยให้พ่อตาของเขา หลังจากที่เขาได้แนะนำเจ้าคุณปัจจนึกฯ ให้รู้จักวิธีใช้จนเข้าใจดี ซึ่งไม่ยากอะไร

"โอ้โฮ แกนี่เลิศมนุษย์จริงๆ " ท่านเจ้าคุณกล่าวชมนายแพทย์หนุ่มด้วยความจริงใจ "แกเก่งมาก ตุ๊กตาตัวนี้ถูกใจพ่อมากที่สุด พ่อเชื่อเหลือเกินว่าถ้าแกผลิตตุ๊กตาเมียเทียมและผัวเทียมขาย สินค้าแกจะมีคนนิยมทั่งโลกและจะให้ผลกำไรแกปีละหลายสิบแสน"

ดร.ดิเรกยิ้มแป้น

"ออไร๋ ผมจะสร้างมันออกจำหน่ายในเร็วๆ นี้แหละครับ และจะสั่งซื้อเครื่องมือผลิตตุ๊กตามาจากอังกฤษ จ้างช่างตุ๊กตาฝีมือดีมาด้วยสักสองสามคน ผมจะสร้างเมียเทียมและผัวเทียมตลอดจนกระเทยเทียมออกจำหน่ายในเมืองไทยก่อน"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หัวเราะก้าก

"กระเทยเทียมน่ะแกจะสร้างทำไม"

นายแพทย์หนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากัน

"แล้วกันคุณพ่อ คุณพ่อคงไม่รู้ว่ายุคนี้เป็นยุคกระเทยเฟื่องนะครับ อาเสี่ยกระเป๋าหนักชอบเลี้ยงกระเทยหนุ่มๆ หน้าตาจุ๋มจิ๋มเหมือนกับผู้หญิง ทาปากน้อยๆ ผมหยักโศก สวมเชิร์ตฮาวายลายสะดุดตา นุ่งกางเกงทรงซิการ์ สวมสร้อยข้อมือและรองเท้าสีต่างๆ ถ้าผมทำตุ๊กตากระเทยเทียมใช้กลไกไฟฟ้าบังคับออกขาย ผมเชื่อว่าคงขายดีมากทีเดียว พวกกะลาสีเรือฝรั่งที่มาเมืองไทยก็พิศวาสพวกกระเทยไทยเรามาก"

ท่านเจ้าคุณพยักหน้ารับทราบ

"ก็เข้าทีดีเหมือนกัน แกจะขายตุ๊กตาผัวเทียมเมียเทียมตัวหนึ่งสักเท่าใดลองบอกพ่อซิ"

นายแพทย์หนุ่มยิ้มให้พ่อตาของเขา

"ตัวหนึ่งอย่างน้อยก็ต้องหมื่นบาทครับ"

"โอ้โฮ ไม่แพงเกินไปหรือ ราคาสูงอย่างนี้สงสัยว่าจะขายยาก"

"โน-ป๋า รับรองว่าผลิตไม่ทันเสียอีก ถ้ามนุษย์เทียมของผมออกสู่ท้องตลาด หนุ่มสาวก็ไม่จำเป็นที่จะต้องแต่งงานให้หมดเปลืองเงินทองหรือมีพันธะอันยุ่งยากต่อกัน ผมจะเปิดบริการเงินผ่อนเพื่อช่วยเหลือข้าราชการหนุ่มสาวที่มีเงินเดือนให้ได้มีผัวหรือเมียอย่างเสรี ชำระครั้งแรก ๔, ๐๐๐ บาทแล้วผ่อนส่งเดือนละ ๕๐๐ บาท สาวแก่หรือสาวทึนทึกตลอดจนแม่ม่ายหรือผู้หญิงที่มีหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ไม่จำเป็นจะต้องง้อผู้ชาย นอนคนเดียวรู้สึกหนาวหรือกลัวผีก็ซื้อผัวเทียมไปจากผมเพียงตัวเดียวมันจะทำหน้าที่ของสามีที่ดีอย่างครบถ้วน หยอกเย้ากันก็ได้ คุยกันก็ได้ จะพาไปเที่ยวตากอากาศหรือพาไปไหนก็สะดวกเพียงแต่คลายจุ๊บปล่อยลมออกให้แฟบแล้วพับใส่กระเป๋าเสื้อผ้า ถ้าต้องการให้มันเป็นเพื่อนเมื่อไรก็เอาสูบสูบลมเข้าไป เอาสายไฟเสียบปลั๊กไฟฟ้าเข้า ใช้ได้ทั้งไฟตรงไฟสลับ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ นิ่งฟังด้วยความสนใจยิ่ง

"วิเศษมากดิเรก แกเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยอดเยี่ยมจริงๆ "

ดร.ดิเรกมองตุ๊กตาหญิงสาวซึ่งกำลังนอนอมยิ้มอยู่บนเตียงผ่าตัด รูปร่างของมันอวบอั๋นน่ารักมันสวมเสื้อกางเกงอาบน้ำทะเลสีฟ้าอ่อนเย็นตาและแนบสนิทแน่นกับเนื้อของมัน

"คุณพ่อเอาไปเก็บไว้ในห้องนอนเถอะครับ ผมจะปล่อยลมออกเอามันใส่กระเป๋าเสื้อผ้าใบนี้พร้อมด้วยสูบลม"

ครั้นแล้วนายแพทย์หนุ่มก็คลายจุ๊บที่สีข้างซ้ายของตุ๊กตาออก อากาศที่อยู่ในนั้นก็ดันออกมาทันที เพียงครู่ตุ๊กตาวิเศษก็แบนแฟบติดกัน เว้นแต่ส่วนหน้าอกของมันที่มีเครื่องกลไกไฟฟ้าอยู่ข้างในเท่านั้น ดร.ดิเรกจัดแจงพับมันเป็นระเบียบเรียบร้อย ยกมันขึ้นวางลงในกระเป๋าเสื้อผ้าขนาดกลางหยิบสูบลมซึ่งเป็นสูบทองเหลืองวางไว้ข้างตุ๊กตาตัวนั้นแล้วปิดฝากระเป๋า

ท่านเจ้าคุณยื่นมือขวาให้ลูกเขยของท่าน

"พ่อขอบใจแกมากดิเรก ต่อนี้ไปพ่อคงหายว้าเหว่ใจแล้ว คืนนี้พ่อจะนอนกับตุ๊กตาตัวนี้"

ดร.ดิเรกอมยิ้มเล็กน้อย

"ควรจะตั้งชื่อมันเสียด้วยนะครับคุณพ่อ จะช่วยให้มันมีชีวิตชีวาขึ้นอีก"

"เออ จริงของแก ถ้าเช่นนั้นพ่อจะตั้งให้ชื่อมันว่าตุ๊กตา เหมาะสมดีกว่าชื่ออื่นๆ ฮ่ะ ฮ่ะ ขอบใจแกมากดิเรกแล้วก็ถ้าแกรักเคารพพ่อละก้อ แกต้องปิดบังเรื่องนี้ให้เป็นความลับตลอดไปนะ"

"ไม่ต้องวิตกครับ ถ้าไม่จำเป็นผมจะไม่พูดเป็นอันขาด"

ท่านเจ้าคุณทำคอย่น แล้วเอ็ดตะโรลั่น

"ถึงจำเป็นก็พูดไม่ได้โว้ย"

ครั้นแล้วเจ้าคุณปัจจนึกฯ ก็ยกกระเป๋าเสื้อผ้าลงมาจากเตียงผ่าตัดพาตัวเดินออกไปจากห้องทดลองวิทยาศาสตร์

ตอนหัวค่ำวันนั้น

บ้าน "พัชราภรณ์" ค่อนข้างเงียบเหงา เจ้าคุณประสิทธิ์ฯ คุณหญิงวาดพาสี่นางไปพักผ่อนที่บางแสนเมื่อตอนเช้าวันนี้และจะกลับพรุ่งนี้ พล, นิกร, กิมหงวน และดร. ดิเรกชวนกันไปรับประทานอาหารที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งทางบางกะปิใกล้ๆ กับบ้าน "พัชราภรณ์" นั่นเอง ตอนแรกเสี่ยหงวนชวนเจ้าคุณปัจจนึกฯ ไปด้วย แต่เจ้าคุณปฏิเสธอ้างว่าท้องเสีย สี่สหายจึงไปกันเพียง ๔ คน และกลับมาถึงบ้านในราว ๑๙.๓๐ น. ที่ไม่ไถลไปเที่ยวที่อื่นก็เพราะคุณหญิงวาดสั่งกำชับให้ พล, นิกร, กิมหงวน และดร. ดิเรกอยู่เฝ้าบ้านในตอนกลางคืนเนื่องจากมีข่าวหน่วยงัดแงะคณะหนึ่งจะบุกเข้าโจรกรรมบ้าน "พัชราภรณ์" และหัวหน้าหน่วยงัดแงะเป็นอดีตนักขับสามล้อปลูกกระท่อมอยู่ในซอยข้างบ้าน เมื่อทางราชการสั่งให้เลิกสามล้อเขาก็เปลี่ยนอาชีพเป็นโจร และมีฉายาว่า "อ้ายนิ้วกุด"

คาดิลแล็คเก๋งซึ่งขับโดยอาเสี่ยกิมหงวนผู้เป็นเจ้าของ รถคลานเอื่อยๆ มาหยุดหน้าตึกใหญ่ สี่สหายต่างพากันลงจากรถในท่าสลึมสลือไปตามๆ กัน ทุกคนค่อนข้างมึนเมา ใบหน้าแดงก่ำ กลิ่นวิสกี้ฟุ้งไปหมดราวกับโรงต้มกลั่น

อาเสี่ยเป่าปากแล้วพูดเสียงหนักๆ

"เมาว่ะ กันดื่มคนเดียวตั้งครึ่งขวด"

นิกรว่า "กันดื่มแก้วเดียวเท่านั้น แต่เมาจนบอกไม่ถูก เมากับแกล้มและกับข้าวโว้ย กินเสียพุงแทบระเบิด"

พลทำท่าขย้อนเหมือนกับจะอ้วก แต่แล้วก็ไม่ยอมอ้วกเพราะนึกเสียดายอาหารดีๆ เขาเดินนำหน้าพาเพื่อนเกลอทั้งสามขึ้นบันไดไปบนตึก พอเข้ามาในห้องโถง ดร.ดิเรกก็กล่าวว่า

"ขอโทษทีโว้ยพรรคพวกกันต้องขอตัวไปทำงาน"

พลยิ้มให้ให้นายแพทย์หนุ่ม

"กำลังทดลองอะไรหรือหมอ"

"ก็ทดลองเรื่อยเปื่อยไปยังงั้นแหละ แกก็รู้ดีแล้วว่านักวิทยาศาสตร์ชั้นดีมักจะขลุกอยู่แต่ในห้องทดลอง" พูดจบ ดร.ดิเรกก็ยกมือขวาโบกให้เพื่อนๆ ของเขาแล้วเดินโซเซออกไปทางหลังตึก

อาเสี่ยกิมหงวนเดินไปเปิดเครื่องรับโทรทัศน์ขนาด ๒๑ นิ้ว ซึ่งเป็นตู้ยืนตั้งตระหง่านอยู่ริมผนังตึก พลกับนิกรต่างทรุดตัวนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน เสี่ยหงวนยืนอยู่หน้าเครื่องโทรทัศน์ สักครู่ก็หันมามองดูพลกับนิกร

"เครื่องส่งเสียกระมังโว้ย มีแต่จุดยิบๆ เต็มจอไปหมด"

พลหัวเราะเบาๆ

"แกเปิดรับช่องไหน"

กิมหงวนมองดูหมายเลขของช่องที่เขาเปิดรับ

"ช่อง ๑๐ ว่ะ"

นิกรหัวเราะก้าก

"ช่อง ๑๐ ต้องรออีกอย่างน้อย ๒๐ ปีโว้ยถึงจะมีสถานีส่ง"

"ว้า-แล้วเขารับกันช่องไหนล่ะ กันไม่เคยยุ่งกับมันเลย" พูดพลางก็หมุนช่องไปเรื่อยๆ แล้วกิมหงวนก็ตบมือหัวเราะชอบใจเมื่อแลเห็นภาพในจอโทรทัศน์ปรากฏเป็นภาพยนตร์เคาบอยตะวันตกเรื่องหนึ่ง กำลังควบม้าไล่ยิงกันอุตลุด

"เฮ้ยๆ เบาๆ โว้ย แสบแก้วหู" พลเอ็ดตะโรลั่น

อาเสี่ยหรี่เสียงลงพอได้ยินเฉพาะห้องโถง แล้วจึงเดินเข้ามานั่งบนโซฟาระหว่างกลางพลกับนิกร

"เป็นยังไง เสียงขนาดนี้พอฟังได้นะ"

"เออ-การเปิดวิทยุหรือโทรทัศน์ก็ต้องนึกถึงชาวบ้าน เปิดดังเกินไปหนวกหูเขา ปู่ย่าตายายที่นอนอยู่ในหลุมจะนอนสะดุ้ง แต่ว่าแถวบ้านเรามันห่างไกลกันค่อยยังชั่วหน่อย"

ขณะที่พลกับเสี่ยหงวนกำลังสนใจกับภาพยนตร์โทรทัศน์ นิกรก็เหลือบแลเห็นเจ้าแห้วยืนอยู่บนขั้นพักบันได พอสบตากับเจ้าแห้วก็ยกนิ้วชี้มือขวาขึ้นแตะริฝีปาก แล้วพยักเพยิดเรียกนิกร นายจอมทะเล้นขมวดคิ้วย่น ชี้หน้าอกตัวเองแล้วถามเจ้าแห้วโดยไม่ออกเสียง

"เรียกข้าเรอะ"

เจ้าแห้วพยักหน้า ทำกิริยาบุ้ยใบ้บอกให้นิกรรู้ว่าเขามีเรื่องสำคัญยิ่ง นิกรผุดลุกขึ้นยืนเดินไปที่บันไดขึ้นชั้นบน ก้าวขึ้นบันไดตรงเข้าไปหาเจ้าแห้ว

"มีอะไรเกิดขึ้น" นิกรถามโดยเร็ว

เจ้าแห้วมองมาทางพลกับกิมหงวน แล้วกระซิบกระซาบ

"รับประทานลับเฉพาะครับ ไปข้างบนเถอะครับ"

นิกรทำหน้าตื่นๆ เขาไม่พูดอะไรอีกเดินนำหน้าพาเจ้าแห้วขึ้นบันไดไปชั้นบน แล้วหยุดยืนที่เฉลียงตึก

"เร็ว-เล่าให้ข้าฟังเดี๋ยวนี้ ที่แกว่าลับเฉพาะน่ะเรื่องอะไร แต่ถ้าแกจะออกปากขอเงินฉันเป็นโดนเตะแน่นอน"

เจ้าแห้วทำหน้าตา

"รับประทานไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินครับ เงินผมเหลือใช้เสมอ รับประทานเมื่อตอนกลางวันเถ้าแก่โรงรับจำนำยังมาขอกู้ผม"

"แล้วแกให้ไปเท่าไหร่"

"เปล่าครับ รับประทานถ้ามีผมก็ให้ไปแล้วเพราะได้ดอกเบี้ยงามดี ผมมีอยู่ ๕ บาท รับประทานต้องเก็บไว้ รับประทานอีกตั้ง ๗ วันกว่าเงินเดือนจะออก"

นิกรยกเท้าขวาเตะหน้าแข้งเจ้าแห้วค่อนข้างแรง เสียงดังโป๊ก

"พูดอะไรเป็นเล่นเสมอ เสือกเรียกข้าขึ้นมาทำไม"

เจ้าแห้วมองซ้ายมองขวาแล้วพูดกับนิกรอย่างเป็นงานเป็นการ

"รับประทานผมสงสัยว่าเจ้าคุณปัจจนึกฯ ท่านเสียสติไปแล้วครับ"

นายจอมทะเล้นลืมตาโพลง

"ทำไมวะ ท่านทำอะไรอย่างที่คนธรรมดาเขาไม่ทำกันยังงั้นหรือ แกรู้ไหมว่าแกกำลังดูหมิ่นพ่อตาบังเกิดเกล้าของฉัน"

เจ้าแห้วอมยิ้ม

"รับประทาน ผมพูดความจริงครับไม่ได้ดูหมิ่น รับประทานไปแอบดูท่านซีครับ แล้วคุณก็จะลงความเห็นว่าท่านมีสติวิปลาสแน่ๆ "

นิกรสนใจอย่างยิ่ง

"เดี๋ยวเล่าให้ฉันฟังก่อนแกเห็นท่านทำอะไร"

เจ้าแห้วหัวเราะหึๆ

"รับประทานคืออย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่รับประทานผมขึ้นมาบนนี้เพื่อปิดประตูหน้าต่างห้องนอนของเจ้าคุณและคุณหญิงท่าน พอปิดเรียบร้อยจะกลับลงไปข้างล่างเดินผ่านห้องท่านเจ้าคุณปัจจนึกฯ รับประทานผมก็ได้ยินเสียงท่านเจ้าคุณหัวร่อต่อกระซิกพูดคุยกับใครในห้องนอนของท่าน รับประทานผมก็หยุดชะงักด้วยความแปลกใจ"

นิกรว่า "แล้วแกก็แอบมองดูที่รูกุญแจ"

"ครับ-ใช่ ทำไมคุณรู้ล่ะครับ"

"ก็แกมันนักดูถ้ำมองลือชื่อนี่หว่า ห้องน้ำหลังเรือนคนใช้แกเจาะรูไว้ตั้งเยอะแยะ จนกระทั่งพวกสาวใช้ต้องปิดไฟอาบน้ำ แล้วยังไงอ้ายแห้ว แกเห็นคุณพ่อพูดพล่ามอยู่คนเดียวยังงั้นหรือ คนเราลงพูดคุยกับตัวเองละก้อ เป็นมีหวังได้ไปอยู่เรือนชื่อเพราะๆ ในโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา"

เจ้าแห้วอมยิ้ม

"รับประทานเจ้าคุณท่านคุยกับตุ๊กตาครับ"

นิกรอ้าปากหวอแล้วถามโดยเร็ว

"ตุ๊กตาตัวเล็กๆ น่ะหรือ"

"มิได้ครับ รับประทานตัวโตขนาดเท่าคนจริงๆ ท่านคงซื้อจากบริษัทเลหลังแห่งใดแห่งหนึ่ง รับประทานเป็นตุ๊กตาผู้หญิงครับ แต่งชุดอาบน้ำ ผมเห็นทีแรกก็ตกใจนึกว่าเจ้าคุณพากะหรี่มาจากซ่องใดซ่องหนึ่งแถวบ้านเรา หน้าตาสวยครับ รับประทานเหมือนผู้หญิงสาวที่มีชีวิต"

"แล้วยังไง" นิกรซัก

เจ้าแห้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

"รับประทานเจ้าคุณท่านนั่งกอดจูบลูบคลำตุ๊กตาตัวนั้น แล้วพูดหนูยังงั้นหนูยังงี้ตามประสาคนแก่ที่มีเมียสาว รับประทานผมทั้งแปลกใจและขบขัน พอดีได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน รับประทานผมก็รีบลงไป"

นิกรมองไปตามเฉลียงหลังตึก นิ่งอึ้งไปสักครู่จึงกล่าวว่า

"ฉันคิดว่าคุณพ่อคงไม่ถึงกับเสียสติหรอกแก ท่านเพียงแต่เผลอๆ ไผลๆ ไปบ้างเท่านั้น บางทีเกิดฟิตขึ้นมาจนลืมตัวก็ได้ เคลิบเคลิ้มไปว่าตุ๊กตาตัวนั้นเป็นคนจริงๆ ไปดูให้เห็นเท็จจริงหน่อยเถอวะ ถ้าแกโกหกแกจะต้องมีความผิดฐานดูหมิ่นพ่อตาของฉัน"

เจ้าแห้วชักฉิว

"รับประทานไปดูซีครับ"

นายจอมทะเล้นพาตัวเดินไปตามเฉลียงหลังตึกผ่านห้องนอนหลายห้อง ในที่สุดเขาก็หยุดยืนหน้าห้องส่วนตัวของเจ้าคุณปัจจนึกฯ นิกรก้มลงมองดูตามรูกุญแจนั้นแล้วนิกรก็เย็นวาบไปหมดทั้งตัวเมื่อแลเห็นเจ้าคุณปัจจนึกฯ กำลังนั่งประคองตุ๊กตาตัวนั้นด้วยท่าทางสดชื่นรื่นเริงผิดปรกติ นิกรได้ยินเสียงท่านเจ้าคุณพูดกับตุ๊กตาเบาๆ

"ตุ๊กตาคนดีของป๋า หนูอยากได้อะไรบอกป๋านะ แหวนเพชร เครื่องเพชร เสื้อกระโปรงงามๆ รถเก๋งขนาดเล็กป๋าจะซื้อให้ขออย่างเดียวให้หนูซื่อสัตย์ต่อป๋าและเป็นของป๋าคนเดียวเท่านั้น"

ความประหลาดมหัศจรรย์ใจบังเกิดขึ้นแก่นิกรทันที เมื่อเขาได้ยินตุ๊กตาพูดแจ๋วๆ ด้วยเสียงหวานฉ่ำราวกับระฆังเงิน ขณะที่พูดนั้นปากของมันอ้าไปด้วยเหมือนกับคนพูดจริงๆ

"ป๋าขา ป๋าต้องสงสารหนู ป๋าทำลายหนูแล้ว ป๋าอย่าทิ้งหนูนะคะ"

นิกรใจหายวาบ เขารีบเงยหน้าขึ้นจากรูกุญแจนั้น ใบหน้าของเขาซีดเผือด เส้นผมบนศีรษะตั้งชันเขาไม่ได้เฉลียวใจว่าตุ๊กตาตัวนี้เป็นประดิษฐกรรมของนายแพทย์หนุ่ม

"อ้ายแห้ว" นิกรกระซิบเสียงสั่น "ตุ๊กตาผีว่ะ มันพูดแจ๋วๆ กระดุกกระดิกได้ นัยน์ตาก็กระพริบได้"

คำว่าผีทำให้เจ้าแห้วปอดลอยเสียขวัญทันที

"รับประทานมันพูดได้จริงๆ หรือครับ"

"เออ-ให้ดิ้นตายซีวะ"

เจ้าแห้วนิ่งคิด พยายามปลอบใจตัวให้เข้มแข็ง

"ไม่ใช่ตุ๊กตาผีหรอกครับ รับประทานคุณหมออาจจะทำให้ท่านเจ้าคุณท่านก็ได้ มันพูดได้ก็เพราะเครื่องยนต์กลไกในตัวของมัน"

คราวนี้นิกรเห็นพ้องกับเจ้าแห้วทันที

"จริงแหละโว้ย คุณพ่ออยากมีเมียเพราะท่านยังเตะปีบดังและเตะได้ไกลตั้งห้าหกเมตร กันเพิ่งนึกออกว่าหมู่นี้คุณพ่อป้วนเปี้ยนอยู่ในห้องทดลองบ่อยๆ อย่างไรเสียก็คงให้ดิเรกสร้างเมียเทียมให้ท่านคือตุ๊กตาพูดได้ตัวนี้ ใช่แน่ๆ แกรีบลงไปข้างล่างตามอ้ายพลกับอ้ายหงวนขึ้นมาบนนี้ซิ เล่าเรื่องให้มันฟังด้วย"

เจ้าแห้วรับคำแล้วเดินไปจากที่นั้น นิกรก้มลงมองดูที่รูกุญแจอีก นายจอมทะเล้นกลืนน้ำลาย ติดๆ กันหลายครั้งเมื่อแลเห็นพ่อตาของเขากำลังกอดจูบเล้าโลมตุ๊กตาวิเศษตัวนั้น เสียงตุ๊กตาพูดขึ้นอีกว่า

"อื้อ-พอแล้วค่ะป๋าขา แก้มหนูช้ำหมดแล้ว"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ กอดรัดฟัดตุ๊กตาของท่าน นิกรหลับตาปี๋แล้วเงยหน้ายืดตัวขึ้นยืนตรง เขามีความรู้สึกอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกับตกอยู่ในความฝัน นิกรเดินเตร่ไปมาที่หน้าห้องเจ้าคุณปัจจนึกฯ ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบซองบุหรี่ชั้นดีซึ่งมีเครื่องขีดไฟติดอยู่พร้อมออกมาเปิดออกจุดสูบมวนหนึ่ง แล้วนิกรก็สะดุ้งเฮือกเมื่อเขาได้ยินเสียงตุ๊กตาตัวนั้นหัวเราะดังออกมานอกห้อง

"อย่าค่ะป๋า หนูจั๊กจี้"

ทันใดนั้นเอง พลกับเสี่ยหงวนก็ปรากฏตัวขึ้นเจ้าแห้วตามติดมาด้วย สองสหายเดินเข้ามาหานิกรอย่างร้อนรน นายจอมทะเล้นทำกิริยาบุ้ยใบ้ให้สงบเงียบ พลกับอาเสี่ยค่อยๆ เดินย่องเข้ามาหา

"อย่าเอ็ดไป" นิกรกระซิบกระซาบ "เรากำลังพบเหตุการณ์ที่น่าประหลาดมหัศจรรย์ใจเหลือที่จะกล่าว"

เสี่ยหงวนพยักหน้ารับทราบ

"อ้ายแห้วมันเล่าให้กันกับพลฟังแล้วว่าคุณอามีเมียเป็นตุ๊กตา แต่พูดได้เคลื่อนไหวได้"

นิกรฝืนยิ้ม

"ถูกแล้ว ก้มลงมองดูที่รูกุญแจซี น่าประหลาดใจจริงๆ "

พลกับกิมหงวนต่างก้มตัวพร้อมๆ กันศีรษะจึงกระแทกกันเสียงดังโป๊ก ต่างคนต่างยืดตัวขึ้นยกมือคลำหน้าผากแล้วสูดปากเบาๆ

"อ้ายเปรต หัวแกแข็งเหมือนหัวอ้ายโจร" พลพูดเสียงกระซิบ

อาเสี่ยค้อนปะหลับปะเหลือก

"ยังจะพูดดีอีก หัวแกก็แข็งเหมือนสันขวาน"

พลรีบก้มมองดูที่รูกุญแจ นายพัชราภรณ์นัยน์ตาเหลือกเมื่อแลเห็นเจ้าคุณปัจจนึกฯ กำลังพรอดรักกับเมียเทียมของท่าน

"บอกป๋าหน่อยซิคนดี หนูรักป๋ามากไหมจ๊ะตุ๊กตา"

ตุ๊กตาอิเล็คโทรนิคตอบเสียงแจ๋วๆ

"หนูอายุย่างเข้าปีที่ ๒๐ ค่ะ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หัวเราะชอบใจ

"ป๋าไม่ได้ถามถึงอายุหนู ตอบใหม่ซิคนสวย"

พลกลืนน้ำลายดังเอื๊อก รีบเงยหน้าขึ้นทันทีแล้วกระซิบบอกกิมหงวน

"แกลองดูบ้างอ้ายหงวน ตุ๊กตาวิเศษหรือเมียเทียมตัวนี้ดิเรกต้องสร้างให้คุณอาแน่นอน"

เสี่ยหงวนก้มลงมองดูที่ช่องรูกุญแจทันที เขาแลเห็นภาพแบบถ้ำมองอย่างถนัด ตุ๊กตาสาวสวยแต่งชุดอาบน้ำนั่งอยู่บนตักเจ้าคุณปัจจนึกฯ กำลังยิ้มระรื่นยกมืออันขาวผ่องทั้งสองข้างโอบรอบคอท่านเจ้าคุณ

"ตุ๊กตาจ๋า ป๋าจะยกทรัพย์สมบัติของป๋าทั้งหมดให้หนูคนเดียว"

เครื่องกลไกบังคับตุ๊กตาพูดย้อนกลับประโยคแรกอีก

"ป๋าขา ป๋าต้องสงสารหนู ป๋าทำลายหนูแล้ว ป๋าอย่าทิ้งหนูนะคะ"

กิมหงวนผละจากรูกุญแจประตูยืดตัวขึ้นทันที

"ตายละวะ คุณอาได้เสียกับตุ๊กตาตัวนั้นแล้วว่ะ มันพูดออเซาะเหมือนกับสาวรุ่นๆ โอย-นี่กันฝันไปหรืออย่างไรวะ มีอย่างที่ไหนตุ๊กตาพูดได้และมีผัวเป็นมนุษย์"

พลว่า "ไม่แปลกอะไรอ้ายเสี่ย นักวิทยาศาสตร์มักจะทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้เสมอ คุณอามีเมียตุ๊กตาแน่ๆ เราก็รู้อยู่แล้วว่า ดิเรกเป็นจอมนักวิทยาศาสตร์"

นิกรจุ๊ปากดุพล

"เบาๆ หน่อย อย่าพูดดังนักถ้าคุณพ่อรู้ว่าพวกเราแอบดูท่าน ท่านคงจะอายและโกรธพวกเราถึงกับเอาปืนไล่ยิงพวกเราก็ได้ ไปคุยกันที่ห้องดีกว่า กันสนใจเรื่องเมียเทียมมากถ้ายังไงกันจะขอให้ดิเรกสร้างให้กันสักตัวหนึ่ง"

สามสหายต่างรู้สึกตื่นเต้นสนใจและแปลกใจอย่างยิ่ง ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเบาๆ เจ้าแห้วถือโอกาสก้มลงมองดูที่รูกุญแจ แล้วเจ้าแห้วก็เงยหน้ายกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก

"อะไรวะ" อาเสี่ยถาม

เจ้าแห้วชี้มือเข้าไปในห้อง

"รับประทานเจ้าคุณท่านอุ้มตุ๊กตาลุกขึ้นพาไปเตียงนอนครับ ท่าทางคล้ายๆ ลิงอุ้มแตงโม"

พลยกมือขวาเขกกบาลเจ้าแห้วเสียงดังสนั่น

"นี่แน่ะ ชักจะมากไปแล้วมึง"

นิกรพาพลกับกิมหงวนเดินผ่านเฉลียงหลังตึกตรงไปยังห้องนอนของเขา เจ้าแห้วก้มลงมองดูบทบาทรักของท่านเจ้าคุณต่อไป แต่แล้วเจ้าแห้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อเจ้าแห้วมองเห็นแต่ความมืด เพราะเจ้าคุณปัจจนึกฯ ดับไฟฟ้าในห้องนอนของท่านเสียแล้ว

ตอนเที่ยงวันต่อมา

พล พัชราภรณ์ ได้รับโทรเลขด่วนของเจ้าคุณประสิทธิ์ฯ หนึ่งฉบับมีข้อความว่า ท่านกับคุณหญิงวาดพร้อมด้วยนันทา, นวลลออ, ประภาและประไพจะเดินทางจากบางแสนไปจันทบุรีและจะไปพักที่จันทบุรีสักสองสามวันจึงจะกลับกรุงเทพฯ

เมื่อท่านผู้ใหญ่และเมียไม่อยู่บ้าน คณะพรรคสี่สหายก็สนุกสนานกันเต็มที่ พล, นิกร, กิมหงวน ต่างคาดคั้นเอาความจริงจาก ดร.ดิเรกในเรื่องตุ๊กตาวิเศษตัวนั้น ในที่สุดนายแพทย์หนุ่มก็ยอมรับสารภาพตามตรงว่า เขาได้สร้างเมียเทียมให้ท่านเจ้าคุณปัจจนึกฯ พ่อตาของเขา

"วิเศษมากหมอ" กิมหงวนกล่าวชม "เมื่อคืนพวกเราได้แอบดูคุณอาพูดคุยและพรอดรักกับเมียสาวของท่านตัวนั้นแล้ว มันพูดได้ ออเซาะฉอเลาะได้เหมือนกับคนจริงๆ สร้างให้กันสักตัวเถอะวะ อยากได้ขนาดอายุสัก ๑๒ ขวบ"

ดร.ดิเรกทำหน้าเหยเกชอบกล

"ถ้าอย่างนั้นเอาของจริงไม่ดีกว่าของเทียมหรือ"

กิมหงวนหัวเราะ

"ของจริงเดี๋ยวติดคุก สู้ของเทียมไม่ได้ไม่ผิดกฎหมาย"

นิกรพูดเสริมขึ้นอย่างเป็นงานเป็นการ

"กันก็อยากได้สักตัวเหมือนกัน สวยหรือไม่สวย อายุมากน้อยไม่แปลก ขอให้อ้วนๆ ผิวขาวผ่องเป็น โอ.เค.ซิกาแร็ต"

พลว่า "กันด้วยโว้ยหมอ สร้างเมียเทียมให้พวกเราคนละตัวเถอะวะ ค่าใช้จ่ายตัวละเท่าไรก็ว่ามา"

ดร.ดิเรกมองดูเพื่อนเกลอทั้งสามอย่างแปลกใจ

"ความจริงแกก็มีเมียอยู่แล้วและเมียของแกทั้งสามคนก็ยังสวยพริ้งอยู่ ส่วนเว้าส่วนโค้งยังน่าพิสมัยทั้งนั้น เมียเทียมถึงแม้จะพูดได้เคลื่อนไหวได้ มันก็ทำได้เท่าที่เครื่องกลไกบังคับมัน บางทีเราถามอย่างหนึ่งมันก็ตอบอย่างหนึ่งสู้เมียแท้ๆ ของเราไม่ได้"

กิมหงวนโบกมือ

"ไม่จริงหมอ กันต้องขอคัดค้านว่าเมียตุ๊กตาหรือเมียเทียมดีกว่าเมียมนุษย์ว่ะ เพราะมันไม่รู้จักถลุงเงิน ไม่พยายามทำตัวเป็นมารดาเรา ไม่ขี้บ่นจู้จี้ให้เรารำคาญใจ โดยเฉพาะมันคงไม่ทุบตีเราเมื่อเราเมาเหล้า แกสร้างให้กันเถอะหมอ เลือกหุ่นให้มีหน้าคล้ายๆ ยีนส์ ซินมอนนะ"

นิกรว่า "ของกันให้เหมือน เจน รัสเซล"

"ออไร๋ ออไร๋ การสร้างเมียเทียมไม่ยากอะไรขอทุนให้กันคนละ ๕, ๐๐๐ บาทเท่านั้น รับรองว่าอย่างช้าเพียงสัปดาห์เดียวกันจะสร้างเสร็จเรียบร้อย แต่อยากให้แกทดลองดูก่อน ขอยืมตุ๊กตาของคุณพ่อเอาไปนอนกอดดูคนละคืนถ้าพอใจกันจะสร้างเมียเทียมให้"

พลกล่าวขึ้นทันที

"ไม่สำเร็จแน่ ตุ๊กตาตัวนั้นมันเป็นเมียคุณอาแล้ว ที่ไหนท่านจะยอมให้เราขอยืมเมียเอามานอนกอด"

เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างพร้อมกันลั่นห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ดร.ดิเรกเห็นพ้องด้วยตามที่พลพูด

"จริงโว้ย ของพรรค์นี้มันยืมกันไม่ได้ ขโมยเอาซิวะ ตอนกลางวันท่านไม่อยู่ก็ลองขโมยเอาไปนอนกอดพูดคุยกันดู"

อาเสี่ยหัวเราะหึๆ

"ดีเหมือนกัน เห็นจะต้องใช้วิธีขโมย กันเอาแน่และถ้าหากว่ากันได้รับความสุขจากเมียเทียมตัวนั้น กันอาจจะโกงคุณอาเอาไว้ก็ได้ เพราะเพียงแต่ปล่อยลมออกพับเก็บซ่อนไว้ในตู้ คุณอาท่านก็ไม่รู้และนึกไม่ถึง ท่านคงจะคิดว่าเมียตุ๊กตาของท่านคงหนีตามออร์เหลนข้างบ้านไปแล้ว"

บ่ายวันนั้น ท่านเจ้าคุณปัจจนึกฯ แต่งสากลขับรถดอดจ์เก๋งของท่านไปจากบ้าน "พัชราภรณ์" ในเวลา ๑๖.๐๐ น.เศษ เพื่อไปประชุมที่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งท่านเป็นหุ้นส่วนใหญ่และเป็นกรรมการบริหารคนหนึ่ง ตามปกติเจ้าคุณปัจจนึกฯ ไม่เคยปิดประตูห้องนอนของท่าน แต่คราวนี้ท่านปิดประตูใส่กุญแจเรียบร้อย เพราะทิ้งเมียเทียมของท่านไว้ตามลำพัง

กิมหงวนจ้างเจ้าแห้ว ๒๐๐ บาทให้ปีนห้องเจ้าคุณปัจจนึกฯ ทางด้านหน้าตึก อำนาจเงินทำให้เจ้าแห้วยอมเสี่ยงกับคอหักใช้ความสามารถของเขาปีนเข้าไปในห้องนอนเจ้าคุณปัจจนึกฯ จนสำเร็จ เจ้าแห้วถอดกลอนหน้าต่างเปิดหน้าต่างด้านเฉลียงตึกออกอุ้มตุ๊กตาวิเศษหรือเมียเทียมของท่านเจ้าคุณลงมาจากเตียงนอน ซึ่งเจ้าแห้วถือโอกาสลูบคลำตามสบาย แล้วเอามาส่งให้กิมหงวนที่หน้าต่างหลัง จากนั้นเจ้าแห้วก็ปีนหน้าต่างใส่กลอนเรียบร้อยตามเดิม ปีนออกทางหน้าต่างด้านหน้าตึก อาเสี่ยกิมหงวนจ่ายเงิน ๒๐๐ บาทให้เจ้าแห้วทันที ซึ่งเจ้าแห้วใช้เวลาทำงานราว ๑๐ นาทีเท่านั้น นับว่าเจ้าแห้วได้รับค่าจ้างแรงงานสูงมาก

เจ้าคุณปัจจนึกฯ กลับมาบ้าน "พัชราภรณ์" ก่อนเวลา ๑๘.๐๐ น.เล็กน้อย ท่านเจ้าคุณใจจดใจจ่อกับเมียเทียมของท่านตลอดเวลา พอเลิกประชุมที่บริษัทท่านก็รีบควบดอดจ์เก๋งของท่านกลับบ้าน เจ้าคุณถือกระเป๋าเอกสารก้าวลงจากรถที่หน้าตึกใหญ่แล้วเดินฉับๆ ขึ้นไปบนตึก ในเวลาเดียวกันเจ้าแห้วก็เดินออกมาจากห้องโถงอย่างร้อนรน

"ทำไมบ้านช่องเงียบเหงาอย่างนี้วะ เจ้านายของแกหายหัวไปไหนหมด" ท่านเจ้าคุณถามเจ้าแห้ว

"รับประทานคุณพลกับคุณนิกรไปดูฟุตบอลครับ"

"อ้อ! แล้วดิเรกล่ะ"

"คุณหมอหรือครับ รับประทานมีคนมารับไปรักษาคนไข้หนักครับ"

ท่านเจ้าคุณพยักหน้ารับทราบ

"ไม่มีใครอยู่บ้านเลย"

"รับประทานอาเสี่ยอยู่ครับ"

"งั้นเรอะ มันกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ"

"ยังไงก็ไม่ทราบครับ อยู่ในห้องนอนข้างบน"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ชี้มือไปที่รถของท่าน

"เอารถไปเก็บโว้ย"

เจ้าแห้วยิ้มแห้งๆ

"รับประทานเอาไปเก็บไว้ที่ไหนครับ"

"อ้าว" ท่านเจ้าคุณอุทานแล้วลืมตาโพลง "ก็ตามใจมึงซิ เอาไปเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือดีไหม หน็อย-ดันถามมาได้ว่าเอารถไปเก็บที่ไหน" พูดจบเจ้าคุณปัจจนึกฯ ก็เดินเข้าไปในห้องโถงอย่างร้อนรน เพราะคิดถึงเมียเทียมของท่าน

ท่านเจ้าคุณรีบเดินผ่านห้องโถงขึ้นบันไดไปชั้นบนและตรงมายังห้องส่วนตัวของท่าน หยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องฮัมเพลงเบาๆ ล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงข้างขวาหยิบพวงกุญแจออกมาไขกุญแจประตูบานซ้ายออก แล้วเดินผิวปากเพลงกราวกีฬาเข้าไปในห้องนอนของท่านด้วยจิตใจคึกคักเข้มแข็งผิดปกติ

แต่แล้วเจ้าคุณปัจจนึกฯ ก็หยุดชะงักลืมตาโพลง เมียเทียมของท่านซึ่งท่านจับวางนอนอยู่บนเตียงขนาด ๕ ฟิตได้ล่องหนไปเสียแล้ว ท่านเจ้าคุณเข้าใจว่ามันคงจะแอบซ่อนท่านอยู่ในห้องนี้ด้วยอำนาจกลไกในตัวบังคับให้มันทำไปเอง

"ตุ๊กตา" เจ้าคุณร้องเรียกเสียงลั่นห้อง "ตุ๊กตาจ๋า ป๋าของหนูกลับมาแล้ว หนูอยู่ที่ไหน ยู้ฮู....ยู้ฮู"

เงียบ ไม่มีเสียงขานรับ ได้ยินแต่เสียงนาฬิกาปลุกเดินติ๊กๆ เจ้าคุณปัจจนึกฯ หน้าเสียทันที ท่านเดินรอบๆ ห้องแล้วบ่นพึมพำว่าตุ๊กตาวิเศษหรือเมียเทียมของท่านหายไปแล้ว ซึ่งไม่น่าจะหายไปได้ เพราะท่านปิดประตูห้องใส่กุญแจขังมันไว้

เมื่อความเศร้าเสียดายเกิดขึ้น เจ้าคุณปัจจนึกฯ ก็เชื่อว่า พล, นิกร หรืออาเสี่ยกิมหงวนคนใดคนหนึ่งคงจะขโมยเมียเทียมของท่านไปเป็นแน่ ท่าพยายามระงับอารมณ์อันฉุนเฉียววู่วามปลอบใจตัวเองให้เยือกเย็น ใช้สมองของท่านคิดและตรองดูแล้วท่านก็ปักใจเชื่อว่าเสี่ยกิมหงวนต้องขโมยเมียเทียมของท่าน หรือมิฉะนั้นตุ๊กตาของท่านก็คงจะเป็นชู้กับเสี่ยหงวน ทั้งนี้เพราะอาเสี่ยกิมหงวนเป็นชายหนุ่มและเป็นมหาเศรษฐี

ท่านเจ้าคุณก้มตัวลงสอดมือขวาเข้าไปใต้หมอนหยิบปืนพก ๑๑ มม.ออกมาเลื่อนลูกขึ้นลำแล้วเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง ต่อจากนั้นท่านก็ถอดเสื้อสากลออกแขวนไว้ที่ผนังตึกและแก้เนคไทออก

เสียงรถยนต์คันหนึ่งแล่นเข้ามาในบ้าน "พัชราภรณ์" เจ้าคุณปัจจนึกฯ รีบเดินไปที่หน้าต่างตึก ท่านแลเห็นไคร์สเล่อร์เก๋งคันนั้นแล่นเข้ามาหยุดข้างตึก สุภาพบุรุษรูปร่างอ้วนใหญ่ในวัยกลางคนคนหนึ่งก้าวลงมาจากตอนหลังรถอย่างสง่าภาคภูมิ เขาแต่งสากลชุดสีเทาเข้ม เจ้าคุณจำนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ได้ดี เขาเป็นเพื่อนอาเสี่ยกิมหงวนซึ่งท่านรู้จักเขา และระหว่างนี้นายธงชัยหรือเสี่ยท้งได้ไปมาหาสู่เสี่ยหงวนแทบทุกวัน เพื่อชวนกิมหงวนเข้าหุ้นทำการค้ากับเขาแต่กิมหงวนยังไม่ตกลง เพราะเขาไม่มีความรู้ความชำนาญในการค้ากระดาษ ถึงแม้ว่ามันเป็นสินค้าที่จำเป็นและให้กำไรงามก็ตาม

เจ้าคุณปัจจนึกฯ รีบหลบหน้าเข้ามาแล้วเดินพล่านรอบห้องในท่าทางกระวนกระวายเร่าร้อนใจ หลังจากนั้นในราว ๕ นาที ท่านเจ้าคุณก็ผลุนผลันออกไปจากห้องนอนและเดินตรงไปที่ห้องอาเสี่ย

"ฮึ่ม อ้ายหงวนนะมึง" เจ้าคุณปัจจนึกฯ รำพึง "ถ้าฉันจับได้ว่าแกเป็นชู้กับเมียสาวของฉัน ฉันจะยิงแกทิ้งเสีย ล็อคคอแกแล้วยิงกรอกปากให้สาสม"

ท่านเจ้าคุณถือวิสาสะเดินเข้าไปในห้องเสี่ยหงวน ซึ่งขณะนี้อาเสี่ยได้ลงไปต้อนรับนายธงชัยเพื่อนพ่อค้าของเขา สาวใช้คนหนึ่งได้ขึ้นมาบอกเขาเมื่อสักครู่นี้เอง

เจ้าคุณปัจจนึกฯ กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องนอนนั้น เมื่อไม่พบตุ๊กตาท่านก็เดินสำรวจทั่งห้อง เปิดตู้เย็นในใหญ่ออกดูแล้วเดินไปดูหลังม่าน ในที่สุดท่านเจ้าคุณก็บุกเข้าไปในห้องน้ำ

และแล้วท่านก็แลเห็นตุ๊กตาของท่านกำลังเปลือยกายล่อนจ้อนในชุดแรกเกิดนั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำใบใหญ่ ซึ่งเป็นอ่างเคลือบสีขาว มันกำลังอาบน้ำอย่างสบายเคลื่อนไหวได้ด้วยกลไกของมัน เจ้าคุณปัจจนึกฯ หยุดยืนมองดูด้วยความรักระคนแค้น มือขวาของท่านค่อยๆ สอดลงไปในกระเป๋ากางเกงหยิบปืนพกคู่มือออกมา

"อีหญิงแพศยา" ท่านเจ้าคุณกล่าวขึ้นด้วยเสียงเกรี้ยวกราด

"อีโมรา....อีกากี อีวันทองสองใจ"

ตุ๊กตาสวยเชฟงามแบบมาริลีน มอนโร มันไม่มีชีวิตจิตใจและความรู้สึกเหมือนมนุษย์ มันจึงไม่เกรงกลัวและไม่สนใจกับเจ้าคุณปัจจนึกฯ มันยกมือทั้งสองวักน้ำลูบตัวเรื่อยๆ ใบหน้ายิ้มละไม ท่านเจ้าคุณยกเท้ากระทืบพื้นเต็มแรงแล้วตวาดแว้ด

"แกนอกใจฉัน แม่ตุ๊กตา"

คราวนี้ตุ๊กตาหันมาทางเจ้าคุณปัจจนึกฯ นัยน์ตาของมันกลมโตใสแจ๋วน่ารัก เหมือนกับดวงตาของหญิงสาวที่บริสุทธิ์เพิ่งจะเข้าสู่วัยแรกรุ่น กระพริบตาสองสามครั้งแล้วพูดเสียงแจ๋วๆ

"ป๋าขา ป๋าต้องสงสารหนู ป๋าทำลายหนูแล้ว ป๋าอย่าทิ้งหนูนะคะ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ขบกรามกรอด

"ชะ ชะ ยังจะมีหน้ามาออดออเซาะอีก ผู้หญิงอย่างแกหน้าด้านไร้ยางอาย ผัวออกจากบ้านไปธุระไม่กี่ชั่วโมงแกก็คบชู้ ฉันมันแก่แล้วใช่ไหมล่ะ ไหน...ลุกขึ้นมาซิ มาให้ฉันจูบแกหน่อยซิ"

ตุ๊กตาพูดตามบันทึกเสียงของมัน

"อื้อ พอแล้วค่ะป๋าขา แก้มของหนูช้ำหมดแล้ว"

ท่านเจ้าคุณปัจจนึกฯ โกรธจนตัวสั่น ท่านยกปืนพกขึ้นเล็งศูนย์ปืนหมายระดับอกเมียเทียมของท่าน

"ตายเสียเถอะ อีกจ็อกกะร็อก"

ตุ๊กตาโบกมือห้าม ซึ่งกระทำไปโดยกลไกอัตโนมัติของมันแล้วถามว่า

"อย่าค่ะป๋า หนูจั๊กจี้"

เจ้าคุณเค้นหัวเราะ

"แกต้องตายนังตุ๊กตา ฉันรักแกมากเพียงใด ฉันก็แค้นแกมากเพียงนั้น"

ตุ๊กตายิ้มแป้น

"หนูอายุย่างเข้าปีที่ ๒๐ ค่ะ"

"อ๋อ ไม่ต้องวิงวอนว่าแกเพิ่งได้เห็นโลกเพียง ๒๐ ปี คนอย่างแกอยู่ไปก็หนักแผ่นดิน ฉันจะฆ่าแกและฆ่าอ้ายหงวนชู้รักของแกด้วย ฉันจะให้ดิเรกสร้างให้ฉันใหม่อีกหนึ่งตัว แกกับฉันสิ้นสุดกันเพียงเท่านี้ เตรียมตัวตายเถอะ เมื่อฉันนับหนึ่ง สอง สาม ฉันจะยิงแกทันที"

เจ้าแห้วเดินย่องเข้ามาในห้องนอนของเสี่ยหงวนพอดี เขานำเบียร์แช่เย็นขึ้นมาเสริฟให้เจ้าคุณปัจจนึกฯ เมื่อไม่เห็นท่านเจ้าคุณ เจ้าแห้วก็ตามมาที่ห้องนี้ แล้วเจ้าแห้วก็อกสั่นขวัญแขวนเมื่อแลเห็นเจ้าคุณจังก้าหันหลังให้เขาอยู่ในห้องน้ำและกำลังคุกคามกับเมียเทียมของท่าน

ความเสียดายในประดิษฐกรรมอันมีค่าของนายแพทย์หนุ่มทำให้เจ้าแห้ววิ่งปราดเข้าไปในห้องน้ำ

"โอ๊ย....รับประทานอย่ายิงครับ น่าเสียดาย"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ หันมาทำตาเขียวกับเจ้าแห้ว

"เสียดายทำไมวะ มันเป็นเมียข้าและทรยศต่อข้า"

เจ้าแห้วทำคอย่นแล้วหัวเราะก้าก

"รับประทานมันมีชีวิตจิตใจเมื่อไรล่ะครับ มันมีแต่เครื่องกลไกไฟฟ้าเท่านั้น รับประทานถ้าเจ้าคุณเกลียดมันก็ไม่ต้องยิงมันหรอกครับ ปล่อยลมออกให้มันแบนแป๊ดแป๋ไปก็หมดเรื่อง"

สติสัมปชัญญะของเจ้าคุณปัจจนึกฯ กลับคืนมาแล้ว ท่านรู้สึกอับอายขายหน้าเจ้าแห้วอย่างยิ่ง ท่านเจ้าคุณยิ้มแห้งๆ เก็บปืนพก ๑๑ มม.ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงข้างขวาตามเดิมแล้วกล่าวกับเจ้าแห้วว่า

"ขอบใจแกมากอ้ายแห้วที่แกช่วยเตือนสติข้า แฮ่ะ แฮ่ะ ข้าเคลิบเคลิ้มไปว่ะคิดว่าตุ๊กตาตัวนี้เป็นคนจริงๆ "

เจ้าแห้วซ่อนยิ้มไว้ในหน้า

"รับประทานเจ้าคุณได้เสียกับมันแล้วไม่ใช่หรือครับ"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ทำท่ากระดากอาย

"อือ ดิเรกสร้างตุ๊กตาตัวนี้ให้ข้า รู้สึกว่ามันอ่อนหวานนุ่มนวลน่ารักมาก ผู้หญิงอื่นๆ สู้ไม่ได้ว่ะ แต่ว่ามันทรยศต่อข้าเสียแล้ว เอ็งลองช่วยแนะนำข้าหน่อยซิว่าข้าควรจะจัดการกับมันอย่างไร เผาไฟเสียดีไหม"

เจ้าแห้วหัวเราะหึๆ

"รับประทานอภัยให้มันเถอะครับ มนุษย์เรามีชีวิตจิตใจ มีความรู้สึกนึกคิดยังมีชู้ ตุ๊กตามันเป็นเพียงแต่หุ่นอิเล็คโทรนิค รับประทานจะไปเอาความซื่อสัตย์กับมันได้อย่างไรครับ ประทานโทษนะครับเจ้าคุณแก่แล้ว ส่วนอาเสี่ยยังหนุ่มแน่นและมีเงินอย่างล้นเหลือ ตุ๊กตามันก็ต้องทรยศต่อเจ้าคุณเป็นธรรมดา"

เจ้าคุณพยักหน้าเห็นพ้องด้วย ท่านมองดูตุ๊กตายอดรักของท่านด้วยความรักระคนแค้น เมื่อตุ๊กตาวิเศษยิ้มให้ท่าน เจ้าคุณปัจจนึกฯ ก็ตวาดแว้ด

"ยังจะหน้าเป็นอีก แกมันผู้หญิงสารเลว เลี้ยงไม่เชื่อง"

ตุ๊กตากล่าวขึ้นทันทีตามระบบกลไกบังคับของมัน

"ป๋าขา ป๋าต้องสงสารหนู ป๋าทำลายหนูแล้ว ป๋าอย่าทิ้งหนูนะคะ"

เจ้าแห้วสะดุ้งเฮือก นัยน์ตาเหลือกลานใบหน้าซีดเผือด

"โอ๊ย รับประทานมันพูดได้หรือครับนี่"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ เค้นหัวเราะ

"พูดได้หลายประโยค ทุกประโยคล้วนแต่เป็นถ้อยคำที่ออเซาะฉอเลาะทั้งนั้น ดิเรกมันอัดเสียงไว้"

เจ้าแห้วจ้องตาเขม็งมองดูตุ๊กตาวิเศษด้วยความตื่นเต้นสนใจ

"โอ้โฮ รับประทานวิเศษแท้ เจ้าคุณเกลียดมันก็เซ้งให้ผมเถอะครับ รูปร่างหน้าตาก็สวยหยดย้อยเคลื่อนไหวได้และพูดได้เสียอีก รับประทานถ้าอย่างนี้ละก้อดีกว่าเมียมนุษย์นะครับ เพราะไม่ต้องให้เงินมันใช้ ข้าวปลากาฟงกาแฟมันก็ไม่รับประทาน เป็นการประหยัดตามคำแนะนำของรัฐบาลท่าน เมียตุ๊กตาเหมาะสำหรับผู้ชายที่ยากจนครับ รับประทานอย่างเจ้าคุณใช้อีหนูจริงๆ ดีกว่า บีบนวดจับเส้นจับสายให้ก็ได้ เวลาเจ้าคุณเป็นลมช่วยละลายยาหอมให้ยังได้ ร้องไห้ได้ รับประทานบางทีพูดจ้อทั้งวัน"

ท่านเจ้าคุณหัวเราะ

"ข้าแก่แล้ว ถ้าข้าจะมีเมียสาวๆ สักคนหนึ่ง ข้าก็รู้สึกอับอายขายหน้าเขา คนที่เขาเคารพนับถือข้าเขาก็จะเสื่อมความนับถือ"

เจ้าแห้วว่า "รับประทานเรื่องส่วนตัวของเรา คนอื่นธุระไม่ใช่นี่ครับ ไม่เห็นจะต้องอายใคร พระดุลยการฯ บ้านถนนสาธร อายุ ๙๖ ปีแล้วท่านยังแต่งงานกับนักเรียนสาวอายุ ๒๖ ขวบเท่านั้น"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ทำตาปริบๆ

"ว้า-แล้วเวลาส่งตัวอีตาพระดุลยการฯ จะทำหน้าอย่างไร"

"รับประทานไม่ทันส่งตัวหรอกครับ พอแขกรดน้ำพระพุทธมนต์ได้ไม่กี่คนคุณพระก็ดีใจเป็นลมตาย รับประทานบางทีก็คงหนาวเป็นตะพั้นตายก็ได้"

"อ้าว แล้วทำยังไง"

เจ้าแห้วหัวเราะ

"รับประทานแขกที่มารดน้ำพระพุทธมนต์ก็เลยทำพิธีรดน้ำศพคุณพระดุลยการฯ ครับ"

เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์คันหนึ่งดังขึ้น เจ้าคุณปัจจนึกฯ กล่าวกับเจ้าแห้วทันที

"เอ็งออกไปดูที่หน้าต่างตึกซิ นายธงชัยกลับไปแล้วใช่ไหม"

เจ้าแห้วรับคำสั่ง พาตัวเดินออกไปจากห้องน้ำในห้องนอนของกิมหงวนอย่างร้อนรน ไม่ถึงนาทีเจ้าแห้วก็กลับเข้ามา

"รับประทานไปแล้วครับ"

ท่านเจ้าคุณพยักหน้ารับทราบ

"ดีแล้ว เอ็งลงไปตามอ้ายหงวนขึ้นมาหาข้าหน่อย ข้าจะตกลงกับอ้ายหงวนอย่างลูกผู้ชาย ถ้าพูดผิดหูก็ยิงกันตัวต่อตัวอ้ายหงวนมันหยามน้ำหน้าข้ามากเกินไป มันเป็นชู้กับเมียข้า ถึงแม้จะเป็นตุ๊กตาหุ่นไฟฟ้าก็ตาม"

เจ้าแห้วทำตาปริบๆ

"รับประทานเรื่องพอจะตกลงกันได้ก็อย่าถึงกับฆ่าฟันกันเลยครับ ถ้าหากเจ้าคุณไม่ชอบตุ๊กตาตัวนี้ ให้คุณหมอทำให้ใหม่ก็ได้"

"ถูกละ แต่ข้าถือว่าอ้ายหงวนดูหมิ่นข้า ไป...ไปเรียกมันขึ้นมา ข้าจะตกลงกับอ้ายหงวนอย่างดีที่สุด"

"รับประทานถ้ายังไงก้อดวลมีดสั้นกันดีกว่านะครับ"

ท่านเจ้าคุณจุ๊ปาก

"เอาเถอะ เรื่องของคน หมาไม่ต้องเกี่ยว"

เจ้าแห้วสะดุ้งเล็กน้อย พาตัวเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างร้อนรน เจ้าคุณปัจจนึกฯ ตามออกมาท่านเดินวนเวียนอยู่ในห้องนอนอันกว้างขวางหรูหราด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ทั้งรักทั้งแค้นตุ๊กตาของท่านและเจ็บใจกิมหงวนด้วย

สักครู่หนึ่งกิมหงวนก็เดินหน้าเซ่อเข้ามาในห้องนอนของเขา เจ้าแห้วติดตามมาด้วยในฐานะผู้สังเกตการณ์ พอแลเห็นหน้าอาเสี่ย เจ้าคุณปัจจนึกฯ ก็ปราดเข้ามาหาแล้วจูงมือเสี่ยหงวนเดินเข้าไปในห้องน้ำ ท่านชี้มือไปที่ตุ๊กตาของท่านแล้วกล่าวขึ้นด้วยเสียงขบกราม

"รู้ไหมว่าตุ๊กตาตัวนั้นคือเมียข้าที่ดิเรกมันสร้างให้ข้า"

เสี่ยหงวนยิ้มให้อย่างใจเย็น

"รู้ครับ อ้ายแห้วมันบอกผมเมื่อกี้นี้เอง"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ มองดูอาเสี่ยด้วยแววตาถมึงทึง

"เล่าให้อาฟังหน่อยแกมีความสัมพันธ์กับตุ๊กตาตัวนี้ในสถานใด และมันมาหาแกได้อย่างไร"

เสี่ยหงวนอดหัวเราะไม่ได้ แล้วก็โกหกอย่างคล่องแคล่ว

"ผมจะไปตรัสรู้ได้อย่างไรครับว่าตุ๊กตาตัวนี้เป็นเมียคุณอา เมื่อตอนกลางวันผมนอนพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้นอน ตุ๊กตามันปีนพาไลตึกและปีนข้ามหน้าต่างเข้ามาในห้องผม"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ลืมตาโพลง

"มันปีนมาหาแก"

"ครับ คุณอาอย่าขบกรามพูดเลยครับ ผมฟังไม่รู้เรื่อง พูดกับผมอย่างธรรมดาเถอะครับ"

"ก็ข้ากำลังโมโห" เจ้าคุณตวาดแว้ด "แกสาบานได้ไหมว่าตุ๊กตาตัวนี้ปีนหนีออกจากห้องอามาหาแก"

"ครับ ให้ผมรากเลือดลงแดงตาย ให้เกิดชาติหน้าหัวล้านเหมือนคุณอาซีครับ"

ท่านเจ้าคุณหันขวับไปทางตุ๊กตาตัวนั้นซึ่งนั่งเฉยอยู่ในอ่าง เพราะสายไฟที่เสียบปลั๊กไว้หลุดออกมา มันจึงเคลื่อนไหวไม่ได้อีก สักครู่ท่านก็เปลี่ยนสายตามาที่กิมหงวน

"มันปีนเข้ามาหาแกแล้วยังไง"

เสี่ยหงวนอมยิ้ม

"จะให้ผมพูดความจริงหรือโกหกล่ะครับ"

"พูดความจริงซีโว้ย" ท่านเจ้าคุณตะโกน

"อ๋อ ความจริงมีว่าแม่ตุ๊กตาซึ่งมีรูปร่างคล้ายมาริลีน มอนโรได้เข้ามานั่งบนเก้าอี้นอนข้างบน ซึ่งผมก็ไม่คิดเป็นอื่น คิดว่ามันเป็นประดิษฐกรรมหุ่นไฟฟ้าของดิเรกที่ส่งมาหาผม ทีแรกผมก็มองดูเฉยๆ แต่พอมันพูดกับผม ออเซาะฉอเลาะผม ผมก็มีอารมณ์พิศวาสเกิดขึ้นทันที ในที่สุดผมก็กอดจูบเล้าโลมมันแล้วก็ได้มันเป็นเมียผม"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ ทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้

"หมด-ป่นปี้ยับเยินหมดแล้ว"

อาเสี่ยหัวเราะ

"ผมรับรองว่าไม่มีอะไรสึกหรอ มันไม่ใช่คนนี่ครับแต่มันให้ความสุขแก่ผมอย่างบอกไม่ถูกทีเดียว ผมไม่ทราบจริงๆ ครับว่ามันเป็นเมียคุณอา อย่าถือโทษโกรธเคืองผมเลยครับ ผมจะออกเงินให้ดิเรกสร้างให้คุณอาอีกตัวหนึ่ง ให้มีรูปร่างหน้าตาเหมือนดาวหนังหรือนางสาวไทยคนใดก็ได้ การสร้างตุ๊กตาหุ่นอิเล็คโทรนิคแบบนี้มันเป็นเรื่องเล็กสำหรับดิเรก"

เจ้าคุณปัจจนึกฯ มีอารมณ์แจ่มใสขึ้นบ้าง

"แกตอบอาอย่างลูกผู้ชายซิ แกชอบตุ๊กตาตัวนี้ไหม"

"ชอบครับ ผมรักมันมาก"

"ดีแล้ว ถ้าเช่นนั้นอาตัดสินใจเสียสละให้แกเอาไปอ้ายหงวน ผู้หญิงใจง่ายอย่างนี้อาไม่ต้องการ อาจะให้ดิเรกสร้างให้อาใหม่ ให้มีอายุสัก ๔๐ ปี จะได้เป็นผู้ใหญ่ใจหนักแน่น"

เจ้าแห้วเปรี้ยวปากมานานอดรนทนไม่ได้จึงพูดเสริมขึ้น

"รับประทานเอาของจริงดีกว่าครับท่านเจ้าคุณ มีแม่ม่ายอยู่คนหนึ่งขายขนมอยู่หน้าตลาดพระโขนง รับประทานอายุราว ๔๐ กว่ายังสวยพริ้งเชียวครับ รับประทานส่วนเว้าส่วนโค้งคล้ายๆ กับเจน รัสเซล แต่ใบหน้าเหมือนเอวา การ์ดเนอร์ รับประทานผมเป็นสื่อให้ก็ได้ครับ"

ท่านเจ้าคุณสั่นศีรษะ

"ฉันบอกแกแล้วว่าฉันอายเขา ฉันไม่กล้ามีเมีย ฉันต้องการเมียหุ่นมากกว่า ถึงใครรู้ก็ไม่แปลกอะไรพวกกัปตันเรือสินค้าโดยมากมีเมียตุ๊กตายางทั้งนั้น เพราะตามข้อบังคับเขาเอาครอบครัวไปเรือไม่ได้" แล้วท่านก็เปลี่ยนสายตามาที่กิมหงวน "ว่ายังไงอ้ายหงวนอายกนังตุ๊กตาให้แก"

กิมหงวนยกมือไหว้แล้วหัวเราะ

"ขอบคุณครับ ผมจะเลี้ยงดูมันอย่างดีที่สุดปล่อยลมออกซ่อนไว้ในตู้ไม่ให้นวลลออรู้ นวลไม่อยู่ผมก็จะเอาออกมาสูบลมแล้วก็นอนกอดมัน หยอกเย้ากระจู๋กระจี๋กับมัน อีกหน่อยมันก็คงมีลูกกับผม ถึงนวลรู้จะตบตีมันมันก็ไม่เจ็บ เพราะมันเป็นตุ๊กตา"

"ดีแล้ว แกเก็บไว้เถอะ สิ้นสุดกันทีสำหรับตุ๊กตาใจง่ายตัวนี้ อ้ายเรารึอุตส่าห์ขังไว้ในห้องยังอุตส่าห์ปีนหน้าต่างหนีออกมา ฮึ-เจ็บใจนัก" พูดจบท่านเจ้าคุณก็เดินออกไปจากห้องน้ำของอาเสี่ยกิมหงวนอย่างร้อนรน

อาเสี่ยมองดูตุ๊กตาสวยตัวนั้นแล้วพยักหน้ากับเจ้าแห้ว

"เฮ้ย-อุ้มมันออกจากอ่างน้ำทีเถอะวะ เช็ดตัวมันให้แห้งแล้วเอาเสื้อกางเกงชุดอาบน้ำนุ่งให้มันตามเดิม แก้ผ้าล่อนจ้อนยังงี้ดูมันทุเรศตายังไงชอบกล เพราะทุกส่วนสัดทุกส่วนมันเหมือนกับคนจริงๆ ไม่มีผิด เสร็จแล้วพับให้เรียบร้อยเอาไปใส่ไว้ในตู้ยืนใบใหญ่"

เจ้าแห้วรับคำสั่งกิมหงวนพาตัวเดินออกไปจากห้องนั้นแล้วนึกชมเชยความสามารถของ ดร.ดิเรกที่เฉลียวฉลาดผิดมนุษย์

วันคืนผ่านพ้นไปตามลำดับ

เจ้าคุณประสิทธิ์ คุณหญิงวาดและสี่นางตลอดจนคนในบ้าน "พัชราภรณ์" ไม่มีใครรู้ความจริงว่า พล, นิกร, กิมหงวน, เจ้าคุณปัจจนึกฯ และเจ้าแห้วต่างมีเมียตุ๊กตาอิเล็คโทรนิคคนละตัว ตุ๊กตาที่เจ้าคุณปัจจนึกฯ ยกให้อาเสี่ยนั้น อาเสี่ยได้โละให้เจ้าแห้ว

ดร.ดิเรกสร้างตุ๊กตาเนรมิตขึ้น ๕ ตัว สำหรับเขากับเพื่อนๆ และพ่อตาของเขา แต่ละตัวสวยหยาดเยิ้มและสวยคนละแบบ หน้าตากระจุ๋มกระจิ๋ม ส่วนสัดสวยงามราวกับเทพธิดาวีนัส สำหรับตุ๊กตาของเจ้าคุณปัจจนึกฯ อายุในวัยกลางคน รูปร่างค่อนข้างอ้วนสวยแบบคนไทยที่เป็นผู้ดีเก่า ตุ๊กตาไฟฟ้าทั้ง ๕ ตัวต่างเคลื่อนไหวได้และพูดได้ตามกลไกบังคับ นุ่งน้อยห่มน้อย ดัดผมทาปากเขียนคิ้วมองดูคล้ายผู้หญิงจริงๆ ดร.ดิเรกได้สั่งเครื่องทำตุ๊กตายางมาจากประเทศอังกฤษโดยเมล์อากาศสิ้นเงินไปหลายแสน เขาตั้งใจจะผลิตผัวเทียมและเมียเทียมออกจำหน่ายในไม่ช้า แต่ขณะนี้ยังปกปิดเป็นความลับก่อน

เมียตุ๊กตาทำให้สี่สหายเลิกสนใจกับเมียจริงๆ ของเขา สี่สหายหาเรื่องทะเลาะกับเมียแล้วพากันไปนอนที่เรือนพักร้อนหลังสวน ซึ่งเป็นบังกาโลขนาดใหญ่ มีห้องนอน ๔ ห้อง ทุกห้องต่างมีความสุขกับเมียตุ๊กตาของตน

พฤติการณ์ของ พล, นิกร, กิมหงวนและ ดร.ดิเรกทำให้สี่นางแปลกใจไปตามๆ กัน ถึงกับเปิดประชุมกันวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้

"ดิฉันไม่อาจจะเข้าใจได้ที่ผัวๆ ของเรามีความเป็นอยู่อย่างน่าประหลาดเหลือเกิน" ประภากล่าวกับเพื่อนๆ ของหล่อนอย่างเป็นงานเป็นการ "เกือบสองสามอาทิตย์แล้วนะคะ เขาไม่ยอมขึ้นมานอนบนตึก ทุกคนพอใจนอนที่บังกาโลหลังสวน"

นันทาเห็นพ้องด้วย

"นั่นน่ะซีคะ จะว่าเขาโกรธเคืองเราก็ไม่เห็นมีเรื่องอะไร หมู่นี้เหล้าเขาก็ไม่กิน เที่ยวก็ไม่เที่ยว"

นวลลออว่า "ดิฉันสงสัยว่าเขาคงจะคบคิดกันทำงานอะไรสักอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นความลับสำคัญยิ่งหรือยังไงคะคุณไพ"

"ไม่อยากเดาเลยค่ะ ไพว่าที่เรือนหลังนั้นอาจจะมีของสำคัญซ่อนอยู่ก็เป็นได้ ผัวๆ ของเราจึงชอบไปมั่วสุมกันที่นั่น"

ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ นันทาจึงโพล่งขึ้น

"ขณะที่ผัวๆ ของเราไปตรวจงานตามบริษัทของเรากว่าจะกลับมาได้ก็ในราว ๔ โมงเย็น เราลองไปค้นบังกาโลหลังนั้นดูไหมล่ะคะ ดิฉันมีกุญแจสำรองอยู่หนึ่งชุดไขได้ทุกห้อง"

นวลลออยิ้มแป้น

"เอาซีคะ อย่างน้อยที่สุดพวกเราก็คงจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง"

ครั้นแล้วใน ๑๐ นาทีนั้นเอง สี่นางก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่เรือนพักร้อนหรือบังกาโลหลังใหญ่ทางหลังเขตบ้าน "พัชราภรณ์" นันทาเดินนำหน้าพานวลลออ, ประภาและประไพขึ้นไปบนเรือน บริเวณสวนหลังบ้านในตอนบ่ายร่มเย็นและสงบเงียบ พวกคนใช้ชายหญิงซึ่งอยู่เรือนพักคนใช้หรือกำลังทำงานตามหน้าที่ของตนไม่มีใครสนใจ

นันทาไขกุญแจเปิดประตูห้องกลางพาพรรคพวกบุกเข้าไปในห้องนั้น มีห้องนอนทางซ้ายอยู่ติดกันสองห้อง ขวาสองห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กและทุกห้องมีเครื่องนอนและเครื่องใช้เท่าที่จำเป็น เมื่อนันทาพาเพื่อนเกลอทั้งสามนางเข้าไปในห้องนอนห้องหนึ่ง สี่นางก็ยืนตะลึงพรึงเพริดไปตามกัน หุ่นหรือตุ๊กตาวิเศษตัวหนึ่งนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงนอนขนาด ๓ ฟิตครึ่ง สวมเปตตี้โค้ตแพรสีดำและยกทรงแพรสีชมพู ตุ๊กตายางนี้เหมือนกับคนจริงๆ ไม่ว่าจะมองผาดหรือมองพิศ

"อ้อ ยังงี้เอง" นวลลออร้องขึ้นดังๆ หล่อนจำผ้าเช็ดตัวของเสี่ยหงวนที่ปิดหน้าอกตุ๊กตาได้ "ผัวๆ ของเราเอาผู้หญิงมาซ่อนไว้คนละคนแน่นอน โอ๊ย...ดูซิคะมันสวยอะไรอย่างนี้ นอนหลับเป็นตายทีเดียวนังคนนี้เป็นเมียเฮียแน่ๆ ดิฉันต้องฆ่ามันให้ตาย"

โมโหหึงทำให้นวลลออลืมตัว หล่อนกระโจนขึ้นไปบนเตียงนอนนั้นนั่งคร่อมตุ๊กตาวิเศษพอดี นวลลออประเคนกำปั้นซ้ายขวาลงบนใบหน้าตุ๊กตาโดยไม่นับครั้ง ความสะเทือนทำให้จุ๊บสำหรับปิดอากาศที่สีข้างตุ๊กตาเผยออก ทันใดนั้นเองลมที่อยู่ในตัวตุ๊กตาก็ดันออกมาอย่างรวดเร็วเหมือนยางรถยนต์รั่ว

"ฟี้ด แฟ่ดๆๆๆๆ "

ตุ๊กตาขนาดคนจริงๆ แบนแป๊ดแป๋ติดที่นอนเว้นแต่ส่วนหน้าอกของมันซึ่งมีกลไกไฟฟ้าเท่านั้น นันทา, ประภาและประไพนัยน์ตาเหลือกถอยหลังกรูดส่งเสียงร้องเอะอะไปตามกัน ส่วนนวลลออนั่งนิ่งเฉยสักครู่หนึ่งหล่อนก็ก้าวลงมาจากเตียงนอนอย่างหวาดๆ แล้วเดินเข้ามาหาเพื่อนเกลอทั้งสาม

"ตุ๊กตายางแท้ๆ ดิฉันนึกว่าผู้หญิงจริงๆ เสียอีก ต่อยเสียเจ็บมือ" หล่อนพูดละล่ำละลัก

ประไพกลืนน้ำลายติดๆ กันหลายครั้ง

"หมายความว่าผัวๆ ของเรามีเมียเป็นตุ๊กตาหรือคะ"

นวลลออพยักหน้า

"ค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรอีกคุณไพ ผัวๆ ของเราป่วยแน่ ควรจะมอบตัวให้จิตแพทย์ได้แล้ว"

ประภาโบกมือห้ามแล้วกล่าวอย่างเป็นงานเป็นการ

"อย่าเพิ่งลงความเห็นว่าผัวๆ ของเราเป็นบ้าเลยค่ะคุณนวล ตุ๊กตาตัวนี้เหมือนคนมาก มีอะไรๆ เหมือนกับเราทั้งนั้น อาจจะเป็นตุ๊กตาอิเล็คโทรนิคที่ดิเรกทำขึ้นมีคุณภาพเหมือนผู้หญิง มันอาจจะพูดได้เคลื่อนไหวได้ ช่วยกันพิจารณาดูเถอะค่ะ"

ทุกคนเห็นพ้องกับประภาซึ่งเป็นคนสงบเสงี่ยมพูดน้อยแต่มีสติปัญญาเฉียบแหลม สี่นางย่องเข้าไปที่เตียงนอนพิจารณาดูเมียเทียม สักครู่ทุกคนก็เชื่อว่ามันคือประดิษฐกรรมของนายแพทย์หนุ่ม ภายในมีกลไกไฟฟ้าและเครื่องบันทึกเสียง สีข้างของมันมีจุ๊บสูบลม อีกด้านหนึ่งมีสายไฟฟ้าและที่เสียบปลั๊ก

สี่นางต่างจับต้องคลำตุ๊กตาตัวนั้นอย่างขบขันแล้ววิพากษ์วิจารณ์กันแซ่ดไปหมด ประไพกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง พอแลเห็นสูบทองเหลืองวางอยู่บนหลังตู้เสื้อผ้า หล่อนก็วิ่งเหยาะๆ ไปที่ตู้นั้นถือสูบมาที่เตียงนอนอย่างรีบร้อน

"ช่วยกันค่ะ" ประไพพูดยิ้มๆ "ช่วยกันทดลองตุ๊กตาตัวนี้ดูซิว่ามันจะทำอะไรได้บ้าง"

ประไพถอดสายสูบยาวประมาณ ๘ นิ้วฟุตออกมาใส่ไว้ที่ปลายสูบ แล้วใส่สายสูบหมุนติดกับจุ๊บที่สีข้างตุ๊กตา นวลลออแย่งสูบมาจากประไพแล้วกล่าวว่า

"ดิฉันแข็งแรงกว่าคุณไพ ดิฉันสูบเอง"

ครั้นแล้วสูบลมก็เริ่มทำงาน นวลลออใช้กำลังสูบลมเข้าไปในตุ๊กตายางตัวนั้น ตุ๊กตาพองลมขึ้นทีละน้อยสี่นางต่างหัวเราะคิกคักไปตามกัน ในราว ๕ นาทีตุ๊กตาวิเศษก็มีขนาดอ้วนใหญ่ผิดปกติ ประไพแลเห็นเข้าก็ตกใจร้องสุดเสียง

"โอ๊ย พอแล้วค่ะคุณนวล นี่มันผีตกน้ำตายกำลังขึ้นอึ่ดทึ่ดนี่คะ"

นวลลออหัวเราะงอหาย หมุนปลายสูบออกและคลายจุ๊บปล่อยลมออกทีละน้อย จนกระทั่งเมียเทียมของอาเสี่ยกิมหงวนมีขนาดเท่ากับหญิงสาวที่มีส่วนสัดอันงดงามคนหนึ่ง นันทาจับมันลุกขึ้นนั่ง นัยน์ตาของมันลืมโพลงเป็นดวงตาที่แจ่มใสเหมือนสาวน้อยแรกรุ่น

"เข้าทีมาก" นวลลออพูดยิ้มๆ "สวยและน่ารักมากเชียวค่ะ พอมันนอนนัยน์ตามันหลับ พอเราอุ้มมันลุกขึ้นมันลืมตาได้เองยิ่งดูก็ยิ่งเหมือนคนจริงๆ "

"ไม่หึงหรือคะ" ประไพกระเซ้า

"หึงกะลิงอะไรล่ะคะ มันเป็นตุ๊กตาไม่ใช่คน"

ประภาเดินอ้อมเตียงนอนก้มลงหยิบสายไฟฟ้าในตัวหุ่นซึ่งมีขาเสียบปลั๊กถือเดินไปที่ฝาห้อง สายไฟที่ตัวตุ๊กตาเป็นสายไหมขนาดเล็กยาวประมาณ ๖ เมตร ภรรยาของ ดร.ดิเรกเสียบขาปลั๊กกับปลั๊กไฟที่เสาห้องทันที แล้วเดินกลับมาดูตุ๊กตาสาวสวยซึ่งอมยิ้มนิ่งเฉยแต่นัยน์ตาเริ่งกระพริบได้ด้วยกลไกไฟฟ้า

"ทำไมมันไม่เคลื่อนไหวล่ะคุณภา" นันทาถามเสียงหัวเราะ

"เดี๋ยวค่ะ ใจเย็นๆ ขอให้ดิฉันพิจารณาดูก่อน"

ประภาทรุดตัวนั่งบนเตียงนอน หล่อนใช้ปฏิภาณของหล่อนตรวจดูตุ๊กตายางตัวนั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน พอแลเห็นสวิชเล็กๆ หล่อนก็เอื้อมมือกดปุ่มนั้น ทันใดนั้นเองตุ๊กตาวิเศษก็เริ่มเคลื่อนไหวขยับแขนขาแล้วลุกขึ้นยืนเดินไปรอบๆ ห้องในท่าทางอ่อนช้อยนุ่มนิ่มเหมือนกับผู้หญิงสาวที่มีกิริยามารยาทดี ตุ๊กตาวิเศษเดินไปที่ประตูห้องแล้วหมุนตัวกลับเดินมานั่งบนเตียงนอนตามเดิม ท่ามกลางความตื่นเต้นประหลาดใจของสี่นาง

"แล้วตุ๊กตาก็พูดเสียงแจ๋วๆ น่ารัก เมื่อกลไกอัตโนมัติบังคับให้มันพูดโดยเครื่องบันทึกเสียงและเครื่องขยายเสียงขนาดจิ๋ว แต่เสียงของมันก็ดังเท่ากับเสียงมนุษย์ธรรมดาพูดกัน

"เฮียขา อย่ารักหนูให้มากนักเลยนะ หนูต้องการให้เฮียรักหนูเพียงเล็กน้อย ความรักจะได้ยั่งยืน รักหนูมากนักเฮียก็จะเบื่อเร็ว"

สี่นางหัวเราะกันอย่างครื้นเครง นันทาพูดพลางหัวเราะพลาง

"ต๊ายตาย ตอแหลซะด้วยซี หมอดิเรกแกไปหาผู้หญิงที่ไหนมาอัดเสียงนะ เสียงน่าเอ็นดู"

ประภาโบกมือห้ามพี่ผัวของหล่อน

"อย่าเพิ่งเอะอะไปค่ะพี่นัน ประเดี๋ยวมันคงพูดอีก" แล้วประไพก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตุ๊กตาสาวสวยตัวนั้น หล่อนยกมือขวาจับคางมันพลางพูดสัพยอก "หนูจ๋า หนูชื่ออะไร"

ตุ๊กตาไม่ตอบคำถาม เพราะมันพูดตามบันทึกเส้นลวด

"คุณนวลขี้หึงไหมคะ เฮียขา"

คราวนี้สี่นางว่าเสียงอหาย ประไพดึงตุ๊กตาเข้ามากอดบังเอิญสายไฟหลุดจากปลั๊ก ตุ๊กตาอิเล็คโทรนิคจึงสิ้นสุดการเคลื่อนไหว ประไพประคองมันให้ลงนอนตามเดิมแล้วหล่อนก็ลุกขึ้นยืน นันทามองดูตุ๊กตาวิเศษอย่างสนใจ หล่อนกล่าวกับเพื่อนๆ ของหล่อนว่า

"เท่านี้พวกเราก็ได้รู้ความจริงแล้วว่าผัวๆ ของเราสมัครใจมานอนที่เรือนหลังนี้ก็เพราะเขามีเมียเทียมคนละคนคือตุ๊กตาวิเศษนี่เอง"

นอลลออยังไม่หายขบขัน หล่อนหัวเราะร่วนตลอดเวลา

"ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์จะทำให้ผู้หญิงเราไม่กล้าเล่นตัวต่อไป ผู้ชายคงจะมีเมียเทียมไปตามกันเพราะไม่ต้องหมดเปลืองอะไรเลย เพียงแต่ลงทุนซื้อครั้งแรกเท่านั้น ดูซีคะเหมือนผู้หญิงจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่าง ผัวๆ ของเราคงจะพอใจเมียเทียมของเขามาก แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะหึงเขาอย่างไร เพราะมันเป็นตุ๊กตาไม่ใช่คน"

ประภากล่าวขึ้นอย่างยิ้มแย้ม

"ไปสำรวจดูห้องอื่นๆ เถอะค่ะ ไปดูหน้าเมียเทียมของคุณพล คุณนิกร และของดิเรกบ้าง หน้าตาคงไม่เหมือนกับตัวนี้ กิริยาท่าทางก็คงจะแตกต่างกัน"

สี่นางพากันเดินออกไปจากห้องนอนห้องนั้นเพื่อตรวจค้นห้องอื่นๆ ต่อไป ผลการตรวจค้นปรากฏว่า นันทา, นวลลออ, ประภาและประไพได้พบตุ๊กตายางหรือเมียเทียมอยู่ในห้องนอนอีก ๓ ห้อง ห้องละตัว สี่นางได้ทดลองให้ตุ๊กตาเหล่านั้นเคลื่อนไหวและพูด ซึ่งแต่ละตัวไม่ซ้ำกัน ดร.ดิเรกสร้างให้ใครตุ๊กตาวิเศษก็พูดระบุชื่อคนนั้น หรือเป็นเรื่องของคนนั้น

ก่อนจะลงจากเรือนบังกาโลหลังนั้น นันทาได้ปิดประตูกลางใส่กุญแจไว้ตามเดิม แล้วสี่นางก็ยืนจับกลุ่มสนทนากันที่หน้าระเบียงเรือน ระหว่างที่นันทากำลังวิจารณ์ถึงความประหลาดมหัศจรรย์ของตุ๊กตากลไกไฟฟ้าเหล่านี้ ประไพได้หัวเราะออกมาดังๆ จนกระทั่งนันทา, นวลลออและประภาต่างหันหน้ามองดูหล่อนเป็นตาเดียว

"ขันอะไรหรือจ๊ะน้องไพ" ประภาถามน้องสาวร่วมสายโลหิตของหล่อน

ประไพว่า "ขันเรื่องเมียเทียมค่ะ ถ้ามันเกิดท้องไส้ขึ้นมาจะทำอย่างไร"

ประภายกมือตีแขนน้องสาวดับเพียะ

"พูดเป็นบ้า" หล่อนพูดเสียงหัวเราะ "ตุ๊กตามันมีเครื่องในเหมือนอย่างเราเมื่อไรล่ะมันจะได้ท้อง"

ประไพหัวเราะคิก

"ผัวๆ ของเราแหวกแนวดีเหมือนกัน มีเมียน้อยเป็นตุ๊กตาอิเล็คโทรนิคอย่างนี้เราก็ต้องปล่อยเขาตามเรื่อง เพราะมันเป็นความสุขของเขาและเราก็ไม่เสียหายอะไร"

นวลลออพูดเสริมขึ้น

"แต่อากาศหนาวอย่างนี้ เรานอนหนาวอยู่คนเดียวทุกคืนก็แย่เหมือนกันนะคะคุณไพ"

ประไพหน้าจ๋อยทันที

"นั่นน่ะซีคะ เรื่องหนาวหรือร้อนไม่สำคัญหรอกค่ะ สำคัญแต่ว่าไพกลัวผีไม่กล้านอนคนเดียว เอ ไพคิดว่าเราหาผัวเทียมกันคนละตัวดีไหมละ เมื่อผัวเรามีเมียเทียมได้เราก็ควรจะมีผัวเทียมได้อย่างน้อยก็เอาไว้คุยกันแก้เหงา"

สามนางทำหน้าเหยเกไปตามกัน นันทามองดูน้องสะใภ้ของหล่อน

"น้องไพเอาอะไรมาพูดก็ไม่รู้ทำอย่างนั้นก็เสียชื่อแย่ คนนินทาหมาดูถูกขายหน้าเขาเท่านั้นเอง"

ประไพลืมตาโพลง

"ทำไมจะต้องอับอายขายหน้าเขาคะ ผัวเทียมเป็นตุ๊กตาไม่ใช่มนุษย์ใครนินทาเราก็แย่เท่านั้น"

นวลลออเห็นพ้องด้วย

"จริงซีนะคุณไพ ถ้าเรามีผัวเทียมเราก็ไม่ได้เสียหายอะไร เอาหรือคะ หาผัวเทียมคนละตัวให้คุณหมอดิเรกสร้างให้เราโดยเราออกทุนให้เขา จะต้องการผู้ชายแบบไหนคุณหมอก็คงสร้างได้ เช่น หนุ่มออร์เหลน หนุ่มนักศึกษาหรือหนุ่มนักเลง"

ปะไพยิ้มให้พี่สาวของหล่อน

"เอานะคะพี่นัน ไพจะติดต่อเจรจากับหมอดิเรกเองหรือให้พี่ภาพูดกับเขาก็ได้ อย่างมากตัวหนึ่งลงทุนสร้างไม่เกินหมื่นบาท"

นันทามีท่าทางกระดากกระเดื่องเล็กน้อย

"ก็เข้าทีดีเหมือนกัน แต่ถ้าคุณหมอดิเรกสร้างให้เราพี่ไม่ตกลง"

"ทำไมล่ะคะ" ประไพถาม

"อายเขาน่ะซี แล้วคุณหมอดิเรกก็คงจะพูดมากปากปล่อยบอกความจริงให้ผัวๆ ของเรารู้ แล้วเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"

ประภายิ้มให้นันทา แล้วกล่าวขึ้นอย่างเป็นงานเป็นการ

"ดิฉันรู้จักนักวิทยาศาสตร์ชั้นดีอยู่หลายคนค่ะ ล้วนแต่เป็นลูกศิษย์ของดิเรก ทุกคนเคารพนับถือภา ภาจะแอบไปติดต่อกับใครคนหนึ่งขอให้เขาสร้างผัวเทียมให้เราคนละตัว เขาคงจะสร้างได้ ถึงแม้ไม่ดีกว่าของดิเรก"

นันทา, นวลลออและประไพต่างก็เห็นชอบด้วย ประภาว่าพรุ่งนี้หล่อนจะไปหาศาสตราจารย์คนหนึ่งซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยมคนหนึ่งในประเทศไทยและเคยเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของ ดร.ดิเรกมาแล้ว สี่นางต่างหัวเราะชอบอกชอบใจไปตามกัน สนทนากันสักครู่ก็พากันลงไปจากเรือนบังกาโลหลังนั้น

ชั่วเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน นันทา, นวลลออ, ประภาและประไพก็สามารถมีผัวเทียมคนละตัว ซึ่งไม่มีใครล่วงรู้ความจริงในเรื่องนี้เว้นแต่ศาสตราจารย์สุนทร ฐาปนกิจคนเดียวเท่านั้น

ศาสตราจารย์ผู้ที่เป็นลูกศิษย์คนโปรดของ ดร.ดิเรกความรู้เดิมสำเร็จวิทยาศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาฝึกงานอยู่กับนายแพทย์หนุ่มเกือบ ๓ ปี แล้วไปเรียนวิทยาศาสตร์ต่อที่ประเทศเยอรมันนีถึง ๙ ปี กลับมาเมืองไทยได้ปริญญายางเฟื้อย เป็นนักวิทยาศาสตร์ชั้นดีคนหนึ่งในประเทศไทย เมื่อประภาไปหาเขาที่บ้านเล่าเรื่องเมียเทียมให้ฟัง ศาสตราจารย์ก็สนใจมากแล้วเขาก็สามารถอธิบายได้ถูกต้องว่าอาจารย์ดิเรกของเขาประดิษฐ์มันขึ้นได้อย่างไร เมื่อประภาขอร้องศาสตราจารย์สุนทรสร้างผัวเทียมให้หล่อนกับเพื่อนๆ รวม ๔ ตัวด้วยกัน ศาสตราจารย์สุนทรก็รับเป็นผู้สร้างให้ทันทีและสัญญาว่าจะปกปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

ในที่สุดตุ๊กตายางชายหนุ่มรูปหล่อซึ่งมีเครื่องกลไกไฟฟ้าแบบเดียวกับของ ดร.ดิเรกก็ถูกสร้างเสร็จและผ่านการทดลองได้ผลสมความมุ่งหมายของผู้สร้าง ผัวเทียมทั้ง ๔ ตัวเคลื่อนไหวได้ พูดได้ และมีความสามารถเหมือนมนุษย์ผู้ชาย ตุ๊กตาวิเศษทั้ง ๔ ตัวดังกล่าวนี้ประภาเป็นผู้มารับไปบ้าน "พัชราภรณ์" ด้วยการปิดบังซ่อนเร้นไม่ให้ใครเห็น สี่นางต่างซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าตอนกลางคืนผัวๆ ของหล่อนไปนอนที่บังกาโลหลังบ้าน สี่นางก็นำตุ๊กตาวิเศษออกมาสูบลมให้พองตัว มีรูปร่างขนาดผู้ชายจริงๆ ต่อจากนั้น นันทา, นวลลออ, ประภาและประไพก็หาความสุขกับผัวเทียมของหล่อน

ต่างฝ่ายต่างมีเมียเทียม แม้กระทั่งเจ้าคุณปัจจนึกฯ กับเจ้าแห้วก็มีเมียเทียมไว้แนบกายคนละตัว

อย่างไรก็ตามไม่มีความลับใดๆ ในโลกนี้ที่จะปิดไว้ได้ตลอดไป เรื่องแดงขึ้นในคืนวันหนึ่งเพราะคุณหญิงวาดได้ประสบเหตุการณ์กับนัยน์ตาของท่านเอง

คืนนั้นรายการโทรทัศน์มีการแสดงละครรำเรื่องหนึ่ง คุณหญิงสนใจและพอในในนาฏศิลปของไทยเรามาก ท่านชมโทรทัศน์อยู่ในห้องโถงกับพวกสาวใช้สามสี่คน พอโทรทัศน์เลิกคุณหญิงวาดก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้นวมตัวใหญ่ ส่วนสาวใช้ช่วยกันปิดประตูหน้าต่างตึก แล้วท่านก็เดินขึ้นบันไดไปชั้นบน

ขณะนี้เป็นเวลา ๒๓.๐๐ น.เศษ อากาศท้ายฤดูหนาวค่อนข้างเย็นแต่ไม่ถึงกับหนาว ตามเวลาดังกล่าว พล, นิกร, กิมหงวนและดร.ดิเรกกำลังสุขสำราญกับเมียเทียมของเขาอยู่ที่เรือนบังกาโลท้ายสวน นันทา, นวลลออ, ประภาและประไพเข้าห้องนอนปิดประตูลงกลอนตั้งแต่ ๒๑.๐๐ น. เจ้าคุณปัจจนึกฯ และเจ้าแห้วก็เช่นเดียวกัน ส่วนเจ้าคุณประสิทธิ์ฯ ไม่มีความลับกับใครแต่ท่านรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวจึงเข้านอนแต่หัวค่ำ

บ้าน "พัชราภรณ์" สงบเงียบ แสงไฟที่เฉลียงหลังตึกส่องสลัวลาง คุณหญิงวาดเดินผ่านเฉลียงหลังตึกตรงไปยังห้องนอนของท่าน เมื่อผ่านหน้าห้องนอนของอาเสี่ยกิมหงวน คุณหญิงวาดก็แว่วเสียงนวลลออกำลังพูดคุยกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในห้องนอนนั้นความเงียบทำให้ท่านได้ยินเสียงพูดกันเกือบถนัด

คุณหญิงวาดหยุดชะงักด้วยความแปลกใจ ท่านทราบดีเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่กิมหงวนกับเพื่อนๆ ของเขาแยกนอนกับเมียคือไปนอนที่บังกาโลพักร้อนหลังใหญ่ท้ายสวน คุณหญิงวาดจรดปลายเท้าเข้ามายืนห่างจากประตูห้องนอนเพียงเล็กน้อย แล้วท่านก็เงี่ยหูฟัง

เสียงผู้ชายพูดทำให้คุณหญิงวาดอกสั่นขวัญแขวน

"นวลจ๋า เราลอบรักกันอย่างนี้ถ้าอาเสี่ยมาพบเข้าเขาคงฆ่าพี่แน่ๆ "

คุณหญิงวาดกลืนน้ำลายติดๆ กันหลายครั้ง ท่านก้มตัวลงมองดูที่รูกุญแจห้อง แต่ห้องนอนของเสี่ยหงวนมีแสงไฟสีเขียวขนาด ๕ แรงเทียนจุดไว้เพียงดวงเดียว คุณหญิงวาดพยายามจ้องมองไปที่เตียงนอน ท่านแลเห็นร่างอันตะคุ่มของนวลลออกับตุ๊กตายางอิเล็คโทรนิคกำลังนั่งกอดกันอยู่บนเตียงนั้น

"โอ๊ย ตายแน่กู" คุณหญิงวาดรำพันกับตัวเอง "แม่นวลมีชู้แอบหาชู้มานอนในห้องเป็นไปได้หรือนี่"

แล้วคุณหญิงก็ยืดตัวขึ้น ท่านยืนนิ่งเฉยเหมือนรูปหุ่น ได้ยินเสียงนวลลออพูดกับชายชู้ว่า

"ไม่ต้องกลัวค่ะ ศักดิ์ระบือ นวลรักพี่ยิ่งกว่าชีวิต นวลเป็นของพี่แล้วถ้าเฮียจับได้นวลจะยิงเฮียทิ้งเสีย"

คุณหญิงวาดสะดุ้งเฮือก

"ตายแล้ว คนดีๆ อย่างแม่นวลกลายเป็นคนเสียไปแล้ว เอ-สงสัยเหลือเกิน หมู่นี้รู้สึกว่าแม่สี่คนรีบขึ้นนอนแต่หัวค่ำ หรือแอบซ่อนชู้คนละคน ไม่ได้การต้องสังเกตให้รู้แน่"

แล้วคุณหญิงวาดก็ค่อยๆ ย่องไปที่ห้องนอนของพล ท่านก้มลงมองดูที่รูกุญแจประตูห้อง ภายในห้องนอนของพลปราศจากแสงไฟ มืดสนิทเหมือนเข้าถ้ำ คุณหญิงแทบลมจับเมื่อได้ยินเสียงนันทาพูดขึ้นท่ามกลางความมืด

"ลงไปนอนบนโซฟาเถอะ นอนเบียดกันยังงี้รำคาญจะตายแล้ว"

เสียงตุ๊กตาพูดขึ้นดังกังวานพอได้ยิน

"นันจ๋า พี่หนาวใจจะขาดแล้ว ขอให้พี่กอดนันหน่อยนะ"

คุณหญิงละสายตาจากรูกุญแจนั้น ท่านยกมือตบอกผาง

"กูตายแน่ แม่พวกนี้เสียคนอย่างไม่น่าเป็นไปได้ โธ่แม่นันเอ๋ย ไหงใจบุญสุนทานยังงี้ก็ไม่รู้เรื่องมันต้องถึงกับคอขาดบาดตายแน่นอน ต้องเอาได้ชายชู้เข้าตะรางให้ได้ข้อหาบุกรุก"

แล้วคุณหญิงวาดก็เย็นวาบไปหมดทั้งตัวเมื่อได้ยินเสียงประไพหัวเราะและส่งเสียงดังออกมานอกห้อง

"อย่านะ ว้าย-อย่าเล่น กลัวแล้ว พี่มานอนคุยกันเถอะ คนดี แล่นจั๊กจี้มีอย่างที่ไหน"

คุณหญิงวาดทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้ มีทีท่าเหมือนกับจะเป็นลม ท่านรีบเดินไปที่หน้าห้องนิกรแล้วก้มลงมองดูตามรูกุญแจแบบถ้ำมองจากแสงไฟอันสลัวลางท่านแลเห็นเจ้าหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่งกำลังกอดปล้ำหยอกเย้ากับประไพหลานสะใภ้ของท่านอย่างสนุกสนาน คุณหญิงวาดใจเต้นระทึกเมื่อแลเห็นตุ๊กตาวิเศษจูบประไพ ท่านทนดูต่อไปไม่ได้

"โอย-กูเห็นจะต้องเซ้งบ้านนี้ อัปรีย์จัญไรจริงๆ โธ่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย ผัวแต่ละคนล้วนแต่มีเงินทั้งนั้นริอ่านคบชู้อีกเหลือประภาอีกคนหนึ่งเอากับเขาด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ คืนนี้มันต้องสนุกกันใหญ่อย่างน้อยก็ตายกันเป็นศพๆ หลั่งเลือดพระจันทร์ลับหรือกระทืบยับทั้งเมียทั้งชู้ ทำอย่างนี้มันแสนที่จะบัดสี กูต้องเข้าข้างอ้ายสี่คนนั้นแหละเป็นอะไรเป็นกันเถอะวะ ถุย ช่างไม่รักศักดิ์ศรีเกียรติยศของลูกผู้หญิงบ้างเลย"

รำพึงแล้วคุณหญิงวาดก็แข็งใจเดินไปที่ห้องนอนของ ดร.ดิเรก ท่านก้มลงมองดูที่รูกุญแจประตูห้องแต่ในห้องนอนนั้นไม่มีแสงไฟ อย่างไรก็ตามความเงียบก็ทำให้คุณหญิงวาดได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดพึมพำ

"ภาจ๋า หนีไปอยู่กับพี่เถอะยอดรัก พี่จะร้องเพลงหาเลี้ยงภาเอง"

เสียงประภาหัวเราะชอบใจ

"ไหนร้องเพลงให้ภาฟังหน่อยซิ"

เสียงฮัมเพลงดังขึ้นเบาๆ ในลำคอ คุณหญิงวาดโกรธจนตัวสั่น ความรักใคร่เอ็นดูที่ท่านมีต่อสี่นางได้สิ้นสุดลงแล้วกลายเป็นความเคียดแค้นชิงชังอย่างบอกไม่ถูก ท่านยืดตัวขึ้นแล้วขบกรามแน่น

"อือ โลกหนอโลก ชาตินี้ทั้งชาติเห็นจะไม่ได้พบคนดี ดูเถอะ ใครจะคิดว่าแม่สี่คนนี้จะทรยศต่อผัว เออแน่ะ มันกล้าหาญอะไรอย่างนี้ พาชู้มาซ่อนไว้ในห้อง มิน่าล่ะ เครื่องกระป๋องหมูแฮมและไส้กรอกในตู้เย็นจึงหมดเร็วนัก อ้ายผัวเซ่อบัดซบเมียคงเอาเขาสวมให้นานแล้วไม่รู้เรื่องอะไรเสือกไปนอนที่บังกาโล นี่แหละโบราณท่านว่า ช้างสาร, งูเห่า, ปลาเจ่า, ข้าเก่า, เมียรักอย่าไว้ใจ ถุย-อัปรีย์สีกบาลจริงๆ เรื่องพรรค์นี้รู้ไปถึงไหนอายเขาถึงนั่นแล้วกูจะมองหน้าเพื่อนบ้านเขาได้อย่างไร เมื่อนางสี่คนทำเรื่องบัดสีเช่นนี้จะปิดไว้ก็ไม่อยู่ ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดจะได้อย่างไร"

แล้วท่านก็ร้องไห้กระซิกๆ เพราะเข้าใจผิดคิดว่านันทา, นวลลออ, ประภาและประไพมีชู้จริงๆ ยิ่งรักมากเพียงใดท่านก็แค้นเพียงนั้น

สักครู่หนึ่งคุณหญิงวาดก็ผลุนผลันเดินผ่านเฉลียงหลังตึกลงบันไดไปชั้นล่างอย่างร้อนรน สาวใช้ ๒ คนกำลังช่วยกันปิดประตูหน้าต่างตึก คุณหญิงวาดเดินออกไปทางหลังตึกด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

ตามเวลาที่กล่าวนี้ พล, นิกร, กิมหงวนและ ดร.ดิเรกกำลังนั่งจับกลุ่มสนทนากันอยู่ในห้องกลางของบังกาโลใหญ่หลังนั้น ประตูกลางปิดใส่กลอนแล้ว สี่สหานสนทนากันอย่างครื้นเครงถึงเมียเทียมของเขาซึ่งให้การปรนนิบัติอย่างดีเยี่ยมเหมือนกับเมียจริงๆ ดร.ดิเรกว่าเขาจะสร้างโรงงานผลิตตุ๊กตาวิเศษทั้งผู้ชานและผู้หญิง ให้เป็นล่ำเป็นสันในเร็ววันนี้ และจะจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดให้ พล, นิกร, กิมหงวน ตกลงเข้าหุ้นด้วย

เสียงคุณหญิงวาดร้องตะโกนเรียกทำให้การสนทนาหยุดชะงักลงทันที นิกรใจหายวาบและพูดกระซิบกระซาบ

"ตายห่า คุณอามาหาเรา"

"พล พลเอ๊ย เปิดประตูรับแม่หน่อย" แล้วคุณหญิงวาดก็ตบประตูเบาๆ "เอ๊ะ หลับกันแล้วกระมัง พ่อหงวน กรเอ๊ย พ่อดิเรก"

นิกรเผลอตะโกนออกไป

"ผมหลับแล้วครับ"

"อ้อ แล้วหมูที่ไหนมันพูดวะ ทำอะไรกันวะ เปิดประตูหน่อยเถอะ มีเรื่องสำคัญมาก"

พลมองดูเพื่อนเกลอของเขาแล้วกระซิบบอกทันที

"เร็ว-รีบไปปล่อยลมตุ๊กตาออกแล้วซ่อนไว้ใต้เตียง อย่าให้คุณแม่เห็นได้ ถ้าเห็นบรรลัยแน่"

สี่สหายต่างลุกขึ้นวิ่งโครมครามเข้าไปในห้องนอนของตน ต่างปล่อยลมในตัวตุ๊กตาเมียเทียมออก เมื่อปล่อยลมจนตัวแฟบก็รีบกระชากสายไฟออกพับเมียเทียมเก็บซ่อนไว้ใต้เตียงนอน เสร็จแล้วสี่สหายก็เดินยิ้มแห้งๆ ออกมาจากห้องนอนของตน

"ทำไมไม่เปิดประตูวะ ประเดี๋ยวแม่ด่ายับไปเลยไม่เลือกว่าหน้าอินทร์หน้าพรหม"

พลวิ่งเหยาะๆ ไปที่ประตูห้องกลางแล้วถอดกลอนเปิดประตูออก คุณหญิงวาดเท้าสะเอวมองดูลูกชายของท่านอย่างเดือดดาล

"แม่เรียกแกตั้งนานแล้ว ทำอะไรกันหา วิ่งกันตึงตังโครมคราม"

พลยิ้มแห้งๆ

"เราเล่นยี่อิดกันครับ นึกว่าตำรวจมาจับไพ่และเขาบังคับคุณแม่มาเรียก พวกเราเลยเผาไพ่ป๊อกและซ่อนเงินเสียก่อน"

กิมหงวนพา ดร.ดิเรกกับนิกรเดินเข้ามาหา

"คุณอามีธุระอะไรหรือเปล่าครับ หรือว่านอนไม่หลับลงมาชมแสงจันทร์" อาเสี่ยถามยิ้มๆ

คุณหญิงวาดอดหัวเราะไม่ได้

"แก่จวนจะเข้าโลงอยู่แล้ว แกยังจะให้อาชมจันทร์อีกหรือ อามีข่าวร้ายที่จะมาบอกพวกแก ทุกคนไปบนตึกเดี๋ยวนี้และเตรียมบู๊ได้ อย่างไรก็ต้องมีการนองเลือดแน่ๆ "

นิกรอมยิ้ม

"มีอะไรเกิดขึ้นหรือครับ จะว่าขโมยขึ้นบ้านก็ยังไม่ถึงสองยามหรือคุณอาทะเลาะกับคุณอาผู้ชายมาขอแรงให้พวกเราไปปราบ"

คุณหญิงวาดจุ๊ปาก

"แกอย่าพูดอะไรเลยวะอ้ายกร อยู่เฉยๆ เถอะ" พูดจบท่านก็มองดูหน้าลูกชายสุดสวาทขาดใจของท่าน แล้วท่านพูดกับพลด้วยเสียงหนักๆ "พลเอ๊ย....แม่เสียใจที่จะบอกแกว่าแม่นันกลายเป็นผู้หญิงสาระเลวไปแล้ว"

นายพัชราภรณ์ลืมตาโพลง

"คุณแม่หมายความว่ากระไรครับ" เขาถามโดยเร็ว

"หมายความว่าเมียของแกพาชู้มานอนกับเขาน่ะซี ยิ่งกว่านี้แม่นวลกับประภาและประไพก็เช่นเดียวกัน ต่างคนต่างเอาชู้มาซ่อนไว้ในห้องนอนคนละคน แม่ไม่ได้กล่าวเท็จเลย แม่เห็นกับตาของแม่ แม่แอบมองดูที่รูกุญแจ เห็นความชั่วของเมียๆ พวกแกทั้งสี่คน"

คณะพรรคสี่สหายยืนตะลึงไปตามกัน อาเสี่ยกิมหงวนบังเกิดความหึงหวงอย่างสูงสุด เขากระชากแว่นตาขอบกระออกมาพับใส่ในกระเป๋าเชิ้ร์ตฮาวายของเขา อาเสี่ยทำปากแบะยื่น นัยน์ตาถลน แอ๊คท่าให้น่ากลัวผสมกับที่เมียมีชู้ แล้วเขาก็ขบกรามกร้วมๆ

"นวลมีชู้ ฮะฮ้า นวลของผมคบชู้"

"ถูกแล้วพ่อหงวน แม่สี่คนนั่นเหลวแหลกอย่างที่อานึกไม่ถึง โธ่....ทองคำกลายเป็นทองชุบไปเสียแล้ว"

เสี่ยหงวนหันมามองดูนิกรแล้วแสยะยิ้มคำรามออกมาว่า

"ตาย"

นายจอมทะเล้นสะดุ้งโหยง

"ใครวะ"

"ก็เมียกันน่ะซี"

นิกรถอนหายใจโล่งอก

"แล้วมึงเสือกมองหน้ากันทำไมวะ พวกเรามีโชคอย่างมหาศาลทีเดียวเท่าที่เมียของเรามีชู้"

ดร.ดิเรกทำตาเขียวกับนิกร

"โชคบ้าบออะไรกัน เกียรติของเราย่อยยับไปแล้ว ฮึ่ม ฝรั่งเจ็บใจนัก ไอไม่เคยแนะนำสั่งสอนเมียให้มีชู้เลย เป็นไปได้....กันต้องฆ่าเมีย ฆ่าชู้ แล้วก็ฆ่าพ่อตากันด้วย ตลอดจนตัวของกันเอง"

ครั้นแล้วสี่สหายก็ซักถามเรื่องราวจากคุณหญิงวาด ซึ่งคุณหญิงก็เล่าให้ฟังตามที่ท่านพบเห็นมา พล, นิกร, กิมหงวนและดร.ดิเรกต่างเดือดดาลไปตามกัน ในที่สุดคุณหญิงวาดก็กล่าวกับสี่สหายว่า

"รีบไปบนตึกเถอะ พวกแกต้องจับชายชู้ให้ได้ส่งตำรวจแจ้งข้อหาว่ามันบุกรุกเข้ามาในบ้านของเราส่วนเมียๆ ของแกอย่าไปทำอะไรเขาเลย พรุ่งนี้ไปถอนทะเบียนสมรสที่อำเภอก็หมดเรื่อง ผู้หญิงอย่างนี้เลี้ยงไม่ได้ หาเอาใหม่ดีกว่าถมเถไป"

คุณหญิงวาดพาสี่สหายออกจากห้องกลางลงบันไดเรือนบังกาโลไปอย่างรีบร้อน คณะพรรคสี่สหายต่างเงียบกริบทุกคนเข้าใจว่าเป็นความจริงจึงรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจอย่างยิ่ง

เมื่อขึ้นมาที่เฉลียงชั้นบน พล, นิกร, กิมหงวนและ ดร.ดิเรกกับคุณหญิงวาดก็ค่อยๆ ย่องตรงมายังห้องนอนของเสี่ยหงวนเป็นห้องแรก ทุกคนหยุดยืนรวมกลุ่มข้างประตูห้อง คุณหญิงวาดบุ้ยใบ้ให้อาเสี่ยมองดูที่รูกุญแจ กิมหงวนจึงก้มลงมองดูด้วยการหรี่ตาซ้ายแล้วมองด้วยตาขวา

เขารีบยืดตัวขึ้นเพราะไม่สามารถมองดูภาพแสลงใจได้ อาเสี่ยกระซิบบอกกับเพื่อนเบาๆ

"กำลังกอดกันกลมดิ๊กเชียวว่ะ อ้า-ถ้ากันติดคุกแกช่วยส่งข้าวกันด้วยนะอ้ายกร" พูดจบกิมหงวนก็ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบพวงกุญแจออกมา เขาสอดลูกกุญแจประตูห้องเข้าไปในรูของมันแล้วไขออก เสียงกลไกกุญแจดังกริ๊ก

เสี่ยหงวนยิ้มแค่นๆ ล้วงกระเป๋ากางเกงข้างขวาล้วงเอาปืนพกแบบรีวอลเวอร์ขนาด ๙ มม.ออกมาถือกระชับมั่น คุณหญิงวาดแลเห็นปืนก็ชักใจไม่ดีจึงกระซิบบอก

"อย่าให้มันถึงตายเลยพ่อหงวน"

"อ้าว ทำไมล่ะครับ คุณอาสงสารมันหรือ" อาเสี่ยกระซิบพูดเช่นเดียวกัน

"เปล่า แต่อากลัวผี ผีตายโหงมันดุ"

พูดถึงผีนิกรชักเสียวๆ เขามองซ้ายมองขวาทำหน้าเลิ่กลั่ก กิมหงวนควงปืนพกอย่างแคล่วคล่อง ดร.ดิเรกกระซิบถามว่า

"มีลูกหรือเปล่า"

เสี่ยหงวนกลืนน้ำลายเอื้อก

"มีซีโว้ย ใส่ไว้ตั้ง ๖ นัด ถ้าไม่มีลูกกันถือไม้ตีพริกดีกว่าถือปืน พวกเราคอยตามกันเข้าไปด้วยนะ ถ้ามันสู้กันยิงแหลกเลย

ถ้าไม่สู้กันขอยิงหัวสมองมันทีเดียวเท่านั้นเพื่อให้มันหลาบจำ"

แล้วกิมหงวนก็หมุนลูกบิดค่อยๆ เปิดบานประตูออก เขาบุกเข้าไปในห้องทันทีเอื้อมมือเปิสวิชไฟช่อกลางห้อง ทันใดนั้นเองห้องนอนของอาเสี่ยก็สว่างจ้าราวกับกลางวัน

นวลลออกำลังนอนกอดตุ๊กตาเทียมของหล่อน หล่อนตกใจเผ่นพรวดลุกขึ้นนั่ง อาเสี่ยปราดเข้ามาหยุดยืนหน้าเตียงนอน ตุ๊กตาวิเศษของศาสตราจารย์สุนทรทำได้แนบเนียนเหมือนกับคนจริงๆ เป็นชายหนุ่มในวัยเบญจเพศ แต่งกายแบบจิ้งเหลนกรุงดัดผมหยักโศกหน้าตาคล้ายๆ ผู้หญิง มันนอนหลับตานิ่งเฉยเหมือนคนที่กำลังนอนหลับสนิทแต่ไม่มีเสียงกรน

คุณหญิงวาดพา พล, นิกร, กิมหงวนและ ดร.ดิเรกตามเข้ามา เสี่ยหงวนโกรธจนตัวสั่นความหึงบังเกิดขึ้นท่วมท้นหัวใจ เขามองดูผัวเทียมหรือชายชู้ด้วยแววตาแข็งกร้าว แล้วเขาก็กล่าวกับนวลลอออย่างเกรี้ยวกราด

"จะให้เฮียเข้าใจว่าอย่างไร"

นวลลออยิ้มแป้น

"ก็แล้วแต่เฮียจะเข้าใจซีคะ"

อาเสี่ยขบกรามกรอด

"เดี๋ยวพ่อยิงไส้แตกยังจะพูดดีอีก อ้ายหมอนี่เป็นใครบอกเฮียซิ"

นวลลออกลั้นหัวเราะแทบแย่

"คุณศักดิ์ระบือค่ะ"

"ศักดิ์ระบือ ฮึ่ม ชื่อเหมือนของใช้ในครัว นวลลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ เฮียจะยิงชู้รักของนวลให้เหมือนกับหมากลางถนน"

นวลลออสั่นศีรษะ

"อย่ายิงเลยค่ะ ขี้เกียจเอาไปปะ"

เสี่ยหงวนลืมตาโพลง

"หา....แผลถูกยิงน่ะปะได้ด้วยหรือ"

"ทำไมจะปะไม่ได้คะเฮีย ในเมื่อร่างกายของคุณศักดิ์ระบือทำด้วยยางเช่นเดียวกับเมียเทียมของเฮียนั่นแหละค่ะ"

ทุกคนหันมามองดูหน้ากัน นวลลออถือโอกาสนี้คลายจุ๊บเปิดลมออกเสียงดังฟี้ลั่นห้อง นายศักดิ์ระบือแบนแป๊ดแป๋ติดที่นอน คุณหญิงวาดตกใจร้องเอะอะเอ็ดตะโรลั่นห้อง

"ตายแล้ว แม่นวล ทำไมถึงเป็นชู้กับตุ๊กตา"

"นวลนอนคนเดียวไม่มีใครเป็นเพื่อนจะนอนน่ะซีคะคุณอา พวกเราทั้งสี่คนไม่เดือดร้อนอะไรแล้ว ต่างคนต่างมีตุ๊กตาออร์เหลนนอนเป็นเพื่อน ซึ่งมันเคลื่อนไหวได้และพูดได้หลายประโยค"

ดร.ดิเรกยิ้มเล็กน้อย พูดเสริมขึ้นทันที

"ออไร๋ ไอรู้แล้ว ศาสตราจารย์สุนทรสร้างตุ๊กตาให้พวกคุณใช่ไหม มันถึงคล้ายกับของผม"

นวลลออพยักหน้า

"ค่ะ คุณภาเป็นคนไปติดต่อขอร้องให้คุณสุนทรสร้างให้พวกเรา ก็ไม่เห็นแปลกอะไรนี่คะคุณหมอและเพื่อนๆ มีเมียเทียมได้เราก็มีผัวเทียมได้"

คุณหญิงวาดอ้าปากหวอ หันขวับมาทางลูกชายของท่าน

"พวกแกมีเมียตุ๊กตาหรือ"

"ครับ ดิเรกทำให้คนละตัว เจ้าคุณอาปัจจนึกฯ กับอ้ายแห้วก็มีเมียตุ๊กตาเหมือนกันครับ"

คุณหญิงวาดยกมือขวาทาบอก

"โอ๊ย เป็นลมดีกว่ากู"

กิมหงวนรีบโบกมือห้าม

"อย่าเพิ่ง อย่าเพิ่งครับ คุณอาพยายามเดินกลับไปให้ถึงห้องนอนเสียก่อนแล้วค่อยเป็นลม รีบไปเถอะครับ"

คุณหญิงวาดเป่าปากเบาๆ เดินโซซัดโซเซออกไปจากห้องนอนของกิมหงวน คณะพรรคสี่สหายต่างหัวเราะลั่นห้อง เสี่ยหงวนหายหึงเมียแล้ว เขานั่งลงบนเตียงสำรวจตุ๊กตาอิเล็คโทรนิคอย่างถี่ถ้วน แล้วอาเสี่ยก็ยิ้มออกมาได้ยื่นมือตบหลังนวลลออเบาๆ

"มีชู้ตุ๊กตาแบบนี้เฮียไม่ว่าเลย ของคุณนัน คุณภาและคุณไพ หน้าตาแบบออร์เหลนอย่างนี้หรือ"

"ไม่ค่ะ เรามีกันคนละแบบ"

นิกรมองดูผัวเทียมแล้วหัวเราะอย่างขบขัน

"ไปดูเมียกันเถอะวะ แล้วดูคุณภากับพี่นันด้วย"

พลสั่นศีรษะ "อย่าไปเลย ปล่อยเขาตามเรื่องเถอะ ไม่มีอะไรหรอกนอกจากว่าเมียเราต้องการตุ๊กตาเป็นเพื่อนเท่านั้น"

ดร.ดิเรกกล่าวถามนวลลออด้วยเสียงหัวเราะ

"คุณและพวกคุณรู้ได้อย่างไรว่าพวกเรามีเมียตุ๊กตา"

นวลลออยิ้มให้นายแพทย์หนุ่ม

"เราแอบไปค้นบ้านในตอนบ่ายวันหนึ่งค่ะ" แล้วหล่อนก็หันมาทางอาเสี่ยกิมหงวน "ว่ายังไงคะเฮีย เป็นอันว่าเฮียจะมีเมียเทียมตลอดไปใช่ไหมคะ"

อาเสี่ยว่า "พอกันที เรื่องจะไปกันใหญ่แล้ว ความจริงพวกเราก็สนุกๆ กันเท่านั้น เพราะตุ๊กตามันเดินได้และพูดได้ แต่จะให้ความสดชื่นเหมือนอย่างเมียย่อมเป็นไปไม่ได้" พูดจบอาเสี่ยก็มองดูเพื่อนๆ ของเขา "เฮ้ย จะไปไหนก็ไปกันเถอะโว้ยกันจะปิดประตูนอนละ สองยามแล้ว"

"อ้าว" นิกรอุทาน "ไม่ไปนอนกับเบญจมาศที่บังกาโลหรือ"

"ไม่เอาแล้ว พอกันที เล่นอุตริไม่เข้าเรื่องใครเขาไม่รู้เขาก็จะคิดว่าเราได้ตุ๊กตาเป็นเมียจริงๆ "

ดร. ดิเรกหัวเราะหึๆ

"ออไร๋ๆ เพราะกันคนเดียวที่ทำให้ยุ่ง พรุ่งนี้ต้องเก็บผัวเทียมเมียเทียมเผาให้หมด ส่วนที่เราจะทำจำหน่ายกันเราก็จะจัดต่อไป ไปนอนโว้ย ห้องใครห้องมัน"

พล, นิกร, และ ดร.ดิเรก ต่างพากันเดินออกไปจากห้องนอนของกิมหงวน อาเสี่ยลุกขึ้นเดินตามไปปิดประตูใส่กลอน แล้วก้มลงหยิบกระดาษชิ้นหนึ่งขึ้นมายัดใส่รูกุญแจป้องกันไม่ให้เพื่อนๆ แอบดูเขา

สามสหายต่างแยกย้ายกลับไป นอนห้องของตนทุกคนนอนสนทนากับเมียของเขาอย่างสนุกสนาน ถึงเรื่องตุ๊กตาวิเศษ นิกรแหกปากหัวเราะเสียงลั่นเมื่อประไพบอกว่า หล่อนสงสัยว่าหล่อนจะตั้งครรภ์อ่อนๆ กับผัวเทียมของหล่อน

ในเวลาเดียวกันนี้เอง เจ้าคุณปัจจนึกฯ และเจ้าแห้วต่างก็นอนกอดเมียเทียมของตน และหลับสนิทด้วยความสุข.

อวสาน